| ภาพประทับใจ โอลิมปิก 2008 | ||
วินาทีสำคัญที่ หลี่ หนิง ตำนานนักยิมนาสติกของชนชาวมังกรโหนตัวบนสลิง วิ่งไต่เมฆขึ้นไปจุดคบเพลิงจนลุกโชติช่วง นั่นเป็นสัญญาณว่ามหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ "โอลิมปิกเกมส์ 2008" ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ |
||
|
View All |
||
| WALL·E | ||
วอลล์อี (เบน เบิร์ต) เป็นหุ่นยนต์หัวรั้นตัวหนึ่ง ที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวเพื่อทำในสิ่งที่เขาถูกสร้างมาให้ทำเป็นเวลาหลายร้อยปี แล้ววันหนึ่ง วอลล์อี หุ่นยนต์กำจัดขยะในระดับชั้นโลกค้นพบเป้าหมายใหม่ในชีวิต |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
ตราด... จังหวัดสุดท้ายชายทะเลภาคตะวันออก มีจุดเด่นทางการท่องเที่ยวหลายๆ อย่าง เช่น มีชายหาดที่ยาวเหยียดจนสุดชายแดนไทย มีเกาะช้างที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ และมีเกาะน้อยใหญ่อีกมากมายกว่าครึ่งร้อย เป็นหมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ตราดจึงเป็นจังหวัดที่เราเลือกไปเที่ยวกันคราวนี้ ว่าแล้วก็เก็บของพร้อมชีพจรลงเท้าอีกครั้ง จุดหมายแรก คือ บ้านน้ำเชี่ยว ที่เราตั้งใจจะไปเยือน ด้วยตำบลเล็กๆ ของอำเภอแหลมงอบ คว้ารางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หรือที่รู้จักกันในนาม "ไทยแลนด์ทัวริสต์อะวอร์ด" ประเภทชุมชนดีเด่นด้านการท่องเที่ยว ประจำปี 2550 จาก ททท. ด้วยคุณสมบัติที่หล่อหลอมขึ้นมาจนเป็นชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว ไม่ว่าจะเป็นป่าชายเลนแน่นขนัด ทะเลสีฟ้าอ่อน คนทะเลที่ง่วนกับงานประมง กลุ่มชุมชนการท่องเที่ยวโฮมสเตย์ที่รวมตัวกันอย่างเข้มแข็ง บ้านพักโฮมสเตย์เรียบง่าย สิ่งเหล่านี้ ล้วนดึงดูดทำให้นักท่องเที่ยวอยากใช้วันเวลาไปบนชุมชนแห่งนี้ ทำให้อำเภอที่เคยเป็นแค่เส้นทางผ่านไปสู่การท่องเที่ยวเกาะช้าง กลายเป็นที่ที่ต้องแวะพัก เพื่อสัมผัสวิถีสงบงามของชาวพุทธและอิสลาม ตื่นตากับความงามมัสยิด 200 ปี ก่อนล่องเรือไปตื่นตะลึงกับปูก้ามดาบ ลิง และนกจำนวนมาก ที่เพิ่มเสน่ห์ให้ศูนย์ศึกษาธรรมชาติที่นี่
รายการล่องเรือดูป่าชายเลนนี้ได้รับความนิยมมากด้วยที่บ้านน้ำเชี่ยววันนั้นเราจะนั่งเรือเช่นกัน ไปถึงเรือขนาดเล็กพร้อมมัคคุเทศก์ชาวบ้านรอเราอยู่ที่ท่าเทียบเรือ เรานั่งเรือล่องคลองน้ำเชี่ยวที่ไหลผ่านกลางชุมชน ไปชมป่าชายเลน และไปศูนย์ศึกษาธรรมชาติกัน การเดินทางของวันก็เริ่มต้นขึ้น จะเห็นได้ว่าบ้านเรือนของชาวบ้านน้ำเชี่ยวส่วนใหญ่ตั้งอยู่ริมคลองน้ำเชี่ยวที่ไหลลงสู่ทะเลอ่าวไทย เป็นคลองที่ชาวบ้านดักหอย เก็บกุ้งหาปูปลาเลี้ยงชีวิต
ช่วงเวลาที่เราสัญจรไปนั้นตรงกับช่วงเวลาละหมาดของพี่น้องมุสลิม จะได้ยินเสียงละหมาดไปทั่ว เพราะที่นี่เป็นชุมชนที่ประกอบด้วยคนสองศาสนา คือ พุทธและมุสลิม และเป็นชุมชนเก่าแก่มีอายุมากกว่า 200 ปี
เรือแล่นเข้ามาส่งเราลงท่าเทียบเรือศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนตำบลน้ำเชี่ยว ขึ้นฝั่งกันเรียบร้อยแล้ว ก็ออกเดินไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ลัดเลาะไปตามผืนป่าชายเลน มีป้ายสื่อความหมายติดตั้งไว้เสร็จสรรพ ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ระบบป่าชายเลนที่อยากแนะนำให้มาเยือนกัน ได้ทั้งความรู้ เพลินเพลิน มีทั้งพันธุ์ไม้และสัตว์ต่างๆ มากมาย เป็นความหลากหลายทางธรรมชาติที่น่าพิศวง ที่น่าชื่นใจที่สุดคือ ผืนป่านี้ถือเป็นป่าชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ดูแลและบริหารจัดการโดยชาวบ้านในนามเทศบาลตำบลน้ำเชี่ยว ในศูนย์นี้ยังมีหอดูนกสูงกว่า 12 เมตร ตั้งตระหง่าน ใช้เวลาไม่นานก็ไปถึงชั้นบนสุดอย่างไม่รู้ตัว ถึงตรงนี้ต้องตื่นตะลึงกับความเขียวขจีของดงป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ เป็นวิวที่สุดยอดจริงๆ จากศูนย์ศึกษาธรรมชาติเราเดินเล่นกลับเข้าสู่หมู่บ้าน ชุมชมคลาคล่ำไปด้วยผู้คน เด็กๆ คลุมฮิญาบสีสวยสดวิ่งเล่นไปมา เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะของผู้คนสองศาสนาที่อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขมาช้านาน ชาวบ้านพุดคุยทักทายเราด้วยความเป็นมิตร ทุกวันนี้การเปิดบ้านน้ำเชี่ยวเข้าสู่การท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่พวกเขาเลือกสู่หนทางชีวิต การได้มาที่นี่เราสัมผัสถึงกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นชีวิตจริงๆ ของชาวบ้านอย่างประมงพื้นถิ่น หรือแม้แต่การทำสวนของชาวบ้าน ซึ่งเต็มไปด้วยภาพอันมีชีวิตชีวา
นักท่องเที่ยวที่ต้องการจะพักแบบโฮมสเตย์ สองฝากฝั่งคลองน้ำเชี่ยวมีบ้านพักไว้คอยบริการ สนนราคา 250 บาทต่อคนต่อคืน พร้อมอาหารเช้า 1 มื้อ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สนใจแวะเวียนมาพักได้ จะได้บรรยากาศวิถีชีวิตยามเช้าของบ้านน้ำเชี่ยวแม้จะแสนธรรมดา แต่ก็เป็นวิถีที่งดงาม น่าเสียดายที่เราไม่มีโอกาสนอนบ้านชาวบ้าน เพราะต้องรีบข้ามไปเกาะช้าง
ข้อมูลจาก นสพ. ไทยโพสต์
|