• drdan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kriengsak@kriengsak.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-11
  • จำนวนเรื่อง : 284
  • จำนวนผู้ชม : 65637
  • จำนวนผู้โหวต : 1627
  • ส่ง msg :
เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
ขอคิดอย่างสร้างสรรค์
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kriengsak
วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม 2551
Park and Ride บรรเทาปัญหารถติด
Posted by drdan , ผู้อ่าน : 174 , 17:20:08 น.   | หมวดหมู่ : สังคม  
พิมพ์หน้านี้




ที่มาของภาพ <http://www.southportforums.com/forums/pics7/ots/x549.jpg>
 
 
           ปัญหาการจราจรที่คับคั่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีต้นเหตุที่สำคัญคือปริมาณรถยนต์ส่วนบุคคลที่มีจำนวนมากขึ้น ในขณะที่ปริมาณพื้นที่บนท้องถนนขยายตัวไม่ทันกับการเพิ่มขึ้นของปริมาณรถ จะทำอย่างไรเพื่อลดปริมาณรถยนต์ส่วนบุคคลไม่ให้มาใช้พื้นที่ผิวจราจรในช่วงเวลาเดียวกันโดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน เช่นในเวลาเช้าและเวลาเลิกงาน เป็นต้น วิธีแก้ประการหนึ่งก็คือ การจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้บริการสาธารณะของระบบขนส่งมวลชน ตั้งแต่รถไฟฟ้า BTS จนถึงรถไฟฟ้าใต้ดิน
 
           ปัญหาที่พบเห็นในปัจจุบันคือ ประชาชนส่วนใหญ่ที่อยู่แถบชานเมือง เขตรอบนอก หรือแม้กระทั่งเขตชั้นในที่ใช้รถยนต์ในการเดินทางอยู่แล้ว แม้ว่ามีความต้องการที่จะจอดรถยนต์ของตนไว้ และใช้บริการของระบบขนส่งมวลชนเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง แต่กลับไม่มีสถานที่สำหรับพักรถหรือจอดรถยนต์อย่างเพียงพอ การเพิ่มจำนวนสถานที่จอดรถเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางด้วยรถสาธารณะจึงน่าจะเป็นหนทางในการลดปัญหาจำนวนรถยนต์ในท้องถนนได้ทางหนึ่ง นั่นคือแนวคิดของระบบ Park and Ride
 
           Park and Ride คือระบบอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ต้องเดินทางเข้ามาทำงานหรือทำธุระอื่นๆ ในเมือง คือการขับรถมาจอดที่สถานที่จอดรถที่จัดไว้ให้ แล้วใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพื่อเข้ามาทำงานหรือทำกิจธุระใดใดก็แล้วแต่ในเมือง เมื่อถึงเวลาเย็นหรือหลังเสร็จธุระก็นั่งระบบขนส่งสาธารณะกลับมาเอารถที่อาคารจอดรถ เพื่อขับรถกลับบ้าน
 
           ระบบ Park and Ride เริ่มขึ้นครั้งแรกในช่วงปี 1960s ที่เมือง Oxford ประเทศอังกฤษ โดยเป็นบริการรถรับส่งระหว่างจุดจอดกับโรงแรมบนถนนสาย A34 โดยให้บริการเพียงแค่บางช่วงเวลา และเปิดบริการเต็มเวลาในปี 1973
 
           อาคารจอดรถ Park and Ride นี้สำหรับต่างประเทศจะเป็นสถานีของระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ ด้วย ซึ่งมักจะตั้งอยู่บริเวณชานเมืองหรือรอบๆ เมืองที่เป็นเมืองใหญ่ เนื่องจากความหนาแน่นของผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าเมือง ที่อาคารนี้จึงให้บริการรถด่วนพิเศษ ที่เรียกว่า Park and Ride Bus เป็นรถขนาดใหญ่ซึ่งมีจำนวนป้ายจอดที่จำกัดและใช้ช่องทางที่ทำให้สามารถเดินทางได้อย่างรวดเร็ว เช่น ช่องทางสำหรับรถบรรทุกผู้โดยสารจำนวนมาก (High-occupancy Vehicle Lane) โดยปกติแล้วบริการรถด่วนนี้จะวิ่งมุ่งหน้าในทิศทางเดียวไปสู่ศูนย์ธุรกิจใจกลางเมืองในช่วงเช้า และวิ่งในเส้นทางตรงกันข้ามในช่วงเย็น ส่วนในช่วงกลางวันจะให้บริการจำกัด สำหรับการจอดรถจะไม่อนุญาติให้จอดข้ามคืน หากเกิดกรณีที่จอดรถไม่พอ อาจใช้วิธีร่วมโดยสาร (Carpool) เพื่อนำรถเพียงคันเดียวไปจอดก็ได้
 
           ระบบ Park and Ride ยังเป็นระบบทางเลือกสำหรับการประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง ผู้ให้บริการขนส่งบางรายได้ใช้ระบบนี้ในการส่งเสริมให้คนใช้หลักปฏิบัติในการขับรถอย่างมีประสิทธิภาพ (Efficient driving practices) เช่น การสำรองที่จอดรถให้กับรถที่ออกแบบมาให้ปล่อยควันดำในปริมาณน้อย (Low emission designs) รถที่บรรจุผู้โดยสารได้มาก (High occupancy vehicles) หรือรถที่มีการโดยสารร่วมกัน (Car sharing)
 
           สำหรับประเทศไทย ระบบ Park and Ride เป็นการให้ความสะดวกในด้านสถานที่จอดรถ โดยจะตั้งอยู่บริเวณเดียวกันกับสถานีรถไฟฟ้า ทั้งระบบรถไฟฟ้า BTS และรถไฟใต้ดิน ส่วนในต่างประเทศนั้นสถานที่จอดรถนี้จะตั้งอยู่ที่สถานีขนส่งสาธารณะ/ขนส่งสาธารณะด่วนระบบอื่นด้วย ส่วน Park and Ride Bus หรือที่รู้จักกันในชื่อ Shuttle bus ได้ยกเลิกการให้บริการไปแล้วในประเทศไทย
 
           ในโครงการระบบขนส่งมวลชนส่วนต่อขยายของกรุงเทพมหานคร สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้กำหนดเงื่อนไขที่กรุงเทพมหานครจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนการประกาศเชิญชวนเอกชนเข้ารับสัมปทาน นั่นคือให้กรุงเทพมหานครดำเนินการจัดหาพื้นที่จอดรถ (Park and Ride) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้รถไฟฟ้า
 
           ปัจจุบันจุดจอดรถ Park and Ride สำหรับรถไฟฟ้า BTS มีอยู่ที่เดียวคือที่สถานีรถไฟฟ้าจตุจักร ซึ่งเป็นลานจอดรถ มีการร้องเรียนถึงปัญหาที่จอดรถไม่เพียงพอ ต้องจอดซ้อนคัน หากโดนชนโดนเฉี่ยวไม่มีคนเหลียวแล ที่จอดไม่มีหลังคา หากฝนตกก็ต้องลุยฝนไปที่รถ สิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หลายคนเมินการใช้บริการขนส่งที่มีความรวดเร็วอย่างรถไฟฟ้า สำหรับรถไฟใต้ดินมีอาคารจอดรถ 2 แห่งและลานจอดรถที่มีพื้นที่ไม่มากอีก 8 แห่ง
 
           สำหรับจุดหลักที่ควรมีการสร้างอาคารจอดรถเพื่อรองรับผู้ใช้รถไฟฟ้าที่อยู่ชานเมืองหรือนอกเมือง ที่ต้องเดินทางเข้ามาในเมืองชั้นในคือ
 
           ·       สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต เนื่องจากเป็นสถานีต้นทางที่มีผู้มาใช้บริการจำนวนมาก ซึ่งมีลานจอดรถอยู่แล้ว แต่ไม่เพียงพอ และต้องเสียเวลาในการหาที่จอด และเสี่ยงต่อการเฉี่ยวชน
 
           ·       สถานีรถไฟฟ้าตากสิน เนื่องจากเป็นจุดเชื่อมต่อการคมนาคมทั้งโดยรถ เรือ และรถไฟฟ้า
 
 
           ·       สถานีรถไฟฟ้าบางนา เนื่องจากเป็นจุดเชื่อมโครงข่ายทางเดินรถจังหวัดภาคตะวันออกและอยู่ใกล้ศูนย์ไบเทค
 
           ·       สถานีรถไฟฟ้าอโศก เนื่องจากเป็นชุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า BTS และรถไฟใต้ดิน ทำให้คนที่อาศัยอยู่ย่านใจกลางเมืองไม่ต้องใช้รถส่วนบุคคล
 
           นอกจากนี้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนที่อาศัยอยู่ในเมืองให้สามารถใช้รถไฟฟ้า ควรมีจุด Park and Ride ตามสถานีย่อยที่เหมาะสมด้วย ตัวอย่างเช่น อาคารเวฟเพลส (Home Pro Plus) บริเวณหัวมุมถนนเพลินจิตและถนนวิทยุที่เปิดให้บริการแล้ว โดยให้บริการที่จอดรถฟรีแก่ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า BTS ในวันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ระหว่างเวลา 06.00-22.00 น.
 
           เมื่อพิจารณามาถึงจุดนี้ การสร้างอาคารจอดรถเพิ่มอาจมีความจำกัดในด้านของกรรมสิทธิ์ในพื้นที่ ที่ต้องมีการเจรจากับเจ้าของกรรมสิทธิ์ก่อน สิ่งที่น่าจะมีความเป็นไปได้คือ การขอความร่วมมือหรือประสานกับภาคเอกชนที่มีพื้นที่ ซึ่งอาจเป็นที่รกร้างหรือไม่ได้ทำประโยชน์ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานีขนส่งเพื่อขอเช่าเป็นสถานที่จอดรถ โดยให้เงื่อนไขในด้านผลประโยชน์ที่จะตอบแทนให้หรือประกาศเกียรติคุณที่ให้กับเอกชน สิ่งที่น่าจะดำเนินการมีดังนี้ 
 
           1.      สร้างที่จอดรถบริเวณถนนสายหลักที่จะเข้ากรุงเทพมหานคร
 
           กรุงเทพมหานครจะเป็นผู้หาพื้นที่ว่างตามบริเวณหน้าด่านของถนนสายหลักทุกทิศทางที่เข้ากรุงเทพมหานคร หลังจากนั้นอาจเข้าไปเจรจากับเจ้าของพื้นที่นั้นเพื่อขอเช่าหรือซื้อ แล้วสร้างเป็นที่จอดรถหรืออาคารจอดรถขนาดใหญ่แล้วแต่ขนาดของพื้นที่หรือปริมาณความต้องการของประชาชนที่จะเข้ามาใช้บริการ โดยกรุงเทพมหานครอาจเรียกเก็บค่าบริการจอดรถในราคาถูกที่ไม่ทำให้ผู้ใช้รถรู้สึกเป็นภาระมากเกินไป วิธีดังกล่าวจะช่วยลดปริมาณจำนวนรถยนต์ที่จะเข้าสู่กรุงเทพมหานครในทุกหัวเมืองได้จำนวนมาก
 
           2.      ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้าที่มีอยู่แล้ว
 
เราสามารถที่จะหาพื้นที่ในการจอดรถระหว่างเส้นทางของระบบขนส่งสาธารณะได้เนื่องจากมีห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ มากมายที่อยู่ระหว่างเส้นทางนั้น ซึ่งในระหว่างสัปดาห์หรือจันทร์-ศุกร์ ปริมาณของผู้มาใช้บริการมีจำนวนไม่มากเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่จอดรถที่ว่างและไม่เกิดประโยชน์สูงสุดในเวลาดังกล่าว ดังนั้น กรุงเทพมหานครจะเข้าไปเจรจาขอความร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า เพื่อขอใช้พื้นที่จอดรถโดยอาจลดภาระภาษีให้กับห้างที่ให้ความร่วมมือ หรือยอมให้เก็บค่าจอดในราคาต่ำแต่กรุงเทพมหานครรับภาระบางส่วน ทั้งนี้เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวหันมาจอดรถที่ห้างและห้างก็ได้รับประโยชน์อีกทางหนึ่งจากการมีผู้เข้าห้างเพิ่มขึ้น
 
           3.      เช่าพื้นที่เอกชนทำพื้นที่จอดรถสำหรับกรุงเทพมหานครรอบใน
 
           กรุงเทพมหานครควรสำรวจพื้นที่ว่างของเอกชนที่อยู่ไกล้กับบริเวณสถานีขนส่งสาธารณะ ซึ่งจะเห็นว่ายังมีพื้นที่อีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้ทำประโยชน์ และหลังจากนั้นกรุงเทพมหานครจะเข้าไปติดต่อเพื่อขอเช่าหรือซื้อพื้นที่ดังกล่าวสำหรับเป็นที่จอดรถ หรือหากพื้นที่นั้นอยู่ห่างออกไปมากก็อาจจัดให้มีบริการรถรับส่ง (Shuttle bus) จากที่จอดไปยังสถานีฯ
 
           ต้นให้ประชาชนและผู้ประกอบในแต่ละพื้นที่มีส่วนร่วมแก้ปัญหาจราจร ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นอันดีในการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหาที่ทุกคนต่างมีส่วนได้ส่วนเสีย เป็นการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่า ทั้งยังเป็นการแบ่งเบาภาระของกรุงเทพมหานครในการบริหารจัดการระบบจราจรภายใต้ความจำกัดในหลาย ๆ เรื่อง ผลพลอยได้จากแนวทางดังกล่าวคือ การสร้างจิตสำนึกของการมีส่วนร่วมแก่คนในสังคมได้อีกทางหนึ่ง 
 
 
* นำมาจากหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันพฤหัสบดีที่  15 พฤษภาคม 2551

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13
drdan วันที่ : 29/05/2008 เวลา : 10.52 น.
http://www.oknation.net/blog/kriengsak

หากผมได้เป็นผู้ว่า กทม ผมจะพยายามทำให้เกิดขึ้นให้ได้ครับ และต้องการการมีส่วนร่วมอย่างสูงจากทุกภาคีครับ ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 12
LEFT-is-RIGHT วันที่ : 23/05/2008 เวลา : 13.39 น.
http://www.oknation.net/blog/LEFT-is-RIGHT

Park and Ride เป็นโซลูชั่น ที่ต้องการความร่วมมือของผู้ใช้รถส่วนตัวทุกคน ซึ่งมีความเป็นไปได้น้อยมาก ที่จะได้ความร่วมมือดังที่ต้องการ ... ผมว่าเราต้องหาวิธีใหม่ในการจัดการกับระบบจราจรปัจจุบัน ใครว่าระบบจราจรต้องมีไฟเขียว ไฟแดงเหมือนอย่างทุกวันนี้ ... ต้องคิดนอกกรอบครับ และ
..และยอมรับฟังความเห็นของผู้ที่คิดนอกกรอบด้วย ครับ..
ความคิดเห็นที่ 11
ลุงต้าลี่ วันที่ : 19/05/2008 เวลา : 22.05 น.
http://www.oknation.net/blog/loongdali

Park and Ride บรรเทาปัญหารถติด เห็นด้วยครับ แต่ ระบบการขนส่งสาธารณะในเมืองไทย เป็นระบบผูกขาดแม้จะเป็นรัฐวิสาหกิจ แต่ไม่ได้เดินรถเองทั้งหมด ใช้รถวิธีรับรถเข้าร่วม รถร่วมก็เลยพลอยได้ประโยชน์จากการผูดขาดนั้นด้วย ไม่เคยมีรัฐบาลไหนกล้าหาญเข้ามาแก้ไข แม้แต่รัฐบาลนี้ ตอนนี้ให้ขึ้นราคาช่วยนายทุนผูกขาดไปอีกแล้วครับ
ความคิดเห็นที่ 10
drdan วันที่ : 19/05/2008 เวลา : 10.30 น.
http://www.oknation.net/blog/kriengsak

ขอบคุณทุกความคิดเห็นดีๆครับ
ความคิดเห็นที่ 9
ประมวล วันที่ : 18/05/2008 เวลา : 23.40 น.
http://www.oknation.net/blog/pramaul

คนไทยรักสบายครับ
อีกอย่าง อากาศบ้านเราก็ร้อน(เห็นด้วยกับ คห.2)
ต่อรถก็ยาก แถมเวลาของรถเมล์ไม่แน่นอนครับ
ผมรอรถไฟฟ้าอย่างเดียวครับ ดาดว่า 5-10 ปีถึงบ้านผม
ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตได้ใช้หรือเปล่าครับ?
อีกอย่างตอนนี้ผมไม่ได้ใช้รถแล้วครับ หันมาใช้ มอเตอร์ไซด์แทน เพราะที่ทำงานอยู่ใกล้บ้าน
ทนแบกรับค่าน้ำมันไม่ไหว ครับ
ความคิดเห็นที่ 8
สราลี วันที่ : 18/05/2008 เวลา : 15.29 น.
http://www.oknation.net/blog/AnuchitIntranum


ผม อนุชิต (เกมส์) อินทรนุ่ม ประธานก่อตั้งยุวประชาธิปัตย์ พัทลุง ขอเชิญเพื่อนๆนักเรียน-นักศึกษา หรือผู้ปกครองที่มีบุตรชาย-บุตรสาวทุกท่านสมัครยุวประชาธิปัตย์ เพื่อร่วมสร้างพัทลุงไปด้วยกัน เพื่อนๆนักเรียน-นักศึกษาต่างจังหวัดสามารถที่จะคอมเม้นต์ได้ ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 7
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 17/05/2008 เวลา : 22.31 น.
http://www.oknation.net/blog/whitaker

ทำอยู่แล้วครับ อาจารย์ จอดเจ้าจากัวร์จอมซดไว้ที่บ้าน ขึ้นรถเมล์หน้าหมู่บ้าน รู้ลึกละอายใจที่ขับรถหนักกว่าเรา20เท่า ไปไหนมาไหนคนเดียว
พอมาใช้บริการรถร้อน เลยได้เรียนรู้พฤติกรรมของคนขับรถเมล์ ว่าหาความสนุกในงานที่น่าเบื่อ ด้วยการขับไล่กันมาสี่ห้าคันทุกสองชั่วโมง ไม่ยอมเข้าเลนช้า ไม่ยอมจอดป้าย เพราะมัวแต่แข่งกันอยู่ คนขับคุยกับประเป๋าตลอดเวลา ว่าคันโน้นออก(จากท่า)ก่อนเรากี่นาที คันนู้นออกหลังเรากี่นาที ทำยังกับแฝดห้าที่ต้องเกาะกลุ่มกันตลอด
สรุปแล้วก็คือ ถ้าพื้นฐานนิสัยคนงานบ้านเรายังเป็นอย่างนี้ ผมไม่น่าเสียสละความสุขส่วนตัว มาทนความร้อนเบียดเสียดและการรอรถเกินกว่าจำเป็นไปชั่วโมงครึ่งครับ...
อ้อ บ้านเราขืนมีPark and Ride จะพบว่ามีคนมาride รถของเราไปตอนpark นะครับ
ความคิดเห็นที่ 6
ทนายแต๊ก วันที่ : 17/05/2008 เวลา : 15.22 น.
http://www.oknation.net/blog/thanyasak
thanyasak

เมื่อประชาธิปัตย์ ต้องสู้กับ "เงา" ทักษิณ

๐ผมเป็นคนปักษ์ใต้ เลยมีพรรคพวกเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์มากหน้าหลายตา บางท่านไม่ได้เป็นสมาชิก แต่ก็เป็นยิ่งกว่าสมาชิก คือเป็นแฟน “พันธุ์แท้”ของประชาธิปัตย์

นอกจากมีพรรคพวกเพื่อนฝูงเป็นสมาชิกพรรค และหลายคนเป็นแฟนพันธุ์แท้ของพรรคเก่าแก่ที่ชื่อว่า "ประชาธิปัตย์" แล้ว นายหัวของผม ซึ่งผมฝากเนื้อฝากตัวเป็นศิษย์ฝึกวิชาว่าความให้ผม เป็นถึงรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คือท่านวิทยา แก้วภราดัย อันเป็นที่เคารพรักของชาวเมืองคอน


ซึ่งปัจจุบันท่านรองวิทยา แก้วภราดัย ทำหน้าที่รัฐมนตรีเงาอยู่ด้วย


ย้อนหลังไปสมัยที่ผมเรียนอยู่ที่รามคำแหง ประมาณ ปี2526-2530 ผมกับเพื่อนพ้องน้องพี่หลายคน เคยร่วมกิจกรรมในนาม "ยุวประชาธิปัตย์" และช่วยรณรงค์เลือกตั้งหลายครั้งหลายครา เดินเข้าออกพรรคนี้เป็นว่าเล่น


สมัยนั้น ที่ทำการพรรคยังคับแคบ รั้วที่ทำการอยู่ติดกันกับบ้านอดีตจอมพลท่านหนึ่ง ซึ่งเรืองอำนาจยุคก่อน 14 ตุลา 16 นั่นแหละ


ถ้าจะว่าไปแล้ว ผมก็แฟนพันธุ์แท้ของพรรคคนหนึ่งเช่นกัน


ฉะนั้นการแสดงความคิดเห็นใดของผมต่อไปนี้ มีหลักประกันว่า ไม่มีทางเลยที่จะมีอคติกับพรรคประชาธิปัตย์ ขอให้แฟนพันธุ์แท้ ชนิด "หลับหู หลับตา เชียร์" อย่าได้ใส่ร้ายผม ว่ามี "อคติ" อย่างเด็ดขาด


เมื่อผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ของพรรคประชาธิปัตย์ ก็ย่อมไม่ชอบ “ไทยรักไทย “ “พลังประชาชน” และพรรคอื่นๆแทบทุกพรรค


ทีไม่ชอบ เพราะมีเหตุผลรวมๆหลายประการครับ เช่น.. พรรคการเมืองอื่นๆ ต่างกับพรรคประชาธิปัตย์ ดังนี้ครับ..


1.เป็นพรรคเฉพาะกิจ เกิดมาเพราะบารมีของหัวหน้าพรรค และดับไปพร้อมความเสื่อมถอยของหัวหน้าพรรค แต่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เคยล้มหายตายจากไปพร้อมหัวหน้าพรรค มีบุคคลกรของพรรค รองรับภาระกิจมาโดยตลอด


2.เป็นพรรคของนายทุน ขุนศึก กล่าวคือพรรคอื่นๆ เกิดมารองรับนายทุน และขุนศึก ศักดินาที่จะมาเล่นการเมือง แต่พรรคประชาธิปัตย์ พัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง คือไม่จำเป็นต้องเป็น “นายทุน” หรือ “ขุนศึก” ก็ไต่เต้าขึ้นเป็นผู้บริหารพรรคได้ ดูท่านชวนเป็นตัวอย่าง พูดง่ายๆ พรรคประชาธิปัตย์ขับเคลื่อนด้วยนักการเมืองอาชีพ ส่วนกลุ่มทุนสนับสนุน ต้องอยู่ข้างหลัง ห้ามนำพรรคเด็ดขาด หากจะเข้ามาบ้าง ก็สามารถรักษาสัดส่วนนักการเมืองอาชีพเอาไว้ได้ มิให้ดูน่าเกลียดจนเกินไป


3.พรรคการเมืองอื่นๆ สื่อสารกับสังคมไม่เก่ง ไม่เครียร์ ดูเสมือนไม่โปร่งใส แต่พรรคประชาธิปัตย์สื่อสารทางการเมืองได้ดีกว่า เมื่อพูดให้สังคมเข้าใจได้ จะผิดถูกอย่างไร ก็มิใช่เรื่องสำคัญ การสื่อสารที่มีเนื้อหาดี แต่อู้อี้ในลำคอจนสังคมฟังไม่รู้เรื่อง ก็ไม่มีประโยชน์ เช่น ท่านพลเอกเชาวลิตรฯ ท่านเป็นคนดี มีความคิดที่เป็นเลิศ แต่พูดกี่ครั้งๆ คนก็ไม่รู้เรื่อง แม้แต่ผมยังไม่ชอบฟังท่านพูดครับ ชอบอ่านที่ท่านเขียนหรืออ่านจากสื่อที่สรุปมาให้อ่านจะดีกว่า


นอกจาก 3 ประเด็นหลัก คงไม่มีอะไรที่ทำให้ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นขวัญใจของผม และของคนอื่นๆอีกด้วย


แต่ปัจจุบัน สังคมเปลี่ยนไป ผู้คนมีการศึกษาเพิ่มมากขึ้น ช่องทางสื่อสารและการรับรู้ของคนมีมากขึ้น ทัศนคติและค่านิยมของประชาชนที่มุ่งหวังต่อนักการเมืองเปลี่ยนไปมาก


ที่สำคัญ.....คู่ต่อสู้ของพรรคประชาธิปัตย์ได้เปลี่ยนไปแล้วครับ


คู่ต่อสู่ของพรรคประชาธิปัตย์ มี 2 อย่าง


1.พรรคการการเมืองฝ่ายตรงกันข้าม ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แต่เดิมพรรคประชาธิปัตย์ มีคู่ต่อสู้บนเวทีการเมือง เป็นพรรค เฉพาะกิจ ไร้ชั้นเชิงทางการเมือง เพราะเป็นประเภท พ่อค้า หรือทหาร ที่อยากมาเล่นการเมือง บางคนพูดไทยยังไม่ชัด บางคนติดยึดกับระบบราชการทหาร กลุ่มการเมืองพวกนี้จึงเป็นได้แค่ "เป้า" ให้ ประชาธิปัตย์ซัดเสียจนอ่วมอรทัย


แต่ปัจจุบัน ...มิใช่อดีต.... ปัจจุบัน ทุนทักษิณ...ร่วมหัวจมท้ายกับทุนใหญ่อื่นๆ พวกนี้นอกจากมีเงินทุนหนาแล้ว ยังพูดไทยชัด พูดภาอังกฤษคล่อง แถมเข้าใจภาษาโลกด้วย ภาษาโลกคือ การบริหารจัดการที่เป็นวิทยาศาสตร์ ครับ มีการตลาด การประชาสัมพันธ์ มีการวิจัย (มิใช่การวิจารณ์นะครับ)


2.ความต้องการของสังคมไทยได้เปลี่ยนไปแล้ว ในอดีต คนไทยส่วนมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ เข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ของปัจจเจกชนได้น้อย ผู้มีอำนาจรัฐและผู้กุมสื่อ จึงตอบสนองให้เฉพาะชนชั้นกลาง และชนชั้นสูง (เนื่องจากมีพลังทางการเมืองที่แท้จริง) คนเหล่าได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ส่วนคนชั้นล่าง แม้ได้รับแบ่งปันโภคทรัพย์ ก็ได้ไปอย่างไม่เป็นธรรม แต่ก็สามารถใช้ความเหนือกว่าตบตาให้เห็นว่าได้จัดสรรไปอย่างเป็นธรรมแล้ว


แต่ปัจจุบัน....สังคมไทยได้เปลี่ยนไปแล้ว ชนชั้นล่างอันต่ำต้อย..ที่เรียกกันว่า “รากหญ้า” ผู้ไม่เคยได้รับแบ่งปันโภคทรัพย์อย่างชนชั้นกลาง และชนชั้นสูงมาก่อน เมื่อทักษิณ ประกาศนโยบายเพื่อคนจน...แม้ในช่วงนั้น จะถูกเย้ยหยันว่าทำไม่ได้ ส่วนประชาชนชาวรากหญ้า แม้จะไม่ค่อยเชื่อว่าจะทำได้จริง(เพราะเคยถูกนักการเมืองหลอกจนชาชิน) แต่เมื่อทักษิณ ทำได้จริง ก็ย่อมได้ใจคนจน


อย่าว่าแต่กาบัตรลงคะแนนให้เลยครับ ตายแทนก็ยังได้ มีให้เห็นกันแล้วมิใช่หรือ ก็ลุงไพรวัลย์ นวมทอง เท็กซี่ผู้ไม่ยอมค้อมหัวให้กับรถถังไงครับ ความศัทธ่าทางการเมืองเช่นนี้ จะหาได้ที่ไหน? ที่เห็นๆ เมื่อจนตรอกก็วิ่งหางจุกตูดกันทั้งนั้น


อย่าลืมว่า คนจนทั้งหลาย เขาจนแต่เงินนะครับ แต่เขารู้ว่า......รัฐบาลทุกยุค ใช้เงินไปกับการกลบหนี้เน่าของสถาบันการเงิน ซึ่งคนโกงแบงค์ และได้ประโยชน์ มิใช่ชาวรากหญ้า


คนจนรู้ว่า....รัฐบาลทุกสมัย ใช้เงินไปกับโครงการขนาดใหญ่ ที่ผู้ได้รับประโยชน์ เป็นกลุ่มทุนการเมือง และพวกพ้องในชนชั้นสูง ผู้รับเหมาอะไรทำนองนั้นแหละ ชาวรากหญ้าหาได้ประโยชน์ใดไม่


เมื่อทักษิณ หยิบยื่นเครื่องชูชีพให้คนใกล้จมน้ำตาย แม้จะไม่ดีพอ ก็ยังดีกว่าจมน้ำตายไปต่อหน้าคนรวยๆ


เมื่อคนจนชอบทักษิณ....ก็เกิดปัญหา2 ประการ


1.จะยุบพรรคการเมืองที่ชื่อ “ไทยรักไทย” ก็ต้องมีพรรค “พลังประชาชน” จะยุบ “พลังประชาชน” ก็ต้องมีพรรค “พลังราษฎร” จะยุบพรรค “พลังราษฎร” ก็มีพรรค “พลังคนจน” จะยุบพรรคการเมืองไหนซักกี่พรรค กลุ่มการเมืองที่ชาวรากหญ้าเลือก ต้อง เป็นพรรค ที่อยู่ภายใต้ร่มเงา ทักษิณ จะขัง 111 นักการเมือง ก็ย่อมมีทายาทรุ่น 2 จะขังทายาทรุ่น 2 ก็ย่อมมีรุ่น 3


นี่มิใช่เพราะเหตุใด นอกจาก การประจบรวมกันของ 3 ประสาน 1.มีทุนใหญ่ 2.มีนโยบายต้องใจ 3.มีการบริหารจัดการแบบใหม่(การจัดองค์กรแบบใหม่) คือการเป็น “เจ้าของพรรค”โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เล่น ก็เหมือนกับการเป็นเจ้าของทีมฟุตบอล โดยไม่จำเป็นต้องเล่นฟุตบอลเป็น


2.ความแตกแยกในสังคม อันเหตุมาจากชนชั้นสูง และชนชั้นกลาง เริ่มได้รับส่วนแบ่งด้านเศรษฐกิจน้อยลง อีกทั้งชนชั้นสูง และชนชั้นกลางที่อยู่นอกกลุ่มทักษิณ เสียพื้นที่ทางการเมือง ไร้ที่ยืน ถูกทอนอำนาจ ถูกลดความสำคัญลง ปัญหาความแตกแยกจึงเกิดขึ้นให้เห็นอยู่ในปัจจุบันและในอนาคต


สำหรับพรรคฝ่ายค้านสำคัญอย่างประชาธิปัตย์ ก็อย่างรีบถอดใจว่าจะเป็นฝ่ายคานไปนานแสนนาน อย่าได้กลัวเป็นฝ่ายค้าน เพราะการเป็นฝ่ายค้านมีโอกาสสร้างผลงานให้พรรค แต่ที่ต้องตระหนักคือ ประเด็นในการทำหน้าที่ฝ่ายค้านควรเปลี่ยนไปด้วย หากยังหยิบประเด็นหยุมหยิม ไม่อาจทำร้ายความ "มหึมา"ของกลุ่มทักษิณได้


ประเด็นการค้านจึงต้องอยู่บนพื้นฐานที่ถูกต้อง เป็นจริง เป็นประโยชน์กับประชาชนโดยส่วนรวม


โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การดึงสถาบันเบื้องสูง อันเป็นที่เคารพบูชาของคนไทยทั้งชาติ เป็นสถาบันที่ทุกคนยอมรับโดยพฤตินัยและโดยกฎหมาย มาเป็นประโยชน์ทางการเมือง ไม่บังควรอย่างเด็ดขาด หากมองด้วยสายตาที่เป็นธรรมแล้ว ผมเชื่อว่า ไม่มีคนไทยคนไหนจะคิดร้ายต่อสถาบันหลักของชาติอย่างแน่นนอน


ฉะนั้นในยุคนี้ การดึงเอาสถาบันอันเป็นที่เคารพสูงสุดของคนไทย มากล่าวหาทางการเมือง เป็นเรื่องไม่บังควรอย่างยิ่ง


หากสงสัยว่ากรณีใดเป็นการทำผิดกฎหมาย ก็ไปร้องทุกข์กับตำรวจ ให้นำคดีไปสู่ศาลยุติธรรมจะเป็นประโยชน์และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย


ประเด็นการค้านจึงควรเป็นเรื่อง ความไม่ชอบมาพากลในการบริหาร หรือการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพ ก่อผลร้ายต่อเศรษฐกิจ สังคม ต่างหาก ที่สำคัญควรเสนอทางออกที่เหนือกว่าวิธีการบริหารของรัฐบาลควบคู่ไปด้วย มิใช่มุ่งให้รัฐมนตรีคนหนึ่งคนใดต้องติดคุก หน้าที่ดังกล่าวเป็นเรื่องของตำรวจ อัยการ และศาลยุติธรรม


ท่านเชื่อหรือไม่ว่า หากนายจักรภพ เพ็ญแข ติดคุก จะมีคนอย่างจักรภพ ที่ทักษิณปั้นเสกขึ้นมาใหม่ได้อีกหลายร้อยหลายพันคน


การต่อสู้กับพรรคการเมืองภายใต้ร่มเงาของ “ทุนทักษิณ” จึงต้องมียุทธศาสตร์ใหม่


นี่ขนาดต่อสู้กับเงาทักษิณยังเหนื่อยขนาดนี้ หากทักษิณออกมาจาก "ขวด" เลขที่ 111 ได้ จะเหนื่อยกันขนาดไหน
ความคิดเห็นที่ 5
รัตน์ใบขวาน วันที่ : 17/05/2008 เวลา : 13.07 น.
http://www.oknation.net/blog/khonthook
กลุ่มวรรณกรรมใบขวาน - www.esanstate.com 

ขุด ๆ - ถม ๆ

สวัสดีครับ
ความคิดเห็นที่ 4
lastman วันที่ : 16/05/2008 เวลา : 17.55 น.
http://www.oknation.net/blog/lastman

ขอถอนใจดังดัง ให้ก้องไปทั่ว
ความคิดเห็นที่ 3
Supawan วันที่ : 16/05/2008 เวลา : 17.44 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan


ความคิดเห็นที่ 2
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 16/05/2008 เวลา : 17.42 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

คนไทยรู้ แต่ไม่ทำหรอกครับ..
ซื้อรถแล้วไม่(ให้)ขับ มีหรือที่คนไทยยอม
แถมนั่งรถเมล์ เสียเกียรติจะตายไป ..
ความคิดเห็นที่ 1
yeen วันที่ : 16/05/2008 เวลา : 17.28 น.
http://www.oknation.net/blog/mtp
ปิดทองหลังพระ  ดีกว่าไม่คิดจะปิดทอง  ตายไม่เก็บ เจ็บไม่ส่ง ประสานงานเรียกรถกู้ภัย รถพยาบาลอย่างเดียว   เพิ่มเติมที่   http://www.mittraphapteam.com 


เป็นแนวทางที่ดีครับ แต่จะทำได้มากน้อยแค่ไหน ???
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

รายการอยู่สบาย

รายการอยู่สบาย

View All
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31