| season | ||
season in the sun |
||
|
View All |
||
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||
พิมพ์หน้านี้
|
จากสามัคคีเภทคำฉันท์ ถึงความสามัคคีของชนในชาติ เรื่องสามัคคีเภทคำฉันท์เป็นนิทานสุภาษิตที่มีเรื่องราวอยู่ในมหาปรินิพพานสูตรและอรรถกถาสุมังคลวิลาสินี ทีฆนิกายมหาวรรค ต่อมาลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ธรรมจักษุ หนังสือรุ่นแรกของมหามงกุฎราชวิทยาลัยที่เรียบเรียงเป็นภาษาบาลี นาย ไว้ปากไว้วากย์วาที ไว้วงศ์กวี ไว้เกียรติและไว้นามกร ไว้เฉลิมเสริมศรีพระนคร คือพิทยาภรณ์ พิเศษประดับสรรพงาม สามัคคีเภทคำฉันท์เป็นนิทานสุภาษิตที่ผู้แต่งผูกเรื่องไว้อย่างน่าสนใจ เริ่มเรื่องด้วยการกล่าวถึงพระเจ้าอชาตศัตรูแห่งแคว้นมคธ มีพระประสงค์จะขยายอาณาจักรให้กว้างขวาง แคว้นที่ทรงหมายตาคือแคว้นวัชชีของเหล่ากษัตริย์ลิจฉวี เป็นแคว้นขนาดใหญ่และเจริญกว่าแคว้นใดในสมัยนั้น ผู้ใดครอบครองได้ย่อมแสดงความยิ่งใหญ่ของกษัตริย์พระองค์นั้น ชาวแคว้นวัชชียึดมั่นในอปริหานิยธรรม ซึ่งเน้นความสามัคคีเป็นหลัก หากถูกโจมตีเหล่ากษัตริย์ลิจฉวีก็จะทรงรวมกำลังกันต่อสู้จนฝ่ายศัตรูพ่ยแพ้ไป การทำสงครามกับแค้นวัชชีจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้ปัญญามิใช่กำลัง พระเจ้าอชาตศัตรูทรงมีปุโรหิตที่ปรึกษาชื่อวัสสการพราหมณ์ เป็นผู้รอบรู้ศิลปะศาสตร์และมีสติปัญญาเฉียบแหลม วัสสการพราหมณ์กราบทูลให้ทรงใช้อุบายในการตีแคว้นวัชชีโดยอาสาเป็นไส้ศึกไปยุยงเหล่ากษัตริย์ลิจฉวีให้ทรงแตกความสามัคคี พระเจ้าอชาตศัตรูทรงเห็นชอบ วัสสการพราหมณ์จึงเริ่มแผนการโดยการกราบทูลทัดทานการไปตีแคว้นวัชชี พระเจ้าอชาตศัตรูแสร้งกริ้ว ทรงสั่งให้ลงโทษวัสสการพราหมณ์อย่างหนักแล้วเนรเทศไป วัสสการพราหมณ์มุ่งหน้าที่เมืองเวสาลีเพื่อขอรับราชการ ด้วยความเป็นผู้มีวาทศิลป์ รู้จักใช้เหตุผลโน้มน้าวใจ ทำให้เหล่ากษัตริย์ลิจฉวีทรงหลงเชื่อ รับวัสสการไว้ ในราชสำนักให้ทำหน้าที่พิจารณาคดีความและถวายพระอักษรเหล่าพระกุมารเมื่อทำหน้าที่เต็มความสามารถเพื่อให้เป็นที่ไว้วางพระทัยแล้ว วัสสการพราหมณ์ก็ดำเนินการตามอุบายขั้นต่อไป วัสสการพราหมณ์เริ่งสร้างความแคลงใจในหมู่พระกุมารโดยออกอุบายให้พระกุมารเข้าใจผิดว่าพระกุมารพระองค์อื่นนำปมด้อยหรือข้อบกพร่องของตนไปเล่าให้ผู้อื่นทราบ ทำให้เสียชื่อ เหล่าพระกุมารนำความไปกราบทูลพระบิดา ต่างก็ทรงเชื่อถือพระกุมารของพระองค์ ทำให้เกิดความขุ่นเคืองกันในหมู่กษัตริย์ลิจฉวี เมื่อเวลาผ่านไป ๓ ปี สามัคคีธรรมในหมู่กษัตริย์ลิจฉวีก็สูญสิ้นไป วัสสการพราหมณ์ทดสอบด้วยการตีกลองนัดประชุม ก็ไม่ปรากฏว่ามีกษัตริย์ลิจฉวีเข้าร่วมประชุม วัสสการพราหมณ์เห็นว่าแผนการเป็นผลสำเร็จ จึงลอบส่งข่าวไปกราบทูลพระเจ้าอชาตศัตรูให้ยกทัพมาตีแคว้นวัชชี ชาวเมืองวัชชีต่างตื่นตระหนกเมื่อทราบข่าวศึก แต่เหล่ากษัตริย์ลิจฉวีต่างทรงถือทิฐิ ไม่มีผู้ใดคิดวางแผนป้องกันภัย ดังนั้นเมื่อกองทัพของแคว้นมคธมาถึงเวสาลี จึงยกทัพเข้าเมืองได้ง่ายดายและผู้ที่เปิดประตูเมืองให้กองทัพมคธก็คือวัสสการพราหมณ์นั่นเอง "ทุกวันนี้ลำพังข่าวคราวสภาพสิ่งแวดล้อมที่แปรปรวน สภาพข้าวยากหมากแพง ที่รุมเร้าบ้านเมืองเราก็แทบแย่แล้ว หากคนไทยไม่มีความสามัคคีกันแล้วสงครามระหว่างชนชั้นจะอุบัติขึ้นแล้วความหายนะจะปรากฎขึ้น ณ เมืองที่ได้ชื่อว่าแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง เสียงก้องนี้ฝากถึงผู้มีอำนาจในบ้านเมืองทั้งมือที่มองเห็นหรือมองไม่เห็น ให้หันมาแลทุกข์เข็ญ แล้วรีบหาทางแก้ไขบ้าง อย่ามัวแต่ใช้สื่อรบราฆ่าฟันกันเลย สิ่งใดที่พออภัยแล้วไปต่อก็ควรละวาง การจองกรรมจองเวรกันไม่ใช่พุทธศานิกชนที่ดีพึงประพฤติ มิเช่นนี้เราจะประสพเฉกเช่นเหล่ากษัตริย์ลิจฉวี....ขอฝากไว้นะครับ" |