• นครสุขาลัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kun2_k@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-04
  • จำนวนเรื่อง : 9
  • จำนวนผู้ชม : 1453
  • จำนวนผู้โหวต : 4
  • ส่ง msg :
more
ในโลกไร้บทกวีและไม่มีเสียงกีต้าร์
เป็นบล็อคสำหรับเขียนงานใหม่เพื่อเผยแพร่และรวบรวมงานเขียนที่เคยเขียนและเคยลงตีพิมพ์ ทั้งงานกาพย์กลอน กวี ความเรียง สารคดี ฯลฯ ถ้างานหลายชิ้นเคยผ่านตามาก็ขออภัยด้วยครับ เพราะผมอาจยังขี้เกียจเขียนใหม่ จึ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kunishe
วันจันทร์ ที่ 5 พฤษภาคม 2551
เรือกอและจำลอง ก่อด้วยกาย รักษาไว้ด้วยใจ
Posted by นครสุขาลัย , ผู้อ่าน : 137 , 20:05:01 น.   | หมวดหมู่ : ในโลกไม่มีบทกวีและไร้เสียงกีต้าร์  
พิมพ์หน้านี้


                    บรรยากาศที่มืดมิดอย่างไม่น่าไว้วางใจจากภายนอก แต่แสงสว่างจากดวงไฟนีออนที่สาดส่องอยู่กลางลานบ้านหลังหนึ่งใต้เงามะพร้าวครึ้มทำให้รู้ว่ายังมีความเคลื่อนไหวของบางชีวิตท่ามกลางคืนอันเงียบเหงาและมืดมิด ขณะเด็กชายวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งกำลังขมักขะเม้นกับงานที่อยู่ตรงหน้า เช่นเดียวกับชายคนหนึ่งที่กำลังเพ่งสมาธิอยู่ที่เครื่องมือแกะสลักไม้ในมือ

นี่คือภาพจากบ้านไม้หลังเล็กๆ หลังหนึ่งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้เยาวชนของพื้นที่ตกเป็นจำเลยของสังคมไปโดยปริยาย ด้วยเนื้อหาข่าวสารที่ขับเน้นภาพของเยาวชนที่นี่เป็นผู้ “ใฝ่ความรุนแรง” ทำให้ภาพความจริงโดยส่วนใหญ่ถูกบิดเบือนโดยไม่เจตนา เยาวชนผู้ใฝ่ดีทั้งหลายจึงถูกเหวี่ยงแหคลุมโดยอคติไปด้วยจากคนภายนอก

“รุสลี บินดอเลาะ” หนุ่มวัย 35 จากบ้านทอนฮีเล หมู่บ้านชายทะเลเล็กๆ ในพื้นที่ ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส คือบุคคลที่รับทราบความจริงข้อนี้ดี และ“ศูนย์ศิลปาชีพทำเรือกอและจำลอง” ของเขาที่ตั้งเมื่อ 4 ปีก่อนก็ทำให้เยาวชนผู้ใฝ่ดีทั้งหลายได้แสดงบทบาทให้ประจักษ์ว่าเยาวชนของจังหวัดชายแดนภาคใต้มีศักยภาพมากกว่าที่คนภายนอกคิด

“ตอนแรกผมมีอาชีพทำปลาไว้ตันตากแห้งส่งขาย แต่มาระยะหลังที่สังเกตเห็นเด็กวัยรุ่นอายุ 13-18 ปีที่ไม่ได้เรียนหนังสือในหมู่บ้านส่วนใหญ่ว่างงาน และใช้ชีวิตส่วนใหญ่ด้วยการมั่วสุม นั่งเล่นกันไปวันๆ และมักจะชักชวนกันไปในทางที่ไม่ดี เช่นพากันเสพยาเสพติด เป็นต้น ก็พยายามคิดหาทางออกว่าจะช่วยดึงพวกเขามาเป็นคนที่มีคุณภาพได้อย่างไร ก็เลยมาคิดทำเรือกอและจำลองขึ้น และก็ได้จัดตั้งกลุ่มกันขึ้นในที่สุด” รุสลีกล่าว

เพราะว่าบ้านทอนฮีเล หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า “บ้านทอน” คือหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ริมฝั่งอ่าวไทยที่มีวิถีชีวิตเกี่ยวพันกับท้องทะเลมาตั้งแต่อดีต คือแหล่งกำเนิดเรือกอและในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยซึ่งเคยยิ่งใหญ่ในอดีต ย้อนกลับไปในสมัยก่อน คนเฒ่าคนแก่บอกว่าชายหาดที่ทอดยาวของนราธิวาส เรือกอและนับไม่ถ้วนจอดทอดยาวอวดโฉมงาม เรือกอและส่วนใหญ่ออกหาปลาไม่ไกลจากฝั่งมากนัก เป็นการหาปลาเพื่อหล่อเลี้ยงครอบครัวและชุมชนเท่านั้น

แต่ปัจจุบันการต่อเรือกอและได้ลดน้อยลงมาก เพราะการสั่งไม้ต่อเรือมาจากแดนไกล ทำให้ไม้มีราคาแพง การแปรเปลี่ยนของยุคสมัยก็มีส่วน เพราะเรือกอและแท้ๆ แทบหาได้ยาก ส่วนใหญ่เป็นเรือกอและหางตัดแล้วติดเครื่องยนต์แทน ชาวบ้านให้เหตุผลว่า จะใช้เรืองัดพายไปหาปลาเหมือนแต่ก่อนคงไม่ไหว เพราะหาปลาได้ไม่เท่ากับเรือประมงติดเครื่องทั่วไป อำนาจของปากท้องจำต้องจับเรือกอและมาดัดแปลง แต่ก็ยังหลงเหลือเค้าเดิมของเรือกอและที่คนเฒ่าคนแก่คุ้นเคยอยู่บ้าง ด้วยความห่วงใยในมรดกแผ่นดินเกิดเมื่อเห็นเรือกอและลดน้อยลง และส่วนใหญ่หรือแทบทั้งหมดดัดแปลงติดเครื่องยนต์เป็นเรือประมงเต็มตัว คนที่นี่จึงใช้วิธีอนุรักษ์โดยการทำเป็นเรือกอและจำลอง

 

ก่อนหน้านี้ในหมู่บ้านของรุสลี มีคนทำเรือกอและจำลองอยู่แล้ว แต่ทำกันเป็นอุตสาหกรรมในครอบครัวเท่านั้น ครอบครัวไหนที่ขาดทุนเพราะถูกโก่งราคาจากพ่อค้าคนกลางก็เลิกไป ยังไม่มีการทำให้เข้มแข็งด้วยการจัดตั้งกลุ่มกันทำ รุสลีจึงนำแนวคิดดังกล่าวมาลงมือทำ

“จริงๆ ผมทำเรือกอและจำลองไม่เป็นเลย” รุสลี บินดอเลาะบอกและกล่าวต่อว่า “แต่ใช้วิธีการสังเกตและแอบถามจากคนทำเป็น และพยายามดึงคนที่มีฝีมือดีคนหนึ่งมาอยู่ด้วย โดยการสร้างกระท่อมและลงทุนซื้ออุปกรณ์มาให้ 

“เรือกอและ” เรือประมงหาปลาของชาวมลายูมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย รูปลักษณ์อันวิจิตรและลวดลายอันงดงาม ถูกขนานนามว่าเป็น “นางฟ้าทะเลใต้”  ซึ่งมากกว่านั้น เรือกอและกลายเป็นวัฒนธรรมการคมนาคมของคนแถบชายฝั่งแห่งนี้มาตั้งแต่ครั้งโบราณ

ด้วยความห่วงใยของคนรุ่นใหม่คนหนึ่ง ที่กำเนิดเติบโตมาพร้อมกับภาพเรือกอและวิ่งโต้คลื่น เขาไม่อยากให้มันสูญหายไปกับกาลเวลา ซึ่งพรากเอาสิ่งล้ำค่าหายไปมากมายแล้ว

ประกอบกับความคิดอ่านที่มีชุมชนเป็นศูนย์กลาง เขาจึงพยายามทำทำให้เกิดการรวมกลุ่มของเยาวชนภายในหมู่บ้านขึ้น จากภาพที่เด็กๆ วัยรุ่นๆ ที่กำลังคึกคะนองจับกลุ่มนั่งพูดคุยและบางครั้งก็นำไปสู่สิ่งที่ไม่ดีต่างๆ

“เด็กบ้านเราเมิ่อก่อนว่างงานมาก พอไม่มีอะไรทำก็มานั่งจับกลุ่มกัน เด็กๆ ก็อย่างที่รู้กันว่า ถ้าอยู่กันเยอะๆ มันก็เสี่ยงที่จะพากันไปสู่สิ่งที่ไม่ดีง่ายมาก ผมก็เข้าไปบอก เข้าไปพูดคุยกับพวกเขา ชักชวนด้วยความสมัครใจว่า ถ้าเรามาทำอะไรให้เป็นประโยชน์กัน มันจะส่งผลดีต่อครอบครัว ชุมชน และตนเองอย่างไร”

การผลิตเรือกอและจำลองอย่างจริงจังได้เริ่มต้นขึ้น ในตอนเย็นหลังเลิกเรียน เด็กๆ กลุ่มใหญ่จึงมาสาละวนกันอยู่ที่นี่จนมืดดึกดื่นอาศัยแสงนีออนจากหลอดไฟเล็กๆ เป็นแสงสว่างในการทำงานเท่านั้น  บ้านทอนฮีเลจึงไร้ภาพของเด็กๆ ที่จับกลุ่มนั่งมั่วสุมในเวลาตินเย็นจนกระทั่งค่ำคืนอย่างไม่มีประโยชน์อีกต่อไป

เด็กอีกประเภทหนึ่งที่รุสลีไม่ลืมเด็ดขาดก็คือ กลุ่มเด็กที่ขาดโอกาสทางสังคม บ้านทอนฮีเล เป็นหมู่บ้านชาวประมงที่คนส่วนใหญ่มีฐานะปานกลางค่อนไปทางยากจน ผู้คนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพชาวประมง มีจำนวนไม่น้อยที่แม้ไม่ได้ทำประมงในหมู่บ้านก็เดินทางไปรับจ้างที่ประเทศมาเลเซีย ทิ้งให้ครอบครัวอันมี แม่และลูกๆ อยู่กันเพียงลำพัง รุสลีจึงดึงเด็กๆ เหล่านี้เข้ามาร่วมด้วย นอกจากนั้นยังมีเด็กที่พิการ ซึ่งถือเป็นผู้ขาดโอกาสทางสังคมโดยตรงเข้ามาฝึกปรืฝีมือ หารายได้เป็นของตนเองด้วย

 

รุสลีออกตัวว่าเขาไม่ได้เป็นคนที่ทำเรือกอและได้สวยงาม หรือถึงขั้นทำไม่เป็นเลยด้วยซ้ำ แต่เขาเป็นเพียง “ผู้จัดการ” ที่มีหน้าที่นำเด็กๆ ซึ่งมีพรสวรรค์มาหาพรแสวงกันที่ศูนย์แห่งนี้ ในอดีตเขาเริ่มต้นทำเรือเหล่านี้ก่อนเด็กๆ ด้วยซ้ำแต่ปัจจุบันฝีมือของเด็กๆ รุดหน้าไปจนเขาเองก็แปลกใจ

ประกาศนียบัตรและถ้วยรางวัลที่วางไว้ในตู้โชว์ เป็นเครื่องยืนยันว่าความหวังและความฝันของรุสลีจากอดีต ปัจจุบันมันเป็นจริงได้เกินครึ่งแล้ว เขาไม่รู้ว่าเขาจะนำพาเด็กๆ พวกนี้ไปได้ไกลแค่ไหน แต่หากมองเห็นปลายทางเหมือนกันคือเรือกอและที่เป็นดั่งสมบัติของชุมชนได้รับการสืบทอดต่อจากคนรุ่นปัจจุบัน เพียงแค่นั้น รุสลีก็มีความสุขแล้ว

เสียงของเครื่องตัดไม้ดังขึ้นตรงบริเวณด้านข้างของโรงเรือน  ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับการตัด กรอ และเหลาไม้ให้ออกมาเป็นรูปทรงของลำเรือตามที่ต้องการ  ตามแบบและขนาดที่ร่างขึ้นบนกระดาษขาว  ซึ่งถูกวาดขึ้นในรายละเอียดของลวดลาย  และการใช้สีในแบบประยุกต์ที่ถูกคิดค้นขึ้นโดยกลุ่มเยาวชนกลุ่มนี้

“มะตัรมีซี บินมามุ” วัย 20 ปีเพิ่งมาค้นพบว่าตนเองรักงานศิลปะจับขั้วหัวใจเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมานี่เอง มะตัรมีซีใช้เวลาว่างเกือบวันอยู่กับกระป๋องสีและแบบร่างเรือกอและด้านหน้า หรือมากกว่านั้น บางครั้งยังกินเวลาได้นานจนกระทั่งเช้าวันใหม่ ฝีมือของมะตัรซีมีในขณะนี้ถือว่าเข้าขั้น “ครู” ของน้องๆ อีกหลายคน

“ตอนกรอไม้ต้องระวังหน่อย ถ้าผิดแบบมันจะเสียไม้เลย” มะตัรมีซีบอก

ไม้ที่เอามาทำเรือกอและจำลองคือไม้กระท้อน เพราะเป็นไม้เนื้อ่อนที่แกะสลักง่าย สามารถดัดรูปได้ และทนทานพอสมควร

หลังการรวมกลุ่มของเยาวชนภายในศูนย์แห่งนี้ ภายนอกหมู่บ้านเว้นแต่เวลาละหมาด มักจะไม่พบเห็นการรวมกลุ่มที่ไหนอีกเลย ทุกคนกลับบ้านเพียงกินข้าว ไปดูงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ แล้วจะกลับมาสานงานต่อที่ศูนย์แห่งนี้ กระป๋องสี พู่กัน ดินสอ เครื่องกรอไม้ เสื่อกระจูด และหลอดไฟ คือสิ่งคุ้นเคยของเด็กๆ

“นั่งกันอยู่ทั้งวันทั้งคืน พอออกไปเจอแดด บางทีมีเมาเหมือนกัน” มะตัรมีซีบอกพลางกลั้วหัวเราะ

หลังกรอไม้ได้ตามต้องการแล้ว  ก็จะนำไม้มาฉลุลวดลายตามแบบที่ร่างเอาไว้ ลายเรือของศูนย์แห่งนี้จะเกิดจากจินตนาการของเด็กๆ ในศูนย์เอง รุสลีแค่เพียงนำแบบมาให้ดู แต่จะให้เด็กๆ พยายามสร้างสรรค์หรือผสมผสานแบบลวดลายให้ลงตัวด้วยตัวของเด็กเอง ลวดลายบนลำเรือกอและจะเป็นการผสมผสานระหว่างลายไทย ลายชวาและลายมาลายู หรือลาย “ยาวอ” แต่จะใช้ลายไทยมากที่สุด เช่น ลายบัวคว่ำ ลายกนก ลายหัวพญานาค ซึ่งมือร่างลาย หรือมือวาดชั้นหนึ่งของที่นี่คือ “อาซาฮา” และ “นาซาลูดิน” เด็กหนุ่มชาวบ้านทอนที่กวาดรางวัลด้านลวดลายสวยงามมาจนนับไม่ถ้วน 

 

เมื่อวาดลายหรือลงฉลุลายเสร็จแล้วก็ถึงขั้นตอนที่ต้องใช้ความปราณีตอย่างสูง นั่นคือการลงสี สีที่ใช้คือสีน้ำมัน ซึ่งคนที่ลงสีจะต้องระมัดระวังไม่ให้พลาด มิช่นนั้นจะต้องลบสีออกใหม่และลงร่างลวดลายใหม่ทั้งหมด ซึ่งเปลืองทั้งแรงกาย แรงเงินและเวลา

แต่เมื่อเรือกอและลำใดลงสีเสร็จสิ้นทั้งลำเรือ นั่นหมายถึงทุกคนที่มีส่วนร่วมจะมีความสุข เรือกอและลำงาม หรือนางฟ้าผู้เลอโฉม คือ ความภาคภูมิใจของเยาวชนแห่งศูนย์เหล่านี้

“ผมทำเรือจริงๆ ไม่เป็น” มะตัรมีซีบอก “แต่รู้ว่ามันยิ่งใหญ่ ไม่อยากให้คนรุ่นหลังลืมมัน เรือจำลองคือสิ่งที่จะบอกให้คนรุ่นใหม่รู้จักเรียนรู้และสืบทอดมรดกของชุมชน”

สักวันหนึ่งมะตัรมีซีบอกว่า ถ้ามีโอกาสจะขอลองลงลวดลายและลงสีเรือจริงๆ บ้าง ถึงวันนั้นเขาก็มั่นใจว่าต้องทำได้

แสงอาทิตย์สุดท้ายกำลังจะลาลับ นกกาบินกลับรัง ความเคลื่อนไหวจากภายนอกเริ่มอึกทึกมากขึ้นตามลำดับ เพราะชาวบ้านหลายคนที่เสร็จสิ้นการงานเพิ่งกลับบ้าน แต่ความเคลื่อนไหวภายในศูนย์ทำเรือกอและจำลองบ้านทอนเพิ่งจะมีความเคลื่อนไหวเดียว คือการลุกขึ้นไปเปิดไฟนีออนของนาซาลูดิน ก่อนที่เขาจะลงไปนั่งลงลายยาวอที่แบบเรือด้านหน้าต่อ

หรือถ้าหากจะมีความเคลื่อนไหวมากกว่านั้น คงเป็นรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจอย่างเงียบๆ คนเดียวของชายที่ชื่อ รุสลี บินดอเลาะ.

...ขอบคุณมิตรตลอดกาล พ่อหนุ่มเจ้าสำราญ สำหรับภาพถ่าย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
ครูทิพย์ วันที่ : 05/05/2008 เวลา : 20.25 น.
http://www.oknation.net/blog/Tip2
ครูทิพย์


ชอบเหมือนกันค่ะ...เป็นงานฝีมือที่ทรงคุณค่า...น่าอนุรักษ์ไว้ให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้สืบทอดภูมิปัญญากันต่อไปนะคะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31