• ครูอุ๋ย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sipprapa@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-19
  • จำนวนเรื่อง : 93
  • จำนวนผู้ชม : 35668
  • จำนวนผู้โหวต : 119
  • ส่ง msg :
บ้านครูอุ๋ย
เรื่องอยากเล่า รูปอยากอวด
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kru-oui
วันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคม 2551
โรคประหลาด [ เด็กชายชนะ 14 ]
Posted by ครูอุ๋ย , ผู้อ่าน : 250 , 18:16:52 น.  
พิมพ์หน้านี้


เด็กชายชนะ 14

โรคประหลาด

 

          แดดเหลืองๆ อ่อนแรงลงมากแล้ว แต่ที่สนามหญ้ายังคงเต็มไปด้วยเด็กนักเรียนวิ่งเล่นกันอยู่ เด็กกลุ่มนั้นแบ่งกันออกเป็นสองฝ่าย ไล่ตามลูกบอลกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ท่ามกลางเสียงเชียร์ของเพื่อนๆ ที่นั่งอยู่ที่ขอบสนาม

          ครูอรุณีนั่งมองเด็กๆ อยู่ในห้องพักครูพลางยกถ้วยชาขึ้นดื่ม ในใจนั้นเฝ้าครุ่นคิดถึงเด็กชายร่างผอม คนที่ถูกเธอตีไปเมื่อหลายวันก่อน เด็กชายชนะผู้มีแววตาซุกซนแต่กลับหม่นเศร้าเมื่อถูกเธอตัดสินว่าเป็นต้นเหตุทำให้เพื่อนบาดเจ็บ ซ้ำร้ายกลับไม่พูดจาโต้ตอบเมื่อถูกตั้งคำถาม จนในที่สุดก็ถูกลงโทษด้วยการตี แต่แล้วครูอรุณีก็ต้องรู้สึกไม่สบายใจ เมื่อเด็กหญิงพิมออกมาโต้ตอบแทน แล้วบอกความจริงว่า ชนะนั้นปกป้องตัวเองจากการถูกรังแก เรื่องจึงไปถึงครูใหญ่

          การที่ครูใหญ่คาดโทษนักเรียนที่รังแกชนะอย่างรุนแรงและจริงจัง น่าจะทำให้ปัญหานี้จบสิ้นลงไปได้ เด็กชายชนะควรจะใช้ชีวิตนักเรียนได้อย่างปกติเช่นเด็กทั่วไป แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น

          เกือบสัปดาห์แล้วที่เด็กชายชนะไม่มาเรียนหนังสือ นับตั้งแต่วันที่ครูใหญ่นำเขาออกไปยืนหน้าเสาธง อรุณีจำได้ว่าวันนั้นเป็นวันศุกร์ จนกระทั่งถึงวันนี้ซึ่งเป็นวันพฤหัสแล้ว เธอยังไม่เห็นหน้าลูกศิษย์คนนี้อีกเลย

          "ทำอะไรอยู่ครับครูอรุณี"

          เสียงทักของครูโสทัยทำลายความเงียบขึ้น

          "อ้าว ครูโสทัยยังไม่กลับหรือคะ"

          "ผมสิครับต้องถามครูอรุณี ปกติเห็นเลิกเรียนไม่นานก็กลับไปแล้วนี่ครับ วันนี้นึกยังไงนั่งอยู่จนเย็นย่ำ แถมท่าทางเหม่อลอยผิดปกติ"

          "อืม... สงสัยดิฉันคงกังวล"

          "กังวล เรื่องอะไรครับ"

          "ลูกศิษย์หายค่ะ"

          "หืม...?"

          "เด็กชายชนะค่ะ ไม่มาเรียนหลายวันแล้ว"

          "อ้อ เด็กขาพิการนั่น"

          "ค่ะ ดิฉันรู้สึกกังวลจัง ไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่มาเรียน"

          "เขาคงไม่สบายกระมังครับ ตัวผอมๆ อย่างนั้น น่าจะขี้โรค"

          "แต่ท่าทางเขาไม่อ่อนแอนะคะ แถมยังซนเสียด้วย…เออ ครูโสทัยพอทราบไหมคะ ว่าบ้านแกอยู่แถวไหน"

          "อ้าว ครูอรุณีเป็นครูประจำชั้น ไม่รู้หรือครับ ว่าลูกศิษย์อยู่ที่ไหน"

          ครูโสทัยพูดยิ้มๆ พลางเดินมานั่งตรงหน้าโต๊ะครูอรุณี

          "ไม่รู้หรอกค่ะ ถ้าอยากรู้ก็คงต้องไปถามที่ทะเบียน ดิฉันไม่อยากให้เอิกเกริก แหมครูโสทัยพูดอย่างกับว่าตัวเองรู้จักบ้านลูกศิษย์ทุกคนยังงั้นล่ะ"

          "ผมล้อเล่นน่ะครับ เด็กคนนั้น ผมเคยเห็นเขาเล่นอยู่กับอนุจักรนะ"

          "ใครคะ อนุจักร"

          "เด็กอ้วนๆ ที่อยู่ชั้นเรียนผมไงครับ ผมเคยเห็นเขาเล่นกัน ท่าทางสนิทกันมาก ถ้าพรุ่งนี้เขายังไม่มาเรียน ครูอรุณีมาบอกผมนะครับ ผมจะถามนายอนุจักรให้"

          "อืม...ขอบคุณค่ะ"

         

          แดดเหลืองๆ กำลังจะลับขอบฟ้า ชนะนั่งดีดลูกหินอยูที่ลานดินข้างบ้านอย่างเดียวดาย โดยมีเจ้ามอมนอนหมอบเป็นเพื่อนอยู่ข้างๆ

แม่กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว เสียงผัดอะไรฉู่ฉ่า สลับกับเสียงพูดคุยของเด็กนักเรียนที่กำลังเดินกลับบ้านกันเป็นกลุ่มๆ ดังขึ้นเป็นระยะๆ

          ชนะไม่ได้ไปโรงเรียนหลายวันแล้ว ตอนเช้าชนะจะลุกไม่ขึ้น เมื่อแม่เข้ามาปลุก เขาก็ตอบแม่ว่า

          "นะปวดหัวครับ"

          บางวันก็เป็นคำตอบนี้

          "นะเวียนหัวครับ"

          "นะหนาวจังเลยครับแม่"

          บางวันชนะนอนตัวสั่น ลุกไม่ขึ้น จนแม่ไม่กล้าให้ไปโรงเรียน ครั้นพอสายหน่อยจะพาไปหาหมอ ชนะก็กลับมีอาการดีขึ้น จนไม่รู้จะไปให้หมอตรวจอะไร ชนะเป็นโรคประหลาดมาเกือบสัปดาห์แล้ว

          "ชนะ เข้ามาในบ้านหน่อยลูก"

          เสียงแม่เรียก คงให้ไปช่วยล้างอะไรในครัว ชนะเก็บลูกหินใส่กระเป๋ากางเกง แล้วคว้าไม้ยันเดินเข้าบ้าน

          บรรยากาศในบ้านดูตึงเครียดขึ้นทันที เมื่อชนะเห็นคุณครูสองคนนั่งอยู่ที่เก้าอี้รับแขก รู้สึกตกใจแกมกลัว ไม่รู้เหมือนกันว่ากลัวอะไร รู้แต่ว่ากลัว

          เขายกมือไหว้คุณครูทั้งสอง พลางมองไปทางแม่

          "คุณครูมาเยี่ยมแน่ะลูก ไปเอาน้ำเย็นมาให้คุณครูหน่อย"

          ชนะเดินลากไม้ยันเข้าครัวไปสักครู่ ก็ออกมาพร้อมกับน้ำเย็นสองแก้วด้วยท่าทางทุลักทุเล ครูโสทัยทำท่าจะลุกขึ้นไปช่วย แต่แม่ได้พูดดักเสียก่อน

          "ไม่เป็นไรค่ะ เขาทำได้"

          ชนะนำแก้วน้ำมาวางไว้ตรงหน้าครูทั้งสอง แม่มองมาทางชนะแล้วกล่าวขึ้น

          "ลูกช่วยไปล้างถั่วฝักยาวในครัวให้แม่หน่อย ล้างเสร็จแล้วเด็ดไว้เลยนะ เดี๋ยวแม่จะผัดหมู"

          "ครับ"

          "เขาเป็นอย่างนี้มาหลายวันแล้วค่ะ มีอาการไม่สบายตอนเช้าตรู่ พอสายๆ ก็ดีขึ้น ตกเย็นก็ปกติ ดิฉันจะพาไปหาหมอก็ไม่รู้จะไปอธิบายยังไง"

          แม่เล่าอาการของชนะให้ครูอรุณีและครูโสทัยฟัง

          "นอกจากอาการหนาวสั่น ลุกไม่ขึ้น เวียนหัว แล้วเขาเป็นอะไรอีกไหมครับ" ครูโสทัยถามขึ้น

          "ไม่เลยค่ะ นี่พ่อเขาก็ไม่อยู่ ดิฉันเลยไม่รู้จะทำยังไงดี"

          "ขาดเรียนหลายวันไม่ดีนะคะ เดี๋ยวเรียนไม่ทันเพื่อน" ครูอรุณีแสดงความเห็น

          "ค่ะ ดิฉันเข้าใจ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรสิคะ"

          "แล้วคุณแม่เคยถามเขาไหมครับว่าเขาอยากไปโรงเรียนรึเปล่า"

          ครูโสทัยถามขึ้น แม่หันมามองครูโสทัยพลางยิ้ม

          "ไม่เห็นต้องถามเลยค่ะ ที่เราพาเขาไปสมัครเรียน ก็เพราะเขาร่ำร้องอยากไปโรงเรียนเองนะคะ"

          "ผมหมายถึงระยะนี้น่ะครับ ช่วงที่เขาป่วยตอนเช้าน่ะ คุณแม่ได้เคยถามเขาไหมครับ ว่าอยากไปโรงเรียนหรือเปล่า"

          "เอ๊ะ ครูโสทัย....กำลังคิดว่า..." ครูอรุณีหันมาทางครูโสทัย ส่วนสุดานั้น นั่งงงอยู่

          "ทำไมคะ ลูกนะเป็นอะไร"

          ครูโสทัยเปิดยิ้มกว้าง ก่อนตอบ

          "ผมคิดว่าพอจะรู้สาเหตุของอาการป่วยตอนเช้าของเจ้าหนูแล้วล่ะครับ"

          ครูอรุณีทำตาโต เหมือนเพิ่งคิดอะไรออก ส่วนแม่นั้นยังนั่งงงอยู่เหมือนเดิม

          "คุณครูพูดเรื่องอะไรกันคะ ดิฉันไม่เข้าใจ"

          "ให้คุณครูอรุณีอธิบายเถิดครับ" ครูโสทัยโยนลูก

ครูอรุณีหันมาค้อนให้ ก่อนหันไปพูดกับแม่

          "เอ่อ...คืออย่างนี้ค่ะ เมื่อสัปดาห์ก่อน ดิฉันเข้าใจผิด คิดว่าชนะเขาทำร้ายเพื่อน ก็เลยไปทำโทษเขา"

          "อืม...เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับการป่วยของชนะคะ"

          แม่ขมวดคิ้ว ครูอรุณีอธิบายต่อ

          "ครูโสทัยกำลังคิดว่า ที่ชนะป่วยคงเป็นข้ออ้าง เพราะเขาไม่อยากไปโรงเรียนน่ะค่ะ คงเพราะถูกดิฉันตี..."

          "เปล่าครับ ครูอรุณี ที่ชนะป่วยการเมือง ไม่ยอมไปโรงเรียนจนเกิดอาการเหมือนไม่สบายขึ้นมาจริงๆ ไม่ใช่เพราะครูอรุณีตีเขาหรอกครับ ผมคิดว่าเป็นเพราะที่หน้าเสาธงวันรุ่งขึ้นมากกว่า"

          ถึงตอนนี้ แม่ยิ่งงงหนักเข้าไปอีก มีทั้งเรื่องที่ชนะถูกตี มีทั้งเรื่องหน้าเสาธง จนกระทั่งครูอรุณีและครูโสทัยเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง เรื่องจึงถึงบางอ้อ

          "วันนั้นผมเห็นชนะยืนก้มหน้า น้ำตาไหลพราก ผมคิดว่าเขาคงอาย หรือไม่แน่เขาอาจจะกำลังรู้สึกว่าถูกประจานอยู่ก็ได้นะครับ แต่ไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลายมาจนถึงกับป่วย ไม่ยอมไปโรงเรียนอีกเลย"

          "โอ...ดิฉันไม่รู้เรื่องเลยนะคะนี่"

          แม่หน้าเสีย ครูโสทัยอธิบายต่อ

          "บางครั้งเรื่องที่ผู้ใหญ่เราคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยพอจัดการได้ อาจกลับกลายเป็นเรื่องใหญ่ในความรู้สึกของเด็กๆ ชนะเป็นเด็กที่ไม่ปกติเหมือนคนอื่น เขาอาจรู้สึกว่าตัวเองแปลกแยกอยู่แล้ว ครูใหญ่ยังเอาเขาไปยืนหน้าเสาธง ยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองแปลกแยกมากขึ้นไปอีก เป็นการตอกย้ำให้เขารู้สึกว่าเขาไม่เหมาะกับสังคมนี้ จึงเกิดพฤติกรรมแยกตัวกับสังคม ไม่ยอมไปโรงเรียน"

          "อืม...แล้วเราจะทำอย่างไรดีคะ"

          แม่ตั้งคำถาม รอยขมวดคิ้วยังคงปรากฏอยู่ที่ใบหน้า ครูโสทัยยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วพูดขึ้น

          "วันนี้ก็วันศุกร์แล้ว เสาร์อาทิตย์ก็หยุด ถ้าคุณแม่รีบหาโอกาสพูดคุยกับเขาให้เข้าใจ คงพอจะปรับตัวได้นะครับ เพราะเขายังเด็กอยู่ ถ้าไม่มีใครไปสร้างเหตุการณ์อย่างนี้ซ้ำๆ ให้เขาบ่อยๆ คงไม่เป็นไร คุณแม่ลองถามถึงโรงเรียน ถึงเพื่อน ดูว่าเขามีความเห็นอย่างไร แล้วค่อยๆ อธิบายให้เขาฟัง"

          "เดี๋ยวค่ะ ครูโสทัยแน่ใจหรือคะว่าที่อธิบายมาทั้งหมดจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ" ครูอรุณีติง

          "ลองเรียกเขามาถามดูสิครับ"

          แม่เห็นด้วย พลางลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องครัว

          "นะ...มานี่ซิ"

          ชนะเดินเขยกมาหาแม่ แม่ดึงเขาเข้ามากอดแน่น น้ำตาไหล จนชนะงง

          "แม่เป็นอะไรฮะ"

          "แม่รักลูกจ้ะ ลูกต้องไม่เป็นอะไรนะ"

          "นะไม่ได้เป็นอะไรนี่ฮะแม่ นะสบายดี"

          "นะต้องไม่ป่วยตอนเช้าอีกนะ แม่กลัวลูกเป็นอะไรไป ถ้าลูกไม่อยากไปโรงเรียนก็ไม่ต้องไป ไว้แม่หาที่เรียนที่อื่นให้"

          แม่ยังคงกอดชนะแน่น

          "ลูกเป็นเด็กดี อย่าให้ใครมาทำให้ลูกกลัวนะ ใครไม่ดีกับเรา เราก็อย่าไปยุ่งกับเขา คนที่ดีกับลูกก็มีไม่ใช่หรือ"

          "ที่โรงเรียนน่ะหรือฮะ"

          "ใช่จ้ะ ที่โรงเรียน มีใครดีกับลูกบ้างไหม"

          ชนะเอียงคอคิด ก่อนที่จะตอบแม่

          "คุณครูก็ดีฮะ เพื่อนใหม่ของนะหลายคนก็ดีฮะ แต่พิมดีที่สุดเลยแม่"

          "อืม...แล้วลูกไม่คิดถึงเพื่อน ไม่คิดถึงพิมหรือลูก"

          "ก็...คิดฮะ นะคิดถึงพิมทุกวันเลย"

          "แล้วจะทำยังไงดีล่ะลูก ก็ลูกจะไม่ไปโรงเรียนแล้วไม่ใช่หรือ"

          "เอ่อ...นะ...ก็นะไม่สบาย...."

          ชนะอึกอัก แม่คลายเขาออกจากอ้อมกอด แล้วมองใบหน้าผอมยาวนั้นด้วยความรัก

          "ถ้าลูกไม่ชอบโรงเรียนนี้ แม่จะย้ายโรงเรียนให้ แม่คงให้นะหยุดนานๆ แบบนี้ไม่ได้”

          “ย้ายหรือฮะ นะไม่อยากย้ายโรงเรียน ไม่อยากเจอเพื่อนใหม่อีก” 

“ถ้าลูกไม่อยากย้ายโรงเรียน แม่ก็จะไม่ย้ายจ้ะ แต่ลูกต้องไปโรงเรียนนะ ไปหาเพื่อน ไปหาพิมไง" แม่ยังคงพูดทั้งน้ำตา ทำให้ชนะรู้สึกสงสารแม่ จึงเอ่ยขึ้น

          "งั้น...วันจันทร์นะจะไปโรงเรียนฮะ"

          "อื้ม...ดีจ้ะลูก ชนะของแม่เก่งจริงๆ"

          เช้าวันรุ่งขึ้น ชนะตื่นขึ้นมาด้วยอาการสดใส ไม่จับไข้ ไม่ตัวร้อน ซ้ำยังพูดมากกว่าทุกวันในรอบสัปดาห์อีกด้วย

เพลง ผู้หญิงที่อยากกอดตลอดชีวิต

ผลงาน ประภาส ชลศรานนท์

ร้อง ศุ บุญเลี้ยง

 

 

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 23
AJ.p วันที่ : 20/07/2008 เวลา : 22.13 น.
http://www.oknation.net/blog/TheTaleOfFourTribes
- - กระต่ายตัวนี้...มิมีพิษมีภัยนะจ๊ะ!!! - -

สวัสดีครับครูอุ๋ย...ไม่ได้ตามอ่านหลายตอนเลย...ยังไงมาเมนต์ให้กำลังใจกันก่อนฮะ
ความคิดเห็นที่ 22
ภู่กันดอย วันที่ : 20/07/2008 เวลา : 13.57 น.
http://www.oknation.net/blog/anubarnmaetalu
ภาพนี้....อาจจะทำให้คุณยิ้ม....และลืมสถานการณ์บ้านเมือง.....ได้ในช่วงเวลาหนึ่งนะครับ

มาแล้วครับ
มาแวะทักทายเพื่อนบ้าน
มาแวะเยี่ยมเยียน
มาเพื่อหาประสบการณ์การบอกเล่า
มาหาความรู้
มาเก็บเกี่ยวในสิ่งดีดี
ขอบคุณมากนะครับสำหรับความรู้นะครับ
วันนี้ภู่กันดอยมีกิจกรรม
การอบรมยาเสพติด
และการแห่เทียนมาฝากครับ
ว่าง ๆ มาเยี่ยมน้องที่โรงเรียนนะครับ
ขอบคุณครับ
กระบอกเสียงจากดอยไกล
สบเมย........แม่ฮ่องสอน
ภู่กันดอย
ความคิดเห็นที่ 21
ลิลิตดา วันที่ : 19/07/2008 เวลา : 05.04 น.
http://www.oknation.net/blog/phenvipa

สวัสดีค่ะครูอุ๋ย
ครูสบายดีนะคะ
เข้ามาอ่านเรื่องของเด็กชายชนะต่อ..เด็กชายชนะโชคดีที่มีคุณแม่เข้าใจลูกและรู้จักวิธีพูดให้ลูกอยากกลับไปเรียนหนังสืออีก
ความคิดเห็นที่ 20
INDYLOVE วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 13.28 น.
http://www.oknation.net/blog/loveindy

สวัสดีค่ะครูอุ๋ย แวะเข้ามาทักทายค่ะไม่ได้เข้ามาเสียนาน
พอมาอีกทีเด็กชายชนะก็มาถึงตอนที่ 14 แล้ว...555
ตามอ่านไม่ทันเลย สงสัยต้องหาเวลามาอ่านเด็กชายชนะต่อซะแล้วค่ะ
ความคิดเห็นที่ 19
MeeMee วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 10.29 น.
http://www.oknation.net/blog/memoria
Life is Art........

มาตามคุณครูไปดูกระบี่...บ้าน MeeMee อ่ะ
ความคิดเห็นที่ 18
veerin วันที่ : 16/07/2008 เวลา : 16.36 น.
http://www.oknation.net/blog/veerin

ขอให้ด.ช.ชนะมีความสุขกับวันหยุดนี้มากๆนะคะ
ความคิดเห็นที่ 17
วิตามินบี วันที่ : 16/07/2008 เวลา : 11.35 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


เด็กชายชนะแช่เรื่อง

ความคิดเห็นที่ 16
ทิวสน วันที่ : 16/07/2008 เวลา : 01.15 น.
http://www.oknation.net/blog/tewson
ทิวสน ชลนรา

แม่เป็นที่พึ่ง และพักใจลูกได้เสมอ
ความคิดเห็นที่ 15
นายมะอึก วันที่ : 14/07/2008 เวลา : 21.33 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom1
 

โรคประหลาด.....
นั่งคิดอะไรต่อเนื่องอีกแล้วข้าพเจ้า
ความคิดเห็นที่ 14
Lyrics วันที่ : 14/07/2008 เวลา : 16.47 น.
http://www.oknation.net/blog/lunla
: Fa Me  SinG a SonG :


ความคิดเห็นที่ 13
Lyrics วันที่ : 14/07/2008 เวลา : 16.47 น.
http://www.oknation.net/blog/lunla
: Fa Me  SinG a SonG :


ความคิดเห็นที่ 12
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 14/07/2008 เวลา : 12.46 น.
http://www.oknation.net/blog/SingMueSai
บล็อกหลังที่สอง http://www.oknation.net/blog/SingMeuSai2......บล็อกหลังที่สาม http://www.oknation.net/blog/SingMeuSai3

อ่านแล้วน้ำตาซึม ไปกับความรักของแม่
แม่ของชนะเก่งนะคะ
มีกุศโลบายในการพูดให้ชนะไปโรงเรียนได้

ชนะเป็นโรคประหลาดจริงๆ
ตอนเช้าไม่สบาย พอสายๆดีขึ้น พอตกเย็นก็ปกติดี
ความคิดเห็นที่ 11
หมีปิศาจ วันที่ : 14/07/2008 เวลา : 12.25 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

แวะมาสวัสดี และขอบคุณครูอุ๋ยครับ
ขอโทษที่กว่าจะมาก็ช้ามากเลยครับ

เรื่องของเด็กชายชนะตอนนี้ น่าสนใจดีครับ
เสียดายยังไม่มีโอกาสอ่านตอนเก่าๆ
แต่ก็ได้รู้จักตัวละครหลักๆ หลายคนแล้วครับ
คราวหน้ามาติดตาม ก็คงพอจับความต่อได้ครับ

ถ้าครูแวะไป แค่ไปส่งยิ้มทักทายให้ จะได้รู้ว่าครูแวะมาทักทายแล้วครับ
ช่วงนี้ส่วนใหญ่ผมตามตอบเมนท์เพื่อนๆ ไม่ทัน
เลยได้แต่แวะมาตอบคนที่มาเมนท์ไว้ที่บ้านเท่านั้นครับ
ความคิดเห็นที่ 10
kokuril วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 23.54 น.
http://www.oknation.net/blog/kokuril

เด็กชายชนะปิ๊งสาวซะแระ คริ คริ พูดถึงพิมใหญ่เลย

ว่าแต่แล้วทำไมเด็กชายชนะไม่เดินไปหาพิมล่ะ บ้านก็อยู่ใกล้ๆกัน ชะเง้อ ชะแง้ ก็น่าจะเห็นบ้างละมั๊ง
ความคิดเห็นที่ 9
KBandid วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 18.48 น.
http://www.oknation.net/blog/bandid

ค่ะ

ยังอ่านไม่จบ เดี๋ยวจะแวะกลับมาอ่านใหม่นะคะ





ขอบคุณที่แวะไปทักทายค่ะ
ความคิดเห็นที่ 8
เจ้าหญิงนิทรา วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 07.06 น.
http://www.oknation.net/blog/chance

สวัสดีค่ะ
ขอบคุณที่แวะไปทักทายค่ะ
ขอสมัครเป็นลูกศิษย์วาดสีน้ำได้ไหมค่ะ
แต่ก่อนอื่นคงต้องไปซื้อหนังสือของครู
มาอ่านก่อน
ล่ะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 7
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 00.08 น.
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim

ชนะชอบ สีน้ำ หรือเปล่าครับ
ความคิดเห็นที่ 6
ครูเก๋ วันที่ : 12/07/2008 เวลา : 23.03 น.
http://www.oknation.net/blog/clear
++Clear : ชัดเจน จริงใจ ตรงไปตรงมา++


ความคิดเห็นที่ 5
ภู่กันดอย วันที่ : 12/07/2008 เวลา : 20.47 น.
http://www.oknation.net/blog/anubarnmaetalu
ภาพนี้....อาจจะทำให้คุณยิ้ม....และลืมสถานการณ์บ้านเมือง.....ได้ในช่วงเวลาหนึ่งนะครับ

กลับมาทักทาย
มาเยี่ยมชม
มาหาสิ่งดี ๆ ให้กับชีวิต
ชีวิตนั้น วัน เป็น เดือน เป็น ปี
ขอบุคุณสำหรับความรู้และภาพสวย ๆ นะครับ
ว่างๆ มาเยี่ยม นะครับ
วันนี้มีกิจกรรมใหม่มาเสนอครับ
กิจกรรมเพียงน้อยนิด
สำหรับเด็กชนบทครับ
ขอบคุณครับ
ภู่กันดอย
ความคิดเห็นที่ 4
MeeMee วันที่ : 12/07/2008 เวลา : 19.57 น.
http://www.oknation.net/blog/memoria
Life is Art........

อ่านแล้วก็เศร้านิด ๆ นะคะ จิตใจเด็กเล็ก ๆ ละเอียด บอบบาง...
ผู้ใหญ่บางคน ไม่เข้าใจ บางคนคาดหวังสูง พยายามยัดเยียดสิ่งที่เค้าไม่ชอบให้เด็ก บังคับจับเรียน เพื่อสนองความต้องการของตัวเอง โดยไม่ถามเด็กสักคำว่าชอบหรือเปล่า

....
ความคิดเห็นที่ 3
วิตามินบี วันที่ : 12/07/2008 เวลา : 12.03 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


ถ้าจิตใจป่วย
ก็สั่งให้ร่างกายป่วยได้
ใจของเด็กๆละเอียดอ่อนจริงๆ
คนเป็นครูควรระมัดระวัง

ตอนเด็กก็เคยเจอครูไม่ยุติธรรม
ลำเอียงรักคนสวย
ความคิดเห็นที่ 2
veerin วันที่ : 11/07/2008 เวลา : 22.07 น.
http://www.oknation.net/blog/veerin

สนุกดีค่ะครูอุ๋ยเขียนได้น่าติดตามจัง
ชอบช่วงที่บรรยายภาพพจน์ของดช.ชนะค่ะ
ที่บอกว่า..
"เด็กชายร่างผอม คนที่ถูกเธอตีไปเมื่อหลายวันก่อน
เด็กชายชนะผู้มีแววตาซุกซนแต่กลับหม่นเศร้า"
อ่านแล้วสงสารจัง ชนะเลยไม่อยากไปโรงเรียน
แต่โชคดีที่คุณครูกับคุณแม่ช่วยกันแก้ไขปัญหาได้นะคะ..

เรื่องราวน่ารักและสนุกค่ะ
ให้กำลังใจชนะในการไปโรงเรียนด้วยนะคะ
อยากเห็นเขามีความสุขกับการไปโรงเรียนอีกครั้งค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
บังใบ้ วันที่ : 11/07/2008 เวลา : 18.58 น.
http://www.oknation.net/blog/bangbai
เพียงผ่าน...จึงสัมผัส

...ตอนเด็กๆผมก็เคยเป็นครับโรคแบบนี้แต่ไม่ใช่เพราะความเข้าใจผิดหรืออะไรหลอกครับแต่เป็นเพราะผมขาดความรับผิดชอบเอง ...
++...เชิญร่วมลำลึกถึงพระคุณของครู และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้สึกต่อดินแดนด้ามขวามกันได้ที่ บล๊อกบังใบ้ (หนุ่ม มอ.ตานี)น่ะครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ล่องเรือหารัก

อาลัย ยอดรัก สลักใจ

View All
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31