พิมพ์หน้านี้
|
ไม่แน่ใจว่าเคยเขียนลงไปหรือยัง ถ้าเขียนไปแล้วก็ถือเป็นการทบทวนแล้วกันนะครับ เนื่องจากผมเรียนหลายที่เลยมีวิธีการที่หลากหลาย โดยส่วนตัวผมคิดว่าดีเพราะผมจะได้ไม่ยึดติดกับตำราใดตำราหนึ่ง ผมเอาหลักของที่ต่างๆมาประยุกต์ใช้กับตัวเอง โดยไม่ทิ้งความเป็นตัวของตัวเองในการทำงาน แฮ่ะๆแต่ก็ไม่ดังซ๊ากกะที มาเริ่มเลยดีกว่าครับ การเขียนบทคือ การสื่อสารระหว่าง เรา(คนเขียนบท) กับทีมงาน เพื่อให้ทีมงานทำตัวหนังสือของเราออกไปเป็นภาพให้เข้าใจ (2 ชั้น) ต่างจาก-การเขียนหนังสือ (นิยาย เรื่องสั้น ฯลฯ) เป็นการสื่อสารระหว่าง เรา(คนเขียน) กับคนอ่านโดยตรง แหล่งที่มาของเรื่อง (Story sources) 1) หนังสือพิมพ์ มีหนังหรือละครหลายเรื่องที่ได้แรงบันดาลใจจากข่าว (ระวัง อย่าใช้ชื่อคนที่เป็นข่าว จะโดนฟ้องเอาได้) เมื่อเราอ่านแล้วจะรู้สึกอย่างนี้ 1.1 อ่านข่าวแล้วข่าวนั้นสร้างความอยากรู้ต่อ เช่น อ่านพาดหัวแล้วอยากเปิดด้านใน 1.2 อ่านแล้วเกิดภาพชัดเจน เกิดเป็นภาพตามในหัวเลย 1.3 อ่านแล้วเกิดอารมณ์ร่วมหรือเปล่า เช่น สนุกกับมัน เศร้ากับมัน รันทด สงสารหรือมีลุ้นต่อไป...ฯลฯ 1.4 อ่านแล้วเกิดความขัดแย้ง เช่น คดีห้างทอง ที่ตำรวจบอกผลมาว่า เป็นการฆ่าตัวตาย แต่เรากลับสงสัยว่าจริงหรือ หรือมีคนฆ่ากันแน่ หรือสงสันน้องชายที่อยู่ในที่เกิดเหตุ 1.5 อ่านแล้วทำให้หยุดอยู่กับข่าวนั้นหรือเปล่า 2) ห้องสมุด มีเรื่องแปลกๆในนี้เยอะ 3) สร้างเรื่องจากตัวละคร เช่น ถ้าเราเห็นใคร หรือนึกถึงใครแล้ว ลองเปลี่ยนสถานการณ์ หรือลองนึกสถานการณ์ว่า จะเป็นอย่างไรถ้าเขา...........(ใช้สูตร What .......if .?) 4) ประวัตชีวิต ทั้งของตัวเองหรือคนอื่น ยิ่งเรื่องของเราๆจะทำได้ดี เพราะรู้ดีที่สุด 5) สมุดโน๊ต (Diary) ของเราเอง บางทีนึกไม่ออก ก็กลับไปเปิดสมุดบันทึกดู เพราะเราจะเขียนเรื่องที่กระทบใจในแต่ละวันไว้ 6) เรื่องเก่าเล่าใหม่ (Recycle) มักจะเป็นนายทุนที่ชอบทำ เช่น นางนาก ดาวพระศุกร์ แต่ควรทำในมุมมองใหม่ หรือในมุมมองของเรา ที่มักจะชอบเรียกว่า ตีความใหม่ 7) เขียนเรื่องเกี่ยวกับคนในครอบครัว 8) ประเภทของเรื่อง หรือชนิดของเรื่อง Genres (อ่านว่า ชองเร่ เป็นภาษาฝรั่งเศส บางตำราอ่านว่า จอนร่า ) 8.1 Fish out of Water เป็นเรื่องประเภทคนจากที่หนึ่งต้องไปอยู่ในที่ๆไม่ควรอยู่ เช่น Sister Act เรื่องให้พยานไปปลอมตัวเป็นแม่ชี หรือพวกเรื่องปลอมตัวทั้งหลาย เช่น หงษ์ฟ้ากับสมหวัง ที่เอาพยานไปเป็นนักร้องวงลูกทุ่ง 8.2 Coming out of Age ประเภทช่วงเปลี่ยนของวัย เช่น เรื่องของเด็กที่กำลังจะโตเป็นผู้ใหญ่ หรือคนแก่ที่ต้องเผชิญชีวิตหลังเกษียณ 9) เขียนจากนักแสดงที่ชื่นชอบ เช่น สายลมแสงดาว เลือกมาช่ากับปีเตอร์ก่อน แล้วค่อยคิดเรื่อง 10) เขียนจากคนในประวัติศาสตร์ หรือตัวละครในวรรณกรรม เช่น ปลายเทียน ปมไหม (เรื่องของจิม ทอมป์สัน ราชาผ้าไหมไทย) เจ้าสัวสยาม สุริโยทัย ไกรทอง นางนาก 11) เขียนจากสถานที่ เช่น Notting Hill, blue lagoon, ER, เหตุเกิดที่สน. ปุลากง สะพานรักสารสิน รักเกิดในตลาดสด 12) เขียนจากเทพนิยาย หรือนิทานปรัมปรา เช่น Star Wars ได้เรื่องมาจาก แจ็คผู้ฆ่ายักษ์ หรือPretty Woman ได้เรื่องมาจากCinderella 13) เขียนภาคก่อน หรือภาคต่อ จากเรื่องที่มีอยู่แล้ว (Prequel+Sequel) 14) เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ เช่น 14ตุลาฯ บางระจัน นิราศสองภพ คือเอาตัวละครใส่ไปในประวัติศาสตร์ 15) ได้เรื่อหรือเขียนจากภาพ เช่น ภาพข่าว ภาพศิลปะ ภาพถ่าย ภาพวาด ฯลฯ 16) เขียนจากทีวีหรือวิทยุ เช่นได้เรื่องจากรายการพวก สัมภาษณ์ต่างๆ หรือพวกTalk show หรือแม้แต่เกมส์โชว์ สารคดี ฯลฯ 17) ลองตั้งคำถามกับตัวเอง (What ..if ..?) จะเป็นยังไงถ้า........... นักเขียนบทควรเป็นคนที่ชอบตั้งคำถามกับสิ่งรอบตัว หรือเป็นคนขี้สงสัย 18) เขียนจากแรงบันดาลใจจาก เพลงหรือดนตรี 19) ได้ดูการแสดงต่างๆ เช่น คอนเสิร์ต หรือการแสดงอื่นๆ 20) ทุกอย่างรอบตัว ทุกอย่างที่เราพบเห็นและเจอะเจอ |
| << | มิถุนายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |