• วันพุธ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2009-04-20
  • จำนวนเรื่อง : 1344
  • จำนวนผู้ชม : 11438674
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4980 คน
Kritwat-Talk
โค้ชวันพุธ กฤตวัฏ บวรนิรมาณ วิทยากรการขาย, ทนายความและนักเขียนบทความพัฒนาตนเองในหลากหลายมุมมอง รวมถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และข้อมูลข่าวสารต่างๆทั้งด้านสาระและบันเทิงอย่างครบครัน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kritwat
วันจันทร์ ที่ 6 ตุลาคม 2557
Posted by วันพุธ , ผู้อ่าน : 37352 , 12:08:16 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน เภสัชอัง , แม่หมี และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

จั่วหัวกัน Entry แบบนี้ หลายคนอาจโต้แย้งทันทีว่า

จะเป็นไปได้เหรอที่คนเราจะไม่ทะเลาะกันได้

เพราะเหตุว่าบางครั้งเรายังทะเลาะกับตัวเองเลย

นับประสาอะไรกับคนอื่น รวมไปถึงการใช้ชีวิตคู่

ว่าเราจะไม่ทะเลาะกับคนใกล้ตัวได้อย่างไร

และเราอาจแย้งว่า บางคู่เห็นทะเลาะกันทุกวัน

แต่ก็ยังเห็นอยู่กันจนแก่ มีลูกหัวปีท้ายปี

แล้วเราจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไร

มีทฤษฎีที่ทำให้ไม่ต้องทะเลาะกันได้ด้วยเหรอ

…….

เรื่องนี้จะว่าไปก็จริงอยู่ครับ เพียงแต่ว่า

ขึ้นอยู่กับการให้คำนิยามของคำว่า “ทะเลาะ”

ว่า รุนแรง หรือ หนักเบามากน้อยเพียงไหน

สำหรับวันพุธ วันพุธเองยังเชื่อในทฤษฎีที่ว่า

ในการใช้ชีวิตคู่ ซึ่งหมายถึงตั้งแต่ระดับเบาสุด

คือ แค่ขั้นคบหาดูใจกัน ไปจนถึง ขั้นเป็นแฟน

และสุดท้ายคือ ขั้นอยู่กินเป็นสามีภรรยากันว่า

คนเรานั้นไม่จำเป็นต้องทะเลาะกันเลยได้

เพียงแต่เราเข้าใจหลักการและเข้าใจชีวิตที่ชัดเจน

เราก็สามารถจะใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุขได้

ซึ่งวันพุธขออธิบายด้วยแผนภาพประกอบดังนี้

……….

เมื่อเราใช้ชีวิตคู่ นั่นก็หมายถึงเรามีคนอีกคนหนึ่ง

ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตร่วมกันบางส่วน

เช่น อยู่ในขั้นคบหาดูใจ ขั้นเพื่อนสนิท(ที่สุด)

ไปจนถึงขั้นเป็นแฟน เลยไปถึงสามีภรรยาก็ตาม

ก็เป็นธรรมดาที่แรกๆโดยส่วนมากจะเข้าใจกัน

อย่างที่เขาเรียกว่า ชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้

แต่ต่อมาเมื่อสนิทกัน เรียนรู้นิสัยใจคอกัน

เราก็จะพบข้อเสียของกันและกันมากขึ้น

และนำไปสู่เหตุการณ์หรือสถานการณ์ไม่ดีบางอย่าง

ที่อาจเกิดขึ้นจากความคิดเห็นหรือความเข้าใจ

ที่ไม่ตรงกัน หรืออาจเข้าใจผิดกัน หรือ

มีปัญหากันจากการใช้ชีวิต จากบุคคลที่สาม

หรือสภาพแวดล้อมภายนอกนั้นก็ตาม

……..

เหตุการณ์หรือสถานการณ์ไม่ดีที่เกิดขึ้นนั้น

จะนำเราไปสู่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับเรา

ตั้งแต่ความรู้สึกเบาๆไปหาหนัก

เช่น น้อยใจ เสียใจ ผิดหวัง ระแวง

เหนื่อยใจ ท้อแท้ ไปจนถึงโกรธกริ้ว เป็นต้น

ความรู้สึกเหล่านี้จากเหตุการณ์ไม่ดีเหล่านั้น

ถ้ายังมีน้อย หรือยังเป็นครั้งแรกๆที่เกิดปัญหา

เราทั้งคู่อาจไม่คิดว่าเป็นปัญหาและปล่อยวางได้เร็ว

เรียกได้ว่า Clear Clear หรือ Clean Clean กันได้

แต่ถ้าความรู้สึกนั้น หรือ เหตุการณ์นั้น เกิดขึ้นซ้ำๆ

เราจะเพิ่มระดับความรู้สึกไม่ดีที่มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

จนกลายเป็นความเก็บกดหรือกดดันในใจเรา

ซึ่งเราอาจรู้ตัว พอรู้ตัว หรือไม่รู้ตัว ก็เป็นไปได้ครับ

………….

เหตุการณ์ที่เพิ่มระดับความรุนแรง ทำให้ทะเลาะกันง่าย

เพราะทำให้เพิ่มระดับความรู้สึก และเพิ่มระดับความกดดัน

ในทางหนึ่งเหมือนเชื้อเพลิงที่ปะทุ รอการระเบิด

ซึ่งหากทั้งสองคนเป็นแบบเดียวกัน ไฟ กับ ไฟ

ก็จะเกิดการ ทะเลาะกัน เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การทะเลาะกันแรกๆอาจไม่มีความรุนแรงนัก

แม้ทั้งคู่จะเป็นไฟ กับ ไฟ  ความร้อนเจอกับความร้อน

คือ ต่างคนต่างโกรธ ก็ยังดับร้อนหรือดับไฟได้เร็ว

แต่หากยังทะเลาะกันต่อไปเรื่อยๆ

พัฒนาการการทะเลาะจะทวีความรุนแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว

มันจะไปของมันทีละ Step และเมื่อถึงเวลานั้น

ความเคยชินจะเกิดขึ้น และความเกรงอกเกรงใจกัน

จะลดลงจนอาจหมดไป และเลิกรากันไปในที่สุด

……………

อย่างไรก็ตาม ในอีกทางหนึ่งที่ตรงกันข้าม

แม้จะมีเหตุการณ์ที่รุนแรง ความรู้สึกที่รุนแรง

และความกดดันหรือความเก็บกดที่สะสม

แต่หากทั้งสองฝ่ายยอมผ่อนคลายลง เย็นลงทั้งคู่

หรือแม้แต่ฝ่ายหนึ่งร้อนมาอีกฝ่ายหนึ่งเย็น

พูดง่ายๆว่า ฝ่ายหนึ่งเป็นไฟ อีกฝ่ายต้องเป็นน้ำ

มันก็จะเกิดการผ่อนคลายลง แม้ไม่เข้าใจกัน

แต่ก็จะไม่เพิ่มระดับไปจนถึงการทะเลาะกันแน่นอน

ซึ่งนั่นยิ่งจะทำให้เหตุการณ์ที่ไม่ดีเหล่านั้น

คลี่คลายไปในทางที่ดี และส่งผลดีอีกด้วย

เพราะทำให้คนสองคน เรียนรู้กันมากขึ้น

เข้าใจกันมากขึ้นและทำดีต่อกันมากยิ่งขึ้น

เช่น ผัวเมียบางคู่ที่เราเห็นทะเลาะกันทุกวัน

แต่อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า มีลูกหลานยั้วเยี้ย

ตามที่ได้ยกตัวอย่างไปในช่วงต้นเรื่องนั่นล่ะ

ซึ่งหากเราสังเกตุจะเห็นได้ว่า

เมื่อฝ่ายหนึ่งร้อนเป็นไฟ อีกฝ่ายจะนิ่งกว่า

เช่นผัวเมา เมียยอม, เมียด่าโวยวาย ผัวสงบนิ่ง

ไปจนถึงระดับรุนแรงหน่อย พอกันทั้งคู่

เมียด่า ผัวเตะ  ซึ่งบางทีวิเคราะห์กันลึกๆ

เฉพาะคู่ที่อยู่ด้วยกันได้จริงๆนั้น

ก็ยังเห็นมุมที่ทั้งคู่ยอมผ่อนปรนต่อกันอยู่นั่นเอง

หรือหากเป็นเหตุการณ์ไม่ดีที่หนักหนาสาหัส

ไม่สามารถที่จะแก้ไขเยียวยาหรือชดเชยได้

จนแม้ในที่สุดอาจต้องเลิกรากัน แต่อย่างน้อย

อาจยังมีช่วงถอยห่างหรือแยกกันอยู่ชั่วคราวก่อน

ซึ่งไม่แน่ว่า ยังอาจมีทางกลับไปครองคู่กันได้

เพราะยังไม่ได้ทะเลาะกันอย่างรุนแรงนั่นเอง

เรียกได้ว่า แม้ในทางปฏิบัติอาจเป็นไปได้ยาก

แต่ว่ากันในทางทฤษฎีแล้ว ยังพอเป็นไปได้ครับ

………………..

นี่แหละครับ เรื่องของประเด็นปัญหาว่า

ทำอย่างไรจะใช้ชีวิตคู่โดยไม่ทะเลาะกัน

ซึ่งจะว่าไป เรื่องของการใช้ชีวิตคู่นั้น

ไม่ได้มีสูตร มีแนวคิด หรือมีทฤษฎีตายตัวอะไร

และคงหาผู้เชี่ยวชาญหรือชำนาญการได้ยาก

เพราะระดับเหตุการณ์และปัญหาในชีวิตคู่

รวมถึงความสัมพันธ์ของแต่ละคนแต่ละคู่

ซึ่งต่างที่มาที่ไปกันนั้น

มีมากมายและหลากหลายเสียเหลือเกิน

พูดง่ายๆว่า คู่ของใคร ก็แบบของคนนั้น

แต่จะว่าไป ก็ไม่มีอะไรในโลกนี้เหมือนกัน

ที่วางหลักเกณฑ์หรือกำหนดกรอบแนวคิดไม่ได้

ดังนั้น หากเราใช้ทฤษฎี NO ทะเลาะกัน

เราก็อาจแก้ปัญหาหรือป้องกันปัญหาความไม่เข้าใจกัน

ไม่ให้บานปลายไปสู่การทะเลาะกันได้ในที่สุด

……………..

สุดท้ายนี้ วันพุธขอฝากแนวคิดในการใช้ชีวิตคู่

เป็นหลักหรือแนวทางไว้สัก 5 ข้อนะครับ

ข้อแรก ในการใช้ชีวิตคู่ โดยเฉพาะระดับแฟน

และระดับสูงสุด คือ ระดับผัวเมียหรือสามีภรรยานั้น

ลองหาเวลานั่งคุยกัน สำรวจเป้าหมายชีวิตร่วมกัน

ว่ามีเป้าหมายตรงกันหรือเป็นไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่

หลายคู่คบกันมาหลายปี ยังไม่ก้าวหน้าไปไหน

หรือบางคู่ไปกันไม่ได้เพราะ ต่างคนต่างเป้าหมาย

ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างทำ มากจนเกินไป

ไม่ได้นำมาเป้าหมายมารวมกันหรือแชร์กัน เป็นต้น

ข้อสอง  คนเราคิดเห็นต่างกันได้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่

มีปัญหากันได้ ไม่เข้าใจกันได้ เป็นเรื่องธรรมดา

แต่ต้องระวัง ไม่ให้ถึงขั้น ทะเลาะ กันอย่างเด็ดขาด

เวลามีปัญหา หรือมีความไม่เข้าใจกัน

ควรหาทางเคลียร์กันให้เร็วที่สุด

ส่วนจะเร็วแค่ไหน แต่ละคู่ต้องรู้ใจและรู้ทางกันเอง

โดยสามารถสังเกตพฤติกรรมจากคู่ของเราได้

ข้อสาม  เวลาเริ่มจะมีปัญหาหรือมีปากเสียงกัน

ให้หยุดคิดกันสักนิดก่อน ใช้สูตร น้ำ กับ น้ำ

คือต่างคนต่างเย็น ซึ่งนับว่าเป็นสูตรที่ดีที่สุด

แต่ถ้าคู่ของเราทำไม่ได้ อย่างน้อยก็เริ่มที่ตัวเรา

ใช้สูตร น้ำ กับ ไฟ เขาร้อนเราเย็น เราร้อน เขาเย็น

ไม่ใช้สูตร ไฟ กับ ไฟ  ร้อน กับ ร้อน

ต่างคนต่างร้อนแรง จัดหนัก จัดเต็ม

เพราะจะนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้งกัน

เกิดความเคยชิน และเริ่มไม่เกรงใจกัน

และจะเพิ่มพัฒนาการการทะเลาะรุนแรงขึ้น

จนในที่สุด ก็เลิกราแยกย้ายสลายตัวกันไป

ข้อสี่ อดีตให้มันเป็นอดีต อย่ารื้อฟื้น

อย่าลืมนะว่า เราซื้อเขาที่ตัวเขาในวันนี้

ไม่ใช่ซื้อที่อดีตที่ผ่านมาของเขา

ข้อสำคัญ ขอเพียง เขารักเราที่สุด

และที่สำคัญที่สุด เรารักเขา ก็พอ

ส่วนจะดูว่า เขาใช่หรือไม่ใช่ เขาดีหรือไม่ดี

เขาเป็นเนื้อคู่ของเราหรือเปล่านั้น

ขอให้ดูนับตั้งแต่วันที่เริ่มคบหาดูใจกัน

ไม่ต้องดูย้อนเวลาหรือนับถอยหลังไปในอดีต

เพราะคนเราไม่มีใครกลับไปแก้ไขอดีตได้

ข้อสุดท้าย  จะมีเหตุการณ์ไม่ดีในชีวิตคู่

เลวร้ายหรือหนักหนาสาหัสเพียงใด

คุยกันได้ก็คุย คุยกันไม่ได้ก็ไม่ต้องคุย

เข้ากันไม่ได้ อยู่ด้วยกันไม่ได้ ก็จบ

เลิกราหย่าร้างกันแต่โดยดี ไม่กล่าวโทษกัน

ที่สำคัญอย่าทำร้ายทำลายกันอย่างเด็ดขาด

คำว่า ไม่ทำร้ายทำลายกันนั้น หมายรวมถึง

ไม่ทำร้าย ทั้ง กาย  คือ ทำร้ายร่างกายกัน

ไม่ทำร้าย ทั้ง วาจา คือ พูดจาทำร้ายกัน

ไม่ทำร้าย ทั้ง ใจ คือ ไม่ทำร้ายจิตใจกัน

…………..

แต่หากคู่ไหนทะเลาะกัน หรือทำร้ายทำลายกัน

ไม่ว่าจะเป็น กาย หรือ วาจา หรือ ใจ กันไปแล้ว

หากยังไม่รุนแรง ก็ลองหันกลับมาพูดคุยกัน

แต่หากรุนแรง ยากเกินจะเยียวยาแก้ไขแล้ว

ก็คงต้องเป็นบทเรียน และถือเป็นประสบการณ์ชิวิต

ที่เราต้องนำไปปรับแก้ไขกับตัวเราเอง และคนอื่น

ที่อาจเข้ามาในชีวิตของเราต่อไป….ก็เท่านั้นเองครับ

….วันพุธ…..

Picture Source:http://www.femside.comhttp://belumni.com    




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 วันพุธ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ปุ๊กขอนแก่น วันที่ : 07/10/2014 เวลา : 15.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konkhonkaen

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 2 วันพุธ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 07/10/2014 เวลา : 12.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ขอบคุณค่ะ

ไม่มีเวลามาทะเลาะกันค่ะ มีลูกก็บอกกันก่อนว่าเราจะเลี้ยงอย่างไร

เรื่องเจ้าหมีน้อย พ่อหมีไม่เชื่อว่าลูกเป็นก็บอกไม่เชื่อไม่เป็นไรแต่พี่มีหน้าที่ขับรถพาไปหาหมอ ตอนนี้พอลูกโตเขาก็รู้แล้วว่า สิ่งที่แม่หมีทำมันถูกต้อง แล้วแม่หมีก็ชมเขาว่า พี่เป็นพ่อที่ดี ลูกมาได้ขนาดนี้ เพราะพี่มีส่วนร่วมในความสำเร็จไม่ว่าจะเป็นเรื่องลูกคนดตและเจ้าหมีน้อย

แม่หมีชอบหยอดกำลังใจให้พ่อหมี

พ่อหมีเองถ้าเห็นอารมณ์ของแม่หมีไม่ดี เขาก็จะนิ่ง ไม่ตอแยไม่ชวนทะเลาะ

แต่สิ่งที่คุณเขียนมาทั้งหมดทั้งมวลเป็นสิ่งที่เราทำมันจริงๆ มีเรื่องต้องClear และ Clean

เป็นประโยชน์มากเลยสำหรับคู่ที่แรงพอๆกัน

ยอมถอย....แต่ต้องเข้าใจกัน

ความคิดเห็นที่ 1 วันพุธ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 06/10/2014 เวลา : 15.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

เรื่องนี้... มีประโยชน์ กับคนไทยมาก ----------------- ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2014 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]


หากเลือกได้!! คุณจะพึงพอใจที่สุด ที่จะมีชีวิตอยู่ถึงอายุเท่าใด??
50 ปี พอ ไม่โลภมาก
777 คน
55 ปี สิ เลขสวยกำลังดี
751 คน
60 ปี เเค่นี้ก็พอใจแล้ว
826 คน
65 ปี ดีกว่า อีกสักนิดนึง
843 คน
70 ปี พอๆกับอายุเฉลี่ย
958 คน
75 ปี ขออยู่นานหน่อยนะ
871 คน
80 ปี แล้วจะไม่ขออะไรอีก
983 คน
85 ปี ถ้ายังเดินได้ก็พอไหวนะ
967 คน
90 ปี เลยจากนี้ก็ไม่ไหวแล้ว
1134 คน
100 ปี หรือให้นานที่สุด
1304 คน

  โหวต 9414 คน