• ธมกร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tungsakasome@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-02-27
  • จำนวนเรื่อง : 40
  • จำนวนผู้ชม : 4135
  • จำนวนผู้โหวต : 74
  • ส่ง msg :
ทุ่งสักอาศรม และ ครูกานท์
ธมกร,ครูกานท์,ศิวกานท์ เป็นนามเรียกขานสมมุติขลัง ทุ่งสักอาศรมบ่มพลัง จริงจังจริงใจไมตรี :::: คือแขกของโลกอีกใบหนึ่ง โลกซึ่งมีวันคืนของพื้นที่ ไม่ทำโลกให้รกหรอกคนดี ชีวิตนี้ไม่นานก็ผ่านไป...
Permalink : http://www.oknation.net/blog/krugarn
วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม 2551
กระทรวงศึกษา - พิ ก า ร !
Posted by ธมกร , ผู้อ่าน : 421 , 14:37:45 น.   | หมวดหมู่ : ศูนย์เรียนรู้   บทความ  
พิมพ์หน้านี้


::

บทความพิเศษ : กระทรวงศึกษา-พิการ!

ค รู ก า น ท์

            

::

          จากข่าวเศร้าดังพาดหัวข่าวที่ยกมา...(รายละเอียดของข่าวคงจะเป็นที่ทราบกันดีแล้วนะครับ  หากท่านใดยังไม่ทราบ  ติดตามอ่านได้จาก นสพ.คมชัดลึก ฉบับวันอาทิตย์ที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๑)

         เป็นข้อยืนยันว่า  นี่คือผลกรรมที่กระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ก่อ  คือก่ออำนาจผูกขาดเป็นศูนย์กลางทุกๆ เรื่องมาเป็นเวลาช้านาน  นั่นก็คือกำหนดให้หนังสือที่ครูจะใช้สอนและเด็กจะใช้เรียนในโรงเรียนได้  ต้องเป็นหนังสือที่ได้รับการพิจารณาอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการ  และยิ่งเป็นหนังสือที่กระทรวงจัดเขียน จัดทำ และจัดพิมพ์  ยิ่งเป็นสิ่งสำคัญที่โรงเรียนควรเลือกใช้เป็นอันดับต้นๆ   เท่ากับครูไม่จำเป็นต้องคิด  ไม่ต้องแสวงหาตำรับตำราอื่นใดอีก  แม้ว่ากระทรวงจะมิได้สั่งการโดยตรงเช่นนั้น  แต่ขนบธรรมเนียมปฏิบัติที่สั่งสมสืบเนื่องกันมาก็คล้ายมัดมือชกทำนองนั้น  และเพราะยอดจำนวนหนังสือเรียน ตำรา คู่มือ ที่กระทรวงกำหนดให้ใช้เป็นแบบสำเร็จรูปเดียวกันนั้นเป็นตัวเลขที่สูงมาก  นั่นเองที่เป็นความเย้ายวนให้เกิดกรณีแสวงประโยชน์ฉ้อฉล  หลายพฤติกรรม  หลายวิธีการ  และหลายยุคหลายสมัยสืบต่อกันมา  เป็นข่าวบ้างไม่เป็นข่าวบ้าง  พอเป็นเรื่องเป็นราวบางทีก็มีเชือดไก่ให้ลิงดูบ้าง  เป็นมวยล้มต้มคนดูบ้าง...

            เมื่อมันเป็นเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดความจำเป็นต้องใช้หนังสือเรียนเล่มเดียวกัน (ในวิชาเดียวกัน) ทั้งประเทศ  ยอดจำนวนของความต้องการหนังสือเล่มเดียวกันสูงมากดังกล่าวแล้ว  แน่นอนยอดเงินงบประมาณในการจัดซื้อย่อมมากมายมหาศาลตามมาด้วย  ดังนั้น ทั้งเหตุปัจจัยของเงื่อนไขและในสถานการณ์บ้านเมืองที่การคอรัปชั่นมีสูงอย่างที่เรารู้ๆ กันอยู่  เรื่องของเรื่องมันจึงยากที่จะป้องจะปราบกันให้ได้ผลแท้จริง

             สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)  ควรยกเลิกการเป็นผู้ผูกขาดกำหนดหนังสือเรียนได้แล้ว  ควรทำหน้าที่แค่ควบคุมและกำกับดูแลเพียงด้านนโยบายและหลักสูตรให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติเท่านั้น  เรื่องตำรับตำราและหนังสือเรียนปล่อยให้เป็นเรื่องของผู้บริหารโรงเรียน  ครูผู้สอน และคณะกรรมการสถานศึกษาแต่ละแห่งจะเป็นผู้พิจารณาดำเนินการโดยอิสระเถิด  ให้เขารู้จักคิดและรู้จักเลือกเองบ้าง  เขาจะได้คิดเป็นและแก้ปัญหาเป็น  ตราบใดที่กระทรวงยังเป็นผู้กำหนดและตามป้อนให้ทุกอย่าง  ทั้งตำรับตำรา คู่มือ และหนังสือเรียนอย่างทุกวันนี้เขาจะไม่เติบโต  และจะเป็นการซ้ำเติมพวกเขาให้เป็นง่อยทางวิชาการไม่มีที่สิ้นสุด  เพราะถ้าครูไม่ถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องใฝ่รู้ใฝ่แสวงหา  ครูก็จะไม่กระตือรือร้น  เปิดหนังสือสอนไปวันๆ ว่าไปตามหนังสือที่กระทรวงกำหนด  และที่น่าเศร้าที่สุดก็คือ  ครูส่วนใหญ่ในวันนี้หลงคิดและยึดติดเป็นสำคัญว่าหนังสือเรียนนั้นคือหลักสูตร  ทั้งที่มันเป็นแค่เครื่องมือที่ครูจะเลือกหยิบมาใช้ประกอบกิจกรรมการเรียนการสอนเท่านั้น

             แม้ว่าผม (ผศ.ศิวกานท์ ปทุมสูติ) จะมีส่วนร่วมในการเขียนหนังสือเรียนให้กระทรวงศึกษาธิการ  คือเป็นผู้เขียนหนังสือชุด ภาษาพาที ป.๒ และ ป.๕  ผมก็ยังขอยืนยันว่าหนังสือเรียนดังกล่าว (หนึ่งในสองเล่มนั้นก็คือเล่มชั้น ป.๒ ตามที่ปรากฏในภาพพาดหัวข่าว) ไม่จำเป็นต้องนำไปใช้สอนทั้งเล่มก็ได้  ครูสามารถเลือกตัวบทความรู้จากนอกหนังสือเรียนมาประกอบการสอนได้ตลอดเวลา  ขอเพียงให้ตอบสนองจุดหมายปลายทางของหลักสูตรและสาระการเรียนรู้ที่กระทรวงกำหนดเท่านั้น 

            เปิดโอกาสให้เกิดการแข่งขันกันทางวิชาการมากขึ้นสิครับ  ให้มีทางเลือกดีๆ แข่งกันมากๆ  ไม่ต้องกลัวหรอกว่าโรงเรียนจะแสวงทางเลือกที่ไม่ดี หรือด้อยคุณภาพ  ถ้าเรากำกับดูแลระบบตรวจสอบและเมินคุณภาพให้มีมาตรฐานอย่างแท้จริง  สนับสนุนและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างจริงจัง   อาจมีครู และผู้บริหาร ที่หย่อนยานนำพาโรงเรียนไปไม่รอดบ้าง  ไม่เป็นไร ยอมเจ็บด้วยการผ่าตัดกันแบบถึงรากถึงโคนเสียทีเถอะ 

        ในทางพุทธศาสนานั้นเมื่อเห็น “ทุกข์” ให้พิจารณาหา “สมุทัย” คือเหตุแห่งทุกข์ให้ถ่องแท้  แล้วจึงค่อยหา “มรรค” คือทางหรือวิธีที่จะดับทุกข์ที่เหตุแท้จริงของมัน  เราจึงจะไปถึง “นิโรธ” หรือการดับทุกข์ได้อย่างเด็ดขาด  กระทรวงศึกษาธิการ  และคนไทยที่นับถือพุทธศาสนาที่ถึงกับจะให้ต้องบัญญัติในรัฐธรรมนูญว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาตินั้น  อย่านับถือกันแบบเปลือกๆ เลย  มาลงมือปฏิบัติการที่แก่นแท้ของการแก้ปัญหากันเสียทีเถิด  อย่าปล่อยให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นกระทรวงศึกษา-พิการ! อีกต่อไปเลย            

 

**************************************************** 

ขณะยังขาดไร้ที่พึ่งที่หวัง  ฟังเพลง "กราบพระแก้ว" ขอพรไปพลางก่อน

เพลงกราบพระแก้ว :::  คำร้อง - ศิวกานท์ ปทุมสูติ :::  ดนตรี - สมปอง เปรมปรีดิ์ ::: ขับร้อง - ชินกร ไกรลาศ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 46
ธมกร วันที่ : 31/03/2008 เวลา : 07.54 น.
http://www.oknation.net/blog/krugarn

ใช่,มันจะยาก เมื่อเราคาดและหวังในผู้อื่น

แต่มันจะง่ายขึ้นและเป็นไปได้จริงเมื่อเราคาดและหวังในตัวเรา และทำให้ถูกต้องแท้จริง พัฒนาการแห่งคุณค่าชีวิต วิถี และสิ่งดีงามต่างๆ จะเกิดขึ้นได้จริง...เท่าที่เราทำได้จริงเสมอ...
ความคิดเห็นที่ 45
โรงเรียนไม้ไผ่แห่งเสาหิน วันที่ : 31/03/2008 เวลา : 00.29 น.
http://www.oknation.net/blog/morgojor

อาจารย์ครับขอบคุณ คือว่าผมว่าเข้าใจยากนะว่ามั้ย ฟันธงไม่ได้เลย ไม่มีความพัฒา
ความคิดเห็นที่ 44
ธมกร วันที่ : 29/03/2008 เวลา : 17.10 น.
http://www.oknation.net/blog/krugarn

เถื่อน-ในกรณีนี้...ก็คือ แบบเดียวกับเทปผีซีดีเถื่อนนั่นแหละครับ คุณภาพสี ภาพ ความชัดของตัวอักษร จะลดลงไปบ้าง รวมทั้งคุณภาพของมาตรฐานการเข้าเล่ม และคุณภาพของกระดาษที่ของจริงเป็นกระดาษถนอมสายตา แต่ของปลอมเป็นกระดาษขาวธรรมดา

"ครูกานท์"
ความคิดเห็นที่ 43
ฟ้าบ่กั้น วันที่ : 29/03/2008 เวลา : 06.12 น.
http://www.oknation.net/blog/underthesamesun

ถามครูหน่อยครับว่า
หนังสือตำราเถื่อนนี่คืออะไร
คือหนังสือจริงๆที่ทำเพิ่มมากกว่าออร์เดอร์
หรือหนังสือจริงๆที่อีกโรงพิมพ์หนึ่งไปทำซ้ำกับที่โรงพิมพ์หนึ่งรับมาทำเพื่อขายเพิ่ม ความจริงก็คือหนังสือดีๆที่อ่านแล้วได้ความรู้ อย่างดีเหมือนกัน

หรือหนังสือคนละเรื่อง คนละแบบไปเลย
ที่แอบเอามาขายให้โรงเรียน ขายให้นักเรียน
อ่านแล้วโง่ อ่านแล้วเป็นคนเถื่อน

คือเป้นการขัดผลประโยชน์กันเองของคนในกระทรวงหรือเป้นการทำของปลอมมาขายของพ่อค้าเท่านั้น
ความคิดเห็นที่ 42
ธมกร วันที่ : 28/03/2008 เวลา : 23.47 น.
http://www.oknation.net/blog/krugarn

"ข้าวโพด" นอกวิถี
"วิตามินบี" จอมกบฏ
"หิ่งห้อยฯ" แห่งบรรพต
"ก้อนหินยิ้ม" อย่าท้อแท้

ฉันเธอจกเป็น "เรา"
เดินข้ามเขาได้แน่แน่
รักอ่านมิอ่อนแอ
แลรักเขียน...เรียนชีวิต

เชื่อว่า "กระทรวงใจ"
เรายิ่งใหญ่เพราะเราลิขิต
ศรัทธาแห่งกัลยาณมิตร
ค่อยเติบโต นะ OK



ความคิดเห็นที่ 41
แต๋งแต๋ง วันที่ : 28/03/2008 เวลา : 22.54 น.
http://www.oknation.net/blog/usah
เจ้านายพระองค์น้อย  น่ารักที่สุดในโลก เพราะ นมแม่ดีที่หนึ่งเลย

ตั้งแต่เป็นนักเรียนมัธยมปลายสมัยม.ศ.๔-๕ผมไม่เคยอ่านหนังสือของกระทรวงศึกษาธิการครับ เพราะไม่สามารถนำไปเป็นความรู้สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้

ผมหาอ่านหนังสือระดับชั้นมหาวิทยาลัยปีที่๑ครับ ก็ได้เรียนมหาวิทยาลัยสมใจปอง


ความคิดเห็นที่ 40
วิตามินบี วันที่ : 28/03/2008 เวลา : 22.53 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
วางความเป็นผู้ใหญ่ไว้ที่โลกภายนอกแล้วกลับมาเป็นเด็กๆกันเถอะค่ะ


สมัยเรียนก็เบื่อ
ที่จะต้องอ่านแต่หนังสือ
การเรียนรู้นอกห้องเรียนน่าจะตำราที่ดีที่สุดนะคะ
ความคิดเห็นที่ 39
หิ่งห้อยแห่งหุบเขา วันที่ : 28/03/2008 เวลา : 21.34 น.
http://www.oknation.net/blog/nakolee

อาจารย์ครับ อย่างนี้ก็พิการทั้งระบบสิครับ
ความคิดเห็นที่ 38
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 28/03/2008 เวลา : 18.20 น.
http://www.oknation.net/blog/konhinsmile

ครู...ทุกคน
ต้องลุกขึ้นมาบ้างค่ะ เป็นคุณครูนอกกรอบ บ้างค่ะ
ไม่งั้นสังกัดกระทรวงศึกษาพิ ก า ร

ศีลธรรมเสื่อม เด็กๆ ไม่ได้เรียนศีลธรรมกัน
ผู้ใหญ่หยิบยื่นวัตถุ เสื่อมทรามให้เด็กๆ

แล้วเด็กจะมีอนาคตเช่นไร
เด็กชาย(7คน)ทำมิดีมิร้ายเด็กหญิง(1คน)ในห้องเรียน
ผู้ปกครองของเด็กชาย บอกเด็กหญิงเป็นผู้ผิด?????

โจรมีเต็มทั้งประเทศแล้วค่ะครู
ความอ่อนแอของคนในกระทรวงศึกษาพิการ ไงค่ะครู

เคารพครูค่ะ
ก้อนหิน
ความคิดเห็นที่ 37
ธมกร วันที่ : 28/03/2008 เวลา : 17.24 น.
http://www.oknation.net/blog/krugarn

ดีใจครับที่ "สอนสุพรรณ" เป็น "ครูนอกกะลา"

ส่วนความในใจของ "เท่งปง" เป็นโจทย์ใหญ่ เริ่มที่ "คนไม่มีตัวเอง" คงลำบาก ใครไม่สอนเราสอน ใครไม่ทำเราทำดีกว่า เอ้า...ลงมือกันเลย

"พี่ก๊วย" บอกว่าบอกไม่ถูก ที่จริงพี่ก็บอกถูกแล้วไง...

ให้ "โฟล์คเหน่อ" เป็นรัฐมนตรีกระทรวงนี้เอาไหม? ใครเห็นด้วยยกมือขึ้น!

"ทิพย์ธัญญา" เป็นคนในเส้นทางครูอีกคนหนึ่ง...ซึ่งอาจกำลังโดดเดี่ยวกลางเกลียวกระแส! แต่ไม่เป็นไรคุณมีเพื่อน ผมมีคุณ...


ความคิดเห็นที่ 36
ทิพย์ธัญญา วันที่ : 28/03/2008 เวลา : 16.09 น.
http://www.oknation.net/blog/jonat
พ.ศ.2555 ครบรอบ 750 ปี เจียงฮายบ้านเฮา

ถึงได้เป็นการศึกษาแบบหลอกๆ ไง
หลอกกันไป ไม่ได้ให้ศึกษาให้รู้แจ้ง ให้เกิดความคิด
ยึดติดอยู่กับหนังสือ ครูก็เลยสอนหนังสือ
คนได้ประโยชน์คือ ไผ หุ หุ
ความคิดเห็นที่ 35
โฟล์คเหน่อ วันที่ : 28/03/2008 เวลา : 15.04 น.
http://www.oknation.net/blog/folkner
...เขียนกวี เล่นดนตรี วิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณ...

กระทรวงศึกษา-พิการ!

*****************
ชอบคำนี้แท้ อาจารย์
ความคิดเห็นที่ 34
พี่ก๊วย วันที่ : 28/03/2008 เวลา : 10.18 น.
http://www.oknation.net/blog/peeguay

บอกไม่ถูก เศร้าใจหรือสังเวช
ความคิดเห็นที่ 33
tengpong วันที่ : 28/03/2008 เวลา : 09.25 น.
http://www.oknation.net/blog/tengpong

เชื่อไหมครับว่า เดี๋ยวนี้โรงเรียนส่วนใหญ่ ไม่มีสอนวิชา
- ประวัติศาสตร์ไทย
- วิชาหน้าที่พลเมือง และศีลธรรม
อีกหน่อยเรียนภาษาไทย หรืออะไรเกี่ยวกับไทยๆ คงต้องไปหาที่เรียนนอกประเทศ มั้ง?
เห็นด้วยว่า ศึกษา..พิการ จริงๆ...
ความคิดเห็นที่ 32
สอนสุพรรณ วันที่ : 28/03/2008 เวลา : 08.31 น.
http://www.oknation.net/blog/phaen
  ส่งเสริม    สืบสาน    สร้างสรรค์    ศิลปวัฒนธรรม 

ผมเป็นครูสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม ที่เน้นให้นักเรียน นักศึกษาฝึกฝนทักษะฝีมือ ฉะนั้นหนังสือที่ใช้ประกอบการเรียนการสอนนั้น จึงไม่มีหนังสือเล่มไหนให้ยึดติด... ใครใคร่ศึกษาเพื่อสร้างสรรค์ในเรื่องใด ก็ไปสืบค้นในเรื่องนั้น ๆ ครับ...
ความคิดเห็นที่ 31
ธมกร วันที่ : 28/03/2008 เวลา : 01.24 น.
http://www.oknation.net/blog/krugarn

ส่วนคุณ ball ที่ปรารภกึ่งเรียกร้อง "วีรบุรุษ" เป็นแรงกระตุ้นแห่งถ้อยคำที่น่าสนใจ

ผมอยากจะชักชวนสืบเนื่องกันตรงนี้เลยครับว่า เราทั้งหลายมาเรียกร้อง "วีรบุรุษในตัวตนของเรา" กันเถิด หมดเวลาของ "สังคมนิยมพระเอก" (คำของ ศ.ประเวศ วะสี) แล้ว เพราะว่าตราบใดที่เรายังเพียรคาดหวังในผู้อื่น เราจะผิดหวังอยู่ร่ำไป เราต้องตั้งหวังในตัวเรา พระเอกและวีรบุรุษต้องอยู่ในเราแต่ละคน สังคมของเราจึงจะดีกว่านี้...

ผมเอาจริงนะครับเรื่องนี้ และมีความสุขนะ ไม่ซีเรียส
ทุก้าวย่างสันติสุข ...อายุบวร

เอาสิครับคุณ Ball ชู้ตลูกเลย ผมส่งให้แล้ว

ความคิดเห็นที่ 30
ธมกร วันที่ : 28/03/2008 เวลา : 01.09 น.
http://www.oknation.net/blog/krugarn

คุณแม่น้องฯ เป็นผู้ตั้งใจขยายความจริงของครูผู้ปฏิบัติที่มองเห็นภาพรวมชัดเจนดีมาก

อยากแลกเปลี่ยนความเห็นต่อเนื่องกับประเด็นที่คุณแม่น้องฯ เปิดวงตรงนี้ว่า แท้ที่จริงแล้วภารกิจต่างๆ ดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องที่ผู้บริหารไม่รู้จักบริหารแบบ "วันสต๊อปทิ้ชชิ่ง" และรวมถึงระบบราชการอีกหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ยอมออกนอกกะลาร่วมสร้างวิถี "วันสต๊อปเซอร์วิส" สรุปก็คือ ถ้ารู้จักการบริหารจัดการและจัดระบบแบบ "จับหัวใจของงาน" ให้แม่นตรง จะสามารถทำให้ครูมีเวลากระทำหน้าที่อย่างมีแก่นสารอีกมากกว่า ๒ เท่าเวลาที่มีอยู่ทีเดียว เรื่องนี้ยาว... ต้องจัดคอสเวิร์คให้ เชิญที่ "ทุ่งสักอาศรม" ได้เลย...

แต่เรื่องของเรื่องมันอยู่ที่

"การแก้ปัญหาใดๆ ความยากไม่ได้อยู่ที่วิธีการแก้
แต่ยากที่การเปลี่ยนวิธีคิด และเปลี่ยนการกระทำต่างหาก"


*****
ความคิดเห็นที่ 29
ธมกร วันที่ : 28/03/2008 เวลา : 00.49 น.
http://www.oknation.net/blog/krugarn

ท่านมาลีรัตน์ คุณลีโอนิกด์ คุณทิวสน คุณคนกุลา คุณคนช่างเล่า คุณฟ้าบ่กั้น คุณกวีจร คุณเฒ่าน้ำ คุณชานบ้านชานเมืองทัวร์ คุณญาใจ คุณ yongchan ...ต่างมีสารัตถะที่ซ่อนแฝง น่าจะมีอะไรๆ ที่จะต้องพูดกันที่หน้ากระทรวงอีกมากทีเดียว...เราจะเคลื่อนม็อบกันเลยนะครับ เอ้า...คุณมหาสุรารินทร์ กับคุณพู่กัน ไยลังเลอยู่ล่ะ
ความคิดเห็นที่ 28
ธมกร วันที่ : 28/03/2008 เวลา : 00.26 น.
http://www.oknation.net/blog/krugarn

คุณ "คนเล่าเรื่อง" (คห.๒๑) แรกๆ ดูเหมือนแซววาทีกระทรวงศึกษาฯ อ่านไปอ่านมาคลับคล้ายจะเอาจริง เอ่...ชักไม่แน่ใจ จึงไม่กล้ามีความเห็นตอบอะไรมากกว่านี้
ความคิดเห็นที่ 27
ธมกร วันที่ : 28/03/2008 เวลา : 00.22 น.
http://www.oknation.net/blog/krugarn

ขอเวลานอกปรบมือให้ "ป้ารุ" นักสรุปความยอดเยี่ยม

ขอบคุณ "ชาลี" ที่แนะยุทธวิธีพิชิตความเห็น

ความคิดเห็นที่ 26
chalee วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 23.26 น.
http://www.oknation.net/blog/chalee

มาอีกที
ครูกานท์คะ
หนูก็เคยเจอเหตุการณ์เขียนยาว เขียนนานไป
แล้วโพสไม่ติด ทีหลังใช้วิธีคือ ก่อนกดเผยแพร่
หนู copy ไว้ก่อน (กันเหนียวค่ะ)

แล้วกดเผยแพร่ ถ้าหลุด หนูก็คลิกโพสใหม่อีกครัง
โดยวางเรื่องที่เราทำไว้แล้วลงไป ทีนี้ก็คลิกเผยแพร่
ส่งออกได้เลยค่ะ

ระบบหน่วงเวลาในการเขียนเรื่อง น้อยไปสำหรับ
คนที่เขียนเยอะน่ะค่ะ คุณครู


ด้วยความเคารพรัก
"ชาลี"
ความคิดเห็นที่ 25
ธมกร วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 22.53 น.
http://www.oknation.net/blog/krugarn

ทุกท่านที่เข้ามาโพส จริงใจดีครับ ขอบคุณความคิดความเห็นที่ท่านมีต่อสังคมของเรา โดยเฉพาะ "กระทรวงแห่งปัญญาที่กำลังมืดบอด"

มีประเด็นที่จะแลกเปลี่ยนกับบางท่านอยู่นะครับ เดี๋ยวก่อนรอสักครู่

เมื่อก่อนโพสนี้ เขียนครั้งหนึ่งแล้ว แต่มันยาวเกินไป เว็บเขาตัด ทั้งที่ save ไว้ แต่ก็ยังเอาไม่อยู่ ...มันหนีรอดไปได้ เอ๊ะ ๆ ๆ...
ความคิดเห็นที่ 24
ทิวสน วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 22.49 น.
http://www.oknation.net/blog/tewson
ทิวสน ชลนรา

ส่อไปในทางไม่โปร่งใสจริงๆ ครับ

ผู้ผลิตตำราผูกขาด จริงๆ มีมานาน

แม้แต่ตอนที่ผมทำงานสำนักพิมพ์ ก็เคยเสนอการจัดทำตำรา ซึ่งในทีมบรรณาธิการเรา ก็มีหลายคนเป็นทีมวิชาการ ที่มีดีกรี วิชาชีพครู (รวมถึงผม)
แต่ก็ไม่ผ่าน และเหมือนว่า ตกไปอยู่ที่เจ้าเดิม

เรื่องแบบนี้ ไม่น่าจะเกิดกับกระทรวง ที่กำลังสร้างอานาคตของชาติ แต่ก็เกิดขึ้น เพราะมีคำว่าข้าราชการการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องในการบริหาร

* * * * * * * * * *
ความคิดเห็นที่ 23
เฒ่าน้ำ วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 22.12 น.
http://www.oknation.net/blog/narinboonchoo

กระทรวงศึกษา-พิการ
หนังสืออ่านมีปัญหา
เปิดช่องกินตำรา
หวังเงินตราเท่านั้นเอง
เพราะการสอนแค่หนังสือ
ที่ยึดถือว่าเหมาะเหมง
เพียงสอบผ่านไปตามเพลง
จึงโทงเทงขาดจริยา
ความคิดเห็นที่ 22
กวีจร_ณ_โคราชา วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 21.59 น.
http://www.oknation.net/blog/kaweejorn
รอยเท้า รอยใจ รอยทาง รอยกวี

น้ำท่วมฟ้า...ปลาจะกินดาว...

ยุควิกฤติของหลาย ๆ กระทรวง...กระทรวงมิได้วิกฤติดอก...แต่รัฐมนตรีและคณะผู้บริหารต่างหาก...ธรรมดาคางคกมันกำลังขึ้นวอ...

....ธรรมดาบัณฑิตทั้งหลาย...ในเมื่อผู้อื่นติเตือนโดยชอบ...ย่อมไม่โกรธ...(ใช่ไหมท่านรัฐมนโท...เสือกะบาก)
ความคิดเห็นที่ 21
คนเล่าเรื่อง วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 21.36 น.
http://www.oknation.net/blog/daniel

คือว่า กระทรวงศึกษาเขาจำเป็นต้องบริหารการศึกษาของประเทศให้เป็นเอกภาพน่ะครับ การกำหนดหลักสูตร และตำราให้เป็นแบบอย่างเดียวกันจึงเป็นสิ่งจำเป็น (คล้ายๆ กับการกำหนดมาตราชั่ง ตวง วัดนั่นแหละครับ ถ้าไม่มี เดี๋ยวได้เกิดปัญหาการวัดปริมาณและปริมาตรแน่ๆ )
ดังนั้น หลักสูตรและตำราเรียนจึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งครับ ครูอาจารย์ทุกท่านจะได้มีแนวทางและกระบวนการในการสอนอย่างถูกต้องเหมาะสม (เหมือนกับช่างตัดเสื้อ ถ้าไม่กำหนดแบบเสื้อแล้วจะไปตัดให้เป็นเสื้ออะไรได้อย่างไร)
อย่างไรก็ตามครับ ตำราและหนังสือเรียนควรเป็นหลักการและแนวทาง แต่รายละเอียดและกลวิธี รวมทั้งกิจกรรมเพิ่มเติมสำหรับกาสอนนั้นต้องให้ครู อาจารย์เป็นผู้ปฏิบัติได้อย่างอิสระ สร้างสรรค์ และต้องเหมาะสมกับลักษณะของผู้เรียนครับ
สำหรับตำราเถื่อนนั้น คงต้องมามองที่องค์กรผู้ผลิตตำราแล้วละครับว่า ผลิตได้ตามดีมานด์หรือไม่ ทำไมไม่ผลิต หรือผลิตไม่ได้ เพราะทรัพยากรสนับสนุนไม่เพียงพอ สิ่งนี้ต้องนำมาพิจารณาครับ
ความคิดเห็นที่ 20
ball วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 21.31 น.
http://www.oknation.net/blog/nongsitt

ในระดับ ศธ. ยังมีแบบนี้ ในระดับโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียน ร่วมกับนักการเมืองท้องถิ่น ก็มีไม่ใช่น้อย ถึงเวลาแล้ว ที่ศธ.จะต้องมีวีรบุรุษตัวจริงซะที
ความคิดเห็นที่ 19
แม่น้องฯ วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 21.09 น.
http://www.oknation.net/blog/MAENONGDD
^_^

เห็นด้วยกับบทความที่ท่านเขียนอย่างมากค่ะ

ขออ้างอิงกล่าวถึงประโยคนี้นิดหนึ่งนะคะ
"และที่น่าเศร้าที่สุดก็คือ ครูส่วนใหญ่ในวันนี้หลงคิดและยึดติดเป็นสำคัญว่าหนังสือเรียนนั้นคือหลักสูตร "

ขออนุญาตคิดแตกต่างนะคะ ด้วยความเคารพ
หนูคิดว่าน่าจะมีครูจำนวนไม่น้อย ไม่ต้องการสอนเด็กแบบยึดตำราเรียนเป็นจุดศูนย์กลาง แต่.......



สภาวะที่ครูไม่ได้มีแค่งานเตรียมการเรียนการสอน งานสอน และเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาให้แก่เด็กๆ

หากแต่ครูยังต้อง ทำงานด้านธุรการ ทำงานด้านพัสดุ ทำงานด้านบริการประชาสัมพันธ์ให้แก่โรงเรียน สหกรณ์โรงเรียน บางโรงเรียนครูต้องดูแลจัดขายอาหารให้เด็ก ฯลฯ

หนูว่าไอ้งานจุกจิกเหล่านี้แหละ ที่มาเบียดบังเวลาในการคิดการเรียนการสอน
ที่น่าจะสร้างคุณภาพให้เกิดขึ้นแก่เด็ก เจองานจุกจิกเหล่านี้รัดตัว ครูคนไหน
ยังมีความสามารถ ยังมีเวลาและอารมณ์ มาคิดหาบทเรียน บทความ แบบฝึกหัดใหม่ๆ ที่น่าสนใจ ทันสมัย ทันเหตุการณ์บ้านเมือง ให้เด็กๆ ได้อ่าน ได้หัดคิดหัดทำ อัพเดทตลอดเวลา
ครูโรงเรียนไหนทำได้ ก็นับว่าเป็นบุญของเด็กนักเรียนโรงเรียนนั้นจริงๆค่ะ

ส่วนใหญ่จะไม่อย่างนั้นสิค่ะ เจอสภาวะหลายๆอย่าง ในโรงเรียนบีบบังคับ
กดดัน มากๆเข้า ต่อให้อุดมการณ์หรือไฟแรง สุดท้ายก็ต้องหันกลับมาใช้
ตำราเรียนเป็นจุดศูนย์กลางอย่างเดิม
เพราะเป็นวิธีสอนที่ง่ายที่สุดสำหรับครู

ู แถมถ้าสอนตามตำราแล้วเด็กยังสอบตก ก็ยังแก้ตัวได้ด้วย ว่าสอนตามหลักสูตร สอนตามตำราที่กระทรวงกำหนดมาให้แล้ว

โรงเรียนฝรั่งที่ลูกชายหนูเรียนอยู่ ครูมีหน้าที่สอนเด็กอย่างเดียว
คงเป็นเพราะประเทศเขาร่ำรวยกว่า หรือไม่ก็รัฐบาลเขาทุ่มเทให้ในเรื่องการศึกษามากกว่า เขาจึงมีเงินจ้างเจ้าหน้าที่ต่างๆ มาทำงานด้านเกี่ยวกับสำนักงาน
ครูจึงทุ่มเทให้งานสอนได้อย่างเต็มที่
และไม่มีระบบผูกขาดหนังสือเรียน
ความคิดเห็นที่ 18
ฟ้าบ่กั้น วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 21.03 น.
http://www.oknation.net/blog/underthesamesun

vote1
ความคิดเห็นที่ 17
ฟ้าบ่กั้น วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 21.02 น.
http://www.oknation.net/blog/underthesamesun

ชื่อเรื่องโดนใจมากมาก
ตอนคิดชื่อนี่ คุณพี่นอนคว่ำหรือนอนหงายครับ
แหม...มันสะจายเจงๆ
ความคิดเห็นที่ 16
มาลีรัตน์ วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 20.52 น.
http://www.oknation.net/blog/maleerat

ดีใจค่ะ ที่มีคนสนใจเรื่องกระทรวงศึกษา-พิการ/ จริงๆมีเรื่องงามหน้าหลายเรื่องหลายพื้นที่ เรื่องครู ข่มขืนเด็กที่ขอนแก่น(ล่าสุดที่เป็นข่าว) ก็ทำท่าจะมวยล้ม ยืนยันตรงนี้ก่อน มิได้คิดต่อว่า ติติง คนในกระทรวงศึกษาธิการที่ดีๆ แต่ติงสิ่งที่เสนาบดีควรลงมือสะสาง เสนาบดี ต้องพิจารณาเรื่องหลัก รอง ให้ได้ ไม่อย่างนั้นมันจะซ้ำซ้อนรัฐบาลทักษิณ 1-2-3 ไปเรื่อยๆ เพราะว่าเขาเล่นเปลี่ยน รมว.ศึกษาธิการเป็นว่าเล่น วันนี้ท่าทาง เสนาบดีกระทรวงนี้จะมีตีนเป็นตุ๊กแก แต่หาทางแก้ปัญหาไม่เจอ น่าสงสารครูดีๆและลูกหลานเรา
ความคิดเห็นที่ 15
คนช่างเล่า วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 20.17 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...

ที่นี่ประเทดไท..........ย
ความคิดเห็นที่ 14
ป้ารุ วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 20.07 น.
http://www.oknation.net/blog/paaru

1 กระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ผูกขาดเป็นศูนย์กลางทุกๆ เรื่องมาเป็นเวลาช้านาน
2 ครูหลายคนยึดติดเป็นสำคัญว่าหนังสือเรียนนั้นคือ หลักสูตร
3 กระทรวงศึกษาธิการจะกลายเป็นกระทรวงศึกษา-พิการ!
เป็นข้อสรุปที่ตรงไปตรงมาอย่างยิ่งค่ะ
ความคิดเห็นที่ 13
ญาใจ วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 19.55 น.