พิมพ์หน้านี้
|
มาตามสัญญาครับ ช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ สบาย ๆ ผมจะพยายามหาเรื่องเล่าที่น่ารู้น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟัง เมื่อคราวที่แล้ว ผมได้พูดถึงเรื่อง "ทองแดง..แพงที่สุดในโลก" ไปแล้ว มาวันนี้ จะขอเล่าเรื่อง "ดิน" ที่ (โคตร) แพงที่สุดในโลกบ้างนะครับ... และที่น่าอเมซิ่งมาก ก็คือว่า..ดินแพงที่สุดในโลก ที่ผมกำลังจะพูดถึงนี้ ก็อยู่ในเมืองไทยอีกเช่นกันครับ ! ดินโคตรแพงที่ว่า นั่นก็คือ..1 ในพระเครื่องชุดเบญจภาคี ที่วงการยกให้เป็น "จักรพรรดิ" หรือเป็น "ที่ 1" หรือเป็น "ที่สุด" ของพระเครื่องเมืองสยาม คือ..วัตถุมงคลที่มีชื่อเรียกขานกันว่า..พระสมเด็จวัดระฆัง นั่นล่ะครับ ! จะว่าไปแล้ว การจะไปเรียกว่า "ดิน" ที่แพงที่สุดในโลกก็คงไม่ถูกนัก เพราะอันที่จริงแล้ว พระสมเด็จวัดระฆัง ไม่ได้ทำจากดินหรอกนะครับ แต่ทำขึ้นมาจากผงวิเศษต่าง ๆ ที่เจ้าประคุณสมเด็จโต วัดระฆัง ได้รวบรวมเอาไว้ กว่าจะได้แต่ละอย่าง แต่ละชนิด ล้วนยากลำบาก ต้องผ่านกรรมวิธีมากมายในการจัดสร้างวัตถุมงคลให้เข้มขลังเชื่อถือได้ ตามแบบโบราณ เอาไว้ตอนต่อๆไป ผมจะค่อย ๆ เล่ารายละเอียดให้ฟังนะครับ แต่ถ้าจะเป็นดินที่ (โคตร) แพงที่สุดในโลก น่าจะเป็นพระรอด กรุวัดมหาวัน จ.ลำพูน ซึ่งก็เป็น 1 ใน 5 เบญจภาคี ซะมากกว่า เพราะพระรอดลำพูน ทำจากดินในสมัยโบราณ ยุคพระนางจามเทวี ล่าสุด พระรอดเนื้อดินองค์เล็กๆ แค่ประมาณปลายนิ้วก้อย มีการซื้อขายกันในสภาพสวยๆ ถึงองค์ละ กว่า 12 ล้านบาท ! ดินแพงขนาดนั้น มีจริงหรือ ? ใครยังไม่เชื่อ ถ้ามีโอกาสเจอ เสี่ยหนู-อนุทิน ชาญวีรกูล อดีต รมต.ยุคไทยรักไทย ลองถามเสี่ยหนูดูเอาเองก็ได้โยม...แล้วห้ามทำตาค้างนะจะบอกให้ ! ย้อนกลับมาที่เรื่องดิน..เอ้ย "ผง" ที่แพงที่สุดในโลกกันต่อดีกว่า ยิ่งประวัติผู้สร้างพระสมเด้จวัดระฆัง ก็ยิ่งน่าสนใจใหญ่ เพราะสมเด็จโตฯ ผู้สร้างตำนานสมเด็จวัดระฆังนั้น เป็นคนๆเดียวกันกับที่เราเคยอ่าน หรือเคยดูในหนังเรื่องแม่นาคพระโขนง ที่มีพระสงฆ์แก่ๆรูปหนึ่ง เดินทางมาพร้อมกับพระผู้ช่วย เพื่อปราบวิญญานสุดเฮี้ยนของนางนาคพระโขนง จนสิ้นฤทธิ์ พระที่ไปปราบแม่นาคจนอยู่หมัดในคราวนั้น ก็คือ..สมเด็จโตองค์นี้แหละ
บางตำนานยังระบุด้วยว่า..หลังจากปราบวิญญานนางนาคได้แล้ว สมเด็จโตยังได้นำกระดูกบริเวณหน้าผากของแม่นาคติดตัวไปด้วย นัยว่าเป็นการสะกดดวงวิญญานนางนาคไม่ให้ออกมาอาระวาดอีก นับแต่บัดนั้น ผีนางนาคก็ไม่เคยมาปรากฏกายหลอกหลอนใครอีกเลย เหตุเกิดในสมัย ร.5 เมื่อซัก 100 กว่าปีมาแล้วครับ...
ส่วนกระดูกหน้าผากแม่นาคนั้น ต่อมาได้ตกทอดไปถึงกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ แต่บัดนี้ ไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัดว่า..อยู่ในความครอบครองของผู้ใด แต่คำถามใหญ่สุด คือ กระดูกหน้าผากแม่นาคที่ว่ากันนั้น มีอยู่จริง หรือไม่ ? เห็นมั้ยล่ะ แค่เริ่มต้นตำนานสมเด็จวัดระฆัง ก็น่าสนใจซะขนาดนี้แล้ว ตอนต่อๆไป จะแซ่บขนาดไหน..(ขอคุยหน่อยเหอะ..ฮ่าๆ) วันอาทิตย์นี้ หลังจัดรายการก๊วนข่าวฯตอนเช้าที่ช่อง 3 แล้ว ผมมีนัดกับท่านสวัสดิ์ โชติพานิช อดีตประธานศาลฏีกา ซึ่งผมขอยกให้ท่านประธานชมรมพระเครื่องคุยเพลิน ก็จะมีการนัดมวลหมู่สมาชิกไปพูดคุยเรื่องพระเครื่องเพลินๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จิบกาแฟกันไป คุยเพลินกันไป ทั้งเรื่องพระเครื่อง เรื่องศิลปวัฒนธรรม บางทีก็แฉล่บไปเรื่องการบ้านการเมืองบ้าง ฮ่า ๆ นอกจากท่านสวัสดิ์ และเซียนกิตติมศักดิ์ในชมรมแล้ว ก็จะมีผม และพรรคพวก และคราวนี้ ก็จะมีคุณโชค บูลกุล CEO หนุ่มไฟแรงจากฟาร์มโชคชัย ไปนั่งคุยเพลินกันด้วย งานนี้ ชมรมฯเรา ได้เชิญเซียนใหญ่ ที่เชื่อถือ และไว้ใจได้ มาให้ข้อมูลความรู้ เรื่องสมเด็จวัดระฆัง และเบญจภาคีด้วย ผมก็เตรียมเรื่องดินแพงที่สุดในโลกเอาไว้แล้ว ที่จะไปถามไถ่ผุ้หลักผู้ใหญ่ที่มีความรอบรู้เชี่ยวชาญ ก่อนที่จะนำมาเล่าต่อให้แฟน ๆ บล็อกกฤษณะได้รู้ลึก และรู้จริง เพราะเท่าที่ผมตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ก็ได้ข้อมูลที่ยังไม่ตรงกันนัก บางที เซ๊ยนก็พูดไม่ตรงกัน อาจจะหลงลืมไปบ้าง ตามกาลเวลา ผมก็เลยต้องขอตรวจสอบให้รอบด้านรัดกุมหน่อย เพื่อข้อมูลจะได้ไม่ผิดพลาดจริง ๆ เพราะบางคน ก็บอกว่า..พระสมเด็จฯที่มีการซื้อขายกันแพงที่สุดในโลกนั้น เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมานี่เอง โดยมีนักการเมืองชื่อดัง ชื่อย่อ ม. นามสกุล พ. เป็นอดีตหัวหน้าพรรค และอดีต รมต. และ ส.ส.หลายสมัย ไปบุกมาจากรังเซียนใหญ่ ในราคา 45 ล้านบาท ! โดยการซื้อขายครั้งนี้ เป็นการซื้อขายทีเดียวพร้อมกัน 2 องค์นะครับ องคืแรก ผมได้ข้อมูลมาตรงกัน คือ เป็นพระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ องค์สวยแชมป์ ราคา 30-35 ล้าน ส่วนอีกองค์ ที่ราคา 10-15 ล้านบาทนั้น ข้อมูลยังไม่ตรงกัน เพราะเซียนใหญ่บางคนก็ว่า..เป็นพระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เกศบัวตูม แต่เซียนรุ่นเก๋าบางคนก็บอกว่า..เป็นพระซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ อีกเรื่องที่น่าสนใจ ที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องดิน เอ้ย.."ผง" ที่โคตรแพงที่สุดในโลก คือ..พระสมเด็จวัดระฆัง องค์ที่อดีตเจ้าพ่อเมืองหลวง "แคล้ว ธนิกุล" อมเอาไว้ในปาก ในวันที่ถูกทีมเพชรฆาตถล่มด้วยห่ากระสุนสารพัดจนดับดิ้นในเดือนเมษายน ปี 2534 นั้น บัดนี้ พระสมเด็จฯ องค์ประวัติศาสตร์เจ้าพ่อ องค์นั้น ไปอยู่ในมือใคร ? ล่าสุด ผมลองเช็คข่าวไปตามสายข่าวต่าง ๆ ได้ข้อมุลมาแล้วว่า ได้มีการปล่อยเปลี่ยนมือไปจากญาติเจ้าพ่อแคล้วแล้ว เมื่อหลายปีก่อน กระทั่ง วิ่งไปถึงรังใหญ่ของนักธุรกิจใหญ่ ในราคา 12 ล้านบาท ! อาทิตย์นี้ น่าจะได้ความกระจ่างชัดเจนมากขึ้นจากวงสนทนา แล้วอาทิตย์หน้าบล็อกเกอร์กฤษณะ จะมาเล่าให้ฟังต่อนะครับ ห้ามพลาดเชียวล่ะ... -----------------(จบข่าว ตอน1) |
| เพลงกฤษณะล้วงลูก | ||
เพลงกฤษณะล้วงลูก |
||
|
View All |
||
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||