พิมพ์หน้านี้
|
เด็กชายชนะ 12 ฉันจะดูแลเธอเอง เด็กชายชนะในชุดนักเรียน เสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงขาสั้นสีกากี กับเป้สะพายหลังที่มีสมุดหนังสืออยู่ 2-3 เล่ม และกล่องข้าวกลางวัน กับกระติกน้ำสะพายบ่า กำลังใช้ไม้ยันพาตัวเองไปเรียนหนังสือในวันแรก พ่อเดินไปส่งเขาถึงโรงเรียน ชนะออกจะตื่นเต้นที่ได้ไปโรงเรียน แต่เขากลับไม่ได้รับอนุญาตให้เดินไปกับกลุ่มเพื่อนๆ ตามลำพัง พ่อหรือแม่จะเป็นคนไปส่งและมารับเขาทุกเช้าเย็น อย่างไรก็ตาม ชนะก็คิดว่ายังดีกว่าต้องนั่งแกร่วอยู่กับบ้าน โต๊ะเรียนที่ชนะนั่งนั้น มีเก้าอี้ว่างอยู่อีก 1 ตัว แต่ไม่มีใครมานั่งกับเขาเลย เพื่อนๆ ในชั้นเรียนของชนะ เป็นเด็กที่เขาไม่เคยรู้จัก เพื่อนๆ ในกลุ่มบ้านสวนของเขาส่วนใหญ่เรียนอยู่ชั้น ป.3 - ป.4 กันหมดแล้ว มีแต่ชนะเท่านั้น ที่ต้องมาเรียนชั้น ป.2 ทำให้บรรยากาศในวันแรกออกจะแปลกๆ สำหรับเขาไปสักหน่อย เนื่องด้วยนักเรียนที่เขาร่วมห้องอยู่นั้น ทุกคนรู้จักกันดี เพราะเรียนด้วยกันมาตั้งแต่ชั้น ป.1 ชนะจึงเป็นคนใหม่ในสายตาของเด็กเก่า แถมยังมีบุคลิกที่แปลกแยก ทำให้ไม่มีใครเข้ามาคุยกับเขาสักคน ชนะได้แต่นั่งนิ่งมองซ้ายทีขวาทีและกำลังรู้สึกว่า โรงเรียนไม่เห็นสนุกอย่างที่คิด ระหว่างรอคุณครู เพื่อนร่วมห้องของเขาก็เล่นกันอย่างสนุกสนาน ชนะได้แต่นั่งมองไม่รู้จะทำอะไร ขณะนั้น ชนะรู้สึกเหมือนมีใครมองเขาอยู่ จึงเหลียวไปทางด้านหลัง แล้วชนะก็ตกใจ ขนลุกซู่ขึ้นมาทันที !!! ที่โต๊ะใกล้ประตูหลังของห้อง มีเด็กผู้หญิงหน้ากลมๆ ซีดขาว ไว้ผมเปีย นัยน์ตาเหม่อลอยนั่งนิ่งอยู่คนเดียว และที่ชนะถึงกับขนลุกซู่ขึ้นมาก็เพราะเขาจำได้อย่างแม่นยำว่า ใบหน้ากลมๆ นั้นคือใบหน้าของผีเด็กที่เขาเจอที่บ้านยายพันนั่นเอง !!! สายตาเย็นชาคู่นั้นกำลังจ้องมาที่เขา !!! ชนะตัวแข็งทื่อและรีบหลบตาทันที อาการคล้ายกับปวดปัสสาวะกะทันหันกลับมาอีกครั้ง...ความรู้สึกหวาดกลัวได้แล่นเข้าสู่สมองของเขาอีกแล้ว... ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า วันแรกของการเป็นนักเรียน เขาต้องมาผจญกับผีเด็ก !!! ยังไม่ทันคิดอะไรต่อ เสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กๆ ก็เงียบลง เมื่อคุณครูคนหนึ่งก้าวเข้ามาในห้อง เป็นคุณครูผู้หญิงหน้าตาสวย และมีรอยยิ้มอยู่ที่มุมปากตลอดเวลา ชนะนึกดีใจที่มีผู้ใหญ่อยู่ในห้องนี้ อย่างน้อยยายผีเด็กนั่นก็คงไม่กล้าทำอะไรเขา "นักเรียนเคารพ" "สวัสดีครับคุณครู สวัสดีค่ะคุณครู" เสียงเด็กชายคนหนึ่งดังขึ้น แล้วเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเขาก็ยืนขึ้นกล่าวสวัสดีคุณครู ชนะนั่งเฉย เพราะไม่รู้ธรรมเนียม "สวัสดีจ้ะทุกคน เป็นยังไงกันบ้างคะ ปิดเทอมได้ไปเที่ยวไหนมาบ้างหรือเปล่า" เด็กชายคนหนึ่งยกมือขึ้นตอบด้วยน้ำเสียงฉะฉาน "ผมไปเที่ยวเขื่อนมาครับ" "อืม...สมพงศ์ไปเที่ยวเขื่อนที่ไหนมา ไหนลองเล่าให้เพื่อนๆ ฟังซิคะ" "เขื่อนศรีนครินทร์ครับ แล้วก็ไปน้ำตกเอราวัณมาครับ" "เขื่อนศรีนครินทร์กับน้ำตกเอราวัณ อยู่ที่ไหนคะ" คุณครูถาม "อยู่ที่เมืองกาญจน์ครับ" "เมืองกาญจน์ มีชื่อเรียกเต็มๆ ไหมคะสมพงศ์" "เอ่อ...ไม่ทราบครับ เห็นพ่อเรียกว่า เมืองกาญจน์ ครับ" "อืม...ชื่อเต็มๆ ของเมืองกาญจน์ก็คือ จังหวัดกาญจนบุรี นักเรียนจำไว้นะคะ" นักเรียนต่างรับคำเป็นเสียงเดียวกัน "แล้วคนอื่นๆ ล่ะคะ ไปเที่ยวไหนมาบ้าง เด็กหญิงกัลยา ไปไหนมารึเปล่าคะ" เด็กหญิงกัลยาตัวดำยิ้มเห็นฟันขาวลุกขึ้นยืนตอบคุณครูทันที "ไปขี่ควายมาค่ะ" สิ้นเสียง เพื่อนๆ ในห้องก็หัวเราะกันยกใหญ่ คุณครูก็ยิ้ม "อ้าว นักเรียนเงียบๆ หน่อยค่ะ ไปหัวเราะเพื่อนทำไม เดี๋ยวนี้ใครมีโอกาสได้ขี่ควายก็ถือว่ามีบุญนะคะ เพราะปัจจุบันนี้ไม่ค่อยมีใครเลี้ยงควายกันแล้ว กัลยาไปขี่ควายที่ไหนมาคะ เล่าให้เพื่อนๆ ฟังหน่อย" เด็กหญิงกัลยาและเพื่อนๆ ต่างผลัดกันเล่าเรื่องกิจกรรมที่ไปทำมาเมื่อตอนปิดเทอม ทำให้ชนะเพลินและคิดถึงกิจกรรมของตัวเองไปด้วย รู้สึกว่าการผจญภัยในบ้านสวนของเขากับแก๊งค์ลูกหินสนุกกว่าตั้งเยอะ แล้วคุณครูก็แทรกขึ้น "เอาล่ะ เอาล่ะ สำหรับคนอื่นๆ เก็บเอาไว้เล่าวันหลังบ้างนะคะ วันนี้ครูมีเพื่อนใหม่จะแนะนำให้รู้จัก" ชนะได้ยินดังนั้นก็รู้สึกใจสั่น ตื่นเต้นขึ้นมาทันที "เพื่อนใหม่ของเราคนนี้ มีชื่อว่า..." เอาอีกแล้ว ชนะรู้สึกปวดปัสสาวะกะทันหันขึ้นมาอีกแล้ว "เด็กหญิงพิมค่ะ เด็กหญิงพิม ยืนขึ้นให้เพื่อนๆ รู้จักหน่อยสิคะ" อ้าว เป็นยายเด็กผีนั่นเอง ชนะอุทานในใจเบาๆ แล้วก็รู้สึกโล่งใจที่คุณครูไม่ได้เรียกชื่อเขา "นักเรียน ปรบมือตอนรับเพื่อนใหม่หน่อยค่ะ" "อีกคนหนึ่งก็คือ...เด็กชายชนะค่ะ" คราวนี้ชนะตกใจจนหน้าชา ที่คุณครูเรียกชื่อของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว ชนะโหย่งตัวยืนขึ้น เพื่อนๆ ก็หันมามอง แล้วปรบมือต้อนรับ เขาหันไปสบตากับเพื่อนๆ แล้วลอบมองเด็กหญิงพิม ก็เห็นเธอจ้องมาที่เขาเหมือนเดิม ตลอดเช้าวันนี้ ชนะได้เรียนสองวิชา คือ ภาษาไทย กับคณิตศาสตร์ แล้วก็ถึงเวลาพักเที่ยง ชนะเอากล่องข้าวมาเปิดออกแล้วนั่งกินอยู่คนเดียวที่ม้านั่งใต้ต้นราชพฤกษ์ เพื่อนร่วมห้องก็ไปรวมกลุ่มกันที่อื่น ส่วนเพื่อนเด็กบ้านสวนของเขาก็หายตัวกันไปหมด "นั่งด้วยคนได้ไหม" ชนะสะดุ้ง หันไปตามเสียงนั้น ก็พบกับเด็กหญิงพิม ยืนถือกล่องข้าวอยู่ด้านหลัง "เอ่อ...ได้" เด็กหญิงพิมเข้ามานั่งข้างๆ ชนะ แล้วเปิดกล่องข้าวออก ตักอาหารเข้าปากไม่พูดไม่จา ชนะได้แต่อึ้ง พูดอะไรไม่ออก ความกลัวผีเด็กลดลงไปมากแล้ว เพราะเท่าที่สังเกตดู เธอก็เป็นเด็กหญิงธรรมดาที่มีผิวขาวซีดกว่าปกติเท่านั้น แต่จะให้ไว้ใจเลยคงไม่ได้ เธออาจจะไม่ได้เป็นผี แต่ยายพันอาจจะเป็นก็ได้ "ทำไมเธอชอบมองฉัน" จู่ๆ เด็กหญิงพิมก็ถามทำลายความเงียบขึ้น "เปล่านะ ไม่ได้มอง" "ฉันเห็นนะ เธอมองมาที่ฉันตลอดเวลา" "ก็...ก็เธอเป็น..." "เป็นอะไร" "เธอเป็นคนที่อยู่ที่บ้านยายพันใช่ไหม" "ใช่ ฉันเห็นเธอเข้าไปขโมยชมพู่ที่บ้านฉันกินด้วยล่ะ เลยไปฟ้องย่า" "แล้วเธอเป็นผีรึเปล่า" ชนะตัดสินใจถามออกไปตรงๆ "ผีอะไร บ้านฉันไม่มีผีนะ" "ก็ยายพันเป็นผี" "บ้า...ย่าของฉันไม่ได้เป็นผีซักหน่อย ฉันไม่คุยกับเธอแล้ว เธอมาว่าย่าฉัน" "อ้าว เดี๋ยวสิ" ชนะคว้าข้อมือของเด็กหญิงพิมไว้ก่อนที่เธอจะลุกหนี "ขอโทษนะ ขอโทษ ฉันไม่รู้นี่ ใครๆ เขาก็บอกว่าบ้านเธอเป็นบ้านผีสิง แล้วทำไมฉันไม่เคยเห็นใครอยู่บ้านตอนกลางวันเลยล่ะ" "ย่าอยู่กันสองคนกับน้าศรี ฉันกับพ่อเพิ่งย้ายมาอยู่ด้วย เมื่อก่อนฉันอยู่ที่ภูเก็ต" "ภูเก็ต ภาคใต้ใช่ไหม พ่อเคยเล่าให้ฟัง" "ใช่ เธอเคยไปหรือเปล่า" "ฉันไม่เคยไปไหนหรอก อยู่แต่บ้านสวน" "เหรอ...น่าสงสารจัง ไว้ฉันจะพาเธอไปเที่ยวนะ" ชนะรู้สึกดีใจที่เด็กหญิงพิมไม่ใช่ผีเด็กอย่างที่เขาคิด แถมยังใจดีจะพาเขาไปเที่ยวอีก "เฮ้ย ไอ้เป๋ ทำอะไรอยู่วะ" เสียงของวินทร์ เพื่อนร่วมห้องของชนะ เขากับเพื่อนอีก 2-3 คน เดินเข้ามาที่ชนะนั่งอยู่ "เขาชื่อชนะ ไม่ได้ชื่อไอ้เป๋" พิมหันไปเถียงแทน "ก็มันขาเป๋ ก็เรียกว่าไอ้เป๋ ไหนขอดูไม้ยันเอ็งหน่อยซิ" วินทร์พูดจบก็รี่เขามาดึงไม้ยันไปจากมือของชนะ ชนะพยายามรั้งไว้ไม่ให้ไม้ยันถูกแย่งไปได้ แต่แรงของเพื่อนร่วมชั้นเรียนคนนี้มีมากกว่า จึงกระชากไปจนได้ "เฮ...." เมื่อได้ไม้ยัน วินทร์และเด็กกลุ่มนั้นก็วิ่งออกไปกลางสนามหญ้า เอาไปค้ำเล่น เลียนแบบชนะ แล้วก็หัวเราะกันเป็นที่สนุกสนาน "นี่ หยุดเดี๋ยวนี้นะ เอาไม้ยันของเขาคืนมา" พิมพูดขึ้นด้วยความโกรธ "อยากได้ก็คลานมาเอาเองสิ ไอ้เป๋.... เย้" วินทร์เอาไม้ยันของชนะขึ้นไปแขวนไว้บนกิ่งไม้ แล้วพากันวิ่งหนีไป "รอนี่นะ เดี๋ยวฉันจะไปเอามาให้" ชนะเองรู้สึกโกรธที่ทำอะไรไม่ได้ แต่ก็พูดอะไรไม่ออก ได้แต่นั่งนิ่ง เขารู้สึกอึดอัดจนน้ำตาไหล เด็กหญิงพิมหาเก้าอี้มาวางที่ใต้ต้นไม้ แล้วปีนขึ้นไปหยิบไม้ยันกลับลงมาคืนให้ชนะ "ขอบใจนะ" "ไม่เป็นไรจ้ะ พ่อฉันสอนว่าให้ช่วยเหลือคนที่อ่อนแอกว่า ต่อไปนี้ฉันจะดูแลเธอเองนะ" ชนะกับพิมนั่งคุยกันตลอดเวลาพัก แล้วกลับเขาห้องเรียนเมื่อเสียงระฆังดังขึ้น เมื่อเข้าชั้นเรียนในตอนบ่าย เด็กหญิงพิมได้ย้ายมานั่งกับชนะ ทำให้ที่นั่งข้างๆ ชนะไม่ว่างตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ขอบคุณเพลง เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ วงดนตรี เฉลียง ประพันธ์โดย ประภาส ชลศรานนท์ (ชมคอนเสิร์ท เพลงแบบประภาส ต้นเดือน กรกฎาคม นี้ อ่านรายละเอียด คลิกที่นี่) |
| ล่องเรือหารัก | ||
อาลัย ยอดรัก สลักใจ |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||