พิมพ์หน้านี้
|
ส่งท้ายเดือนแห่งความรัก ด้วยเพลง บอกรัก ---------------------------- เพลง : บอกรัก เนื้อ/ทำนอง : อนันต์ ประภาโส (ครูอุ๋ย) ขับร้อง : สุนทรี ณ ราชบุรี ---------------------------- คืนที่สายฝนโปรยปราย หัวใจฉันฉ่ำกับฝน ใบไม้น้ำค้างปะปน น้ำฝนแห่งรักโรยริน ไหลเอยไหลมากับฝน ระคนกันไปทุกถิ่น น้ำค้างสายหมอกเกาะกิน หัวใจจนบิ่นจนบาง ฉันเสียหัวใจไปแล้ว ไร้แววจะขัดจะขวาง แม้วันสายหมอกเจือจาง หรือวันน้ำค้างละลาย ฉันก็ยังรักยังหลง มั่นคงอยู่เต็มความหมาย รักฉันไม่เคยละลาย ไม่กลายดั่งฝนดั่งลม ------------------------ เพลงนี้...เนื้อมาก่อนทำนองประมาณ 12 ปีครับ เย็นวันหนึ่งในฤดูฝน ปี พ.ศ. 2527 ผมนั่งอ่านหนังสืออยู่ในสตูดิโอวาดรูป บนตึกพระตำหนักพรรณราย วังท่าพระ ซึ่งขณะนั้นเป็นตึกเรียนของภาควิชาประยุกต์ศิลปศึกษา คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ลมฝนโบกไหวอยู่ไม่นาน ก็พัดกระหน่ำเอาสายฝนโปรยปรายลงมาเป็นสายดั่งม่านหมอก ต้นไทรใหญ่ที่มองผ่านช่องหน้าต่างใหญ่ของห้องเรียนออกไปกำลังโบกสะบัดไปตามแรงลม กิ่งไหวใบสะบัดและรากระโยงระยางของมันดูเหมือนกำลังระริกระรี้ดีใจที่ได้รับน้ำฝน พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว ความมืดเริ่มโรยตัวลงมาปกคลุมบรรยากาศภายนอก ผมนั่งมองสายฝนกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ต้นไทรใหญ่ยังคงเต้นระบำกลางสายฝนโดยมีตึกอธิการบดียืนสงบนิ่งเป็นเพื่อนอยู่ข้างๆ แสงไฟสีส้มนวลเริ่มเปิดทีละดวง แลเห็นกลุ่มนักศึกษาที่รอฝนหยุดไม่ไหวทยอยกันวิ่งฝ่าสายฝนกลับบ้าน สำหรับตัวผมเองนั้น ปีนั้นเป็นปีสุดท้ายในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ จึงหอบเอาเสื้อผ้ามานอนค้างที่มหาวิทยาลัยนานนับปีแล้ว ท้องฟ้ายิ่งมืด...ฝนก็ยิ่งกระหน่ำหนักขึ้น ผมกำลังเพลินอยู่กับสายฝนด้านนอก ก็ได้ยินเสียงวิ่งกุกกักขึ้นบันไดตึกมา เมื่อหันไปมองก็พบกับร่างของคนสองคนวิ่งเข้าประตูห้องมา หนึ่งคือเพื่อนร่วมรุ่นของผม เป็นชายผิวขาวร่างเล็ก ไว้ผมหน้าม้าปล่อยยาวถึงกลางหลัง ใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวพับแขนและกางเกงเวสปอยท์สีกากีตัวหลวม อีกหนึ่งคือนักเรียนชั้น ม.5 เป็นหญิงรูปร่างสมบูรณ์ ผิวสีน้ำผึ้ง ไว้ผมสั้นน่ารักเหมือนเด็กมัธยมทั่วไป ใส่ชุดนักเรียนมัธยมปลาย ในมือถือกระเป๋านักเรียนใบโต ทั้งสองตัวเปียกปอนไปด้วยน้ำฝน ปากเขียว และสั่นเทา แต่ในแววตาของทั้งสองที่ผมเห็นนั้น ช่างดูอบอุ่น อุ่นไอ ไปด้วยความรักของหนุ่มสาว ที่กำลังผลิบาน ความเย็นและเปียกชื้นของสายฝนไม่อาจทำให้ทั้งสองรู้สึกเป็นอื่นไปได้ นอกจากความอบอุ่นใจที่มีให้แก่กัน หลังจากทักทายกันตามประสาเพื่อนเสร็จ ผมก็เบือนหน้าจากหนุ่มสาวคู่นั้น หันไปมองสายฝนที่กระหน่ำอยู่ด้านนอกต่อไป หัวใจเฝ้าอิจฉาเพื่อน ที่มีแฟนน่ารัก มีคนรัก ได้รัก และถูกรัก ในขณะที่ตัวของผมเองเฝ้าตามหาความรักมานานแสนนาน...แต่ก็ไม่เคยพบเจอ ผมหยิบสมุดจดกลอนประจำตัวขึ้นมาวางบนโต๊ะ หยิบดินสอมาจรดลงไป แล้วเขียนกลอนบทนี้ขึ้น โดยไม่เคยคิดมาก่อนว่า มันจะเป็นบทกลอนที่มีทำนอง และมีเสียง ในเวลาต่อมา... -------------------------------- 12 ปีต่อมา...เมื่อผมคิดจะทำอัลบั้มเพลงขึ้น บทกลอนบทนี้จึงถูกนำมาใส่ทำนอง และขับร้องโดยคุณสุนทรี ณ ราชบุรี ได้รับการบันทึกเสียงในเดือนเมษายน 2539 ที่ห้องบันทึกเสียงจาตุรงค์ และถูกบรรจุอยู่ในเทปคาสเส็ทชุด ANAN PRAPASO PROJECT # 1 ภาษาใจ และเมื่อฟังเพลงนี้ทีไร ภาพหนุ่มสาวคู่หนึ่ง เสื้อผ้าเปียกปอน วิ่งหนีฝนเข้ามายังห้องทำงาน ก็ปรากฏขึ้นในความคำนึงของผมทุกครั้งไป ใครฟังเพลงนี้แล้วคิดอย่างไรผมไม่รู้ แต่สำหรับผมแล้ว มันทำให้ผมได้เห็นภาพแห่งความรักที่งดงามทุกครั้งที่ได้ยินครับ ไม่ขอบคุณภาพจากเว๊บไซด์ (เพราะเป็นภาพที่ถ่ายเอง ทำรีทัชเอง) ไม่ขอบคุณบทเพลงจากเว๊บไซด์ (เพราะแต่งเอง บันทึกเสียงเอง ทำ mp3 เอง) อยากได้ โหลดเลย (เพราะไปหาซื้อซีดีลิขสิทธิ์ก็คงหาไม่เจอ) |