พิมพ์หน้านี้
|
นี่ไงครับที่ผมเคยบอกไว้ว่าอีกไม่นานวงการละครทีวีจะเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด ดีใจครับที่เห็นโพลของเอแบคแสดงผลออกมาว่าคนกรุงเทพฯต้องการดูละครแบบไหน แต่ควรจะสำรวจความเห็นของคนต่างจังหวัดและครอบคลุมทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็น การศึกษา อาชีพ ฯลฯ ก็น่าจะดีกว่านี้ ในฐานะคนทำงานผมเองก็อยากทำงานที่สามารถเอาไปโอ้อวดเป็นเกียรติประวัติกับวงศ์ตระกูลได้ (อุดมการณ์มันก็จ่ายค่าข้าวไม่ได้ซะด้วยสิ) 555 แต่ผมก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่า ถ้าต่อไปเมืองไทยในทีวีของเราใสสะอาดแล้ว สังคมนอกจอจะดีขึ้นจริงหรือไม่? เมื่อวานผมดูข่าวระเบิดที่ยะลา ทั้งทีวีหนังสือพิมพ์เสนอภาพตำรวจถูกไฟลุกครอกกันโจ๋งครึ่ม ผมเห็นข่าวครูหลอกเด็กไปค้างบ้านเพื่อให้เพื่อนครูมาข่มขืน ผมเห็นข่าวพ่อข่มขืนลูกจนลูกหนีไปอยู่กับญาติแล้วก็โดนข่มขืนอีก ผมเห็นข่าวเล่ห์กลการเมืองต่างๆ เห็นการช่วงชิงอำนาจในบ้านเมือง ฯลฯ เหล่านี้ล้วนไม่มีในละครทีวี (เพราะเราเสนอไม่ได้ว่ามีข้าราชการหรือนักการเมืองขี้โกง หรือบางอาชีพก็แตะต้องไม่ได้ ที่สำคัญหลายข่าวที่ปรากฎมันซับซ้อนจนคนทำงานหนังงานทีวียังคิดไม่ได้ บางข่าวหักมุมกันหงายหลังไปเรยยยย!!!) ผมอยากจะฝากผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเราว่า พวกท่านกำลังหลงทางอยู่หรือเปล่า ท่านคิดว่าการที่ประชาชนไม่เห็น แปลว่าไม่มีใช่ไหมครับ มองอีกมุมละครดีๆหลายเรื่องไม่มีคนดู จนผู้ผลิตกับสถานีแทบถอดใจ ในขณะที่ละครตบๆตีๆด่าๆกลับได้รับความนิยม มันสะท้อนอะไรบางอย่างที่รัฐบาลควรนำกลับมาคิดเพื่อแก้ไขหรือเปล่า? หรือแค่จะห้ามฉายละครประเภทนี้แล้วปัญหาจบ การที่ละครทุกเรื่องจบด้วยคนทำชั่วต้องรับกรรม นางร้ายไม่เคยสมหวัง ผู้ร้ายติดคุกหรือถึงชีวิต แต่เด็กไทยกลับเลือกที่จะทำตามพฤติกรรมตัวร้ายทั้งๆที่ตัวละครหลักเป็นตัวดี มันสะท้อนอะไรให้รัฐบาลคิดหรือเปล่าครับ? พ่อแม่เด็กเหล่านี้อยู่ที่ไหน ทำไมไม่แนะนำลูก หรือพ่อแม่และคนรอบข้างของพวกเขาทำเสียเอง??? หลายหนที่ผมเห็นพ่แม่ผู้ปกครองไทยโทษ ทีวี หนังสือพิมพ์ สังคม เพื่อน และการเอาใจใส่ไม่เพียงพอของครูต่อบุตรหลาน แต่ไม่ค่อยเห็นพ่อแม่โทษตัวเองว่าเลี้ยงลูกไม่ดี ไม่มีเวลาอบรมสั่งสอน มีแต่โทษสิ่งรอบข้างว่าทำให้ลูกเป็นแบบนั้นแบบนี้ แล้วเด็กที่เขาเติบโตมาเป็นคนดีของสังคม ตั้งใจเรียน แสดงว่าพวกนั้นคงไม่ดูทีวี ไม่อ่านข่าว ไม่เคยเจอสิ่งเลวร้ายเลยใช่ไหมครับ? หรือว่าเขาก็เจอ เขาก็ดู แต่เขาคิดเป็นโดยตัวเอง ไม่ต้องมีพ่อแม่สั่งสอนใกล้ชิดงั้นสิครับ? ผมอยากรู้จังว่าถ้าคนไทยมีระดับพื้นฐานการศึกษาขั้นต่ำเท่าคนเยอรมัน อังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลี อเมริกา นางร้ายเราจะแสดงออกด้วยการกรี๊ดๆๆๆ ตบๆๆๆหรือเปล่า และถึงมีคนกล้าทำละครแบบนี้ผมก็อยากรู้ว่าจะมีคนดูหรือ? พฤติกรรมกรี๊ดๆกับตบๆจะเป็นที่ยอมรับหรือเปล่า? ที่เขียนมาทั้งหมดไม่ได้ตั้งใจจะเป็นอริกับใครนะครับ แต่อยากเห็นรัฐบาลและพ่อแม่เด็กแก้ปัญหากันที่ต้นเหตุ เพราะโดยส่วนคนทำงานอย่างผม (คิดว่าคนทำงานคนอื่นก็เหมือนกัน) ผมก็อยากทำละครดีๆมีคนชม ไม่ใช่เดินไปไหนก็เห็นแต่คนด่าละครเรา แต่ผมกลัวว่าทีวีจะเป็นตัวปัญหาปลายเหตุ เพราะถ้าแก้ปัญหาจากละครทีวีได้แล้วข้าราชการไม่โกง แก๊งค์มอเตอร์ไซค์ซิ่งไม่มี คนไทยขับรถเป็นระเบียบไม่แซงไม่แย่งเลนกัน ยาเสพติดหายไปจากประเทศ ก็คงจะดีมาก แต่ว่าการห้ามๆๆๆจะเป็นยาวิเศษณ์ให้คนไทยได้ไหม? แล้วถ้ามาตราการนี้ได้ใช้ ต่อไปพ่อแม่กับรัฐบาลจะปลูกฝังกระบวนการคิดให้เป็นให้กับเด็กอย่างไร? หรือจะต้องหันไปหาเรื่องใหม่ๆมาห้ามๆๆๆอีก อยากฝากผู้ใหญ่ในบ้านเมืองช่วยดูตรงนี้ด้วยครับ เพราะอย่างกฎหมายห้ามค้าประเวณี แต่อาบอบนวดเป็นสถานประกอบการที่ถูกกฎหมายนี่ก็น่าจะห้ามบ้างไหม? การแทงม้าเป็นการพนันหรือไม่ (ผมสงสัยแต่เด็กแล้ว) และอีกหลายอย่างที่เด็กๆของเราต้องเจอตอนก้าวขาออกจากบ้านก็น่าห้ามนะครับ ปล. ตอนนี้พวกผมก็ยังรอการจัดเรทติ้งสำหรับภาพยนตร์ที่ฉายทางโรงด้วย เพราะเรียกร้องกันมานาน แต่รัฐไปจัดให้ทีวีอย่างเดียว ถ้าความคิดเห็นผมไม่ถูกใจใครก็ขออภัยล่วงหน้าแล้วกันนะครับ |
| << | กรกฎาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | ||||