วันพุธ ที่ 11 มิถุนายน 2551
ก๊อบเค้ามา : นักศึกษาแฉ...ได้รับเงินจากพันธมิตร
Posted by
LawlyDreamt
,
ผู้อ่าน : 128
, 15:43:36 น.
พิมพ์หน้านี้
|

เอามาจากลิ้งค์ข้างล่างนี่แหละครับ ส่วนท่านผู้อ่านจะเชื่อหรือไม่นั้น สุดแต่วิจารณญาณ แต่หากท่านใดที่มีโอกาสแวะไปที่มหาวิทยาลัยราชดำเนินเสมอๆ คงคิดเช่นผมว่า บรรยากาศแบบนี้...มีโอกาสเกิดขึ้นได้...อย่างไม่น่าแปลกใจ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดครับ ลองอ่านดูก่อน... http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1115345 นศ.แฉ ... ได้รับเงินจากพวก พันธมิตร
อ่านแล้ว ใช่เลย!....ก็ ขอให้เชื่อว่าเรื่องที่เขียนให้อ่าน เป็นเรื่องจริง อ่านแล้วไม่ถูกใจ ...ก็ ขอให้คิดว่า เป็นนิยาย น้ำเน่าปัญญาอ่อน..แหกตา หล่ะกัน O]O
น้องอนงค์ ชื่อสมมุติ (ไม่แน่นะอาจเป้นชื่อจริงก็ได้..)
น้องอนงค์ เธอ แฉ...อย่างหมดเปลือก ว่า
น้องอนงค์ เป็นนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย แห่งหนึ่งย่านบางนา เรื่องส่วนตัวของเธอคือ...เธอเกลียด อาแป๊ะ แอนด์เดอะแก๊ง พันธมิตร รุ่นพี่และเพื่อนๆของเธอเตรียมการ ร่วมชุมนุมขับไล่ อาแป๊ะ แอนด์เดอะแก๊ง พันธมิตร ที่ท้องสนามหลวง เพื่อต่อสู้ให้คุณทักษิณ กลับมาปกครองประเทศไทยอีกครั้ง ส่วนตัวนั้น น้องอนงค์ตั้งใจอยากจะไปสังเกตุการณ์ การ ชุมนุมขับไล่ "รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง" ...ที่ถนนราชดำเนิน เพราะกระแสข่าวมัน ต่างกันอย่างสิ้นเชิง
แม้ว่าเพื่อนของเธอได้เตือนว่า ห้ามว่า "อย่าไป เพราะอันตรายจากผู้คนชั่วป่าเถื่อน ".. แล้วก็ตามที.. น้องอนงค์ก็ยังคงดึงดัน.. อยากไปดูให้เห็นกับตาว่า อาแป๊ะ แอนด์เดอะแก๊ง พันธมิตร โกหกหรือหลอกลวง เช่นไรบ้าง?
เมื่อถึงเวลา ภารกิจก็ เริ่ม
สองทุ่มเศษ ของวันเสาร์ที่ 7 มิ.ย.2551 เพื่อนของเธอจึงอาสา ขับรถพาไปส่ง..เพราะเป็นทางผ่านกลับบ้าน พุทธมณทล ก่อนขึ้นสะพานพระราม 8 จากหอพักนักศึกษา(ย่านบางนา) ไปส่งที่บริเวณเทเวศน์ ... และ น้องอนงค์ ต้องเดินเท้าต่อไปเอง เพื่อไปให้ถึงบริเวณเวที อาแป๊ะ แอนด์เดอะแก๊ง พันธมิตร
ในช่วงเวลา สามทุ่มสิบห้านาที น้องอนงค์ เธอเล่าให้ฟังว่า ช่วงนั้น คนน้อยมาก ราวๆสักแค่ 50 กว่าคน เดินผ่านไปมา ย่านริมคลอง ซึ่งเป็นเส้นทาง ที่ต้องเดินจากตลาดเทเวศน์ ไป ที่ชุมนุม น้องอนงค์ เธอเริ่มลังเล..ฮ่าฮ่า ในใจว่า สงสัยมาเสียเที่ยว เพราะแทบไม่มีคน คงเป็นจริงอย่างที่ ท่านดร.เฉลิม ม.ท.1 ที่เคยประกาศไว้ว่าอย่าหลงเชื่อในข่าววิทยุกระจายเสียง น้องอนงค์ นึกพลางเธอจึงพยายามเดินเลาะมาข้าง ถนนเลียบคลองเรื่อยๆ เผื่อจะหา รถกลับบ้าน
เวลาประมาณ สี่ทุ่ม เธอจึงเดินถึงด้านข้างสหประชาชาติ น้องอนงค์จึงได้พบกับ มหกรรมคอนเสริต ขนาดใหญ่ คือ หรั่ง ร๊อคเคสต้า ขวัญใจของเธอ พร้อมทั้ง นักแสดง ดารา แม้แต่ อาจารย์ที่สอนเธอ ในมหาวิทยาลัย ก็มาร่วมชมคอนเสริต น้องอนงค์ รู้สึกไม่เสียหายที่จะเดินเลียบเคียง รับชม และส่งเสียงเชียร์ หรั่ง ซาบซึ้งกับบทเพลงพระราชนิพนธ์อันไพเราะจนจบ ในขณะเดียวกัน ในช่วงที่ พี่ตั้วพิธีกรกำลัง ขึ้นกล่าวบนเวที ต่อจากพี่หรั่งนั้น น้องอนงค์ได้เหลือบเห็นรถเข็น ของบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ขายน้ำอัดลม เธอจึง ควักกระเป๋าสตางค์ ...เพื่อหาเศษตังค์มาซื้อน้ำในยามร้อนและกระหายน้ำ เอ๊ะ ..เป๋าตังค์หาย...เธอฉุกนึกย้อนว่า เป๋าตังค์เธออยู่ไหน?
พลาง หันไปมองรอบข้าง บริเวณผู้คนที่อยู่ไกล้ๆเธอ มีทั้ง ผู้คนแต่งตัวดี นักธุรกิจ นักเรียนนักศึกษา ครูบาอาจารย์ แม้กระทั้ง คนผมหยิกตัวดำสารรูปแบบเงาะ หน้าตาบ้านนอก พูดภาษาพื้นถิ่น ... น้องอนงค์ คิดอยู่ในใจว่า เธอคงถูกคนเหล่านี้ล้วงกระเป๋าใน ช่วงที่ดู พี่หรั่งแน่ๆ เธอเดิน วกไปวกมา มาจะทำอย่างไรต่อไป หลังจากที่พยายามค้นหา กระเป๋าสตางค์ ไม่พบก็เริ่ม หงุดหงิดใจ ผสมความคับแค้นใจ เพราะมีเงินอยู่ในนั้น อยู่ 2-3พันบาท ที่สำคัญกว่า คือ บัตรต่างๆ และรูปแฟน.. รูปคุณปลื๊มหนุ่มนักเรียนนอก ที่อยู่ในนั้นอีกด้วย
เธอเดินอย่างหมดหวัง รอบฝูงชนที่เข้ามาตะโกนขับไล่ รัฐบาล "ทักษิณ... ติดคุก สมัคร...ออกไป เฉลิม..ออกไป อีเพ็ญ ฯลฯ"
น้องอนงค์ ถึงทราบว่า ตัวเอง ตกอยู่ในฝูงมหาชนนับแสนคน บนราชดำเนิน เขาเหล่านั้นคือ พวกอาแป๊ะ แอนด์เดอะแก๊ง พันธมิตร ที่เธอ จงเกลียดจงชังนั่นเอง!
เธอพยายาม โทรศัพท์ ติดต่อ เพื่อนเธอ แต่ เจ้ากรรม สัญญามือถือ ไม่มีเลย ไม่สามารถติดต่อกับใครได้ คงเป็นเพราะไม่มีสัญญาน หรือ สัญญานบริเวณนั้น ถูกตัด !? ....เหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก น้องอนงค์ รู้สึกกลัว จึงค่อยนั่งลงริมฟุตบาท พร้อมกับเริ่ม..น้ำตาเล็ดออกจากเบ้าตา พร้อมทั้งร้องให้ นึกถึงคำเตือนของเพื่อนว่า ไม่น่ามาเลยเรา
ทั้นใดนั้น มีผู้หญิงคนวัยกลางคน พูดภาษาทองแดง มาสะกิดเธอ ถามว่า เธอเป็นอะไร? น้องอนงค์ ตกใจเงยหน้าขึ้นไปมอง และพูดแบบไม่ค่อยไว้ใจกับผู้หญิงคนนั้นว่า "เอ่อไม่มีอะไร ..แค่ กระเป๋าสตางค์หาย " ผู้หญิงคนนั้นพูดว่า " ใจเย็นๆนะคะ ค่อยๆหา " พร้อมยื่น กระดาษทิชชู ให้ และถามว่า น้องมากับใคร?
น้องอนงค์ จึงบอกผู้หญิงคนนั้นว่า เธอมาคนเดียว และกำลังคิดว่าจะกลับหอพักที่บางนา อย่างไรดี? ผู้หญิงคนนั้นปลอบใจ และพูดอย่างเอ็นดูว่า "โถน่าสงสาร ใจเย็นนะคะน้องทานน้ำเย็นๆพักให้สบายก่อน" พร้อมทั้งได้เรียกกลุ่มชน รอบๆข้างเธอมา และเล่าเรื่องของ น้องอนงค์ ว่า "น้องเขากระเป๋าสตางค์หาย... .. .... "
ทั้งกลุ่มชายหญิงเหล่านั้น มาจากต่างจังหวัด ภาคใต้ภาคเหนืออิสาน คละเคล้ากันไป เพราะฟังจากสำเนียงแต่ละคนไม่เหมือนกัน เดินเข้ามาและ ต่างเรี่ยไรเงิน กันคนละ ห้าบาท ยี่สิบบาท ห้าสิบบาท หลายใบ นำมาให้เธอ ...จนได้เงินจำนวนหนึ่ง ใส่ในถุงพลาสติก ก๊อบแก๊บ และ ผู้หญิงคนเดิมกล่าวว่า ถ้าน้องไม่รีบก็ อยู่ต่อ กับพวกพี่ๆได้นะคะ แต่พี่ว่า น้อง ควรรับเงินและรีบกลับบ้านไป ทีหลังอย่ามาคนเดียว ควรมีเพื่อนมาด้วย กลับบ้านไปตรวจ และเตรียมเอกสารไปแจ้งความกระเป๋าสตางค์หาย ก่อนดีกว่าค่ะ และ..สำหรับนี่คือเงิน ...จาก พวกพี่ๆ น้องไม่ต้องเกรงใจ คนไทยด้วยกันต้องช่วยกัน คิดว่า คงพอกับ ค่าTaxi กลับหอพักได้นะคะ
น้องอนงค์ ยามนั้นจำใจรับเงิน จำนวนหนึ่งในถุงพลาสติก น้ำตานองหน้าอีกครั้ง เพราะเกิดมาไม่เคยขอเงิน จากผู้ใด และไม่คิดจะขอเงิน ขอความช่วยเหลือน้ำใจจากพวกเขาด้วยซ้ำ เธอกราบ อกผู้หญิงคนนั้น และขอบพระคุณ บรรดาฝูงชน ท ั้งที่ไม่รู้จักกันเลย แต่ กลับเรี่ยไรเงินส่วนตัวมาให้เธอ เพื่อให้เป็นค่า Taxi กลับบ้าน
ขณะนั่ง อยู่บนรถแท๊กซี่...มาถึงช่วงต่างระดับ คลองเตย โชเฟอร์ TAXI ท่าทางหงุดหงิด มาตลอดทาง หันมาชวนคุย และเริ่มถามคำถามแรกว่า " คุณน้องไปชุมนุมประท้วงกับ สนธิมาหรือ "
น้องอนงค์ ส่ายหน้าบอกว่า " เปล่า แค่เดินผ่านแถวนั้น " โชเฟอร์ TAXI พูดต่อ " ดีแล้ว ที่คุณน้องไม่ไป พวกพันธมิตร มันเลวทรามต่ำช้าทุกคน อย่าไปยุ่งกับพวกมัน ..พวกมันทำเศรษฐกิจย่อยยับ และมาใส่ร้าย คุณทักษิณ .......### "พล่ามยาว .
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือเธอ ก็ดังขึ้น เพื่อนของน้องอนงค์ที่ไปส่งเธอ..ในตอนขาไป.. โทรกลับมาจากบ้านที่ พุทธมณทล นั่นเอง
เพื่อนอนงค์ " ยัยนงเหรอ ..นี่เธอ อยู่ที่ไหนแล้วเนี่ย ชั้นโทรเข้าตั้งหลายหน ทำไมเธอไม่เปิดเครื่องเลย." น้องอนงค์ " ชั้นก็กำลังจะโทรไปหาเธอนี่แหละ สัญญานมันไม่ค่อยมี .." เพื่อนอนงค์ " อ่ะ เอาเถอะ.. ฟังนะยัยนง.. ที่ชั้นโทรมาเพราะ ..จะรีบโทรมาบอกเธอว่า เธอลืมกระเป๋าตังค์ไว้บนข้างเบาะ ชั้นมาเห็นตอนที่ฉันกลับถึงบ้านเปิดไฟรถถึงได้เจอ...ฉันเป็นห่วงเธอมาก เลยคิดว่าจะเอากระเป๋าไปให้เธอเผื่อเธอยังอยู่ย่านนั้น.. แต่โทรไม่ติด ..ตอนนี้เป้นอย่างไรบ้าง อยู่ที่ไหนแล้ว.."
น้องอนงค์ ดีใจลิงโลด " จริงหรือแก..โอยฉันแทบแย่แหน่ะ ..ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว ฉันอยู่บนรถ TAXI และกำลังจะถึงหอพักแล้ว"
เพื่อนอนงค์ " งั้น ไว้วันจันทร์ ฉันเข้าคณะ จะเอากระเป่าสตางค์ไปให้นะ...อยากฟังเรื่องพวกชั่วพันธมิตรเลวๆเหล่านั้น..ที่ไปชุมนุมที่นั่นด้วย อย่าลืมเม้าท์ให้ฉันฟังหล่ะ "
หลังจากวางหู... เป็นเวลาที่ รถ TAXI ลงจากทางด่วนบางนาและกำลังเข้าซอย ในหอพัก
น้องอนงค์น้ำตาไหลพราก อีกครั้ง... เมื่อเธอ เปิดถุงก๊อปแก๊บ นับเศษเงินที่อยู่ในนั้น ซึ่งมากเกินกว่า ค่ามิเตอร์ แท๊กซี่ที่ราคา 200 กว่าบาท
ยังไม่รวมค่าทางด่วนยมราช ตีสองห้าสิบนาที ครั้นกลับมานั่งนับเงินเมื่อกลับขึ้นห้องแล้ว.. รวมแล้วเป็นจำนวนเงินถึง สี่ร้อยกว่าบาท
เธอนั่งคิดในใจว่า .... เธอไม่รู้จะตอบแทน ขอบพระคุณ พี่ๆชาวไทยเหล่านั้นที่มาร่วมชุมนุมที่ราชดำเนิน ...นั้นอย่างไรดี?
|
เป็นอย่างไรบ้างครับ...
|