• ครูสุบินถิ่นทุ่งขุน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : binny2504@thaimail.com
  • วันที่สร้าง : 2012-04-05
  • จำนวนเรื่อง : 5
  • จำนวนผู้ชม : 5989
  • จำนวนผู้โหวต : 3
  • ส่ง msg :
  • โหวต 3 คน

วันอาทิตย์ ที่ 8 เมษายน 2555
Posted by ครูสุบินถิ่นทุ่งขุน , ผู้อ่าน : 1899 , 23:09:09 น.  
หมวด : บ้านและสวน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ไม้มันปลา หรือไม้กันเกรา เป็นไม้ที่มีคุณค่าทั้งที่มีชีวิตอยู่ และซากไม้ ประเทศสิงคโปร์มาเลย์เซียให้ความสำคัญมากทั้งเชิงคุณค่าและการอนุรักษ์ มีการนำรูปไม้มันปลาไปพิมพ์ในธนบัตร ในแสตมป์

มันปลาหรือกันเกราเป็นไม้ทีมีรูปร่างเฉพาทรงพุ่มสวยงาม อายุยืน โตเต็มที่อาจสูงกว่า ๔๐ เมตร มีอายุมากกว่าร้อยปี ใบสีเขียวสดเป้ฯมันเงางามตลอดปี ในปัจจุบันนิยมเป็นไม้ตกแต่งสวนทีมีราคาแพง ต้นใหญ่ ๆ ที่เคลื่อนย้ายไปปลูกได้อยู่ที่หลักแสน

มันปลาจะออกดอกรับเทศกาล มีกลิ่นหอมเย็นละมุน ส่งกลิ่นหอมขจรตั้งแต่หลังเที่ยงจนถึงย่ำรุ่ง

มันปลาเป็นต้นไม้ที่มีคุณค่าทางยา มีคุณสมบัติเฉพาะเป็นไม้ที่มีสีและลวดลายที่งามเป็นเอกลักมีตวามแข็งแรง ถูกจัดให้เป็นไม้เนื้อแข็ง ๑ ใน ๑๐ ของไม้ในโลก มีสารเคมีธรรมชาติป้องกันปลวก มอดเป็นอย่างดี แต่มีข้อจำกัดคืดอัตราการงอกของเม็ดน้อยมาก มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี  มหาวิทลาลัยนครพนม ใช้กันเกราเป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย  ในขณะที่จังหวัดสุรินทร์ ใช้เป็นต้นไม้ประจำจังหวัด  มีการศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และที่อื่น ๆ ถึงการแพร่ขยายพันของมันปลา  แต่ก็ยังไม่เป็นที่แพร่ขยายทั่วไป ในปัจจุบ้นหากไม่มีการปลูกทดแทนโดยมนุษย์ การอยู่รอดของมันปลา หรือ กันเกรามีโอกาสน้อยมาก เนื่อง การปรับที่นาทำนา   การปรับพื้นที่สวนเป็นสวนยางทำให้ไม้มันปลา หรือกันเกราถูกตัดเป็นจำนวนมาก ดังไม้ส่วนมากที่นำมาสร้างเรือนมันปลาที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ก็นเป็นไม้ที่ถูกเผาและโค่นจากที่นา เพื่อขายดินลูกรัง และการปรับพื้นที่สวนป่าเพื่อทำสวนยางในที่ดินกรรมสิทธิ์ชานเมืองอุบลราชธานี     

ต้นมันปลาต้นนี้อยู่ที่เกาะสิงคโปร์ ชาวสิงคโปร์ตั้งกองทุนดูแลไม้ต้นนี้ปัจจุบันมูล่ามากกว่า ๑๕๐๐ ล้านบาท  ไม้มันปลาที่ถูกโค่นจะใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วนเนื่องจากเป็นไม้ที่มีเนื้อแข็ง มีน้ำมันในตัวและมีสีที่เหลืองนวลอบอุ่นมีลักษณะเฉพาะ

เนื้อไม้มันปลาที่เป็นสีธรรมชาติยังไม่ทำสี

สามารถทำเป็นโครงสร้างและส่วนประกอบของบ้านได้ทุกส่วน

เมื่อทำสีเสร็จสีไม้มันปลาจะออกเหลือง นวลอบอุ่น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ราว ลูกกรง และส่วนประกอบของบันไดในเรือนมันปลา ใช้ไม้มันปลาตกแต่งไดอย่างลงตัว

ประตูหน้าต่างของเรือนมันปลา เกือบทั้งหมด ใช้ไม้มันปลาที่เก็บรวบรวมจากท้องที่อำเภอเมืองอุบลราชธานี ที่มีการปรับพัฒนาพื้นที่ทำไร่นา และสวนยางอย่างแพร่หลาย

           จากที่นำเสนอจะเห็นว่าไม้มันปลา เป็นไม้ที่มีคุณค่าในระดับสากล มีความสำคัญในเชิงสัญลักษณ์ เป็นต้นไม้ในวรรณกรรมอีสาน  มีความสำคัญทางกายภาพและทางนิเวศน์ชายป่า แต่ด้วยเหตุที่เป็นพืชที่แพร่ขยายด้วยตัวเองยาก   แต่หากงอกหรือปลูกติดแล้วก็เป็นพืชที่โตเร็ว หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ส่งเสริม สนับสนุนต้นพันธุ์ ให้ประชาชนปลูกทดแทนตามหัวไร่ปลายนา หรือปลุกแซมตามสวนป่า สวนยาง อนาคตไม่ไกลคงต้องจัดทัวร์ไปดมกลิ่นดอกมันปลาที่มาเลย์หรือสิงคโปร์เป็นแน่แท้...

  



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ครูสุบินถิ่นทุ่งขุน วันที่ : 09/04/2012 เวลา : 11.23 น.
http://www.oknation.net/blog/kroosubin
subin saipech

ขออนุญาตเผยแพร่หน่อยนะครับ
ข้อความ 2




ข้อมูลต้นกันเกรา
ชื่อพื้นเมือง : ตำเสา ทำเสา (ภาคใต้), ตาเตรา (เขมร-ภาคตะวันออก), ตะมะซู ตำมูซู (มลายู-ใต้), มันปลา (ภาคเหนือ, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ), กันเกรา (ภาคกลาง)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Fagraea fragrans Roxb.
ชื่อวงศ์ :GENTIANACEAE
(ชื่อวงศ์เดิม LOGANIACEAE)
ลักษณะRN= ไม้PNOต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ลำต้นแตกกิ่งต่ำ เรือนยอดแน่นเป็นรูปกรวยคว่ำ ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปรีหรือรูปรีแกมรูปใบหอก มีหูใบระหว่างก้านใบ ช่อดอกออกตามง่ามใบใกล้ปลายกิ่ง มีดอกจำนวนมาก กลิ่นหอมเย็น ดอกแรกบานสีขาวแล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองจนถึงเหลืองอมส้ม กลีบดอกติดกันคล้ายรูปแจกันมี 5 กลีบ ผลมีเนื้อ กลม มีติ่งแหลมสั้นๆ ติดที่ปลาย ผลแก่สีแดงไม่แตก มีรสขม ภายในมีเมล็ดเล็กจำนวนมาก
ประโยชน์ : ปลูกเป็นไม้ให้ร่มตามถนนและสวนสาธารณะทั่วไปในมาเลเซียและสิงคโปร์ เนื้อไม้ละเอียดสีเหลืองอ่อน แข็งทนทานมากทั้งในพื้นดินและในน้ำ ทนปลวก ตกแต่งง่าย ชักเงาได้ดี นิยมใช้ทำเสาเรือน เสาสะพาน กระดานปูพื้น ผนัง ประตู หน้าต่าง เครื่องเรือน เครื่องกลึง กระดูกงูเรือ โครงเรือ เสากระโดงเรือ หมอนรางรถไฟ ชาวจีนตอนใต้นิยมใช้ทำโลงจำปา เนื้อไม้และเปลือกใช้เป็นสมุนไพร



โดย วัฒน์ plantname@hotmail.com [10 ก.ย. 2551 , 11:26:43 น.] ( IP = 202.28.180.48 : : 10.8.101.227

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ครูสุบินถิ่นทุ่งขุน วันที่ : 09/04/2012 เวลา : 10.44 น.
http://www.oknation.net/blog/kroosubin
subin saipech


ขออภัยใน คห.๓ ครับ ปลูกมา ๑๕ เดือน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ครูสุบินถิ่นทุ่งขุน วันที่ : 09/04/2012 เวลา : 10.42 น.
http://www.oknation.net/blog/kroosubin
subin saipech


ปีนี้เริ่มออกดอกแล้วครับ ปลูก ๓ ต้น ออกดอกทั้ง ๓ ต้น แต่ยังไม่เต็มที่ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ครูสุบินถิ่นทุ่งขุน วันที่ : 09/04/2012 เวลา : 10.38 น.
http://www.oknation.net/blog/kroosubin
subin saipech


ต้นมันปลา หน้าเรือนมันปลา ปลูกต้นใหญ่ ปลูกมาประมาณ ๑ เดือน

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ครูสุบินถิ่นทุ่งขุน วันที่ : 09/04/2012 เวลา : 10.28 น.
http://www.oknation.net/blog/kroosubin
subin saipech

มีวิธีการเพาะเมล็ดมันปลาเผยแพร่โดยกรมป่าไม้ วิธีการค่อนข้างซับซ้อน และก้ได้ผลเกือบร้อยละ ๘๐ ดังการเผยแพร่ของคุณอุทัย อันพิมพ์ มอหาวิทยาลัยอุบาลราชธานี ดังนี้ครับการเพาะกันเกราไม่ยากอีกต่อไปแล้วหลังจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านกล้วยไม้ไทย อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ได้ค้นพบวิธีการโดยนำเอาภูมิปัญญาชาวบ้าน (Wisdoms) ผสมผสานกับวิชาการ ผลที่ได้จึงไม่มีปัญหาอีกต่อไป
เมื่อวานผมได้รับข่าวทางโทรศัพท์ จากหมายเลข 089-9454134 แจ้งว่าเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2549 ที่ผ่านมาทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านกล้วยไม้ไทย อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี มีความภาคภูมิใจมากที่ได้ถูกรับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรหลักในกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการเพาะพันธุ์พืชป่า ซึ่งประกอบไปด้วย เฟิร์น กล้วยไม้ และกันเกรา จากสำนักงานป่าไม้เขตจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งจัดขึ้นที่สถานีส่งเสริมและอนุรักษ์ฯ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ายอดโดม จังหวัดอุบลราชธานี

ภูมิใจอย่างไร ? คุณรำพึง แก้วเขียว "พันธมิตรทางวิชาการ" ประธานกลุ่มฯ เล่าให้ฟังอย่างตื่นเต้นว่าที่ภูมิใจเพราะว่าคนที่มาร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนั้น ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มของเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ มีแต่พนักงาน และข้าราชการ ตนเองเป็นเพียงเกษตรกรตาดำๆ คนหนึ่งเท่านั้น แถมก็น้อยด้วยคุณวุฒิ ที่ได้มีโอกาสเป็นวิทยากรหลักในการถ่ายทอดความรู้ และทุกคนมีความสนใจมากเป็นพิเศษในเรื่องของเทคนิคการเพาะพันธุ์กันเกรา ที่ประชุมบอกว่าเป็นความรู้ใหม่ ยังไม่เคยได้ยิน และเคยเห็นที่ไหนทำมาก่อน "เป็นชุดความรู้หนึ่งเดียวในโลก"

จัดการความรู้อย่างไร คุณรำพึง เล่าให้ฟังต่อว่าหลังจากที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ (share & Learned) เทคนิคการเพาะกันเกรากับผมไปเมื่อปีก่อนโน้น จึงนำไปปฏิบัติดู (Learning by Doing) ปรากฏว่าได้ผลดีมาก กันเกรางอกดี และโตเร็ว กรมป่าไม้จึงมีความสนใจที่จะนำความรู้ไปใช้ในการขยายพันธุ์ต่อไป จึงมาขอแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วย จากนั้นตนเองจึงได้เล่าประสบการณ์การเพาะกันเกราให้ฟังว่า

1.ปกติกันเกราจะออกดอกหอมโชยชื่น ประมาณเดือนเมษายน – พฤษภาคม ของทุกปี แล้วผลจะสุกแก่เต็มที่ประมาณเดือน กันยายน – พฤศจิกายน ของทุกปี

2. เก็บเมล็ดที่สุกแดงเต็มที่มาบีบเอาเมล็ดที่มีสีดำ หมักทิ้งเอาไว้ประมาณ 1 – 3 คืน

3. นำเมล็ดมาล้างน้ำ และทำความสะอาดให้เรียบร้อย จึงนำไปผึ่งไว้ในร่มประมาณ 2-3 วัน จึงนำเก็บในตู้เย็นประมาณ 5 องศาเซลเซียส พักเอาไว้ประมาณ 1 เดือน เพื่อทำลายการพักตัวของเมล็ด

4. การเพาะเมล็ด (เพาะได้ตลอดปี) สามารถเพาะได้ทั้งในตระกล้า และในแปลงแต่หากอยู่ในแปลงต้องเตรียมดินให้ละเอียด คลุกด้วยขี้เถ้าแกลบ หรือขุยมะพร้าว เพื่อช่วยในเรื่องของการระบายน้ำและอากาศ หากเป็นตระกล้าให้เอาดินกับวัสดุเพาะดังกล่าวผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันกับดินในท้องที่ อัตราส่วน 1:1 ส่วน

5. นำเมล็ดมาหว่าน หรือโรยเป็นแถวบางๆ

6. นำเอาดินที่คลุกส่วนผสมโรยทับเมล็ดบางๆ รดน้ำให้ชุ่ม

7. ทำเป็นกระโจมด้วยพลาสติกใสเพื่อรักษาความชื้น และให้มีอุณหภูมิประมาณ 30 องศาเซลเซียส ประมาณ 2-4 สัปดาห์ เมล็ดกันเกราจะเริ่มงอก และเลี้ยงต่อไปในกระโจมที่มีแสงผ่านแบบรำไรจะทำให้กันเกราโตเร็ว

8. เมื่อต้นสูงประมาณ 5-10 ซม. จึงแยกลงถุงปักชำต่อไป

ความภูมิใจ นี่จึงเป็นความภูมิใจของสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านกล้วยไม้ไทย อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี อย่างแท้จริงหลังจากที่ร่วมเรียนรู้เรื่องนี้กันมากว่า 3 ปี จนกระทั่งประสบความสำเร็จ และมีคนให้ความสำคัญในการไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพราะต้นกันเกรา หรือภาคใต้เรียกต้นตำเสา เป็นไม้มงคลที่ผู้คนทั่วไปมีความสนใจในการหาไปปลูกตามบ้านเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล แต่มีวิธีการขยายพันธุ์ที่ยาก แถมยังโตช้าอีกต่างหาก แต่ ณ วันนี้เราเรียนรู้ได้สำเร็จแล้ว
ขอบคุณครับ

อุทัย อันพิมพ์

30 ธันวาคม 2549

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
MrTote วันที่ : 09/04/2012 เวลา : 06.37 น.
http://www.oknation.net/blog/MrTote
MrTote : OK Nature - Save Nature, Save Life! - นายโต๋เต๋

ปีที่แล้วเก็บผลมาเพื่อเอาเมล็ด ได้เมล็ดแล้วรอพ้นหนาวเพื่อให้เมล็ดพ้นการพักตัว ทดลองเพาะไปครั้งหนึ่งยังไม่งอกเลยครับ

ต้นใหญ่โตแต่ผลเล็กมากเมื่อเทียบกับต้น เมล็ดยิ่งเล็กจิ๋วมาก งอกยากมาก ๆ ใต้ต้นไม่มีต้นเบี้ยที่งอกตามธรรมชาติเลยครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน