• ครูอุ๋ย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sipprapa@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-19
  • จำนวนเรื่อง : 84
  • จำนวนผู้ชม : 23924
  • จำนวนผู้โหวต : 102
  • ส่ง msg :
บ้านครูอุ๋ย
เรื่องอยากเล่า รูปอยากอวด
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kru-oui
วันศุกร์ ที่ 5 ตุลาคม 2550
รูปวาดวันสุข 6 "สีชังรำลึก"
Posted by ครูอุ๋ย , ผู้อ่าน : 338 , 13:41:39 น.   | หมวดหมู่ : รูปวาดวันสุข  
พิมพ์หน้านี้


สีชังรำลึก

                30 ธันวาคม 2523 - 3 มกราคม 2524 ผมได้มีโอกาสไปเยือนอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี และได้ข้ามเรือไปยังเกาะสีชังเป็นครั้งแรก ผมกับเพื่อนคนหนึ่ง นั่งคลุกตัวอยู่กับหาดเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเปลือกหอยบนเกาะแห่งนี้ เราพบเศษเอ็นตกปลาถูกทิ้งอยู่บริเวณนั้นจึงนำมาทำเป็นสายร้อยสร้อยที่ทำจากเปลือกหอย ก็ไม่รู้ว่าจะร้อยไปทำอะไร รู้แต่ว่ามันสวยดี สิ่งที่ผมได้สัมผัส ณ เกาะสีชังยามนั้นก็คือ ความสงบและทะเล ไม่มีใครสนใจเรา ผมรู้สึกเป็นอิสระจนไม่อยากจะกลับเลย

                สามหรือสี่ปีหลังจากนั้น ผมคิดถึงเกาะสีชังขึ้นมาอีก ครั้งนี้ผมได้พบวังเก่าที่ถูกทอดทิ้งไว้จนทรุดโทรม เมื่อยืนอยู่ต่อหน้าอาคารหลังใหญ่ริมทะเลแห่งนี้ ผมรู้สึกเหมือนกำลังยืนคุยอยู่กับคุณปู่แห่งเกาะสีชัง เรื่องราวในอดีตได้ถูกบันทึกไว้บนสายสนิมของหลังคาสังกะสี กระดานที่ผุกร่อน และแนวลั่นทมที่ผมมั่นใจว่า หลายต้นคงมีอายุแก่กว่าผม เราคุยกันอย่างสนิทสนม กับบรรยากาศร่มครึ้มในเขตพระจุฑาธุชราชฐาน และหลังจากนั้นผมก็มาที่นี่ครั้งแล้วครั้งเล่าจนนับไม่ถ้วน

                เกาะสีชังมีหลายอารมณ์ บางครั้งเราเดินข้ามไปกางเต้นท์นอนกันที่หาดทรายแก้ว รับอารมณ์เปลี่ยว วังเวง ห่างไกลชาวบ้านและผู้คน ยามค่ำคืนเมื่อมองไปด้านหน้าก็พบกับเวิ้งน้ำและแสงวับแวมของเรือไดหมึก ด้านหลังนั้นมืดสนิทติดภูเขาและไม้รกเรื้อ เราพบขี้กระต่ายเกลื่อนไปหมด แต่ไม่เคยพบตัวมันสักครั้งเดียว บางคืนเรามีเพียงบะหมี่เกือบสำเร็จรูปที่ต้มเดือดแล้วแต่ถูกลมพัดทรายปลิวลงไปผสมผสานให้ขบเคี้ยวด้วยความหิว ไม่มีใครกล้าเดินข้ามเข้าไปซื้ออาหารที่ตลาดในยามค่ำ เพราะต้องผ่านดงไม้ เจดีย์เก่า และวังโบราณที่ยืนทะมึนชวนขนลุก และเมื่อตื่นขึ้นมาในยามเช้า เราก็มีกาแฟหนึ่งถ้วยก่อนที่ผมจะออกไปเขียนรูป

                ฤดูร้อนเป็นช่วงที่ชาวบ้านขาดน้ำ ต้องเข็นรถมาตักน้ำที่ท่าวัง ซึ่ง (เคย) มีตาน้ำจืดไหลมาจากภูเขาเล็กๆ สู่บ่ออังษฎางค์ที่สร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ห้า อันที่จริงแทบทุกบ้านก็กักน้ำฝนไว้ดื่มยามแล้งกันอยู่ แต่น้ำใช้มันหายาก ยิ่งบางปีแล้งนานก็ลำบากหน่อย

                ช่วงที่ดอกหางนกยูงบานสะพรั่ง เราจะเห็นสีแสดสดใสอยู่ลิบๆ บนเกาะตั้งแต่เรือยังไม่เทียบท่า และรู้ทันทีว่าตรงนั้นล่ะคือวังจุฑาธุช เรากำลังจะมาถึงโลกส่วนตัวของเราแล้ว... บางฤดูกาลเรากลับกลายเป็นเห็นจุดขาวๆ ของดอกลั่นทมอยู่ไกลโพ้น แต่ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยก็คือบ้านไม้สักหลังเก่าหลังนั้น มันยังคงเป็นสีน้ำตาลไม่เห็นเปลี่ยนไปไหนสักทีสักร้อยปีได้แล้วกระมัง...(ปัจจุบันกลายเป็นบ้านไม้ใหม่เอี่ยมทาสีเขียว ติดแอร์ไปเรียบร้อยแล้ว ขอบคุณจริงๆ กรมศิลปากร)

                "มาคราวนี้อยู่กี่วัน" พี่ชัยกับพี่นงค์จะถามผมเช่นนี้ทุกครั้งที่พบกัน แกมีร้านขายอาหารทะเลอยู่บนเกาะ ผมเคยเป็นหนี้แกเจ็ดร้อยบาทนานถึงสิบเอ็ดเดือน บางเที่ยวผมต้องการไปเขียนรูปอย่างประหยัดและสะดวกก็นอนกันที่ร้านแกนี่ล่ะ เจ้าไก่ลูกศิษย์ที่สนิทเหมือนเพื่อนของผมก็กลายเป็นเด็กเสริฟกินฟรีอยู่ฟรีไปเลย เวลานี้ได้ข่าวว่าพี่นงค์กับพี่ชัยอพยพครอบครัวไปจากสีชังเสียแล้ว เกือบสิบปีที่รู้จักกันยังไม่ได้ร่ำลาเลย แล้วผมจะไปหาใครที่เกาะนี้อีกล่ะ

                พฤษภาทิมฬ...ที่เกาะสีชังแห่งนี้ก็คึกคักไม่แพ้กรุงเทพฯ ชาวบ้านแห่แหนกันมาประท้วงเรื่องระเบิดหินภูเขาไปสร้างท่าเรือน้ำลึก หลายคนนำเอกสารมาให้ผมดู บอกเล่าให้ผมฟัง เพื่อผมจะได้กลับมาเขียนถึงเรื่องนี้ที่กรุงเทพฯ ให้ตายเถอะ ผมจะไปทำอะไรได้ ก็แค่คนเขียนรูป หมดท่า (ปัจจุบันการระเบิดหินเสร็จสิ้นไปแล้ว ภูเขากลายเป็นไซโลเก็บสินค้า หินที่ระเบิดได้นำไปสร้างท่าเรือน้ำลึก)

                หลายปีผ่านไป จากจุดสีแสดกับจุดสีขาวที่ผมเห็นก่อนเรือจะถึงฝั่งกลับกลายเป็นแท่งสีขาว เหลือง ฟ้า ของบังกาโลที่สร้างขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว บ้านฝาสังกะสีหลังคามุงจากของเด็กหญิงไมถูกรื้อไปแล้ว พื้นที่ว่างที่เราเคยไปกางเต้นท์ ต้มถั่วเขียว เล่านิทานให้เด็กๆ ฟังรอบกองไฟในฤดูหนาว เวลานี้มีเจ้าของเสียแล้ว ผมก็ต้องย้ายตัวเองจากเต้นท์เข้าไปนอนสบายอยู่ในบังกาโล มันสบายจริงๆ แต่มันทำร้านความรู้สึกของผมจนพูดไม่ออก

                เพื่อนๆ หลายคนเป็นห่วงผม เมื่อทราบข่าวเรือล่มที่เกาะสีชัง คิดว่าผมอาจอยู่แถวๆ นั้นหรือไม่ก็จมน้ำเสียแล้ว แต่ช่วงนั้นผมอยู่กรุงเทพฯ เมื่อกลับไปที่เกาะสอบถามดูปรากฏว่าไม่ใช่เรือโดยสารที่วิ่งประจำ แต่เป็นเรือเหมาลำที่บรรทุกเกินอัตรา เนื่องจากเป็นช่วงตรุษจีนซึ่งผู้คนนิยมไปไหว้พระที่เกาะแห่งนี้...เมื่อสารเคมีระเบิดในเรือ ผมก็ถูกทักอีกว่าได้ไปอยู่ตรงนั้นกับเขาหรือเปล่า ผมไปที่เกาะก่อนหน้านั้นสองสามวัน ลงเรือข้ามไปถ่ายรูปที่เกาะร้างใกล้ๆ นั้น ช่วงนั้นปีใหม่พอดี คลื่นลมแรงและอากาศหนาว คนที่ผมพาไปด้วยกลับมาแล้วก็บ่นว่าคิดว่าเอาชีวิตไปทิ้งที่สีชังเสียแล้ว ผมว่าที่มีเสน่ห์มากกว่าจะมีอันตรายนะ

                คุณยายคนหนึ่งเคยเล่าให้ฟังว่า สมัยที่แกยังเด็กต้องเดินไปเรียนหนังสือที่ท่าวัง ตรงนั้นเขาใช้ตึกเก่าๆ บนเนินเขา (เข้าใจว่าเคยเป็นที่พักข้าราชการตามเสด็จสมัยรัชกาลที่ห้า) เป็นโรงเรียน ต่อมามีการสร้างโรงเรียนของเกาะขึ้น วังจุฑาธุชจึงถูกทิ้งจริงๆ ไม้กระดานที่เป็นสักแท้ๆ ถูกขโมยไปทำเชื้อไฟทุกปีๆ ละแผ่นสองแผ่นจนเกือบจะเหลือแต่โครง โชคดีที่กรมศิลปากรเข้ามาอนุรักษ์ได้ทันท่วงทีก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป (วังจุฑาธุชราชฐานอยู่ในการดูแลของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยหลายปี เนื่องจากมาขอใช้สถานที่ของกรมศิลปากรตั้งสถานีวิจัยทางทะเล ณ ที่นี้)

                ชื่อเกาะสีชังเป็นมาอย่างไรไม่รู้ แต่คนที่วัดบนเขาเล่าตำนานให้ฟังว่า นานมาแล้วมีพ่อค้าชาวจีนนำเรือสำเภามาค้าขายกับสยาม และเกิดมรสุมขึ้นจึงนำเรือสำเภาสี่ลำมาทอดสมอหลบลมอยู่หน้าเกาะร้างแห่งนี้ ตกกลางคืนชาวเรือและไต้ก๋งเกิดนิมิตเห็นแสงประหลาดพุ่งขึ้นจากเชิงเขา รุ่งเช้าจึงพากันขึ้นจากเรือตัดไม้เป็นทางขึ้นไปสำรวจ จึงได้พบถ้ำซึ่งมีหินงอกเป็นรูปคล้ายพระจีน จึงมีการสักการะกราบไหว้บูชากันมาแต่บัดนั้น เมื่อมีผู้คนอพยพมาอาศัยอยู่ก็พากันเรียกเกาะนี้ว่า "ซีซัน" ซึ่งภายหลังเพี้ยนมาเป็น "สีชัง" (เรื่องนี้ไม่ยืนยัน เพราะไม่มีหลักฐานกรุณาอย่านำไปอ้างอิงใดๆ)

                เมื่ออยู่ในบริเวณพระจุฑาธุชราชฐาน ไม่ว่าจะหันไปทางใดก็มีมุมสวยๆ ให้วาดรูปโดยตลอด ผมเดินสำรวจรอบๆ บริเวณก็พบบันไดมากมายที่มีชื่อไพเราะและคล้องจอง มีทางเดินบนไหล่เขาคล้ายเป็นสวนรุกขชาติ แสดงให้เห็นความโรแมนติกของผู้ที่ทรงมีพระราชดำริให้สร้างพระราชวังนี้ขึ้น เพียงเห็นแต่ซากเก่าแก่ที่ถูกทิ้งมานับร้อยปียังมีมนต์ขลังถึงเพียงนี้ หากเราสามารถย้อนกลับไปเห็นในห้วงเวลาแห่งยุคของพระองค์ท่านมิตื่นตะลึงในความงามของสถานที่แห่งนี้หรือ สิ่งเหล่านี้คือแรงดึงดูดอันสำคัญที่ทำให้ผมต้องมาบันทึกความรู้สึกเหล่านี้ไว้ด้วยสายตา หัวใจและสองมือที่เขียนออกมาเป็นภาพ

                ชาวเกาะสีชังเคยเล่าให้ฟังถึงลุงแก่ๆ คนหนึ่ง ร่างเล็กผิวคล้ำและใจดีชอบมาจ้างเรือออกไปตกปลา วันดีคืนดีก็คว้ากระดาษออกมาวาดรูป ผมคลาดกับแกหลายต่อหลายครั้ง จนได้มาพบกันในค่ำวันหนึ่งที่ร้านพี่ชัย อาจารย์สวัสดิ์ ตันติสุข ที่นี่เป็นลุงคนหนึ่งเท่านั้นเอง แต่ทุกครั้งที่พบกันที่กรุงเทพ ท่านก็ยังเป็นครูที่ไม่เคยหยุดสอน อาจารย์คงชอบเป็นลุงที่นี่มากกว่าเป็นครูกระมัง จึงมาที่เกาะแห่งนี้อยู่เป็นนิจ

                เกาะสีชัง เกาะเสม็ด เกาะสมุย เกาะช้าง...หรือเกาะใดๆ ต่างมีวิถีที่เป็นมา และกำลังจะเป็นไป เมื่อการท่องเที่ยวถูกพัฒนาให้เป็นอุตสาหกรรม ชาวถิ่นต่างฉกฉวยประโยชน์จากนักท่องเที่ยว ผู้มาเยือนก็ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ให้คุ้มกับเงินที่เสียไป จนไม่มีใครสนใจกับถิ่นที่อาศัยอยู่ว่าแต่ละปีมีความบอบช้ำเพิ่มขึ้นสักเพียงใด และเมื่อความเจริญคืบคลานเข้ามาจนถึงที่สุด เมื่อนั้นความเสื่อมจะตามมาแล้วจะไม่มีใครแวะเวียนมาอีกเพราะเขาได้ย้ายไปแสวงหาสถานที่ๆ สดสะพรั่งกว่านี้

น่าเสียดายหากไม่มีใครคิดที่จะสงวนไว้ให้เยาว์วัยต่อไปนานเท่านานเหมือนที่เคยเป็นมา...

                                                                           

 

สีชังรำลึก : REMINISCENCE OF SI-CHANG

__________________________________________________________________

__________________________________________________________________

หมื่นแดด : TIME MEMORIAL

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8
ตุ้มจิ๋ว วันที่ : 08/10/2007 เวลา : 14.35 น.
http://www.oknation.net/blog/namtan

เพิ่งไปเที่ยวไม่นานมานี้ มีสิ่งก่อสร้างดูแล้ว บางทีเสียดายค่ะ เพราะสร้างออกมาไม่สวยเลย
นึกจะสร้างอะไร ก็สร้างกันไป น่าจะปลูกสร้างแบบมีศิลปะ สวยงาม นึกแล้วยังเสียดาย
เรื่องเล่า ครั้งเก่าก่อน ที่ สวยงาม..
ความคิดเห็นที่ 7
supameeh วันที่ : 07/10/2007 เวลา : 10.42 น.
http://www.oknation.net/blog/digitalmedia
เปิดโลกทัศน์ ดิจิตอลมีเดีย

อ่านเรื่อง และดูภาพ
สัมผัสได้ถึงความผูกพันที่ลึกซึ้งที่ครูอุ๋ยมีกับเกาะแห่งนี้เลยครับ

สีชัง.. ชังแต่ชื่อ จริง ๆ

ภาพสวยมากครับ
ความคิดเห็นที่ 6
skinhead วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 20.20 น.
http://www.oknation.net/blog/skinhead
               p     u     r     e              

ยังไม่เคยไปนะครับ
ความคิดเห็นที่ 5
ความทรงจำเก่าๆ วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 13.18 น.
http://www.oknation.net/blog/kontummadha
เพลงชีวิต.....เพลงชีวา...คนธรรมด๊าหนีงาน..แวะพักอัมพวา

พึ่งไปสัมผัสมาเมื่อปีใหม่ 2550 ครับ...
ความคิดเห็นที่ 4
pjeabja วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 17.23 น.
http://www.oknation.net/blog/pradit

สวย นิ่ง สงบดีจังครับ
ความคิดเห็นที่ 3
littlewizard วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 17.14 น.
http://www.oknation.net/blog/littlewizard


เคยไปครั้งหนึ่งครับ
ความคิดเห็นที่ 2
veerin วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 16.22 น.
http://www.oknation.net/blog/veerin

ภาพวาดสวยงาม ประกอบเรื่องเล่าที่น่าประทับใจ..
-------------------------------------
ไม่แปลกใจเลยนะคะ..ว่าศิลปินที่ดื่มด่ำกับรรยากาศรอบๆตัว..ซึมซับและเข้าถึงอารมณ์ของสถานที่นั้นๆ..จะสามารถถ่ายทอดเรื่องราวและความรู้สึกเหล่านั้นออกมาได้งดงามถึงเพียงนี้..

แล้วเคยวาดรูปคนรักไหมล่ะคะ..ครูอุ๋ย..??
ความคิดเห็นที่ 1
สอนสุพรรณ วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 14.52 น.
http://www.oknation.net/blog/phaen
  ส่งเสริม    สืบสาน    สร้างสรรค์    ศิลปวัฒนธรรม 

เมื่อสองปีที่แล้วก็ไปเขียนรูปมาเหมือนกันครับ พาผู้อบรมศิลปะหลักสูตรระยะสั้นไปเขียนภาพทิวทัศน์ทางทะเล กลับมาแล้วไปเยี่ยมอาจารย์สวัสดิ์ที่บ้าน คุยกับท่านถึงเรื่องนี้แล้ว... ได้หลายชั่วโมงเลยครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

You’ve Got A Friend

You’ve Got A Friend

View All
<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31