• โกศล
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : anusim@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-03
  • จำนวนเรื่อง : 271
  • จำนวนผู้ชม : 46441
  • จำนวนผู้โหวต : 66
  • ส่ง msg :
โกศล อนุสิม
ข้าพเจ้าเขียน ท่านอ่าน - ท่านไม่อ่านข้าพเจ้ายังเขียน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kosol
วันจันทร์ ที่ 6 สิงหาคม 2550
ลูกสาวราวดอกไม้ในสวรรค์ 3 : ความจริงของลูก
Posted by โกศล , ผู้อ่าน : 205 , 23:29:08 น.   | หมวดหมู่ : ลูกสาวราวดอกไม้ในสวรรค์  
พิมพ์หน้านี้


 

 

เลี้ยงลูกสองสามปีแรกง่ายสบายที่สุด  เพราะเด็กกินแล้วก็นอน  นอนตื่นก็เล่น  เล่นหิวแล้วก็กิน 

 

แต่ความวุ่นวายเริ่มขึ้นเมื่อเขาเริ่มถามว่าทำไม นั่นก็อยู่ในช่วงขวบปีที่สามหรือที่สี่ ผมคิดว่าพ่อแม่มือใหม่ทั้งหลายคงปวดหัวกับคำถามนี้ของเจ้าตัวเล็กโดยทั่วกัน 

 

เมื่อเจอคำถามก็ต้องตอบ  ตอบแล้วก็เจอคำถามต่อ  คนถามไม่งงหรอกครับ  เพราะถามไปเรื่อยๆ  ฟังคำตอบแล้วก็ทำไม   ทำไม  ทำไม  จนกว่าจะพอใจหรือเบื่อ  แต่คนตอบนี่สิ  ตอบไปตอบมา ตอบซ้ำๆจนตอบเองงงเอง

           

ผมนั้นงงคำตอบตัวเองบ่อยๆ  ยิ่งตอนนี้ที่เขากำลังเรียนรู้  อยากรู้อยากเห็นอะไรไปหมด  แม้แต่เห็นเงาตัวเองก็ยังถาม

            "พ่อ  ทำไมคนเราต้องมีเงา"

            "ก็เพราะแดดส่องถึงมีเงา"

            "ทำไมแดดส่องต้องมีเงา"

            "คือตัวคนเรามันทึบนะลูก"  พยายามรื้อฟื้นความรู้พื้นฐานเรื่องแสงเงากับวัตถุมาอธิบาย  "แดดมันผ่านไม่ได้  ก็เลยเกิดเป็นเงา"

            "ทำไม่เกิดเป็นเงาละพ่อ"

            "ก็…แดดมันส่องผ่านตัวเราไม่ได้น่ะสิลูก  ตัวเราเลยเป็นเงาดำๆ"

            "ทำไมเป็นเงาดำๆ"

            "คือ  เงามันก็ต้องเป็นสีดำนะลูก  เพราะเราบังแสงแดด  มันถึงเป็นเงาดำๆแบบนี้"

            "ทำไมเป็นแบบนี้"

            "คือมันก็เป็นแบบนี้น่ะลูก"

            "ทำไม" 

            "เอาอย่างนี้นะลูก"  ในที่สุดคนตอบก็จนปัญญา "อีกหน่อยพอลูกโตขึ้น  เรียนหนังสือถึงชั้นประถมแล้ว คุณครูจะสอนลูกเอง  ตอนนั้นลูกก็จะเข้าใจ"

            "ทำไม"

           

นี่แหละครับความจริงของลูก  ทำให้พ่อแม่ต้องเหนื่อยกับการหาคำอธิบาย  จนบางครั้งก็อ่อนใจ แต่หากมองในมุมกลับ  นี่เป็นการฝึกปรือเราที่เป็นพ่อเป็นแม่ไปด้วย  จะต้องเตรียมตัวให้พร้อมอยู่ตลอดเวลา  หาคำตอบเตรียมเอาไว้  และทำใจไว้ล่วงหน้าว่าหากมีคำถามใดเกิดขึ้น  จะต้องมีเป็นชุดใหญ่ตามมาจนกว่าคนถามจะพอใจ หรือคนตอบหาทางลงได้เหมาะๆ  ปัญหานั้นจึงจะยุติ

           

เรียกว่าลูกสอนพ่อแม่โดยอ้อมก็น่าจะไม่ผิด

           

คำถามหลายๆครั้งของลูก  ทำให้ผมต้องครุ่นคิดหาคำตอบอย่างจริงจังเหมือนกัน  เขาอาจถามเพราะแค่อยากรู้อยากเห็นตามธรรมชาติของเด็ก  เราจะตอบถูกต้องหรือไม่ถูกต้องก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ  บางทีเรายังไม่ทันตอบเขาก็หันไปสนใจเรื่องอื่นแล้ว

           

แต่เราที่เป็นพ่อหรือแม่นี่สิครับ  ต้องคิดต่อ  สำหรับผมแล้ว บางครั้งคำถามของลูกสาววัยห้าขวบ ทำให้ถึงกับต้องสำรวจตรวจสอบความคิดความอ่านของตนเองเลยทีเดียว

           

ในช่วงสงครามสหรัฐบุกอิรักเพื่อโค่นซัดดัมตอนต้นปี 2546 ที่ผ่านมา  มีข่าวปรากฏตามจอโทรทัศน์ถี่ยิบ  ลูกสาววัยห้าขวบของผมเห็นภาพผู้หญิงและเด็กๆกำลังอพยพหนีภัย  เสียงผู้อ่านข่าวบอกว่า  นี่เป็นผลมาจากการโจมตีอิรักของกองทัพอเมริกันกับพันธมิตร

           

           "พ่อ ทำไมเขาต้องโจมตีอิรักด้วย"  ลูกสาวผมถาม  สีหน้าเธอไม่ค่อยดี  "คนหนีเยอะแยะเลยพ่อ"

           

ผมอึ้งกับคำถามของลูกครับ  จะตอบอย่างไรดีจึงจะทำให้เด็กอายุห้าขวบเข้าใจ

            "มีคนไม่ดีทะเลาะกันน่ะลูก  เลยทำให้พวกนี้เขาต้องหลบออกมา"

            "ทำไมคนไม่ดีทะเลาะกันด้วย  พวกนี้คนดีใช่ไหมพ่อ"  เธอชี้ไปที่ผู้อพยพในโทรทัศน์

            "ใช่  เขาไม่ได้ทะเลาะกับใคร เขาหนีออกมาให้พ้นอันตราย  อีกไม่นานเขาก็กลับบ้านแล้วลูก"

            "ทำไมต้องทะเลาะกัน"  ลูกสาวผมยังติดใจ

           

ผมต้องหาคำตอบให้ตัวเองบ้าง  ว่าทำไมคนไม่ดีถึงชอบทะเลาะกัน  พวกคนไม่ดีที่โจมตีอิรักนั้น  ทำไมต้องขนอาวุธไปเหมือนกับจะถล่มโลก  ทำให้เด็ก ผู้หญิง และคนแก่เฒ่าต้องสูญเสียอย่างหนัก   ได้รับการปฏิบัติจากคนไม่ดีเหล่านั้นเหมือนผักเหมือนปลา

           

ผมยังติดค้างคำอธิบายให้ลูกสาวเข้าใจความจริง  เพราะผมเองก็กำลังพยายามทำความเข้าใจเรื่องต่างๆ   ที่ทำได้ตอนนี้ก็เพียงแค่ทำให้ลูกคลายความสงสัยลงเท่านั้น  อาจไม่ใช่เพราะคำตอบของผม  แต่คงเป็นเพราะวัยของเธอด้วย  ถึงอย่างไรเด็กก็ยังเป็นเด็ก ไม่นานก็ลืมข้อที่สงสัย หันไปสนใจสิ่งอื่นๆรอบตัว

           

นี่แหละครับ  เลี้ยงลูกไม่ใช่หมูๆเลย  นี่แค่ชั้นอนุบาล  ยิ่งโตขึ้นก็คงยิ่งต้องเหนื่อยขึ้นเรื่อยๆ  แต่ก็ดีเหมือนกัน ที่ลูกทำให้เรารู้ตัวว่ายังโง่อยู่เป็นอันมาก  การหาคำตอบให้ลูก  ก็ทำให้เราได้รู้อะไรมากขึ้น  รู้จักตัวเอง  รู้จักโลกและชีวิตเพิ่มขึ้นอีกต่างหาก

           

นี่ผมโอเวอร์เกินไปหรือเปล่าก็ไม่รู้

                       

           

           

           

           

      

           

           

           


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
หอคอยขอบฟ้า วันที่ : 07/08/2007 เวลา : 10.24 น.
http://www.oknation.net/blog/horizontower

เข้ามาเยี่ยมBlogของพี่แล้ว เห็นภาพประกอบถูกใจมากครับ ขอไปประดับบทกวี"เพลงทุ่ง" นะครับพี่
ความคิดเห็นที่ 3
อะตอม วันที่ : 06/08/2007 เวลา : 23.46 น.
http://www.oknation.net/blog/atom240
 จะชวนมาเที่ยวน่าน วันที่ 6-7 ธันวาคม 51 มาบริจาคของให้เด็กๆด้วยครับ 

แวะมาทัก และ
http://www.oknation.net/blog/atom240/2007/08/05/entry-1/comment#post
ขอความช่วยเหลือเด็กด้วยครับ ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 2
สิริปตี วันที่ : 06/08/2007 เวลา : 23.42 น.
http://www.oknation.net/blog/siripatee

เคยอ่านเจอในหนังสือของอาจารย์ท่านหนึ่งบอกว่าลูกสอนให้เรารู้จักความรัก รู้จักความจริง รู้จักเด็กและรู้จักตัวเอง ลูกคือดวงใจพ่อแม่ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
mesa วันที่ : 06/08/2007 เวลา : 23.38 น.
http://www.oknation.net/blog/sanjorn
สัญจร  อิสรา  ท่องทางอย่างเสรี

ไม่โอเวอร์เลยแม้แต่น้อยค่ะ...ถูกของคุณโกศล บางครั้งคำพูดเล็กๆของลูก เราถึงขั้นต้องตรวจสอบคัวเองทีเดียว ยิ่งอยู่ในวันเรียนรู้ แกก็ยิ่งมีแต่คำถาม ขนาดดิฉันเลี้ยงลูกชายก็ยังเหนื่อยในการตอบคำถามลูก ยิ่งลูกสาวคงจะพูดเก่งคุยเก่งเป็นสองเท่าของลูกชาย

แต่ที่แน่ๆพ่อแม่มีความสุขกับการเลี้ยงดูและการตอบคำถามของลูกค่ะ....
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เหมันต์สัญญา

เพลงรักลูกทุ่ง โดยสัญญา พรนารายณ์

View All
<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31