พิมพ์หน้านี้
|
เด็กชายชนะ 8 บ้านผีสิง ชนะหายจากอาการเจ็บตึงที่ขาแล้ว จึงไปเล่นคลุกคลีกับเพื่อนๆ ตามปกติ วันนี้เจ้าแดงกับเพื่อนๆ ได้ง่ามไม้มาคนละอัน จึงนั่งทำหนังสะติ๊กจะออกไปยิงนกกัน ชนะเห็นเพื่อนๆ มีหนังสะติ๊กก็อยากมีบ้าง แต่ตอนไปขอเงินแม่มาซื้อยางไปทำหนังสะติ๊กแม่ไม่ให้เงินเขา แถมยังโดนอบรมอีกว่า "ฆ่าสัตว์น่ะ บาปนะลูก แล้วลูกเองก็ขาแข้งไม่ดี ไปทำร้ายสัตว์อื่นเขาอีกเดี๋ยวเวรกรรมจะไม่รู้จักจบสิ้นนะ" "นะขาไม่ดี เพราะเวรกรรมหรือครับแม่" "อืม...แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ศาสนาเราสอนให้เชื่อเรื่องเวรกรรม ชาติก่อนเราอาจจะไปทำร้ายใครเขาไว้ก็ได้ ชาตินี้เลยต้องเกิดมาใช้กรรม ถ้าชาตินี้เราไม่ทำกรรมเพิ่ม แล้วทำบุญมากๆ ชาติหน้าอาจจะเกิดมาครบสมบูรณ์เหมือนคนอื่นเขา ไม่ต้องลำบากอย่างนี้" ชนะมองขาตัวเองแล้วคิดว่า ก็ไม่เห็นจะลำบากอะไรนี่ รำคาญหน่อยก็ตอนวิ่งไม่ทันเพื่อนเท่านั้น "เสร็จแล้วๆ ไปทำลูกกระสุนกันเถอะ" เจ้าแดงหัวโจกตะโกน แล้วพาพรรคพวกออกเดินเข้าไปในสวน ชนะตามไปกับกลุ่มเพื่อน พลางขอยืมหนังสะติ๊กของอ้วนมาเล่นบ้าง "เดี๋ยวแกใช้ของฉันก็ได้ แบ่งกัน" อ้วนใจดีให้ชนะยืมหนังสะติ๊ก เด็กๆ นั่งง่วนอยู่ริมท้องร่อง ขุดเอาดินเหนียวมาปั้นเป็นลูกกลมๆ มากมาย แล้วนำไปผึ่งแดดเพื่อใช้เป็นลูกกระสุน "ตากไว้ก่อน เดี๋ยวบ่ายๆ ค่อยมาเอา ตอนนี้เราไปทำอย่างอื่นกันก่อนดีกว่า" แดงกล่าวขึ้น อ้วนจึงออกความเห็นว่า "ไปบ้านพี่น้อยกันไหม" "ไม่เอาล่ะ เดี๋ยวโดนลุงบุญใช้ปั้นไส้ขนมอีก" ป้อมอิดออด ชนะจึงเสนอความเห็นบ้าง "ไปดูบ้านยายพันกัน" "เฮ้ย!!!!" เพื่อนๆ ในกลุ่มร้องตะโกนขึ้นเกือบจะพร้อมกัน "บ้านผีสิงเนี่ยนะ เดี๋ยวได้ถูกผีหักคอ" "น่ากลัวจะตาย ข้าไม่ไปนะโว้ย" "เดี๋ยวผียายพันออกมาหลอก หัวโกร๋น" "มีหมารึเปล่าไม่รู้" "แกจะไปจริงๆ หรือวะ ไอ้นะ" แดงทำหน้าถอดสี พอพูดเรื่องผีขึ้นมาก็ชักไม่อยากถือตำแหน่งหัวโจก ปกติชนะจะทำอะไรตามกลุ่มเพื่อนเสมอๆ แต่วันนี้ชนะทำตัวเป็นหัวโจกเสียเองด้วยการชักชวนเพื่อนๆ ไปสำรวจบ้านผีสิง บ้านยายพันที่อยู่ท้ายสวน คือเป้าหมายหลักของวันนี้ สมาชิกแก๊งลูกหินกล้าๆ กลัวๆ แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นก็อดไม่ได้ที่จะต้องไปสำรวจดูสักหน่อยว่ามีผีจริงหรือไม่ เรือนไม้หลังใหญ่มีสภาพเก่าแก่ผุพัง มองจากภายนอกไม่น่าจะมีผู้คนอาศัยอยู่ได้ แต่เวลากลางคืนกลับเปิดไฟ แลเห็นกระจกลูกฟูกย้อมสีส่องแสงออกมาจนเป็นที่สังเกต ชนะเคยถามพ่อเรื่องบ้านหลังนี้ พ่อเล่าให้ฟังว่า "ยายพันแกเป็นเจ้าของสวนแปลงที่อยู่ลึกเข้าไปจากบ้านของเรา แกอยู่ที่นี่มาก่อนใครๆ ตั้งแต่ยังสาว ตอนนี้ลูกๆ แกโตแล้ว แต่ไม่ค่อยมาที่บ้านหลังนี้ เพราะแยกย้ายกันไปมีครอบครัว แกก็เลยอยู่กับลูกสาวคนโตที่ไม่ได้แต่งงานกับคนใช้เก่าแก่ ทั้งบ้านก็มีผู้หญิงอยู่แค่สามคน พ่อเองก็ไม่เคยคุยกับแก เห็นแต่คนใช้เดินออกมาซื้อของอยู่คนเดียว อีกสองคนในบ้านก็ไม่เคยเห็น" ชนะไม่เชื่อเรื่องที่พ่อเล่า ก็อย่างที่เจ้าอ้วนบอก ผู้ใหญ่ชอบโกหก เพราะไม่อยากให้เด็กๆ กลัว แต่อย่างไรก็ตาม เขาเองก็อยากรู้จริงๆ ว่าที่พ่อพูดนั้น มันจริงหรือไม่ เด็กๆ พากันย่องเข้าไปในสวนใกล้ๆ บ้านยายพัน ซุ่มดูอยู่นานก็ไม่เห็นมีอะไรเคลื่อนไหว "กลับกันเถอะว่ะ" แดงเป็นคนแรกที่เอ่ยชวนเพื่อนๆ "เดี๋ยวสิ ไปสำรวจรอบๆ บ้านก่อน" ชนะแย้ง แล้วคว้าไม้ยันขึ้นเดินนำเพื่อนๆ ไปก่อน คนที่ไม่รู้สึกกลัวนักก็เดินตามไป ส่วนแดงนั้นอิดออด และเป็นคนสุดท้ายที่จำใจต้องตามเพื่อนไปสำรวจรอบบ้านยายพัน "ดูนี่สิ รั้วตรงนี้ขาดอยู่" อ้วนกล่าวขึ้นเมื่อเดินมาพบรอยขาดของแนวรั้วลวดหนาม ชนะเดินเข้าไปชะโงกหน้าดู "เงียบมากเลย...อู้หู...ชมพู่มะเหมี่ยวเต็มต้นเลย" "ไหน ข้าดูซิ" อ้วนชะโงกตาม "โอ้โห น่ากินชมัด" "เข้าไปเก็บกันไหม" ชนะชวน แต่แดงรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธ "ไม่เอา ข้าไม่เข้าไปหรอกนะ แม่บอกไว้ว่าไม่ให้เข้าไปในบ้านคนอื่น เป็นการบุกรุก" "อย่ามาทำเป็นคนดี ไอ้แดง ข้าไม่เคยเห็นเอ็งเชื่อแม่สักที กลัวก็บอกมาเถอะ" อ้วนสำทับ ทำให้แดงโมโห "เฮ้ย ไม่ได้กลัวโว้ย ไปก็ได้วะ หลีกๆ ข้านำเอง" ว่าแล้วแดงก็แสดงศักยภาพด้วยการผลักอ้วนกับชนะให้พ้นทาง แล้วเป็นคนแรกที่มุดรั้วเข้าไปในบ้านยายพัน ถึงแม้จะกล้าๆ กลัวๆ แดงก็ยังอุ่นใจที่มีเพื่อนอีก 5-6 คนมุดรั้วตามมาติดๆ ไม่กี่อึดใจ แก๊งค์ลูกหินก็เข้ามายืนด้อมๆ มองๆ อยู่ในบริเวณบ้าน ต่างชะเง้อมองหาสิ่งที่เคลื่อนไหวได้ แล้วค่อยๆ เดินไปยังต้นชมพู่ม่าเหมี่ยวที่ออกลูกอยู่เต็มต้น พลางเอื้อมมือเด็ดลูกชมพู่สีแดงเข้มผิวสวยเป็นมันน่ากินมาเช็ดกับเสื้อแล้วกัดกินกันอย่างเอร็ดอร่อย ชมพู่ม่าเหมี่ยวมีเนื้อตันชุ่มน้ำ นุ่ม เวลากัดแล้วจะไม่กรอบอย่างชมพู่ทั่วไป รสชาติหวานอมเปรี้ยว กลิ่นหอมพิเศษของมันทำให้ต่อมข้างแก้มผลิตน้ำลายออกมาเต็มปาก เด็กๆ เก็บชมพู่กินกันได้คนละลูกสองลูกก็อิ่ม เลยพากันนั่งหลบแดดอยู่ใต้ต้นชมพู่นั่นเอง เด็กๆ ส่งเสียงคุยกันดังมากขึ้น เพราะเริ่มคุ้นกับบรรยากาศรอบกายที่ไม่ต่างอะไรกับในสวนที่พวกเขาชอบเข้าไปเล่นบ่อยๆ เพียงแต่ตรงนี้มีรั้วกั้นไว้ไม่ให้พวกเขาเดินเข้ามาเท่านั้นเอง จากเสียงดังสนุกสนาน สักครู่ก็ค่อยๆ เบา และเงียบลง แก๊งค์ลูกหินลืมเสียสนิทว่าตัวเองกำลังเผลอหลับอยู่ในบ้านผีสิง หรือจะด้วยเวทมนต์อะไรที่ทำให้เด็กๆ หลับใหลลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้.... ชนะกับเพื่อนๆ เผลอหลับไปนานเท่าไรไม่รู้ แต่แสงแดดยามบ่ายคล้อยต่ำลงมากแล้ว จากแสงสีเหลืองเริ่มจะกลายเป็นสีส้ม บรรยากาศใต้ต้นชมพู่จึงดูมืดครึ้มลงอย่างรวดเร็ว แล้วที่ประตูบ้านไม้หลังนั้น ก็ปรากฏร่างตะคุ่มของใครคนหนึ่งขึ้น เป็นร่างของหญิงชราผมสีดอกเลา สวมเสื้อคอกระเช้าและผ้าโจงกระเบนสีหม่น หน้าตาถมึง เดินตรงมาที่ต้นชมพู่ ชนะกำลังครึ่งหลับครึ่งตื่น เมื่อรู้สึกว่ามีเงาดำทะมึนมายืนอยู่ใกล้ๆ จึงลืมตาขึ้น "ผี !!!! ผียายพัน !!!" ชนะตะโกนสุดเสียงด้วยความตกใจ ทำให้เพื่อนๆ งัวเงียตื่นขึ้นมาตามเสียงนั้น แล้วทุกคนก็ต้องตกตะลึงไปกับชนะ เพราะภาพยายแก่ที่ยืนทะมึนอยู่ตรงหน้ากำลังแสยะยิ้มให้พวกเขา ในปากเต็มไปด้วยน้ำสีเลือด "จ๊าก !!! ผีหลอก !!! ผียายพันหลอก !!!" แดงตะโกนบ้าง แล้วเด็กๆ ก็ส่งเสียงตะโกนกันลั่นสวน ก่อนที่จะพากันวิ่งกรูมุดรั้วหนีออกมาจากบริเวณบ้านหลังนั้น กว่าชนะจะหยิบไม้ยันได้ก็สายเกินไปเสียแล้ว เพื่อนๆ วิ่งหายกันไปหมด ยายแก่ปากสีเลือดก็ยืนขวางทางเขาอยู่ แสงอาทิตย์ก็เริ่มริบหรี่ลงทุกขณะ บรรยากาศเริ่มวังเวง ชนะรู้ทันทีว่า เขาโดนผียายพันเล่นงานเข้าแน่แล้ว เพราะผีมักจะออกมาหลอกหลอนผู้คนตอนพระอาทิตย์ตก เขากระชับไม้ยันแน่น แต่ไม่กล้าลุกขึ้น แล้วก็ไม่กล้ามองหน้าผียายพันด้วย ผียายพันส่งเสียงเย็นยะเยือกพูดกับชนะ "มุดรั้วเข้าบ้านคนอื่นน่ะ...มันผิดนะ...แล้วยังขโมยของเขากินอีก...." ชนะตัวเกร็งไปหมด ขนลุกซู่ด้วยความกลัว ใจเต้นถี่ และรู้สึกปวดปัสสาวะอย่างกะทันหัน ความรู้สึกต่างๆ ประดังเข้ามาพร้อมๆ กันจนสับสนไปหมด เขาคิดถึงพ่อกับแม่ขึ้นมาทันที นึกไม่ถึงว่าพ่อจะโกหกเขาเรื่องยายพัน แท้ที่จริงแล้ว ยายพันก็เป็นผีอย่างที่เขากับเพื่อนๆ คิดจริงๆ ด้วย "ผะ ผะ ผมผิดไปแล้วครับ..." ชนะพูดพลางยกมือไหว้ แต่ยังไม่กล้ามองหน้าผียายพันอยู่นั่นเอง "ป่านนี้เพื่อนๆ วิ่งหนีกลับบ้านกันหมดแล้วกระมัง....ไปออกประตูหน้าดีกว่า...ในสวนมันมืด...." เสียงเย็นยะเยือกของผียายพันพูดต่อ "แล้วทีหลังอย่าทำอย่างนี้อีกนะ....อยากกินชมพู่ก็บอก....ยายจะเก็บไว้ให้...." "ผมไม่ทำอีกแล้วครับ" เสียงของชนะยังคงสั่นอยู่ไม่หาย จากนั้นก็รีบยันตัวเองลุกขึ้นแล้วโหย่งตัวไปทางประตูหน้าบ้าน พลันกลับมีลมกระโชก แล้วประตูหน้าบ้านก็เปิดออก ชนะโหย่งตัวพรวดเดียวถึงหน้าประตู แล้ววิ่งหนีออกมาจากบ้านหลังนั้นอย่างไม่คิดชีวิต จำได้ว่าตอนวิ่งออกมาเขาเห็นหน้ากลมๆ ขาวซีด ผมยาวสยายของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ในเงามืดของตัวบ้าน... ผีเด็ก !!! นอกจากผียายพันแล้ว บ้านหลังนี้ยังมีผีเด็กอีกด้วย !!! เย็นวันนี้ เด็กๆ ต่างกระเจิดกระเจิงกลับบ้านกันหมด ไม่มีใครคิดจะกลับมารวมกลุ่มพูดคุยกันอีกเลยแม้แต่คนเดียว... |
| Trinity | ||
Trinity |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |