พิมพ์หน้านี้
|
จากการไปทำบุญที่วัด ได้มีโอกาสรู้จักกับญาติธรรมคนหนึ่ง พี่คนนี้ใจดีให้ยืมหนังสือ หลวงปู่หล้า เขมปต.โต ตอบปัญหาธรรมะ จึงนำมาฝาก ดังนี้ คำถาม การทำบุญนี้ คนรวยที่ทำบุญแต่ละครั้งด้วยเงิน ๑ ล้านบาท กับคนจน ๆ ที่ทำบุญแต่ละครั้งด้วยเงินครั้งละ ๑o บาทนั้น บุญกุศลและอานิสงส์แห่งบุญที่จะได้รับเท่าเทียมกันหรือไม่ คำตอบ การทำบุญทำน้อยทำมากก็ดีได้บุญเสมอกันหรือไม่ ข้อนี้ได้ตอบยาวเหยียดดังต่อไปนี้... ผู้ที่รวยเป็นล้าน ๆ แต่การบริจาคทานเพื่อประชดแดกดันท่านผู้อื่น เพื่อนโล่ห์อันนั้นเป็นเกียรติเป็นอำนาจเพื่ออวดคนอันนี้บุญก็ไม่ได้มาก ถ้าไม่มีเจตนาอย่างนั้นมีเจตนาทำเพื่อให้สมเกียรติของตน อันนี้ได้บุญมากกว่าบ้างและการให้ทานอธิบายมาเรียกว่า ทักขิณาวิสุทธิ ๔ - ทักขิณาบางอย่างบริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหก แต่ไม่บริสุทธิ์ฝ่ายทายก - ทักขิณาบางอย่างบริสุทธิ์ฝ่ายทายก แต่ไม่บริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหก - ทักขิณาบางอย่างไม่บริสุทธิ์ทั้ง ๒ ฝ่าย - ทักขิณาบางอย่างบริสุทธิ์ทั้ง ๒ ฝ่าย ยกอุทาหรณ์อีก กล้าดีนาไม่ดีก็พอได้รับผลบ้าง กล้าไม่ดีนาดีก็ได้รับผลบ้าง นาไม่ดีกล้าไม่ดีก็ไม่ได้รับผล(เลวมาก) นาก็ดีกล้าก็ดีนี้เป็นชั้นหนึ่งมีผลมาก เรื่องติณบาลในครั้งพุทธกาลของพระกัสสปะสัมมาสัมพุทธเจ้า ชายคนหนึ่งเป็นคนยากไร้มาก ไม่มีวิชาจะทำอะไร มีผ้านุ่งผืนเดียว เอากาบไม้มาทำต่างเสื่อ แล้วก็เอาใบไม้มาปูอีกเพื่อให้พอนอนได้ เศรษฐีให้นอนเฝ้าสวนหญ้าคา เศรษฐีให้กินข้าววันละ ๑ ทะนาน แล้วแกก็แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนหนึ่งไว้กิน ส่วนหนึ่งให้กระยาจก พวกขอทาน ส่วนหนึ่งใส่บาตรให้พระเณร เมื่อเศรษฐีได้ทราบก็ให้ ขึ้นอีกเป็น ๒ ทะนาน แกก็แบ่งอย่างนั้นอีก แล้วเศรษฐีให้ขึ้นอีก เป็น ๓ ทะนาน แกก็แบ่งอย่างนั้นอีก ครั้นอยู่มาเศรษฐีก็สร้างกฐิน อะไรก็ครบหมดในกฐินก็ยังเหลือแต่ด้ายจะเย็บผ้า ชายคนจนคนนั้น ได้ทราบเข้าก็นึกสังเวชตนเองว่า "ผ้านี้กว่าจะเป็นผืน ก็ต้องเย็บเสียก่อน เออ..ดีละ ทีนี้เรามีโอกาสจะได้ทำบุญ จะไปขอเอากับเศรษฐีในส่วนด้ายนี้ จะรับรองหามาเอง ขอให้คนจนได้ทำบุญด้วย เพราะแต่ชาติก่อน ๆ ชะรอย จะไม่ได้สร้างกุศลเลย จึงเกิดมาเป็นคนจนถึงเพียงนี้" ว่าแล้วก็เย็บใบไม้มานุ่งแทนผ้าผืนที่นุ่งอยู่ แล้วเอาไปซัก ให้สะอาด เสร็จแล้วก็พับเรียบร้อยเอาไปขายในตลาด คงจะเป็นชายหนุ่มเพราะหญิงสาวพูดล้อเล่นว่า "คุณพี่เอ๋ย ผ้าของคุณพี่นั้นทำไมถึงไม่นุ่งเล่า จะนุ่งใบตองทำไม ดูแล้วขี้เหร่เหลือเกิน" ทีนี้แกก็ตอบเขาว่า "มันจะขี้เหร่ แต่ชาตินี้ชาติหน้ามันจะสวยดอกคุณน้องเอ๋ย คุณพี่ไม่ โกรธดอก" ว่าแล้วก็เอาไปขาย ได้เงินมา ๑ มาสก ถ้าเทียบ ในปัจจุบันของเราก็คงจะเพียงราคาบาทเดียวเท่านั้น แกก็ ไปซื้อด้ายมาในกองกฐิน พอแกเอาไปถวายร่วมกองกฐินแล้ว เศรษฐีก็ให้นุ่งผ้าอันสวยงาม เทวบุตรเทวดาก็บันลือ ในสรวงสวรรค์ใครก็อยากจะมาซื้อเอากองบุญของแก แกก็บอกว่า "ธรรมดาบุญแล้วไม่เป็นหน้าที่จะซื้อขาย จะให้เท่าใดก็ไม่เอา" นี้พูดแบบย่อเกินไป แล้วตอน สุดท้ายก็ได้เป็นเศรษฐีด้วยผลทานอันนั้น เพราะเศรษฐี แบ่งมรดกให้ด้วยอำนาจวาสนาผลบุญอันนั้นเอง นี้อย่างไรเล่าผู้เขียนเข้าใจว่า แกมีเจตนาดี เชื่อบุญและ ผลของบุญเห็นโทษในตนที่ไม่ได้ให้ทานในชาติก่อน ๆ โดยหวนคิดด้วยเจตนาอันคาดคะเน ศรัทธาแก่กล้าก็เชื่อ ผลบุญผลบาปอย่างเต็มภูมิ เพราะไม่ได้บริจาคทานเพื่อ จะแข่งดีกับใคร และก็ไม่ได้อวดอ้างว่าเป็นผู้ใจถึง และ พระที่รับทานนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ด้วยส่อแสดงให้เห็นว่า กล้าก็ดี นาก็ดี ได้รับผลมาก ดังนี้ คำว่ากล้าหมายถึงเจตนาผู้บริจาคบริสุทธิ์ . กราบนมัสการพระเดชพระคุณหลวงปู่หล้า เขมปต.โต . จากหนังสือ หลวงปู่หล้า เขมปต.โต ตอบปัญหาธรรมะ
|
| << | สิงหาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | ||||||