พิมพ์หน้านี้
|
บทกวีบทนี้คือแรงใจ กระท่อมน้อยปลายนาคืนว้าเหว่ สายลมเร่พัดจันทร์เพ็ญเด่นเวหา ปุยเมฆเหงาเคล้าน้ำค้างพร่างนภา หนุ่มบ้านนายังเพียรเขียนบทกวี ละอองฝันลอยล่องท่องดึกดื่น คอยหยิบยื่นกำลังใจไม่หน่ายหนี เหล่าเรไรก็เพรียงพร้อมกล่อมดนตรี หิ่งห้อยส่องแสงริบหรี่เป็นแรงใจ ธารอักษรหลั่งไหลบนกระดาษ น้ำหมึกวาดจินตนาการ ผ่านคำไข สร้อยแสงจันทร์ดูอบอุ่นละมุนละไม ดอกฝันแย้มสื่อสายใยไม่จืดจาง หอมน้ำคำฉ่ำหัวใจไหวจังหวะ หวานวาทะรินรื่นชื่นน้ำค้าง สื่อภาษาดอกไม้ในรอยทาง ที่อ้างว้างให้ชื่นชุ่ม ชอุ่มคำ บทกวีบทนี้ มีไออุ่น เขียนด้วยถ้อยละมุนแห่งคืนค่ำ บทกวีบทนี้ มีความทรงจำ เริงระบำในห้องใจใสบางเบา หากคนดีได้อ่านวานส่งข่าว ถึงผู้บ่าวไทบ้านสู้งานเหงา บทกวีบทนี้ คงบรรเทา ให้คลายเศร้าได้บ้าง บางอารมณ์ สาวโรงงานคนบ้านนาคราเหนื่อยอ่อน หากเจ้านอนร้องสะอื้นด้วยขื่นขม ให้เจ้าปลุกดาวนิทราขึ้นมาชม พี่จะห่มไออุ่นให้ ในบทกวี หากคิดถึงบ้านนาคราไหวหวั่น ให้เจ้ามองพระจันทร์อันสดสี อธิษฐานด้วยความหวัง ตั้งฤดี แล้วดวงตาสองคู่นี้จะพบกัน ยามหลับฝันให้ฝันดีเถิดที่รัก พี่ก็จักส่งใจถึงซึ่งความฝัน แม้นท้อแท้เหนื่อยหน่ายให้ฝ่าฟัน จงมุ่งมั่นอย่าเศร้าหมองหวั่นผองภัย กระท่อมน้อยปลายนาคืนว้าเหว่ หยาดน้ำค้างนอนเปลใบไม้ไหว บทกวีบทนี้ คือแรงใจ ที่เขียนให้สาวบ้านป่าในนาคร .............................................................................. สิทธิเดช กนกแก้ว ตีพิมพ์ครั้งแรก หนังสือพิมพ์ โค - ออป นิวส์ ๑ - ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๑
|