วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม 2551
ผู้ทุกข์ทนจนถ้อยร้อยลำนำ
Posted by
สิทธิเดช
,
ผู้อ่าน : 44
, 14:08:36 น.
พิมพ์หน้านี้
|
ผู้ทุกข์ทนจนถ้อยร้อยลำนำ ๑สายลมหนาวพัดดลใจของใครหนอเสียงขลุ่ยคลอแว่วหวานสะท้านใสเรียวรวงข้าวประชันโฉมโน้มแกว่งไกวม่านทิวไผ่ไหวลมพาสง่างาม .ฉันสะพายยามความฝันกลับบ้านป่าผ่านทุ่งนาทางลูกรังทั้งดงหนามแสงเช้าส่องต้องใบข้าวใสวาววามตั้งคำถามถากถางใจให้อ่อนแรง . ๒ไปอยู่กรุงเป็นอย่างไรไอ้หนุ่มน้อยดอกไม้ป่ารอคอยจนเหี่ยวแห้งภาพเก่าเก่าที่เฝ้าฝันนั้นเปลี่ยนแปลงแม่น้ำเคยว่ายแข่งแห้งเหือดไ....
|
วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม 2551
มาจากใบขวาน
Posted by
สิทธิเดช
,
ผู้อ่าน : 96
, 16:10:30 น.
พิมพ์หน้านี้
|
........ฮักกันไว้พี่น้อง...........คนใบขวาน เฮาหลั่งรินเหงื่องาน...........ปลูกสร้าง มหานคร อลังการ.............เมืองมนุษย์ สิทุกข์ สิยากบ้าง...............กัดแข้ว ทนเอา ........ยามเหงาก็กอดฟ้า........ห่มดาว ทุกข์ยากมานานยาว............ยิ่งแล้ว หิวบ้างอิ่มบ้าง บางคราว.....เหนื่อยหนัก ใช่เกิดในเวียงแก้ว..............ต่อสู้เถิดอีสาน ........จากบ้านจากถิ่นแคว้น....บรรพชน หนีจากความยากจน.................
|
วันศุกร์ ที่ 4 กรกฎาคม 2551
สายฝนของคนทุกข์
Posted by
สิทธิเดช
,
ผู้อ่าน : 49
, 16:29:35 น.
พิมพ์หน้านี้
|
สายฝนของคนทุกข์ . นั่งดูฟ้าร่ำไห้...............เป็นฝนย้อนกลับดูใจตน....................ยิ่งเศร้าชีวิตว่ายเวียนวน....................อยู่กับ ทุกข์เฮยเหมือนหนึ่งไฟรุมเร้า.............หยดน้ำตานอง . ห้องชีวิตถูกเชื้อ.........เพลิงใจเผาหยดน้ำตาไหล.................สู่ฟ้าเป็นก้อนเมฆลอยไป..............เกาะกลุ่ม ฝนนายิ่....
|
วันจันทร์ ที่ 23 มิถุนายน 2551
บทกวีบทนี้คือแรงใจ
Posted by
สิทธิเดช
,
ผู้อ่าน : 53
, 17:43:23 น.
พิมพ์หน้านี้
|
บทกวีบทนี้คือแรงใจ กระท่อมน้อยปลายนาคืนว้าเหว่ สายลมเร่พัดจันทร์เพ็ญเด่นเวหาปุยเมฆเหงาเคล้าน้ำค้างพร่างนภา หนุ่มบ้านนายังเพียรเขียนบทกวี ละอองฝันลอยล่องท่องดึกดื่น คอยหยิบยื่นกำลังใจไม่หน่ายหนีเหล่าเรไรก็เพรียงพร้อมกล่อมดนตรี หิ่งห้อยส่องแสงริบหรี่เป็นแรงใจ ธารอักษรหลั่งไหลบนกระดาษ ....
|
วันจันทร์ ที่ 16 มิถุนายน 2551
ฉันนำรักมาให้ในบทกวี
Posted by
สิทธิเดช
,
ผู้อ่าน : 53
, 17:50:47 น.
พิมพ์หน้านี้
|
อยากพาเธอท่องโลกฝันสักวันหนึ่งฟังเสียงซึง แคน พิณ สูดกลิ่นฝันสัมผัสไออุ่นฟ้า ดวงตะวันอาบแสงจันทร์ยามค่ำคืนให้ชื่นทรวง ห่มผ้าไหมสายหมอกลายดอกเมฆนั่งเรือฝัน สวรรค์เสก ท่องแดนสรวงเขียนบทกวี บนดวงดาว ที่พราวดวงจุดไฟฝันให้โชติช่วง ในห้องใจ ยามเหงาเหงาเรามานั่งฟังดนตรีอ่านบทกวี กล่อมขวัญ คลายหวั่นไหวเก็บดวงดาว อบอุ่น ละมุนละไมร้อยรุ้งใส คล้องดวง....
|