• ครูแหลม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : leamkom@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-10
  • จำนวนเรื่อง : 87
  • จำนวนผู้ชม : 11086
  • จำนวนผู้โหวต : 34
  • ส่ง msg :
ครูแหลม
ทำเรื่องดีๆ ไม่ต้องอาย อย่าเสียดายถ้าทำดี
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kulaem
วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม 2551
“ปั่นจักรยานกันเถอะเรา”
Posted by ครูแหลม , ผู้อ่าน : 86 , 11:30:20 น.  
พิมพ์หน้านี้



ข่าวประชาสัมพันธ์

ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทยขอเชิญทุกท่านมาขี่จักรยานกันเถอะ

http://www.thaicycling.com/news_show.asp?id=106

ผู้รักการขี่จักรยานทุกท่าน

ขอเชิญรวมพลปั่นจักรยานเพื่อปลุกจิตสำนึกให้ประชาชนหันมาใช้จักรยานเพื่อสุขภาพ และให้ภาครัฐฯมาสนใจในเรื่องทางจักรยานใน กทม. โดยใช้ชื่อโครงการว่า Critical Mass “ปั่นกันเถอะเรา”

นัดกันครั้งที่ 2

ณ บริเวณด้านหน้าสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ลาดพร้าว สี่แยกลาดพร้าว รัชดาภิเษก

เวลา 18:30 น. วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม 2551


ฟังเรื่องราวแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของผู้รักจักรยาน และขี่ไปตามเส้นทางลาดพร้าว - รัชดา -รัชโยธิน เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพหลโยธิน


จากนั้นปั่นไปยังห้าแยกลาดพร้าว ตรงไปหมอชิต ผ่านสะพานควาย ผ่านซอยอารีย์ สนามเป้า อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-กลับมาจุดเริ่มต้น เวลาประมาณ 20:30 น.

แยกย้ายกันกลับ


อย่าลืม นัดครั้งสำคัญทุกศุกร์สุดท้ายของเดือน ชวนเพื่อนพี่น้องมาร่วมปั่นจักรยานกันนะ

แต่งกายตามสะดวก ชุดทำงาน ชุดสบายๆ

อย่าลืมติดไฟกระพริบ ไฟส่องส่วาง และสะท้อนแสงเพื่อความปลอดภัย

กระทู้: CRITICAL MASS "ปั่นกันเถอะเรา" ครั้งที่ 1

http://www.thaicycling.com/messageboard.asp?ID=3044&mysection=show&category=&pagemain=1&maxreply=30

กระทู้: นับถอยหลังสู่ Critical Mass...... 29 กพ.51.. เพื่อทางจักรยานของคนไทย

http://www.thaicycling.com/messageboard.asp?ID=2988&mysection=show&category=&pagemain=1&maxreply=30

กระทู้: Critical Mass ในบทบาทขับเคลื่อนยุทธศาสตร์จักรยาน

http://www.thaicycling.com/messageboard.asp?ID=3028&mysection=show&category=&pagemain=1&maxreply=30

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8
หญิงเอ วันที่ : 24/03/2008 เวลา : 09.53 น.
http://www.oknation.net/blog/studythaibar

น่าสนใจนะคะ ครูแหลม ถ้าในกรุงเทพฯ มีการรณรงค์ให้ใช้จักรยาน คงจะประหยัดพลังงานน้ำมันมากทีเดียว แถมทุกวันนี้ รถยนต์มากเหลือเกิน จะขี่ก็กลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุอีกด้วยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 7
ครูเก๋ วันที่ : 24/03/2008 เวลา : 00.48 น.
http://www.oknation.net/blog/clear

เมืองชลเค้าก็กำลังรณรงค์นะคะ http://www.oknation.net/blog/clear/2008/03/23/entry-1/comment#read
ความคิดเห็นที่ 6
เจ๊กดำ วันที่ : 23/03/2008 เวลา : 18.04 น.
http://www.oknation.net/blog/amornkrampff

น้ำมันแพง มาปั่นจักรยานกันดีกว่า
ความคิดเห็นที่ 5
Supawan วันที่ : 23/03/2008 เวลา : 16.40 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

oไปร่วมกิจกรรมค่ะ ...
ความคิดเห็นที่ 4
ครูแหลม วันที่ : 23/03/2008 เวลา : 11.56 น.
http://www.oknation.net/blog/kulaem

โดย... สันติ อ้างอิงจาก
http://www.thaicycling.com/messageboard.asp?ID=2988&mysection=show&category=&pagemain=1&maxreply=30
ความเห็นที่ 8
บทความนี้ผมพยายามเรียบเรียงมาจาก Critical Mass ในwikipedia.org ครับ
เป็นdraftแรกแปลมายังไม่ดีนักกำลังปรับปรุงอยู่ครับ แต่เอามาให้อ่านกันก่อน พอจะได้ใจความเกี่ยวกับCritical Mass บ้าง.....
Critical Mass ปกติจัดขึ้นทุกวันศุกร์สุดท้ายของเดือน ในเมืองต่างๆรอบโลก คนปั่นจักรยาน, skateboard, inline skaters, roller skaters และภาหนะที่ขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง (ไม่มีเครื่องยนต์) วิ่งบนถนนในเมืองเป็นกลุ่มใหญ่ เหตุผลเริ่มแรก คนใช้จักรยานต้องการให้ตระหนักถึงเมืองที่ไม่เป็นมิตรต่อคนใช้จักรยาน โครงสร้างที่ไม่มีผู้นำของCritical Mass เป็นไปไม่ได้ที่จะกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน อันที่จริงเป้าหมายอย่างไม่เป็นทางการของ Critical Mass คือการรวมกลุ่มกันโดยกำหนดสถานที่ เวลา และการเดินทางเป็นกลุ่มผ่านถนนในเมือง
นักปั่น Critical Mass ก่อตัวขึ้นมาเองโดยไม่มีวัตถุประสงค์ทางการค้า ไม่มีการแข่งขัน ดำเนินงานอย่างกระจัดกระจายและการตัดสินใจที่ไม่เป็นทางการ มีผู้นำกลุ่มที่เป็นอิสระ บ่อยครั้งไม่มีการขออนุญาติล่วงหน้า และการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากเทศบาลเมือง โดยทั่วไปเพียงแค่การนัดหมายสถานที่, วันและเวลาที่กำหนด ในบางเมือง เส้นทาง,จุดสิ้นสุดหรือสถานที่สำคัญระหว่างทาง อาจวางแผนกันเฉพาะหน้า ผู้เข้าร่วมมีเป้าหมายแตกต่างกัน เช่นร่วมแสดงถึงทางเลือกในการสัญจรโดยใช้จักรยาน และความสนุกสนานในช่วงเวลาที่ไม่มีรถบนถนน การปั่น Critical Massถูกรับรู้เป็นเช่นกิจกรรมการประท้วง บทความนิตยสาร New Yorker ปี2006 อธิบายกิจกรรม Critical MassในNew Yorkว่า “การปั่นประท้วงประจำเดือน”และลักษณของ Critical Massเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวทางสังคม, UK e-zine Urban75 ในLondonอธิบายว่า “การประท้วงประจำเดือนโดยนักปั่นเพื่อเรียกร้องถนนคืนของLondon”อย่างไรก็ดีผู้เข้าร่วม Critical Massยืนยันว่าเหตุการนี้ควรถูกมองว่าเป็น การพบปะสังสรรค์และการรวมกลุ่มที่เป็นไปเองโดยธรรมชาติ ไม่ใช่การประท้วงหรือการเดินขบวนที่ถูกจัดการ ท่าทีของ Critical Massนี้นำไปสู่การโต้แย้ง ความถูกต้องทางกฎหมายว่าเหตุการณ์นี้สามารถเกิดขึ้นโดยไม่ต้องขออนุญาติตำรวจท้องที่ การปั่น Critical Massในเมืองเล็กๆทุกเดือนอาจมีคนมาร่วมน้อยกว่า20คนขณะเดียวกันเหตุการณ์ใหญ่ที่สุดการปั่น Critical MassในBudapest, Hungary ที่จัด2วันต่อปี 22 กันยายน (International Car Free Day) และ22เมษายน (Earth Day)มีคนใช้จักรยานเข้าร่วมกว่าหมื่นคน 22เมษายน 2007 ผู้เข้าร่วมที่Budapestประมาณการว่า 50,000คน

การปั่น Critical Massครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ 25 กันยายน 1992 เวลา6โมงเย็นในSan Francisco เหตุการณ์นี้รู้จักกันว่าคือ “Commute Clot”(การรวมกลุ่มเดินทาง)ประกอบไปด้วยคนใช้จักรยานราว20คนที่ได้รับใบปลิวตามท้องถนน เวลาไล่ๆกันหลังจากนั้นผู้เข้าร่วมบางคนในการปั่น ได้จัดฉายสารคดีของTed White “Return of the Scorcher” เป็นเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมจักรยานในประเทศต่างๆ ในภาพยนต์ บันทึกของGeorg Bliss นักออกแบบรถยนต์ของอเมริกาและรถสามล้อถีบ กล่าวว่าในเมืองจีนทั้งคนขับรถและคนขี่จักรยานต่างเข้าใจในระบบวิธีการต่อรองการข้ามแยกที่ไม่มีสัญญาณไฟจารจร การจารจรจะอัดแน่นที่ทางแยกจนกระทั่งถึงจุด “Critical Mass” ณ.จุดนั้นกลุ่มยานพาหนะ(Mass)จะเคลื่อนผ่านทางแยก Dave Snyder ประยุกต์คำศัพท์จากภาพยนต์ไปสู่การปั่นจักรยานและเป็นชื่อที่ถูกนำไปแทนที่ “Commute Clot” ในเหตุการณ์การปั่นครั้งที่2 ในการปั่นครั้งที่4จำนวนนักปั่นเพิ่มขึ้นราว100คนและผู้เข้าร่วมเติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างไม่น่าเชื่อขึ้นไปถึง1,000คนโดยเฉลี่ยต่อครั้งชื่อCritical Massถูกรับเอาไปใช้ทั่วไปโดยผู้เข้าร่วม การปั่นเป็นกลุ่มถูกเริ่มต้นในหลายๆสถานที่รอบโลกในเวลาเดียวกันหรือมันมีอยู่แล้วก่อนปี1992ในชื่ออื่น ปัจจุบันประมาณกันว่ามีการปั่นแบบCritical Massมากกว่า325เมือง “Masser”บางครั้งใช้เรียกผู้ที่เข้าร่วมเป็นประจำ

Critical Massต่างจากการเคลื่อนไหวทางสังคมอื่นๆ ลำดับชั้นโครงสร้างของCritical Massอาจเรียกได้ว่า “ความบังเอิญที่ถูกจัดการ”(Organized Coincidence) ไม่มีผู้นำหรือสมาชิกเส้นทางการปั่นบางครั้งตัดสินใจโดยฉับพลันโดยใครก็ตามที่อยู่ด้านหน้าในการปั่น ณ.ตอนนั้น บางครั้งตัดสินใจโดยการโหวตแนะนำเส้นทาง หลายครั้งใช้ถ่ายเอกสารแจกจ่ายอธิบายวิธีการ เส้นทางทุกๆคนสามารถแสดงความคิดเห็นทำแผนที่ของตัวเองและแจกจ่ายมันให้นักปั่นที่มาร่วมในกลุ่ม จนกระทั่งเส้นทางการปั่นถูกตัดสินใจโดยคนส่วนใหญ่ ธรรมชาติของการไร้การจัดการทำให้รอดพ้นการหยุดยั้งของเจ้าหน้าที่ผู้ซึ่งเห็นว่าการปั่นนี้เป็นขบวนพาเหรดหรือการประท้วงที่ถูกจัดการ ดังนั้นการเคลื่อนไหวแบบไร้รูปแบบปราศจากการจัดการโครงสร้างจากศูนย์กลาง, ลำดับชั้นองค์กร นั้นเพียงพอแล้วที่จะนำไปสู่การสร้างจำนวนผู้เข้าร่วมCritical Massที่หนาแน่นพอที่จะยึดครองพื้นที่ถนนและสามารถกันรถยนต์ออกไปได้ คนเดินเท้า, ผู้ใช้ถนนอื่นๆ และเจ้าหน้าที่รัฐใน New York, California, และOregon แสดงออกถึงความกังวลกับความยุ่งยากของความร่วมมือกับกลุ่มนักปั่นเนื่องจากขาดผู้นำ

เพราะว่าCritical Massไปยังสถานที่ต่างๆโดยปราศจากเส้นทางที่ได้รับอนุญาติหรือนุมัติ การปฏิบัติของผู้เข้าร่วมที่รู้จักกันว่า “Corking” (การกั้นถนน)เพื่อจะรักษาการรวมกันของกลุ่มไว้ โดยมีนักปั่น 2-3คนกั้นการสัญจรด้านข้างของถนนดังนั้นกลุ่มจึงสามารถผ่านไฟแดงไปได้โดยไม่มีการขัดขวาง การกั้นถนนทำให้เกิดกิจกรรมได้หลากหลายเช่นการปั่นเป็นวงกลมกลางทางแยก หรือการยกรถจักยานเรียก “Bike Lift”, “Lifting” หรือในChicagoเรียก “Chicago hold-up” บางครั้งเป็นโอกาสในการแจกใบปลิว เมืองโต้เถียงเรื่องวิธีการกั้นถนนเพื่อที่จะผ่านไฟแดงเป็นกลุ่ม ตรงข้ามกับนักปั่นCritical Massอ้างว่า “We are traffic” เป็นการสัญจรมาแต่ดั่งเดิม ประเด็นพาหนะใดๆไม่สามารถข้ามทางแยกเมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีแดงรวมทั้งจักรยานด้วย ยกเว้นการได้รับอนุญาติเฉพาะหรือมีกฎหมายอนุญาติเช่น Bicycle Law ที่Idaho, USA. ก่อให้เกิดความเป็นศัตรูกันระหว่างคนขับรถและคนปั่นจักรยานนำไปสู่ความรุนแรงและการจับกุมระหว่างการปั่นCritical Mass

Critical Massเป็นหัวข้อของการวิจารณ์ติเตียนจากเจ้าหน้าที่รัฐและคนขับรถในหลายๆเมืองเรื่องการสัญจรสาธารณะ ทางการอ้างว่าCritical Massมีเจตนาไตร่ตรองอย่างรอบครอบที่จะขัดขวางการสัญจรของรถและขัดขวางความปกติสุขของเมือง การจับกุมบางคนในCritical Massที่ปฏิเสธการเชื่อฟังกฎจารจร เสมือนคนปั่นจักรยานเป็นเช่นเดียวกับคนใช้พาหนะอื่นๆ ที่บริเวณอ่าวSan Francisco เกิดอุบัติเหตุหลายครั้งระหว่างเหตุการณ์Critical Massในเหตุการณ์ครั้งหนึ่งเมื่อ 30 มีนาคม 2007 ตอนใกล้สิ้นสุดการปั่นCritical Mass Susan Ferrando จากเมืองRedwood, California อ้างว่าเธออยู่ท่ามกลางกลุ่มของนักปั่นพยายามขับผ่านพวกเขา มีคนปั่นจักรยานกว่า100คนล้อมรอบรถมินิแวนที่มีลูกสาว 11ขวบและ13ขวบอยู่ในรถมองดูจากภายใน Ferrando ปฏิเสธการขับชนนักปั่นแต่อ้างว่าพวกนักปั่นชนด้านข้างรถเธอ สีรถกระจกมองข้างเสียหายกว่า 5,300 เหรียญ
11 พฤษภาคม 2007 เหตุการณ์คล้ายกันเกิดขึ้นที่ Berkeley, California ตามข่าวในBicycle Civil Liberties Union กล่าวว่า “คนขับรถและภรรยาเขาตั้งใจขับผ่านเข้าไปใจกลางขบวนจักรยานประจำเดือน Berkeley Critical Mass”ทำให้จักรยานเสียหายกว่า 3,000เหรียญ อย่างไรก็ดีคนขับและพยานบุคคลที่3บอกตำรวจว่านักปั่นโยนจักรยานเข้าไปใต้ท้องรถหลังจากนั้นผู้เข้าร่วมCritical Massทุบไปยังกระโปรงและหน้งต่างรถและที่กันลมของรถแตกละเอียด
27 กรกฎาคม 2007 ระหว่างการปั่นที่Chicago กำลังมุ่งหน้าไปSpindleในBerwyn, Illinois คนขับถูกกล่าวหาว่าเมา ขับฝ่าเข้าไปในฝูงชน Will Healy อายุ10ขวบซึ่งปั่นมากับแม่และพี่สาวถูกชนอย่างจังHealyลอยไปตกบนกระโปรงรถแต่ไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงนักปั่นคนอื่นๆได้รับบาดเจ็บจักรยานเสียหายขณะพยายามหลบให้พ้นทางรถยนต์ คนขับRobert Roger 34ปีจากเมืองMaywood, IL. ถูกจับกุมโดยทันทีจากเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งขับตามมาและจับตากุมนักปั่น
นายกเทศมนตรีSan Francisco, Gavin Newsom เดือนเมษายน 2007 ขอให้นักปั่นCritical Massควบคุมกันเอง“มันทำให้ชุมชนที่สนับสนุนจักรยานดูไม่ดีที่มีคนก้าวร้าวและสิ้นหวังในการเคลื่อนไหว ผมควรสนับสนุนการรวมกันของจักรยาน แต่เฮ้!เราไม่ได้แบบนั้น พอก็คือพอ”

ในปี1997 นายกเทศมนตรีของSan Francisco, Willie Brownถูกถามโดยผู้สื่อข่าวที่การประชุมผู้สื่อข่าวว่าเขามีแผนจะควบคุมCritical Massอย่างไน? นายกเทศมนตรีบอกในการแถลงข่าว ขู่ที่จะจับกุมนักปั่นพร้อมทั้งดูถูกเหยียบหยามคนใช้จักรยานหลายอย่าง ปฏิกิริยาและการรายงานข่าวแพร่กระจายออกไปสู่การเผชิญหน้า การปั่นเมื่อ25กรกฎาคม1997 หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นตีพิมพ์เส้นทาง ในวันศุกร์นายกเทศมนตรีปราศัยด้วยการตะโกนลงมายังกลุ่มนักปั่นราว7,000คน นักปั่นกระจายตัวอย่างรวดเร็วเป็นกลุ่มย่อยๆ หลายส่วน ถูกไล่ตามจับด้วยรถตำรวจรวมทั้งเฮริคอปเตอร์ เกิดความสับสนอลหม่านตรึงเครียดทั่วทั้งเมืองและมีการจับกุมและถูกริบจักรยานหลายคน
27กรกฎาคม2007 ในVilnius, Lithuania ตำรวจจับกุม5ผู้เข้าร่วมCritical Massรวมทั้งผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะอีก2คนฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งให้สลายตัว อย่างน้อย2คนในกลุ่มมีรายงานว่าถูกทุบตีและบาดเจ็บจากการกระทำของตำรวจศาลจะตัดสินในเดือนสิงหาคม
31สิงหาคม2007ในMinneapolis ตำรวจจับกุมผู้เข้าร่วมCritical Mass19คนรวมทั้งผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะอีก3คน ในวันเดียวกันนักปั่น7คนในChicago Critical Mass ถูกจับกุมและตั้งข้อหาขัดขวางการสัญจรและไม่เชื่อฟังตำรวจทั้ง7คนถูกควบคุมตัวทั้งคืน

กลุ่มที่สนับสนุนการปั่นจักรยานบางกลุ่มเป็นห่วงถึงธรรมชาติของความขัดแย้งของCritical Massและการทะเลาะวิวาทกับคนขับรถ การไม่ให้อภัยในเหตุการณ์เล็กๆน้อยๆของความรุนแรงและความหยาบคาย ทำให้ไม่ได้รับการสนับสนุนจากสาธารณะชนต่อคนใช้จักรยาน ขณะที่ San Francisco Bicycle Coalition ให้เครดิตCritical Massทำให้ประเด็นจักรยานขึ้นมามีความสำคัญและสนับสนุนช่วยเหลือการรวมตัวของผู้ใช้จักรยาน

ในSan Francisco มีเหตุการณ์ที่แยกย่อยออกมาเรียก “Critical Manners”ถูกสร้างขึ้นจากผลกระทบจากCritical Mass การปั่นCritical Manners ผ่านเมืองในวันศุกร์ที่2ของเดือนแต่ต่างจากCritical Massที่นักปั่นปฏิบัติตามกฎจารจรทุกกฎเช่นหยุดเมื่อมีสัญญาณไฟแดงและเริ่มมีการพูดคุยเกี่ยวกับการเริ่มCritical MannersในPortland, Oregon

ถึงแม้นว่าเรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบกับคนส่วนใหญ่ เกี่ยวกับสถานะการขี่จักรยานบนถนนของคนใช้จักรยานหรือส่งผลถึงการรับรู้ต่อสาธารณะชนของคนใช้จักรยาน แต่ตัวอย่างบางอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าขอบเขต ของการปั่นจักรยานขยายเข้าไปในหลายวัฒนธรรมย่อย
ชื่อของเหตุการณ์ถูกนำไปเป็นประเด็นการเล่นคำในหลายๆบริบท ตั้งแต่การรงณรงค์โฆษณาของผลิตภัณฑ์ทางการค้าไปจนถึงเหตุการณ์สาธารณะมากมาย การรายงานข่าวของ San Francisco เดือนกรกฎาคม1997 การปั่นจักรยานนำไปสู่เหตุการณ์ปั่นจักรยานนานาชาติที่ถูกเรียกว่าBike Summer , บริษัทThe Rand Corporation จัดทำเอกสารหัวข้อ “What Next for Networks and Netwars?” วิเคราะยุทธวิธีของการปั่น เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินค่าของการกระจายอำนาจ การทำการตัดสินใจสำหรับควมสามารถของกองทัพใช้งานในสนามรบ การปั่นCritical Massให้กำเนิด หนังสือ, ภาพยนต์สารคดี, ภาพเขียน และสิ่งประดิษฐ์จากมนุษย์

From : street dog [ 3 ม.ค. 51 - 17:26:30 น. ]


ขอใช้กระทู้นี้เป็นสื่อกลางรายงานความคืบหน้าต่างๆ ของกิจกรรมนี้ เพื่อนๆท่านใดมีความเห็นอย่างไร? จนท.ชมรมฯ/น้าเป็ด มีความคืบหน้าอย่างไร? อย่ารีรอ.....เชิญเลยครับ
โดย... สันติ [วันที่: 29/1/2008 - เวลา: 19:10:31 น. ....IP: 203.144.130.176]
ความคิดเห็นที่ 3
ครูแหลม วันที่ : 23/03/2008 เวลา : 11.53 น.
http://www.oknation.net/blog/kulaem


ความคิดเห็นที่ 2
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 23/03/2008 เวลา : 11.52 น.
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim

ขอบคุณครับครูแหลม เมื่อไรจะมีทางจักรยานปลอดภัย ไม่ต้องซ้อปิกอัพมาบรรทุกจักรยานเพื่อไปหาที่ปั่น
หากมีเวลาว่างเชิญแวะอ่าน บล็อกเกอร์ก้อนหินยิ้ม กับสวนธรรมที่ฉันฝันถึง นะครับ
ความคิดเห็นที่ 1
ครูแหลม วันที่ : 23/03/2008 เวลา : 11.32 น.
http://www.oknation.net/blog/kulaem

Critical Mass ในบทบาทขับเคลื่อนยุทธศาสตร์จักรยาน
โดย กฤตย์ ทองคง


ในที่นี้ ผู้เขียนของเรียก Critical Mass อย่างย่อว่า C.M. และคาดหวังว่าผู้อ่านมีความเข้าใจต่อความหมายของ C.M. มาก่อนพอสมควรบ้างแล้ว

ไม่มีใครแน่ใจได้ว่า วินาทีที่กระดานหกกระดกกลับจะอยู่ช่วงขณะใด แต่เดิมเราเคยชินที่จะเชื่อกันว่า วินาทีวิกฤตนั้นอยู่ที่ “ความเกินครึ่ง” (Majority) ตามแบบอย่างวัฒนธรรมประชาธิปไตย แต่จากตัวอย่างทางฟิสิกซ์และทางสังคมวิทยาหลายกรณีมิได้บอกว่าย่อมเกินครึ่งเสมอไปไม่

เพียงแต่เราหมายเหตุไว้ว่า “ระดับหนึ่ง” เป็นปริมาณสมมุติว่าเป็น ได้ลิงตัวที่หนึ่งร้อยปุ๊บเมื่อไร กระดานจะหกกลับโดยอัตโนมัติ เรากำลังเข้าใจคล้ายกับว่า ภารกิจเบื้องหน้าในการขับเคลื่อนยุทธสาสตร์จักรยานคือการเพิ่มจำนวนประชากรลิง เข้ามาในพื้นที่ของเรา เพิ่มขึ้น และเพิ่มขึ้น จนกระทั่งได้ตัวที่ร้อยเอ็ดเมื่อไร ภารกิจจะจบสิ้น

กรณียายไฮกับเขื่อนปากมูล ก็บอกกับเราชัดเจนว่า ลิงฝ่ายยายไฮก็มิได้มากมายนัก ความเป็น Majority ก็ยังคลุมเครือด้วยซ้ำว่าพวกเขามีจิตใจที่โน้มเอียงไปทางไหน อย่าลืมว่า คนส่วนใหญ่วางเฉยกรณียายไฮ

ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนวัฒนธรรมภาคประชาชนยุคปัจจุบันหาได้ขึ้นกับความมี “อำนาจรัฐ” เสมอไปเหมือนกับศตวรรษของคาร์ลมาร์ซไม่ กรณี อาจารย์สมประสงค์ มั่งอะนะ อาจารย์ใหญ่โรงเรียนอุ้มผางที่มีต่อการขับเคลื่อนการศึกษายังเป็นที่น่าจับตาว่า การคลี่คลายเบื้องหน้าต่อความไม่แยแสทุกข์ร้อนของหน่วยงานต้นสังกัดระดับสูง จะทานกระแสสังคมที่ต้องการความเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร

มาร์กาเร็ต มี้ด นักสังคมวิทยา บอกกับเราว่า “ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ความเปลี่ยนแปลงของโลกที่มีมาตลอดประวัติศาสตร์ คือความริเริ่มของชนกลุ่มน้อย และมันย่อมจะต้องเป็นเช่นนั้นเสมอ”

ประเด็นมันอยู่ที่พวกนักจักรยานหรือลิงฝ่ายยายไฮต้องเค้นคำตอบต่อประด็นทางเศรษฐกิจ , การเมือง และการสังคมที่ชัดเจนต่อคนทั้งหมดได้ระดับหนึ่ง คำตอบนั้ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นคำตอบใหญ่โตที่สำคัญกว่า แต่คำตอบตรงนั้นกลับต้องสามารถตอบโจทย์สนองความต้องการพื้นฐานของมวลชน ณ พื้นที่ตรงนั้นขณะนั้นได้ก็แล้วกัน แม้จะเป็นคำตอบชิ้นเล็กๆต่อหน้าประวัติศาสตร์ก็ตาม

การชูประเด็นโลกร้อนและสำนึกสีเขียว ยังไม่น่ามีเสน่ห์จับใจคนไทยได้มากกว่า ความอยากไปให้พ้นจากริมเหวของค่าครองชีพที่แร้นแค้นอย่างทุกวันนี้ นั่นคือประเด็นว่า ทำอย่างไรจะซื้อน้ำมันให้น้อยลงได้ และประเด็นที่เอาตัวรอดได้จากการจราจรที่จราจล ใช่หรือไม่ว่ายิ่งรถติดมากเท่าไรก็ยิ่งเป็นสถานการณ์ที่เอื้อต่อนักปั่นเท่านั้น (Relatively Paradise)

แม้สองประเด็นหลัง จะมีน้ำหนักทางจริยธรรมต่ำกว่าประเด็นสำนึกเขียวอย่างเทียบกันไม่ได้เลยก็ตาม

ที่สำคัญอดที่จะกล่าวไม่ได้ก็คือ ในโลกยุคโลกาภิวัตน์ที่ความเคลื่อนไหวทางสังคมจำนวนมากได้อิงแอบต่อสื่อมวลชนเป็นพาหนะ

พี่น้องลองนึกดูซิ หากสื่อมวลชนพากันเงียบต่อกรณียายไฮอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ยากเกินจินตนาการใช่ไหม สังคมก็คงจะเงียบงัน เมื่อโสเครตีสที่เป็นนักปราชญ์เสาหลักให้กับความคิดชาวโลกตลอดอีกหลายพันปีข้างหน้าจากไป ก็มีค่าไม่ต่างจากชีวิตมดปลวกตัวหนึ่งเท่านั้น
เพราะตอนนั้น สังคมกรีกยังไม่มีสื่อมวลชนที่มีประสิทธิภาพ
เพราะตอนนั้น สังคมกรีกอาจจะยังไม่ได้มีบรรยากาศความเท่าเทียมในการแสดงความคิดเห็นเหมือนทุกวันนี้
เพราะตอนนั้น คำตอบของโสเครตีสไม่ได้ตอบปัญหาปากท้องพื้นๆของชาวเอเธนส์
เพราะอย่างนี้ จึงเข้าใจได้ไม่ยากว่า ขบวนการจักรยาน C.M. ของพวกเราต้องมีสื่อเล่นกับเราด้วยเป็นบทบาทหลัก จะให้เพียงแค่เราเล่นไปก่อน เดี๋ยวสื่อจะตามมา ก็ยังให้ความแน่ใจไม่ได้ เพราะหากไม่เป็นไปตามที่เรานึกเล่า หรือสื่อมากันก็จริง แต่เนื้อหาที่น้องนักข่าวที่รับไปจากเราจะถูกวิจารณญาณของบรรณาธิการข่าวที่นั่งในห้องแอร์สถานี ทำให้เหลือนิดเดียว

แล้วพวกเราก็จะมานั่งครวญว่า “มีแค่เนี้ยะ” ประเด็นที่น่าสนใจของชาวลิงนักปั่นนำเสนอจะถูกกระแสข่าวการเล่นเกมของนักการเมืองกลบเสียสิ้น เหนื่อยฉิบเป๋ง

นี่คือเหตุผลที่เหมาะสมแล้วที่ C.M. จักรยานประเทศอื่นถึงต้องพยายามสร้าง Event ขึ้นเช่นให้บรรยากาศคล้ายกับการจราจลบนท้องถนน เช่นการเป็นคดีความระหว่างนักปั่นกับคนขับ ระหว่างนักปั่นกับรัฐกับหน่วยงาน อันที่จริงเราควรพยายามทำให้เกิด Events ขึ้นต่างหาก ไม่ใช่เรื่องควรหลีกเลี่ยง สิ่งเหล่านี้มีประสิทธิภาพกว่าการเกลี้ยกล่อมท่านบรรณาธิการข่าวอาวุโสในห้องแอร์คนนั้นมากนัก

ดังนั้นเหมาะสมแล้วที่ C.M. จักรยานไม่ควรมีหัวขบวนจัดตั้ง ตั้งไปทำไม ตั้งเพื่อแสกหัวรับไม้ตะบองหรือ? แล้วไม่ต้องเป็นห่วงกันว่ากิจกรรม C.M. จะคลี่คลายไปในทิศทางไร้ความควบคุม แท้จริงแล้วอนาธิปไตยมิใช่สิ่งที่น่าขยะแขยงมากนักในระดับยุทธศาสตร์ โลกเป็นเช่นนี้เสมอมามิใช่หรือ? ขอย้ำครับว่า เราต้องการให้มันเป็น Events ขึ้นมาต่างหาก

ความจงเกลียดจงชังอย่างหนักหน่วงของผู้ได้รับผลกระทบจากกิจกรรม C.M. ของชาวจักรยานคงมีไม่มากนักและไม่น่าจะมีผลต่อมวลวิกฤต พอๆกับการเงียบงันวางเฉยของ Majority ทั่วประเทศ ก็ให้เขาวางเฉยต่อไป แต่ประเด็นที่สำคัญกิจกรรม C.M. ที่นำเสนอต่อสังคม ต้องชี้ทางออกจากวิกฤตปากเหวของค่าครองชีพกลุ่มใหญ่ และกิจกรรมที่ทำวันนั้นก่อให้เกิด Events ที่มีเสน่ห์ต่อการเป็นข่าวสารที่เข้มข้นเป็นประการสำคัญ

(โปรดกลับไปอ่านอีกครั้ง)


13.10 น.
7 กุมภาพันธ์ 2551


โดย... กฤตย์ [วันที่: 7/2/2008 - เวลา: 14:06:30 น. ....IP: 117.47.4.156]
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31