| ภาพประทับใจ โอลิมปิก 2008 | ||
วินาทีสำคัญที่ หลี่ หนิง ตำนานนักยิมนาสติกของชนชาวมังกรโหนตัวบนสลิง วิ่งไต่เมฆขึ้นไปจุดคบเพลิงจนลุกโชติช่วง นั่นเป็นสัญญาณว่ามหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ "โอลิมปิกเกมส์ 2008" ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ |
||
|
View All |
||
| WALL·E | ||
วอลล์อี (เบน เบิร์ต) เป็นหุ่นยนต์หัวรั้นตัวหนึ่ง ที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวเพื่อทำในสิ่งที่เขาถูกสร้างมาให้ทำเป็นเวลาหลายร้อยปี แล้ววันหนึ่ง วอลล์อี หุ่นยนต์กำจัดขยะในระดับชั้นโลกค้นพบเป้าหมายใหม่ในชีวิต |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
พิมพ์หน้านี้
|
ชีวิตที่ไม่ธรรมดา จากชาวนาเป็นเถ้าแก่ ขายพันธุ์ข้าวจนกำเงินล้าน
ถึงแม้ว่าวันนี้ราคาข้าวที่ชาวนาขายได้จะแกว่งไปแกว่งมา มีขึ้นมีลงให้คนวงการข้าวไม่ว่าจะเป็นชาวนา โรงสี พ่อค้าต้องประคับประคองหัวใจเป็นพิเศษ บางพื้นที่ก็เจอราคาลดลงวูบจนต้องเดินขบวนประท้วง ดังที่เกิดในจังหวัดเชียงรายและกาฬสินธุ์ แต่ที่นั่นอาจเป็นเพราะฤดูที่ผ่านมาชาวนาแห่ปลูกข้าวเหนียวกันมากเกินไป หลังจากที่ฤดูก่อนหน้าโน้น ราคาข้าวเหนียวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์จนลดการปลูกข้าวหอมมะลิแล้วหันมาปลูกข้าวเหนียว ประกอบกับฝนตกข้าวความชื้นสูง แต่อย่างไรก็ดีโดยภาพรวมราคาข้าวเปลือกที่ชาวนาขายได้ในช่วงนี้ (มีนาคม-พฤษภาคม) ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่าปีที่ผ่านมา
ลุงสงเคราะห์ ชูแตง ชาวนาวัย 58 ปี อยู่ที่อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี บอกว่าขายข้าวรอบนี้มีกำไรเท่าตัวและได้กำเงินเป็นหลักแสนครั้งแรกในชีวิตของการทำนาต่อรอบ (รอบละ 50 ไร่) หากแต่ลุงสงเคราะห์ไม่มั่นใจว่าปลูกรอบใหม่จะกำไรอย่างนี้หรือไม่ ด้วยเหตุปัจจัยการผลิตเพิ่มสูงขึ้นมาก แม้ชาวนาหลายคนเพิ่งจะได้มีโอกาสกำเงินแสน แต่ชาวนาที่ตำบลนางลือ และตำบลท่าชัย อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท เขากำเงินล้านกันมาหลายปีแล้ว เขาทำกันได้อย่างไร ฉบับก่อนหน้าเราได้พาไปทำความรู้จักตำบลนางลือและตำบลท่าชัย อย่างคร่าวๆ แล้วว่าที่นี่คือแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชาวนาสองตำบลนี้เขาทำนาแต่ไม่ได้ขายข้าวให้กับโรงสี ฉบับนี้ทีมข่าวจะพาไปเจาะลึกหาคำตอบและรู้จักชาวนาที่พลิกผันตัวเองจากชาวนาธรรมดาๆ มาเป็นเถ้าแก่กำเงินล้าน วรรณา เกิดศรี ชาวนาวัย 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 131 หมู่ 12 ต.นางลือ อ.เมือง จ.ชัยนาท บอกว่าชีวิตเกิดมาเป็นชาวนาโดยกำเนิด เมื่อก่อนทำนา 50 ไร่ ได้ผลผลิตข้าวประมาณ 30-40 ตัน ข้าวที่ผลิตได้ไม่ได้ขายให้กับโรงสีแต่จะขายให้กับศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชัยนาท มีรายได้จากการขายข้าวรอบหนึ่ง (ประมาณ 4 เดือน) หักต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ เหลือรายได้หลักหมื่นบาท ทรัพย์สินที่มีอยู่ก็แค่รถไถนา 1 คันกับรถปิกอัพ 1 คัน เหมือนกับชีวิตชาวนาทั่วๆไป
สำหรับช่องทางการจำหน่ายเธอบอกว่าเวลานี้แค่ทำโกดังเก็บพันธุ์ข้าวไว้ที่บ้าน มีเพื่อนเกษตรกรทำนาทั่วประเทศเข้ามาซื้อถึงบ้าน ระยะเวลาจากการพลิกผันตัวเองจากชาวนามาเป็นเถ้าแก่ขายพันธุ์ข้าวยี่ห้อ "ชาวนาเงินล้าน" ถึงวันนี้ผ่านไป 7-8 ปี ที่นาที่ตัวเองมีอยู่ 50 ไร่ก็ให้เขาเช่า วรรณา ยอมรับด้วยความภาคภูมิใจว่าวันนี้เธอไม่ใช่ชาวนา แต่เป็น "เถ้าแก่"ขายพันธุ์ข้าว มีเงินหมุนเวียนแต่ละเดือนหลักล้านบาท ไม่ใช่หลักหมื่นเหมือนเมื่อก่อน มีทรัพย์สินไม่ใช่แค่รถไถนากับรถปิกอัพ 1 คัน แต่พลันที่เธอตื่นขึ้นมาเธอต้องคิดเงินหลักล้าน นอกจากนี้เธอยังมีทรัพย์สินโกดังเก็บสินค้า 2 แห่งมูลค่าแห่งละ 1 ล้านกว่าบาท รถหกล้อ 1 คัน รถสิบล้อ 1 คัน รถปิกอัพอีก 3 คัน
วันนี้ช่องทางจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวตรา "เรือนไทยสีทอง" ของเธอไม่ได้มีจุดจำหน่ายเฉพาะที่จังหวัดชัยนาทเท่านั้น หากแต่เธอยังมีสาขาจำหน่ายอีก 4 แห่งได้แก่ที่จังหวัดกำแพงเพชร 1 แห่ง จ.พิจิตร 1 แห่ง นครสวรรค์ 2 แห่ง ที่ชัยนาทกับพิจิตร เธอลงทุนสร้างโกดังเก็บเอง ส่วนที่กำแพงเพชรกับนครสวรรค์เป็นโกดังเช่า
สำหรับจุฑามาส จิ๋วรี วัย 30 ปีคนนี้ แม้ว่าคุณพ่อจะรับราชการกรมชลประทาน คุณแม่เป็นแม่บ้าน แต่เธอมีสายเลือดลูกชาวนาเพราะคุณปู่คุณย่าประกอบอาชีพทำนา หลังจากที่จบปริญญาตรี สาขาคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เมื่อปี 2547 เธอกลับบ้านเกิดจังหวัดชัยนาททันที ไม่ลังเลที่จะคิดเริ่มต้นทำงานที่กรุงเทพฯแต่อย่างใด เธอเริ่มต้นอาชีพที่บ้านเกิดด้วยการหุ้นกับน้าผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวจำหน่าย ถึงวันนี้ทำมาได้เกือบ 4 ปีแล้ว เธอบอกว่าธุรกิจราบรื่นและเติบโตเป็นลำดับ วันนี้เธอมียอดขายเดือนละ 200 ตันหรือประมาณ 4 ล้านกว่าบาท "เมล็ดพันธุ์ข้าวที่ชาวนาทั่วประเทศต้องการมีมากถึง 1 ล้านตันต่อปี แต่ส่วนราชการผลิตให้ได้เพียง 70,000 ตันต่อปี ยังมีช่องว่างตลาดอีกมาก" จุฑามาสให้เห็นผลทำธุรกิจผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวจำหน่าย
นายมานิตย์ ฤาชา ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชัยนาท กล่าวว่า เนื่องจากเมล็ดพันธุ์ที่ชาวนาใช้ปลูกต่อไร่อัตราสูงมากคือประมาณ 25-30 กิโลกรัมต่อไร่ แต่อัตราที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 15 กิโลกรัมต่อไร่ การใช้เมล็ดพันธุ์ต่อไร่อัตราสูงทำให้เมล็ดพันธุ์ข้าวไม่เพียงพอในส่วนของกรมการข้าวเดิมตั้งเป้าผลิตปีนี้ 70,000 ตัน หลังจากที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นห่วงเกษตรกรขาดแคลนพันธุ์ข้าวจึงได้ตั้งเป้าผลิตเพิ่มเป็น 100,000 ตัน อย่างไรก็ดีถึงแม้จะผลิตเพิ่มขึ้นแต่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของเกษตรกร จึงทำให้มีเกษตรกรจำนวนมากทำธุรกิจผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวจำหน่าย รวมถึงโรงสีต่างๆ มีการผลิตจำหน่ายเช่นเดียวกัน การผลิตกันจำนวนมากๆ มีความเป็นไปได้ที่จะได้เมล็ดพันธุ์ด้อยคุณภาพ ซึ่งทางกรมได้แนะนำเกษตรกรที่ซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวไปปลูกให้ตรวจสอบดูความสม่ำเสมอของเมล็ด พร้อมกันนี้ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรแต่ละคนทำแปลงพันธุ์ข้าวเพื่อผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์ใช้เอง เนื่องจากเวลานี้การควบคุมคุณภาพยังทำได้ยาก มีเพียงพ.ร.บ.พันธุ์พืชของกรมวิชาการเกษตร ที่กำหนดให้ผู้รวบรวมและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเท่านั้น ช่องว่างทางการตลาดเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีอยู่จำนวนมาก ทำให้ชาวนาจังหวัดชัยนาทมองเห็นโอกาสและพลิกผันชีวิตตัวเองจากชาวนามาเป็นเถ้าแก่ค้าพันธุ์ข้าว ข้าวยังไม่ทันขึ้นถึงตันละหมื่นแต่พวกเขากำเงินล้านกันมาก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนชาวนาที่ขายข้าวให้กับโรงสีวันนี้ยังต้องลุ้นมีโอกาสกำเงินล้านกันหรือไม่
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2323 18 พ.ค. - 21 พ.ค. 2551 อ่านข่าวเกี่ยวข้อง สมเด็จพระเทพฯทรงห่วงชาวนา ขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าว - กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
|