พิมพ์หน้านี้
|
ผญาภาษิตอีสาน มีมากมายหลายบท บทที่จะนำเสนอครั้งนี้อ่านเผิน ๆ จบแล้วดูน่ากลัว คล้าย ๆ ลัทธิคลั่งคำสอนให้กระทำอัตวินิบาตกรรมตนเอง ประมาณนั้นครับ ความว่า อยากกินน้ำแซบ ให้ขุดน้ำส่างหิน อยากมีอยู่มีกิน ให้เอาศีลเป็นทึนไปค้า อยากขึ้นสวรรค์ชั้นฟ้า ให้ฆ่าเจ้าของ (สำลี รักสุทธี 2540) ศัพท์อีสานครั้งนี้ไม่ยากเท่าไรครับ 1. แซบ : อร่อย (ทุกอย่างที่อร่อยเรียกแซบ ไม่ได้หมายถึงรสจัดเท่านั้น ของหวานของเปรี้ยวถ้าอร่อย ก็คือแซบ ปัจจุบันคนนำไปใช้กลายไปว่ารส "แซ่บ" ต้องรสจัดแบบส้มตำ พล่าน้ำตก ต้มแซ่บ..) 2. ส่าง : บ่อน้ำที่เป็นบ่อบาดาลลึก (ถ้าขุดเป็นสระน้ำจะไม่เรียก ส่าง) 3. ทึน : ทุน 4. เจ้าของ : ตนเอง แปลเป็นสำนวนง่าย ๆ ว่า อยากกินน้ำอร่อย ให้ขุดน้ำบ่อหิน อยากมีอยู่มีกินให้มีศีลสัตย์เป็นทุนไปค้า อยากขึ้นสวรรค์ชั้นฟ้า ให้ฆ่าตนเอง... ผญาภาษิตบทนี้ เป็นบทสอนใจให้คนทำมาหากิน ด้วยความอดทนมีศีลสัตย์ ขุดน้ำบ่อหินย่อมได้กินน้ำใส คนอีสานโบราณอยุ่ได้มาเพราะกินน้ำบ่อลึก ที่บรรพบุรุษเพียรขุดเจาะชั้นดินลงไปจนถึงชั้นหิน เพื่อป้องกันมิให้ดินหินพังทลายลงถมบ่อและ "ฮูน้ำ" ชาวอีสานมีวิธีทำส่างน้ำ 2 ลักษณะ คือ 1. ส่างท่อ หรือบ่อท่อ เอาไม้ใหญ่ ๆ ที่เป็นโพรงหรือเจาะคว้านกลางให้เป็นท่อ ใส่ลงไปในโพรงบ่อลึก ๆ อย่างนี้เรียก ส่างถ่อ หรือ ส้างท่อ มีชื่อหมู่บ้านอีสานหลายแห่ง หลายจังหวัดที่ชื่อว่าบ้านส้างถ่อ หรือเขียนแบบภาษาไทยว่า สร้างท่อ ก็คืออันเดียวกัน ระยะหลัง 30 ปี มานี้ใช้ท่อซีเมนต์แทนท่อไม้ครับ 2. ส่างแป้น หรื่อส่างแซง ถ้าหมู่บ้านใดไม่มีไม้ใหญ่ที่เป็นโพรงขนาดใหญ่ ก็ใช้วิธีขุดบ่อเป็นรูปสี่เหลี่ยม ใช้เสาไม้ยาว ๆ ปักมุมบ่อ แล้วใช้ไม้กระดานตีเป็นคอกลงไปในหลุมบ่อ เมื่อถมด้านข้างแล้วก็จะได้บ่อที่มีผนังเป็นไม้กระดานขนาดราว 2 คูณ 2 เมตรลึกลงไป เรียก ส่างแป้น หรือส่างแซง เรียกอย่างใดอย่างหนึ่งครับ หลายหมู่บ้านหลายจังหวัดก็นำไปใช้ตั้งชื่อเช่นกัน บ้านส้างแป้น เป็นต้น (เขียนตามคำภาษาไทย ลำบากครับว่าจะใช้วรรณยุกต์อะไร จึงจะออกเสียงได้ใกล้เคียง) ส่วนบ่อที่ไม่มีผนังกันดินทลาย ก็เรียก ส่างดิน ซึ่งเป็นบ่อหลุมลึกธรรมดา บ่อแบบนี้ไม่ถาวรครับ ดังนั้น "อยากกินน้ำแซบ ให้ขุดน้ำส่างหิน" หรือ "อยากกินน้ำอร่อย ให้ขุดน้ำบ่อหิน" จึงหมายถึง อยากมีอยู่มีกินดี ๆ ต้องทำงานหนัก ประดุจขุดน้ำบ่อหิน ถึงจะได้กินน้ำดี "อยากมีอยู่มีกิน ให้เอาศีลเป็นทึนไปค้า" หรือ "อยากมีอยุ่มีกินให้มีศีลสัตย์เป็นทุนไปค้า" คนค้าขายหรือทำมาหากินที่ไม่ซื่อสัตย์ เอาเปรียบคนด้วยกัน ย่อมไม่เจริญ ในที่สุดคนก็ไม่คบค้าสมาคมด้วย ถ้าค้าขายก็ไปไม่รอด ก็เห็นกันมากมาย... ส่วน "อยากขึ้นสวรรค์ชั้นฟ้า ให้ฆ่าเจ้าของ" หรือ "อยากขึ้นสวรรค์ชั้นฟ้า ให้ฆ่าตนเอง" ภูมิปัญญาอีสานโบราณ/ลาว ท่านได้ซ่อนปรัชญาไว้ หมายถึง การฆ่ากิเลส ตัณหา อวิชชาต่าง ๆ ที่ครอบงำเราอยู่ให้หมดดั่งตายไปจากตัวเรานั่นเอง... สวัสดีครับผม. อ้างอิงบทผญา สำลี รักสุทธี. 2540. ผญา. กรุงเทพ ฯ : พัฒนาศึกษา. เผยแพร่ครั้งแรก gotoknow.org/blog/nfekrucha/141022 22 ต.ค. 2550 |
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |