• ครูอุ๋ย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sipprapa@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-19
  • จำนวนเรื่อง : 76
  • จำนวนผู้ชม : 16617
  • จำนวนผู้โหวต : 85
  • ส่ง msg :
more
บ้านครูอุ๋ย
เรื่องอยากเล่า รูปอยากอวด
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kru-oui
วันเสาร์ ที่ 26 มกราคม 2551
นิทรรศการภาพเขียนชุด สีชังรำลึก
Posted by ครูอุ๋ย , ผู้อ่าน : 307 , 17:12:39 น.   | หมวดหมู่ : รูปวาดวันสุข  
พิมพ์หน้านี้


นิทรรศการภาพเขียนชุด 

สีชังรำลึก 

โดย อนันต์ ประภาโส 

9 – 19 กุมภาพันธ์ 2538

ณ ห้องแสดงนิทรรศการชั้น 4 ศูนย์สรรพสินค้าริเวอร์ซิตี้ กรุงเทพ

คุณหญิงชดช้อย โสภณพานิช ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ 

รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้โครงการส่งเสริมและพัฒนาศิลปะเด็กในสลัม มูลนิธิดวงประทีป

สีชังรำลึก

                30 ธันวาคม 2523 - 3 มกราคม 2524 ผมได้มีโอกาสไปเยือนอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี และได้ข้ามเรือไปยังเกาะสีชังเป็นครั้งแรก ผมกับเพื่อนคนหนึ่ง นั่งคลุกตัวอยู่กับหาดเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเปลือกหอยบนเกาะแห่งนี้ เราพบเศษเอ็นตกปลาถูกทิ้งอยู่บริเวณนั้นจึงนำมาทำเป็นสายร้อยสร้อยที่ทำจากเปลือกหอย ก็ไม่รู้ว่าจะร้อยไปทำอะไร รู้แต่ว่ามันสวยดี สิ่งที่ผมได้สัมผัส ณ เกาะสีชังยามนั้นก็คือ ความสงบและทะเล ไม่มีใครสนใจเรา ผมรู้สึกเป็นอิสระจนไม่อยากจะกลับเลย

                สามหรือสี่ปีหลังจากนั้น ผมคิดถึงเกาะสีชังขึ้นมาอีก ครั้งนี้ผมได้พบวังเก่าที่ถูกทอดทิ้งไว้จนทรุดโทรม เมื่อยืนอยู่ต่อหน้าอาคารหลังใหญ่ริมทะเลแห่งนี้ ผมรู้สึกเหมือนกำลังยืนคุยอยู่กับคุณปู่แห่งเกาะสีชัง เรื่องราวในอดีตได้ถูกบันทึกไว้บนสายสนิมของหลังคาสังกะสี กระดานที่ผุกร่อน และแนวลั่นทมที่ผมมั่นใจว่า หลายต้นคงมีอายุแก่กว่าผม เราคุยกันอย่างสนิทสนม กับบรรยากาศร่มครึ้มในเขตพระจุฑาธุชราชฐาน และหลังจากนั้นผมก็มาที่นี่ครั้งแล้วครั้งเล่าจนนับไม่ถ้วน

                เกาะสีชังมีหลายอารมณ์ บางครั้งเราเดินข้ามไปกางเต้นท์นอนกันที่หาดทรายแก้ว รับอารมณ์เปลี่ยว วังเวง ห่างไกลชาวบ้านและผู้คน ยามค่ำคืนเมื่อมองไปด้านหน้าก็พบกับเวิ้งน้ำและแสงวับแวมของเรือไดหมึก ด้านหลังนั้นมืดสนิทติดภูเขาและไม้รกเรื้อ เราพบขี้กระต่ายเกลื่อนไปหมด แต่ไม่เคยพบตัวมันสักครั้งเดียว บางคืนเรามีเพียงบะหมี่เกือบสำเร็จรูปที่ต้มเดือดแล้วแต่ถูกลมพัดทรายปลิวลงไปผสมผสานให้ขบเคี้ยวด้วยความหิว ไม่มีใครกล้าเดินข้ามเข้าไปซื้ออาหารที่ตลาดในยามค่ำ เพราะต้องผ่านดงไม้ เจดีย์เก่า และวังโบราณที่ยืนทะมึนชวนขนลุก และเมื่อตื่นขึ้นมาในยามเช้า เราก็มีกาแฟหนึ่งถ้วยก่อนที่ผมจะออกไปเขียนรูป

                ฤดูร้อนเป็นช่วงที่ชาวบ้านขาดน้ำ ต้องเข็นรถมาตักน้ำที่ท่าวัง ซึ่ง (เคย) มีตาน้ำจืดไหลมาจากภูเขาเล็กๆ สู่บ่ออังษฎางค์ที่สร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ห้า อันที่จริงแทบทุกบ้านก็กักน้ำฝนไว้ดื่มยามแล้งกันอยู่ แต่น้ำใช้มันหายาก ยิ่งบางปีแล้งนานก็ลำบากหน่อย

                ช่วงที่ดอกหางนกยูงบานสะพรั่ง เราจะเห็นสีแสดสดใสอยู่ลิบๆ บนเกาะตั้งแต่เรือยังไม่เทียบท่า และรู้ทันทีว่าตรงนั้นล่ะคือวังจุฑาธุช เรากำลังจะมาถึงโลกส่วนตัวของเราแล้ว... บางฤดูกาลเรากลับกลายเป็นเห็นจุดขาวๆ ของดอกลั่นทมอยู่ไกลโพ้น แต่ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยก็คือบ้านไม้สักหลังเก่าหลังนั้น มันยังคงเป็นสีน้ำตาลไม่เห็นเปลี่ยนไปไหนสักทีสักร้อยปีได้แล้วกระมัง...(ปัจจุบันกลายเป็นบ้านไม้ใหม่เอี่ยมทาสีเขียว ติดแอร์ไปเรียบร้อยแล้ว ขอบคุณจริงๆ กรมศิลปากร)

                "มาคราวนี้อยู่กี่วัน" พี่ชัยกับพี่นงค์จะถามผมเช่นนี้ทุกครั้งที่พบกัน แกมีร้านขายอาหารทะเลอยู่บนเกาะ ผมเคยเป็นหนี้แกเจ็ดร้อยบาทนานถึงสิบเอ็ดเดือน บางเที่ยวผมต้องการไปเขียนรูปอย่างประหยัดและสะดวกก็นอนกันที่ร้านแกนี่ล่ะ เจ้าไก่ลูกศิษย์ที่สนิทเหมือนเพื่อนของผมก็กลายเป็นเด็กเสริฟกินฟรีอยู่ฟรีไปเลย เวลานี้ได้ข่าวว่าพี่นงค์กับพี่ชัยอพยพครอบครัวไปจากสีชังเสียแล้ว เกือบสิบปีที่รู้จักกันยังไม่ได้ร่ำลาเลย แล้วผมจะไปหาใครที่เกาะนี้อีกล่ะ

                พฤษภาทิมฬ...ที่เกาะสีชังแห่งนี้ก็คึกคักไม่แพ้กรุงเทพฯ ชาวบ้านแห่แหนกันมาประท้วงเรื่องระเบิดหินภูเขาไปสร้างท่าเรือน้ำลึก หลายคนนำเอกสารมาให้ผมดู บอกเล่าให้ผมฟัง เพื่อผมจะได้กลับมาเขียนถึงเรื่องนี้ที่กรุงเทพฯ ให้ตายเถอะ ผมจะไปทำอะไรได้ ก็แค่คนเขียนรูป หมดท่า (ปัจจุบันการระเบิดหินเสร็จสิ้นไปแล้ว ภูเขากลายเป็นไซโลเก็บสินค้า หินที่ระเบิดได้นำไปสร้างท่าเรือน้ำลึก)

                หลายปีผ่านไป จากจุดสีแสดกับจุดสีขาวที่ผมเห็นก่อนเรือจะถึงฝั่งกลับกลายเป็นแท่งสีขาว เหลือง ฟ้า ของบังกาโลที่สร้างขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว บ้านฝาสังกะสีหลังคามุงจากของเด็กหญิงไมถูกรื้อไปแล้ว พื้นที่ว่างที่เราเคยไปกางเต้นท์ ต้มถั่วเขียว เล่านิทานให้เด็กๆ ฟังรอบกองไฟในฤดูหนาว เวลานี้มีเจ้าของเสียแล้ว ผมก็ต้องย้ายตัวเองจากเต้นท์เข้าไปนอนสบายอยู่ในบังกาโล มันสบายจริงๆ แต่มันทำร้านความรู้สึกของผมจนพูดไม่ออก

                เพื่อนๆ หลายคนเป็นห่วงผม เมื่อทราบข่าวเรือล่มที่เกาะสีชัง คิดว่าผมอาจอยู่แถวๆ นั้นหรือไม่ก็จมน้ำเสียแล้ว แต่ช่วงนั้นผมอยู่กรุงเทพฯ เมื่อกลับไปที่เกาะสอบถามดูปรากฏว่าไม่ใช่เรือโดยสารที่วิ่งประจำ แต่เป็นเรือเหมาลำที่บรรทุกเกินอัตรา เนื่องจากเป็นช่วงตรุษจีนซึ่งผู้คนนิยมไปไหว้พระที่เกาะแห่งนี้...เมื่อสารเคมีระเบิดในเรือ ผมก็ถูกทักอีกว่าได้ไปอยู่ตรงนั้นกับเขาหรือเปล่า ผมไปที่เกาะก่อนหน้านั้นสองสามวัน ลงเรือข้ามไปถ่ายรูปที่เกาะร้างใกล้ๆ นั้น ช่วงนั้นปีใหม่พอดี คลื่นลมแรงและอากาศหนาว คนที่ผมพาไปด้วยกลับมาแล้วก็บ่นว่าคิดว่าเอาชีวิตไปทิ้งที่สีชังเสียแล้ว ผมว่าที่มีเสน่ห์มากกว่าจะมีอันตรายนะ

                คุณยายคนหนึ่งเคยเล่าให้ฟังว่า สมัยที่แกยังเด็กต้องเดินไปเรียนหนังสือที่ท่าวัง ตรงนั้นเขาใช้ตึกเก่าๆ บนเนินเขา (เข้าใจว่าเคยเป็นที่พักข้าราชการตามเสด็จสมัยรัชกาลที่ห้า) เป็นโรงเรียน ต่อมามีการสร้างโรงเรียนของเกาะขึ้น วังจุฑาธุชจึงถูกทิ้งจริงๆ ไม้กระดานที่เป็นสักแท้ๆ ถูกขโมยไปทำเชื้อไฟทุกปีๆ ละแผ่นสองแผ่นจนเกือบจะเหลือแต่โครง โชคดีที่กรมศิลปากรเข้ามาอนุรักษ์ได้ทันท่วงทีก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป (วังจุฑาธุชราชฐานอยู่ในการดูแลของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยหลายปี เนื่องจากมาขอใช้สถานที่ของกรมศิลปากรตั้งสถานีวิจัยทางทะเล ณ ที่นี้)

                ชื่อเกาะสีชังเป็นมาอย่างไรไม่รู้ แต่คนที่วัดบนเขาเล่าตำนานให้ฟังว่า นานมาแล้วมีพ่อค้าชาวจีนนำเรือสำเภามาค้าขายกับสยาม และเกิดมรสุมขึ้นจึงนำเรือสำเภาสี่ลำมาทอดสมอหลบลมอยู่หน้าเกาะร้างแห่งนี้ ตกกลางคืนชาวเรือและไต้ก๋งเกิดนิมิตเห็นแสงประหลาดพุ่งขึ้นจากเชิงเขา รุ่งเช้าจึงพากันขึ้นจากเรือตัดไม้เป็นทางขึ้นไปสำรวจ จึงได้พบถ้ำซึ่งมีหินงอกเป็นรูปคล้ายพระจีน จึงมีการสักการะกราบไหว้บูชากันมาแต่บัดนั้น เมื่อมีผู้คนอพยพมาอาศัยอยู่ก็พากันเรียกเกาะนี้ว่า "ซีซัน" ซึ่งภายหลังเพี้ยนมาเป็น "สีชัง" (เรื่องนี้ไม่ยืนยัน เพราะไม่มีหลักฐานกรุณาอย่านำไปอ้างอิงใดๆ)

                เมื่ออยู่ในบริเวณพระจุฑาธุชราชฐาน ไม่ว่าจะหันไปทางใดก็มีมุมสวยๆ ให้วาดรูปโดยตลอด ผมเดินสำรวจรอบๆ บริเวณก็พบบันไดมากมายที่มีชื่อไพเราะและคล้องจอง มีทางเดินบนไหล่เขาคล้ายเป็นสวนรุกขชาติ แสดงให้เห็นความโรแมนติกของผู้ที่ทรงมีพระราชดำริให้สร้างพระราชวังนี้ขึ้น เพียงเห็นแต่ซากเก่าแก่ที่ถูกทิ้งมานับร้อยปียังมีมนต์ขลังถึงเพียงนี้ หากเราสามารถย้อนกลับไปเห็นในห้วงเวลาแห่งยุคของพระองค์ท่านมิตื่นตะลึงในความงามของสถานที่แห่งนี้หรือ สิ่งเหล่านี้คือแรงดึงดูดอันสำคัญที่ทำให้ผมต้องมาบันทึกความรู้สึกเหล่านี้ไว้ด้วยสายตา หัวใจและสองมือที่เขียนออกมาเป็นภาพ

                ชาวเกาะสีชังเคยเล่าให้ฟังถึงลุงแก่ๆ คนหนึ่ง ร่างเล็กผิวคล้ำและใจดีชอบมาจ้างเรือออกไปตกปลา วันดีคืนดีก็คว้ากระดาษออกมาวาดรูป ผมคลาดกับแกหลายต่อหลายครั้ง จนได้มาพบกันในค่ำวันหนึ่งที่ร้านพี่ชัย อาจารย์สวัสดิ์ ตันติสุข ที่นี่เป็นลุงคนหนึ่งเท่านั้นเอง แต่ทุกครั้งที่พบกันที่กรุงเทพ ท่านก็ยังเป็นครูที่ไม่เคยหยุดสอน อาจารย์คงชอบเป็นลุงที่นี่มากกว่าเป็นครูกระมัง จึงมาที่เกาะแห่งนี้อยู่เป็นนิจ

                เกาะสีชัง เกาะเสม็ด เกาะสมุย เกาะช้าง...หรือเกาะใดๆ ต่างมีวิถีที่เป็นมา และกำลังจะเป็นไป เมื่อการท่องเที่ยวถูกพัฒนาให้เป็นอุตสาหกรรม ชาวถิ่นต่างฉกฉวยประโยชน์จากนักท่องเที่ยว ผู้มาเยือนก็ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ให้คุ้มกับเงินที่เสียไป จนไม่มีใครสนใจกับถิ่นที่อาศัยอยู่ว่าแต่ละปีมีความบอบช้ำเพิ่มขึ้นสักเพียงใด และเมื่อความเจริญคืบคลานเข้ามาจนถึงที่สุด เมื่อนั้นความเสื่อมจะตามมาแล้วจะไม่มีใครแวะเวียนมาอีกเพราะเขาได้ย้ายไปแสวงหาสถานที่ๆ สดสะพรั่งกว่านี้

น่าเสียดายหากไม่มีใครคิดที่จะสงวนไว้ให้เยาว์วัยต่อไปนานเท่านานเหมือนที่เคยเป็นมา... 

                                                                                                อนันต์  ประภาโส 

                                                                                                ’กุมภาพันธ์ 2539

สีชังรำลึก : REMINISCENCE OF SI-CHANG

__________________________________________________________________

__________________________________________________________________

 

 หมื่นแดด : TIME MEMORIAL

__________________________________________________________________


ดึกแล้ว : IN THE MIDST OF THE NIGHT

พระจุฑาธุชราชฐาน เกาะสีชัง  

                ในอดีตกาลที่ผ่านมาเป็นเวลาเกือบร้อยปีนั้น เกาะสีชังนับว่าเป็นเกาะที่มีความสำคัญในทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของประเทศไทย โดยได้เป็นที่ตั้งของพระราชวังฤดูร้อนในสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อเสด็จแปรพระราชฐานเพื่อสำราญพระอิริยาบถ และได้โปรดฯ ให้สร้างพระที่นั่ง พระตำหนัก ตลอดจนสถานที่ต่างๆ พร้อมทั้งพระราชทานนามพระราชวังตามพระนามสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลกฯ ที่ประสูติ ณ เกาะนี้ว่า "พระจุฑาธุชราชฐาน"

                ประวัติพระจุฑาธุชราชธาน 

                ในปีพุทธศักราช 2431 เกาะสีชังได้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีและสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เมื่อทรงประชวร โดยคณะแพทย์ถวายความเห็นว่าควรให้เสด็จไปประทับอยู่ที่ซึ่งได้อากาศชายทะเล จึงได้เสด็จพระราชดำเนินมาประทับที่เรือนหลวง ซึ่งเป็นที่ฝรั่งเช่าอยู่ติดต่อกับเขตวัด ในครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินมาประทับแรมด้วย และได้ทรงมีพระราชดำริให้หาที่สร้างพระอารามใหม่แทนวัดที่ปลายแหลมเนื่องจากเวลาเสด็จพระราชดำเนินผู้คนพลุกพล่านทำลายความสงบของสงฆ์จึงได้ที่ใหม่คือที่ตั้งพระอุโบสถเจดีย์วัดอัษฏางคนิมิตในเวลาต่อมา

                ปีพุทธศักราช 2432 ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างตึกขึ้น 3 หลัง บริเวณแหลมวังและใต้ลงมาบริเวณชายหาด โดยพระราชทานให้เป็นสถานที่สำหรับผู้ป่วยไข้พักรักษาตัว คือตึกวัฒนา ตึกผ่องศรี ตึกอภิรมย์ ดังปรากฏในราชกิจจานุเบกษา ความว่า

                "มีพระบรมราชโองการ นามพระบัญฑูรสุรสิงหนาท ให้ประกาศแก่มหาชนชาวสยามแลชาวต่างประเทศ ซึ่งเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารอยู่ในกรุงสยามให้ทราบทั่วกันว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างอาไศรยฐานขึ้นไว้ ณ ตำบลเกาะสีชัง เป็นตึกสามหลัง หลังหนึ่งเป็นตึกสี่เหลี่ยมสองชั้นมีสี่ห้องแลเฉลียงหน้าทั้งสองชั้น หลังหนึ่งเป็นตึกกลมมีสามห้อง เฉลียงรอบ หลังหนึ่งเป็นตึกยาวมี 5 ห้อง เฉลียงหน้าหลัง แลมีครัวไฟห้องน้ำพร้อม ตึกสามหลังนี้ได้ทรงบริจาคพระราชทรัพย์เป็นส่วนพระคลังข้างที่พระราชทานให้สร้างขึ้นไว้ เพื่อที่จะให้เป็นที่อาไศรยแก่มหาชนทั้งปวงด้วย ทรงพระราชดำริห์ว่าที่ตำบลเกาะสีชังนี้ ไม่ไกลจากกรุงเทพนักและเป็นท่าเรือไปมาได้พักอาไศรยอยู่เนืองๆ บางทีผู้ป่วยไข้ที่จะหาประเทศที่รักษาโรคให้เป็นสุขสบายก็แปลงสฐานออกมาอยู่ที่เกาะสีชังเนือง ฤาผู้ที่มีกำลังอันอ่อนอยู่ในบ้านเมืองไม่สบายจำเป็นต้องออกมาหาความสุขตามชายทะเล ก็มาอาอาไศรยในที่นี้เนืองๆ"

                ปีพุทธศักราช 2434 สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าอัษฏางค์ เดชาวุธ ทรงพระประชวรอาการมาก จึงได้เสด็จพระราชดำเนินออกมาประทับที่เกาะสีชังเป็นครั้งที่สอง ได้โปรดเกล้าฯ ให้พระยาสมุทนุรักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ว่าจ้างขุดบ่อใหญ่สำหรับตักน้ำฝนให้ราษฏรใช้สอยบ่อหนึ่ง พระราชทานชื่อว่า "บ่ออัษฏางค์" ตามพระนามสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ ประทับอยู่ 3 เดือนเศษ จึงเสด็จพระราชดำเนินกลับพระนครครั้งหนึ่ง แต่ต้องเสด็จพระราชดำเนินกลับมาประทับที่เกาะสีชังอีกในเวลาใกล้กัน เนื่องจากสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ กลับทรงไม่สบาย ในการเสด็จพระราชดำเนินครั้งหลังนี้ พระอาการค่อยคลายขึ้น จึงเป็นโอกาสที่ได้เสด็จพระราชดำเนินประพาสบนเกาะและมีพระราชดำริให้ก่อสร้างสถานที่ต่างๆ คือ

                - โปรดเกล้าฯ ให้สร้างสะพานใหม่ด้านเหนือต่อจากแหลมวังพระราชทานชื่อว่า สะพานอัษฏางค์

                - โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายศาลเจ้า ซึ่งราษฏรนับถือไปสร้างบนไหล่เขาพระราชทานชื่อว่า "ศาลศรีชโลธรเทพ"

                - โปรดเกล้าฯ ให้สร้างประภาคารที่ศิลาสัมปะยื้อ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะพระราชทานชื่อว่า "อัษฏางค์ประภาคาร"

                - โปรดเกล้าฯ ให้ยกเสาธงขึ้นบนยอดเขาสูง สำหรับชักธงบอกสัญญาณเรือเข้า-ออก หน้าเกาะนี้ พระราชทานชื่อว่าเสาธงอัษฏางค์และยอดเขานั้นพระราชทานชื่อว่า ยอดพระจุลจอมเกล้า

                - โปรดเกล้าฯ ให้ตัดถนนต่างๆ ภายในเกาะ ถนนเหล่านี้ปัจจุบันสร้างใหม่โดยเทคอนกรีตทับเส้นทางเดิม ซึ่งชำรุดทรุดโทรมไป

                - โปรดเกล้าฯ ให้ก่อสร้างตกแต่งสถานที่บนเกาะหลายแห่งเช่น ทรงสร้างวะนะขึ้นที่ไร่บน พระราชทานชื่อว่าอัษฏางค์คะวันและทรงให้นำต้นไม้ที่ทนแล้งจากกรุงเทพฯ ส่งออกไปปลูกในอัษฏางคะวันและบริเวณพระราชทานมากมาย การทั้งปวงนี้ ได้โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงษ์ กรมพระยาภาณุพันธุ วงษ์วรเดช เป็นแม่กองควบคุมงานก่อสร้าง รวมเวลาที่ประทับเกาะสีชังในปีนี้เป็นเวลา 5 เดือน

                ครั้นถึงวันที่ 5 เมษายน พุทธศักราช 2435 ได้เสด็จพระราชดำเนินออกมาประทับที่เกาะสีชังอีกครั้งหนึ่ง ในครั้งนี้เป็นเวลาที่สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระวราชเทวี ทรงพระครรภ์ใกล้จะถึงกำหนดประสูติ จึงทรงมีพระราชดำริว่าที่เกาะสีชังนี้เป็นที่อากาศดี มีภูมิสถานเป็นที่สบาย ควรจะตั้งพระราชฐานให้มั่นคง เป็นที่ประทับในฤดูร้อน ให้เป็นพระราชฐานสำคัญแห่งหนึ่งสำหรับเป็นที่สมเด็จพระเจ้าแผ่นดินเสด็จพระราชดำเนินมาประทับเจริญพระราชอริยาบถในฤดูร้อน ไม่เป็นที่ควรรังเกียจอันใดในการที่พระราชกุมารจะประสูติที่เกาะนี้จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้เชิญรอยพระพุทธบาทจำลองของโบราณ ซึ่งพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ นำมาจากพุทธคยา ประเทศอินเดีย มาประดิษฐานไว้บนไหล่เขายอดพระจุลจอมเกล้าด้วย

                ต่อมาในวันที่ 5 กรกฎาคม พุทธศักราช 2435 สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระวราชเทวีประสูติพระราชโอรส ณ พระตำหนักมรกฏสุทธิในพระราชฐานนี้ มีการสมโภช 3 วัน ตามขัตติยราชประเพณี และในระหว่างนั้น ก็ได้โปรดเกล้าฯ ให้เร่งทำการสร้างสถานที่ต่างๆ ในพระราชฐานให้ทันการพระราชพิธีสมโภชเดือนสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ โดยมีสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธ์วงษ์วรเดชทรงเป็นแม่กองพระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นสรรพศาสตร์ศุภกิจเป็นนายช่างผู้ให้แบบอย่าง พระยาชลยุทธโยธินทร์เป็นกงสีจ่ายสิ่งของ พระยาสมุทรบุรานุรักษ์เป็นกงสีจ่ายเงินและจ้างจีนลูกจ้าง และได้พระราชทานนามสถานที่ต่างๆ  เหล่านี้โดยคล้องจองกัน

                ในวันที่ 10 สิงหาคม พุทธศักราช 2435 ได้มีพระราชพิธีสมโภชเดือนสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ และมีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้าฯ ประกาศการสร้างพระที่นั่งและพระราชฐานนี้ ให้เจ้าพนักงานชักคลี่ธงแสดงนามพระราชฐานซึ่งพระราชทานโดยนิยมตามพระนามซึ่งจะพระราชทานแด่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอว่า "พระจุฑาธุชราชฐาน" ทรงวางศิลาฤกษ์บรรจุคำประกาศเหนือที่ซึ่งก่อพระที่นั่งพระราชทานนามพระที่นั่งว่า พระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์ ส่วนพระนามสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ นั้นพระราชทานพระนามว่าสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลกฯ ได้โปรดเกล้าฯ ให้จารึกคำประกาศแสดงพระราชดำรินี้ไว้ในศิลาฤกษ์ พร้อมกับพระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระรูปสมเด็จพระบรมราชเทวีพระวรราชเทวี พระอรรคชายาเธอ พระรูปสมเด็จพระบรมโอรสธิราชและสมพระเจ้าลูกยาเธอหลายพระองค์ เพื่อเป็นที่หมายแห่งพระบรมราชวงศ์  รวมทั้งพระรูปสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธ์วงษ์วรเดช ผู้เป็นแม่กองทำการเกาะนี้ รูปคนและสถานที่ต่างๆ ซึ่งเป็นที่สำคัญในกรุง และรูปเกาะสีชังขณะนี้ กับทั้งหนังสือพิมพ์ราชกิจจานุเบกษา หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษที่ออกจำหน่ายในกรุง คัดเลือกฉบับที่กล่าวถึงการเสด็จพระราชดำเนินมาประทับที่เกาะนี้ บรรจุไว้กับทอง เงิน และเบี้ยทองแดงซึ่งใช้อยู่ในขณะนั้นเพื่อให้ปรากฏสืบไปภายหน้า

                พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเกาะสีชังอีกครั้งหนึ่งในปีต่อมา คือเดือนมีนาคม พุทธศักราช 2436 แต่ประทับอยู่ในระยะเวลาอันสั้น เนื่องจากมีเหตุการณ์กรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส รศ.112 ซึ่งในเหตุการณ์สู้รบครั้งนี้ ฝรั่งเศสเป็นฝ่ายได้เปรียบและประกาศปิดอ่าวไทยพร้อมทั้งส่งทหารฝรั่งเศสหมวดหนึ่งขึ้นยึดเกาะสีชัง การก่อสร้างพระที่นั่งต่างๆ ที่กำลังดำเนินอยู่จึงหยุดชะงักลง

                อนึ่ง ในปีพุทธศักราช 2435 ได้โปรดเกล้าฯ ให้ต่อเรือพระที่นั่งมหาจักรี ซึ่งเป็นเรือกลไฟขนาดใหญ่จากอังกฤษขึ้นไว้ใช้จึงมักเสด็จประพาสทะเลเนืองๆ และถึงแม้จะเสด็จพระราชดำเนินประพาสเกาะสีชังอีกหลายครั้ง แต่หาได้ประทับที่เกาะสีชังไม่ เพียงแต่ทรงแวะเสด็จขึ้นประพาสบ้างในคราวเสด็จประพาสมาลายู บรรดาพระที่นั่งและตำหนักต่างๆ ซึ่งสร้างด้วยเครื่องไม้เป็นพื้นก็โปรดเกล้าฯ ให้รื้อถอนไปสร้างในที่อื่นต่อมา แต่ไม่มีหลักฐานว่านำไปสร้างในที่ใดบ้าง นอกจากพระที่นั่งเครื่องไม้สัก รูปแปดเหลี่ยม 3 ชั้น ซึ่งได้นำมาสร้างขึ้นใหม่ข้างอ่างหยกคือพระที่นั่งวิมานเมฆในพระราชวังดุสิต แต่นั้นมา เป็นอันเลิกพระราชวังที่เกาะสีชัง

                ปัจจุบันพระจุฑาธุชราชฐานเกาะสีชัง ซึ่งมีพื้นที่ 224 ไร่ อยู่ในความดูแลของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งได้รับมอบสิทธิการใช้ที่ดินจากกรมธนารักษ์ในปี พ.ศ. 2521 โดยใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นสถานีวิจัยในด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลและศูนย์ฝึกนิสิต ซึ่งมหาวิทยาลัย จะใช้ประโยชน์ในที่ดินพร้อมทั้งทำการดูแลโบราณสถานโบราณวัตถุในเขตที่ดินดังกล่าวให้อยู่ในสภาพที่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชนสืบไป

หน่วยงานที่รับผิดชอบ 

                1. สถานีวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเลและศูนย์ฝึกนิสิตเกาะสีชัง

                 - ต.ท่าเทววงษ์ อ.สีชัง ชลบุรี 20120

                   โทร. 2352178-85 ต่อ 3329

                - ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล ชั้น 3 คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

                  โทร. 2516968

                2. ศูนย์ส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

                  344 ซอยจุฬาลงกรณ์ 22 ปทุมวัน กทม. 10500

                  โทร. 2153746

คิมหันต์ : A SUMMER PLACE

บนเขายามเที่ยง : HIGH NOON ON THE HILL

ผู้มาเยือนหายไป : LOST THROUGH TIME

สุขสงบ : SERENITY

เหงา : DEPRESSED

เดียวดาย : LONELINESS

ศรัทธา : FAITH

ละอองแดด : PARTICLE OF SUNLIGHT

เงาไม้ : SILHOUETTE OF VEGETATIO


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 15
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 16/04/2008 เวลา : 15.01 น.
http://www.oknation.net/blog/SingMueSai
ภาพฟุตบอล อัพโหลดไว้ที่นี่ค่ะ http://picasaweb.google.com/singmuesai/ 

ชอบภาพหมื่นแดดจัง สวยมากๆค่ะ
ความคิดเห็นที่ 14
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 27/02/2008 เวลา : 13.14 น.
http://www.oknation.net/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

มาชมภาพคะครู

ชอบภาพ สุขสงบ : SERENITY มากค่ะ

เพราะเป็นคนชอบดอกลั่นทม สีขาวเป็นชีวิตจิตใจ

เมื่อก่อนเรียนโรงเรียนวัดค่ะ ตอนเที่ยงก็จะวิ่งไปที่เนินเขา ใกล้ๆ กับกุฎิหลวงปู่ มีต้นลั่นทม สีขาว ดอกร่วงขาวโพลน หอมกรุ่น ชอบมากคะ เคยขอแม่ปลูก แม่ไม่ให้ บอกว่า ชื่อ "ลั่นทม"

ตอนนี้โตแล้ว ปลูกเองไว้หน้าบ้านเลยคะ 1 ต้น ดอกสีขาว หอมมาก

ขอบคุณคะ ครู
ความคิดเห็นที่ 13
ครูเจี๊ยบ วันที่ : 02/02/2008 เวลา : 10.26 น.
http://www.oknation.net/blog/baan-koo-kai

แวะมาทักทายเติมความสุขให้ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 12
wiriyawiriya วันที่ : 01/02/2008 เวลา : 16.06 น.
http://www.oknation.net/blog/wiriyawiriya


http://www.thai-school.net/wiriya2000/
ความคิดเห็นที่ 11
ความทรงจำเก่าๆ วันที่ : 31/01/2008 เวลา : 10.41 น.
http://www.oknation.net/blog/kontummadha
เพลงชีวิต.....เพลงชีวา...คนธรรมด๊า...คนธรรมดาแถลงการณ์ด่วน..ฉบับที่1

ภาพสวย..ได้สาระความรู้ดีครับ...
ความคิดเห็นที่ 10
veerin วันที่ : 29/01/2008 เวลา : 15.17 น.
http://www.oknation.net/blog/veerin

แวะมาชมภาพวาดสวยๆจากฝีมือครูอุ๋ยอีกคราวนะคะ..

ขอบพระคุณที่แวะไปชวนทานกาแฟค่า..
ความคิดเห็นที่ 9
ผักบุ้งไฟแดง วันที่ : 29/01/2008 เวลา : 14.38 น.
http://www.oknation.net/blog/nong9396
อยากให้ทุกวันเป็นวันที่ดี  และโลกนี้สวยงาม

ภาพสวยทุกภาพเลยค่ะ
คิดถึงเกาะสีชัง
ความคิดเห็นที่ 8
วิตามินบี วันที่ : 29/01/2008 เวลา : 12.00 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
วางความเป็นผู้ใหญ่ไว้ที่โลกภายนอกแล้วกลับมาเป็นเด็กๆกันเถอะค่ะ


ภาพสวยมากค่ะ
ต่างอารมณ์ไปอีกแบบ
จากสถานที่จริง
ความคิดเห็นที่ 7
ครูเจี๊ยบ วันที่ : 27/01/2008 เวลา : 23.26 น.
http://www.oknation.net/blog/baan-koo-kai

ภาพสวยๆทั้งนั้นเลยค่ะครู
มีความสุขมากๆนะคะ
ขออนุญาตแปะข่าวกิจกรรมด้วยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 6
ครูเจี๊ยบ วันที่ : 27/01/2008 เวลา : 23.25 น.
http://www.oknation.net/blog/baan-koo-kai


ครูเจี๊ยบ อาสาเรื่องของกิจกรรมนิทาน

ใครอยากร่วมก๊วนเข้ามาแจ้งความจำนงได้เลยค่ะ

และท่านที่ประสงคืบริจาคมรัพย์หรือสิ่งของต้องขอขอบคุณมากๆค่ะและจะแจ้งเลขที่บัญชีให้ทราบอีกครั้ง

การบริจาคเงิน ให้บริจาคได้ที่พี่ก้อนหิน8887เนื่งจากเพื่อไม่ให้หน้าที่ซ้ำซ้อนกัน

และเพื่อความสะดวกของครูเจี๊ยบเองเนื่องจากไม่สันทัดด้านตัวเลข อิ อิ

และถ้าสนใจจริงๆคงต้องเหนื่อยกันหน่อยค่ะ

ไปตามลิงค์ต่างๆเหล่านี้จะได้ข้อมูลที่ต้องการค่ะ

http://www.oknation.net/blog/voranai/2008/01/27/entry-1 อาจารย์วรณัย(ศุภศรุต)

http://www.oknation.net/blog/lovetour/2008/01/26/entry-1 คุณก้อนหิน8887


http://www.oknation.net/blog/mookie/2008/01/27/entry-2 คุณมุกกี้ค่ะ

http://www.oknation.net/blog/baan-koo-kai/2008/01/27/entry-1 ครูเจี๊ยบค่ะ

มาร่วมกันปลูกฝันให้ออกดอกหอมแก่เด็กๆสระแก้วร่วมกันนะคะ

ช่วยๆกันคนละไม้ละมือนะคะ

ร่วมบริจาคเงิน(ค่าอาหารเลี้ยงเด็ก200คน)จำนวนเงินเท่าไรก็ได้ค่ะ

เลขที่บัญชีจะถามพี่ก้อนหินและแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

และของขวัญของเล่นอื่นๆไปตามลิงค์ได้เลย

แล้ว..........กลิ่นความฝันรอยยิ้มปริ่มสุขจะหอมหวานในใจคุณ
ความคิดเห็นที่ 5
เล็กหมีพูห์ วันที่ : 27/01/2008 เวลา : 16.28 น.
http://www.oknation.net/blog/KingsMule
บันทึกเบื้องหลัง การทำหนังของผม

มาติดตามเรื่องและชื่นชมภาพด้ยความอิ่มเอมครับ
ความคิดเห็นที่ 4
คุณเจม วันที่ : 27/01/2008 เวลา : 09.55 น.
http://www.oknation.net/blog/terdsak
คนเที่ชอบเขียนภาพ 

ภาพสวย ข้อมูลพร้อม
ขอบคุณที่นำมาให้ชมครับ
ความคิดเห็นที่ 3
veerin วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 21.26 น.
http://www.oknation.net/blog/veerin

ครูอุ๋ยเล่าเรื่องเหมือนได้ไปเยือนที่เกาะสีชังเลยล่ะค่ะ
มองเห็นภาพวังจุฑาธุชซึ่งเก่าและถูกทิ้งซึ่งโชคดีที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้..

ได้ทราบประวัติพระจุฑาธุชราชธานด้วยค่ะ..
ดีใจที่สิ่งปลูกสร้างที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมเช่นนี้
ได้รับการดูแลให้อยู่ในสภาพที่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชนนะคะ..

มองเห็นภาพครูอุ๋ยไปใช้ชีวิตยังเกาะสีชังแล้ว..
ทำให้ทราบว่าน้ำใจมีอยู่ในหัวใจของคนไทยทุกหนแห่งนะคะ..^_^

ป.ล.ภาพวาดสวยมากจริงๆค่ะ..สวยเหลือเกิน..
ความคิดเห็นที่ 2
ภูผาน้ำฝน วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 19.03 น.
http://www.oknation.net/blog/augustrain
Because of your smile, you make life more beautiful. ThichNhatHanh 

เป็นความทรงจำที่ดีนะคะ
พระราชวังและสีชังในภาพสวยมากๆ
ไม่แพ้ภาพจริงเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 17.27 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

เรื่องเยี่ยม ภาพวาดสวยงามมากค่ะ .. ชื่นชมนะคะ
แสดงความคิดเห็น

  ล๊อกอินเข้าสู้ระบบ คลิกที่นี่   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
ขอขอบคุณ OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน