|
วันนี้เป็นวันที่ชนะไม่ชอบเลย...เพราะพ่อหยุดงานอีกแล้ว พ่อหยุดงานทีไรชนะก็ต้องอยู่บ้านกับพ่อทั้งวัน ไม่ได้ไปเล่นในสวน ที่จริงอยู่กับพ่อก็มีความสุขดีหรอก พ่อชอบเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟัง เวลาสงสัยอะไรก็ถามพ่อ พ่อจะตอบคำถามและอธิบายให้เข้าใจทุกครั้ง แต่เขาก็ไม่อยากอยู่กับพ่อทั้งวัน อยากอยู่แค่เดี๋ยวเดียว แล้วก็ไปเล่นกับเจ้าอ้วน เจ้าแดง
ยิ่งตอนเย็นๆ ยิ่งแล้วใหญ่ พ่อจะจับชนะใส่รองเท้าเหล็กแล้วพาไปเดินเล่น ชนะเจ็บขาทุกครั้งเมื่อต้องใส่รองเท้าเหล็ก มันหนัก เกะกะ แล้วก็น่ารำคาญเป็นที่สุด พ่อเคยพูดกับเขาว่า "ลูกต้องใส่รองเท้าเหล็กเดินบ้างนะ เพราะไม่อย่างนั้นลูกจะเดินไม่ได้ โตขึ้นลูกจะไม่หาย"
ชนะไม่เห็นอยากหายเลย ใช้ไม้ยันเดินไปไหนมาไหนสบายดีออก จะลุก จะเดิน จะนั่งก็สะดวกดี บางทีเพื่อนๆ เดินข้ามดินแฉะๆ ไม่ได้ เขาก็เดินข้ามได้ด้วยไม้ยัน ขาก็ไม่เลอะ แต่ไม่ชอบอย่างเดียวคือเวลาเพื่อนๆ ล้อ และเพื่อนๆ ไม่ยอมเล่นเตะบอลด้วย "ไปลูก ไปเดินเล่นกัน" เอาอีกแล้ว ถึงเวลาทรมานอีกแล้ว ชนะอิดออดอยู่ได้ไม่เท่าไหร่ก็ถูกพ่อจับมาใส่รองเท้าเหล็ก แต่วันนี้แปลก ชนะใส่รองเท้าไม่เข้า "เป็นอะไรไปลูก อย่าแกล้งทำเป็นใส่รองเท้าไม่ได้นะ" พ่อสำทับพลางยิ้มให้เขาอย่างรู้ทัน "เปล่าฮะพ่อ นะใส่ไม่ได้จริงๆ มันติด" "ไหน ให้พ่อดูซิ"
พ่อเข้ามานั่งข้างๆ แล้วช่วยชนะใส่รองเท้า ถึงชนะจะไม่ชอบใส่รองเท้าเดิน แต่ก็ชอบตอนพ่อใส่รองเท้าให้ มันทำให้เขามีความสุข เวลาที่พ่อจับเท้าเล็กๆ ของชนะสวมลงไปในรองเท้า เขารู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด "อืม...ใส่ไม่ได้จริงๆ ด้วย เอ๊ะ มันติดตรงไหนนี่" พ่อพยายามใส่รองเท้าให้ชนะอีกครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จ จึงนั่งพิจารณาหาสาเหตุ "พ่อรู้แล้ว" "อะไรฮะพ่อ" "ก็ลูกน่ะสิ ไม่ยอมใส่รองเท้าเดินบ่อยๆ เห็นไหมว่าขาของลูกมันงอ เลยใส่รองเท้าไม่ได้" ชนะแอบยิ้มในใจ ใส่ไม่ได้ก็ดีน่ะสิ จะได้ไม่ต้องใส่ให้เจ็บ "งั้นวันนี้ก็ไม่ต้องใส่รองเท้าแล้วสิฮะ" "ใช่ วันนี้ไม่ต้องใส่รองเท้าแล้ว แต่วันจันทร์ต้องไปโรงพยาบาล" "อ้าว...ทำไมล่ะฮะ" ชนะตกใจจนหน้าซีด จำได้ว่าเมื่อปีกลายพ่อเคยพาชนะไปให้หมอตรวจเพื่อตัดรองเท้าเหล็ก บรรยากาศในโรงพยาบาลทึมๆ เหมือนโรงงานที่เคยเห็นในทีวี ซ้ำมีเสียงตัดเหล็ก เสียงสว่านเจาะ เสียงจักร ดูน่ากลัว พ่อจับขาชนะเหยียดตรงจนเจ็บ "โอ๊ย!! เจ็บฮะพ่อ" "อืม...เส้นคงยึดเสียแล้ว พ่อยืดขาลูกไม่ได้เลย ทิ้งไว้แบบนี้ต่อไปคงเดินไม่ได้แน่ๆ"
พ่อลุกไปจากตรงนั้น หยิบรองเท้าเหล็กไปเก็บ แล้วเดินไปคุยกับแม่ ส่วนชนะนั้น คิดถึงเพื่อนจนอดไม่ได้ต้องเอ่ยขึ้น "พ่อฮะ งั้นนะไปเล่นกับเจ้าอ้วนนะฮะ" "ไปสิลูก พ่อให้สองชั่วโมงนะ แล้วรีบกลับมาอาบน้ำอาบท่า จะได้ทานข้าวเย็นกัน" "ฮะ" สิ้นเสียง ชนะก็คว้าไม้ยันวิ่งปรื๋อออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว
กว่าชนะจะได้ออกมาหาเพื่อนๆ ก็เกือบจะเย็นแล้ว เขาเดินดุ่มเข้าเขตสวนลิ้นจี่อันร่มครึ้ม ข้ามท้องร่องด้วยความคุ้นเคย ท้องร่องบางแห่งมีเพียงต้นไม้ที่ตัดแล้วนำมาวางพาดไว้เป็นสะพาน พื้นจึงนูนๆ กลมๆ ทรงตัวลำบาก ชนะก็ใช้วิธีถือไม้ยันไว้ด้วยมือหนึ่ง มือที่ว่างอยู่ก็ถัดก้นข้ามไปจนได้
ชนะเดินผ่านต้นลิ้นจี่ที่กำลังออกดอก ทำให้รู้ว่าฤดูหนาวกำลังมาเยือนแล้ว จำได้ว่าเมื่อปีที่แล้วน้ำหลากจนล้นตลิ่ง พื้นเป็นโคลนไปหมด อากาศก็หนาว แต่ที่สนุกที่สุดก็คือ วันที่พวกผู้ใหญ่เก็บลิ้นจี่ไปขาย ชนะกับเพื่อนๆ ก็จะไปเล่นแถวๆ นั้น เวลาที่ผู้ใหญ่เขาคัดลิ้นจี่กัน จะต้องมีลิ้นจี่ที่ไม่ได้ขนาด หรือสุกเกินไปจนนำไปขายไม่ได้ อีกทั้งลิ้นจี่ที่ร่วงออกจากพวง ชนะกับเพื่อนๆ ก็จะได้ลิ้มรสลิ้นจี่แสนหวานก่อนใคร
ออกจากแนวสวนลิ้นจี่ ก็เป็นเขตกองทราย ซึ่งตอนนี้ไม่เป็นภูเขาทรายเหมือนปีที่แล้ว แต่กลับมีเสาปูนตั้งโด่เด่อยู่มากมาย กับรถผสมปูนจอดอยู่ในบริเวณนั้น ชนะกับเพื่อนๆ ไม่ได้มาเล่นที่กองทรายนานแล้ว เพราะพวกคนงานไล่ให้ไปเล่นที่อื่น ชนะคิดว่าเพื่อนๆ คงไม่อยู่แถวนี้แน่จึงผ่านเลยไป แต่ยังไม่ทันพ้นก็ได้ยินเสียงคุ้นหูตะโกนเรียก
"เจ้านะ เจ้านะ" เสียงเจ้าแดงนั่นเอง มันเล่นอยู่กับเพื่อนๆ ใกล้ๆ รถผสมปูน มองเลยไปอีกหน่อยก็เห็นเจ้าอ้วนกำลังหมุนพวงมาลัยรถอยู่ ชนะรีบเดินไปเข้ากลุ่ม เพื่อนๆ กำลังปีนป่ายรถผสมปูนกันอย่างสนุกสนาน เขาวางไม้ยันลงแล้วปีนขึ้นไปนั่งเคียงกับเจ้าอ้วน "บรื้น........ไปไหนครับเจ้านาย" อ้วนหันมายิ้มให้ชนะแล้วถามขึ้น ก่อนที่จะหันกลับไปมองถนนแล้วทำทีเหมือนกำลังขับรถอยู่ "ไปบ้านสวน ไปบ้านสวน" ชนะตอบอย่างร่าเริง "ไปทำไม เพิ่งออกมาจากบ้านไม่ใช่เหรอ" อ้วนถามด้วยความสงสัย "เอาปูนไปเทพื้น ฉันจะสร้างบ้านใหม่ให้แม่" "บ้านแกก็สวยอยู่แล้วนี่เจ้านะ ดีกว่าบ้านฉันเสียอีก" "อืมๆ ไม่รู้สิ เห็นบ้านใหม่ๆ แถวนี้เค้าทำด้วยปูนกันนี่นา" "อือ จริงด้วย งั้นแวะบ้านฉันก่อนนะ" อ้วนมีท่าทีคล้อยตาม สายตาก็ยังจับจ้องอยู่ที่ถนน" "ไปทำไม" ชนะถามขึ้นบ้าง อ้วนยิ้มแล้วตอบเพื่อน "ก็เอาปูนไปเทบ้านฉันน่ะสิ บ้านฉันจะพังอยู่แล้ว" "อ้าว ได้ไงอ่ะ ไปบ้านฉันก่อนสิ" "ไปบ้านฉันก่อน ฉันเป็นคนขับนะ" "แต่ฉันเป็นเจ้านาย แกต้องทำตามคำสั่ง" "ไม่ๆ ฉันจะเอาปูนไปเทที่บ้านฉัน" ทั้งสองทุ่มเถียงกันจนลั่นรถ จนเจ้าแดงหัวโจกต้องปีนขึ้นมาไกล่เกลี่ย "เฮ้ย เป็นอะไรกัน เจ้าสองคนนี่" ทั้งชนะและอ้วนแย่งกันพูดจนแดงงง เพื่อนๆ ที่อยู่รอบๆ รถต่างก็หยุดปีนป่าย มายืนล้อมรถแล้วแบ่งข้างกันเชียร์ การถกเถียงชักจะดุเดือดขึ้นทุกที ทั้งอ้วนและชนะแทบจะจำไม่ได้แล้วว่ากำลังพูดเรื่องอะไรกันอยู่ ขณะนี้มีแต่จะเอาแพ้ชนะกัน อ้วนนั้นเลือดขึ้นหน้าเผลอไปผลักชนะเข้า ชนะก็ผลักตอบ อ้วนไม่ยอมง้างแขนอันใหญ่มาล็อคคอชนะ "ยอมมั้ย!! ยอมมั้ย !!" อ้วนตะโกนลั่น ชนะนั้นเริ่มจะหายใจไม่ออก แต่ก็ไม่ยอมแพ้ พยายามเอามือต่อยสะเปะสะปะไปตามเนื้อตัวของอ้วน แต่หาได้ทำให้อ้วนรู้สึกระคายเคืองไม่ อ้วนเริ่มใจอ่อน จึงคลายมือออกแต่ก็ยังไม่ยอมปล่อย พลางตะโกนบอกให้ชนะยอม ชนะก็ไม่ยอมและพยายามดิ้นให้หลุดจากวงแขนของอ้วน แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหลุดจนอ้วนเริ่มโมโหอีกครั้ง จึงรัดแขนแน่นขึ้นจนใบหน้าของชนะแดงกล่ำ แดงเห็นท่าไม่ดีจึงเข้าไปดึงแขนอ้วนออกจากคอชนะ "เฮ้ย พอแล้วไอ้อ้วน เดี๋ยวมันตายพอดี" "ก็มันไม่ยอม" "ไม่ยอมก็ปล่อยมันก่อนเถอะ"
วันนี้เป็นวันที่ชนะไม่ชอบเลย...เพราะต่อยกับเจ้าอ้วนแล้วแพ้ ชนะอยากจะมีร่างกายใหญ่โตอย่างเจ้าอ้วน จะได้ไม่มีใครมารังแก ไม่มีใครสู้ได้ เมื่อกลับเข้าบ้าน พ่อกับแม่ก็ส่ายหัวตามเคย "ไปกัดกับหมาที่ไหนมาอีกล่ะ มอมเชียว" พ่อพูดติดตลก แต่ชนะไม่ตลกด้วย เขาจ้องหน้าพ่อนิ่ง สักประเดี๋ยวน้ำก็ทะลักออกมาจากเบ้าตา "โฮ....." "อ้าว เป็นอะไรไปล่ะลูก ไปเล่นกับเพื่อนแล้วทำไมกลับมาร้องไห้" ชนะร้องไห้อยู่สักครู่ พ่อก็เข้ามาโอบเขาไว้แล้วลูบหลังเบาๆ "ไปอาบน้ำให้สบายตัวก่อน เดี๋ยวค่อยมาเล่าให้พ่อฟัง" บรรยากาศอาหารเย็นวันนั้นเป็นปกติ พ่อกับแม่คุยกัน แล้วก็ชวนชนะคุยโน่นคุยนี่จนเขาลืมเรื่องที่ทะเลาะกับเจ้าอ้วนเสียสนิท จนพ่อเอ่ยขึ้นเมื่อชนะกำลังตักกล้วยบวชชีเข้าปาก "เป็นไง วันนี้ไม่มีเรื่องในสวนมาเล่าให้ฟังรึ" "เอ่อ...ก็...นะทะเลาะกับเจ้าอ้วนฮะ" "อืม...แล้วทำไมต้องร้องไห้ล่ะ เรามันลูกผู้ชายนะ" "เปล่าฮะ ตอนทะเลาะกัน นะไม่ได้ร้องไห้ แต่โมโหที่ต่อยกับมันแล้วสู้ไม่ได้ นะอยากตัวโตๆ จะได้ไม่ต้องกลัวใคร ต่อยกับใครก็ชนะตลอด" พ่อกับแม่มองหน้ากัน พ่อเอ่ยกับแม่ว่า "แม่ ขอกาแฟสักถ้วยสิจ๊ะ" แม่ผละจากวงสนทนาเข้าไปในครัว พ่อยิ้มก่อนที่จะพูดกับชนะ "ถ้าลูกตัวโตแล้วจะเป็นยังไง" "นะก็จะไม่กลัวใคร ต่อยกับใครนะก็จะไม่แพ้" "แล้วไง ชนะคนแล้วดียังไง ไม่มีใครสู้ได้ แล้วลูกจะเป็นยังไง" ชนะงง ไม่รู้ว่าพ่อพูดถึงอะไร ได้แต่มองพ่อตาปริบๆ "วิธีชนะคนมีตั้งหลายวิธีนะลูก" "ยังไงฮะ นะเห็นทุกคนยอมเจ้าอ้วน เจ้าแดงหมดเลย เพราะมันชนะทุกคน" "ลูกลองคิดดูสิ ตอนเล่นขี่ม้าชนกัน ลูกต้องต่อยให้ชนะเจ้าอ้วนก่อนหรือเปล่า เขาถึงยอมให้ลูกขี่หลัง" "เปล่าฮะ" "นั่นไง ที่เขายอมก็เพราะลูกเป็นคนคิดให้เขาไง ว่าถ้าลูกขี่หลังเขาแล้วจะชนชนะ เพราะเขาตัวใหญ่ ลูกตัวเล็กจริงไหม" "ฮะ นะเป็นคนบอกเจ้าอ้วนเอง" "นั่นแสดงว่า ลูกชนะเจ้าอ้วนแล้ว" "ชนะยังไงฮะพ่อ" "ก็ชนะใจ ชนะความคิด เขาถึงได้ยอมลูกไง ทีนี้ถ้าลูกรู้จักคิด เป็นเด็กฉลาด ลูกก็จะชนะทุกคน ใครๆ ก็จะยอมรับลูก" "อ๋อ....เข้าใจแล้วฮะ แล้วทำยังไงถึงฉลาดล่ะฮะ" พ่อเอื้อมมือมาลูบศีรษะชนะไปมา "อืม...พ่อว่าลูกฉลาดอยู่แล้วล่ะ แต่สงสัยต้องหาโรงเรียนให้เรียนหนังสือ จะได้ชนะคนอื่นเสียที" "จริงเหรอฮะ พ่อจะให้นะไปโรงเรียน ก็ดีสิฮะ นะเบื่ออยู่บ้านแล้ว" "ตื่นเต้นอะไรกันจ๊ะลูก" แม่ยกถ้วยกาแฟเข้ามาพอดี "พ่อจะให้นะไปโรงเรียนฮะ" กว่าชนะจะชอบวันนี้...ก็ปาเข้าไปเกือบสี่ทุ่มแล้ว...
|