พิมพ์หน้านี้
|
entry ท่องเที่ยวเมืองกระบี่ กลับมาแล้ว หลังจากร้างไปครึ่งเดือน หวังว่าคงยังไม่ลืมกันนะ.. แบ่งเป็น 3 ตอนเช่นเดิมนะ เพราะภาพสวยๆ เยอะ ไม่อยากจะตัดออกไป ตัดภาพออกแล้วบางทีใจความก็หายไปด้วยก็มี แวดวงกระบี่บ้านเรา สถานที่ท่องเที่ยวมากมาย แล้วแต่จะเลือกไปทางไหน ภูเขาหรือทะเล ให้เท่ห์ก็ไปปีนหน้าผา เหมือนที่เห็นพวกฝรั่งมังค่า เขาชอบกันเหลือเกิน ท่ามกลางอากาศเย็นสบายยามเช้า เราจะพาคุณเดินลงเนินไปยังสะพานท่องเที่ยวริมเขาขนาบน้ำสะพานท่องเที่ยวป่าชายเลน จังหวัดกระบี่ตั้งอยู่บริเวณถนนอุตรกิจ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ จากเส้นทางหลวงหมายเลข 4 ที่นำท่านถึงจังหวัดกระบี่ ให้ท่านถามถึงสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 26 อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง ถ้ามาจากทางจังหวัดตรัง หรือพังงา ที่นี่อยู่ก่อนถึงศาลากลางจังหวัด ถ้าท่านขับรถเลยไป ให้วนย้อนกลับมาประมาณ 2 กิโลเมตร จุดสังเกตคือป้ายขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงปากทางเข้า เอาน่ะ.. ไหนๆ มาถึงกระบี่แล้ว ทางอยู่ที่ปาก รับรองไม่มีหลง กระบี่เมืองน่าอยู่ เพราะมองไปทางไหนก็สดชื่น กับธรรมชาติที่สด เขียวขจีไปทั้งจังหวัด การเดินทางไปติดต่องานของกระบี่ทูเดย์ไม่เคยน่าเบื่อ สองข้างทางมีทั้งป่ายาง และป่าไม้ ภูเขาสูงมาก สูงน้อย ลดหลั่นกันไป ผู้คนก็อัธยาศัยดี สาวกระบี่สวยนะ..ใครไม่เชื่อก็ต้องมาพิสูจน์เอง มาเริ่มต้นรู้จักป่าชายเลนกันก่อนเดินดีกว่า.. ป่าชายเลนหมายถึงสังคมพืชที่ประกอบด้วยพันธุ์ไม้ หลากหลายตระกูล อยู่บริเวณชายฝั่งทะเล ปากแม่น้ำ ทะเลสาบ เกาะหรือ่าว ซึ่งเป็นบริเวณที่มีระดับน้ำทะเลท่วมถึงในช่วงที่น้ำทะเลสูงสุด จังหวัดที่มีป่าชายเลนมากที่สุดในประเทศไทย ได้แก่พังงา 271,628 ไร่ ส่วนจังหวัดกระบี่อยู่อันดับ 4 ของประเทศมีพื้นที่ 224,217 ไร่ ป่าชายเลนเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญ และเป็นที่อยู่สำหรับสัตว์น้ำมากมาย ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลา ชนิดต่างๆ และแน่นอนว่าป่าชายเลนจะต้องมีต้นโกงกาง สะพานท่องเที่ยวป่าชายเลนของสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 26 มาดูแผนที่กันก่อนเดินนะ
เห็นจากแผนที่แล้ว เดินไปเถอะ ยังไงก็ไม่หลง ยกเว้นว๊า... จะหลงรักคนกระบี่ ที่พาคุณเดิน อันนี้ ชมด. ช่วยไม่ได้นะจ้ะ ฮี่ฮี่ ภาพแรกนี้เห็นตั้งแต่ตอนเดินเข้าเลย ดอกไม้งดงามทุกดอก หากเพียงเราจะใส่ใจ เหมือนกันกับสาวๆ สวยเหมือนกันทุกคน โดยเฉพาะคนที่เข้าอ่านแล้วคอมเม้นท์เป็นกำลังใจให้ข้าพเจ้า ตะแลม ๆ ๆ
ภาพนี้ป้ายบอกทาง อยู่ถัดจากอาคารสำนักงานของสถานีพัฒนาฯ ที่ 26 ไปไม่กี่ก้าว ไปกัน..รับรองไม่หลง
ความเป็นมาของที่แห่งนี้ ได้รับผลพวงมาจาก "สึนามิ" เมื่อ 26 ธันวาคม 2547 ที่พัดถล่ม 6 จังหวัดชายฝั่งอันดามัน ซึ่งสึนามินั้นนอกจากได้สร้างความสูญเสียต่อพี่น้อง 6 จังหวัดอันประเมินค่ามิได้แล้ว ยังส่งผลกระทบต่อแนวปะการัง แหล่งหญ็ทะเลและป่าชายเลน บางแห่งแนวปะการังได้รับความเสียหายรุนแรง ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ดังนั้นจึงมีนโยบายการสร้างแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติเพื่อทดแทนสิ่งที่เสียไป กรมทรัพยากรชายฝั่งจึงจัดทำ "โครงการสร้างสะพานเดินท่องเที่ยวในป่าชายเลน ขึ้นมาเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่ประสบภัย ส่งเสริมและสร้างรายได้ให้กับประชาชนผู้ประสบภัยสึนามิ และหวังว่าความรู้ตลอดแนวสะพานท่องเที่ยว จะนำไปสู่การอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยเฉพาะทรัพยากรป่าชายเลนต่อไปในอนาคต
สะพานที่ดูธรรมดา แต่ไม่ธรรมดา เพราะใช้เสา ค.ส.ล. ขนาด 30 x 30 เซนติเมตร คาน ค.ส.ล. ที่มีศูนย์กลาง 50 เซนติเมตร พื้นทำจากไม้เนื้อแข็ง 1" x 4" ทั้งตงไม้และพุกไม้ ทำจากไม้เนื้อแข็งเช่นกัน เอาน่ะ.. น้ำหนักเหยียบร้อยของคนบางคนไม่ใช่ปัญหา มั่นใจได้ และทางกรมฯ ไม่ได้โค่นไม้ใหญ่เพื่อสร้างสะพาน สังเกตได้ชัดๆ จากภาพที่มีการเว้นช่วงไว้ตลอดแนว น่ารักจริงๆ สะพานแบ่งเป็น 3 จุด มีลานสื่อความหมาย 2 จุด และศาลาตรงปลายทาง 1 หลัง..สายลมพัดเย็นฉ่ำ ท่ามกลางอากาศที่เริ่มร้อนระอุขึ้น แสงตะวันเจิดจ้าเสียจนไม้กลางแดดต้องไหวตัวตามลมระริกระเร่า ส่วนคนที่เดินอยู่บนสะพานสบ๊าย..สบาย ภาพแปลงเพาะชำ ต้นโกงกาง
แปลงที่สองเป็นต้นโกงกางที่นำฝักของโกงกางมาปักไว้เรียบร้อยแล้ว
แปลงต่อมา เป็นต้นโกงกางเล็กๆ ที่รอนำไปปลูก
เคยเห็นฝักโกงกางจริงๆ หรือยัง? เคยแล้ว ก็ดูอีกสิ จะเป็นไรไป..(แล้วจะถามทำไมเนี่ย ฮา...)
7-8 ภาพแล้ว เดี๋ยวจะแฮงก์ซะ เพราะเครื่องของข้าพเจ้าโบร๊าณ โบราณ เขียนก็เล่นกันสดๆ ตรงช่องนี้ ประเดี๋ยวได้ร้องเพลงกันหงิงๆ ฉะนั้นเราปิด entry 1 นี้ที่เหงือกปลาหมอก็แล้วกันนะ
เหงือกปลาหมอ เป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่ง จากการสืบค้นข้อมูลในระบบอินเตอร์เน็ตทราบว่า มีทั้งชนิดดอกขาว และดอกม่วง เกิดขึ้นเองตามป่าชายเลน บริเวณปากน้ำ ที่น้ำทะเลขึ้นถึง หรือดินเค็ม ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยก็ปลูกได้ ดอกสีม่วงแบบนี้ พบเห็นได้จากทางภาคใต้เป็นส่วนใหญ่ ส่วนเหงือกปลาหมอดอกสีขาวมักพบเห็นในภาคกลางของไทย ประโยชน์ทางยา ผลของเหงือกปลาหมอ มีรสเผ็ดร้อน รับประทานเพื่อแก้ฝี ขับโลหิตระดู เมล็ดก็มีรสเผ็ดร้อน รับประทานได้ช่วยขับพยาธิ ต้น มีรสเค็ม กร่อย แก้โรคฝีดาษ และฝีทั้งภายนอก ภายใน แก้โรคผิวหนังได้ดี โดยเฉพาะเหงือกปลาหมอขาว เอ้า..กระซิบ เอียงเข้ามาใกล้ๆ สาวๆ ถ้าอยากให้ต้นเหงือกปลาหมอเป็นยาอายุวัฒนะ ให้ตำทั้งต้น คลุกพริกไทยดำในอัตร 2 ต่อ 1 เคล้าน้ำผึ้ง ทำเป็นเม็ดแบบยาลูกกลอนนะจะ สิบอกให้.. ส่วนน้ำที่ได้จากการคั้นใบของเหงือกปลาหมอ เอามาทาศีรษะ บำรุงรากผมได้ แหล่งข้อมูล : เจ้าหน้าที่ประสานงานสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 26 พบกันใหม่ตอนหน้า..
|
| Morning Krabi | ||
เช้าชื่นที่กระบี่ |
||
|
View All |
||
| เพลงเทียนแห่งธรรม | ||
เทียรี่ ลาสเวกัส |
||
|
View All |
||
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||