• kunwee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : wee_wedwill@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-07
  • จำนวนเรื่อง : 15
  • จำนวนผู้ชม : 6488
  • จำนวนผู้โหวต : 6
  • ส่ง msg :
general
เรื่องทั่วไป ไม่จำกัด
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kunwee
วันพุธ ที่ 10 ตุลาคม 2550
I.Q. E.Q. M.Q. A.Q.
Posted by kunwee , ผู้อ่าน : 164 , 21:09:41 น.  
พิมพ์หน้านี้


1.  ไอคิว I.Q.   : เชาว์ปัญญา (Intelligence Quotient)

          ความหมายและความสำคัญ

            หมายถึง ความสามารถของบุคคลในการเรียนรู้ การปรับตัวต่อปัญหาอย่างเหมาะสม และความสามารถในอันที่จะทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมีจุดมุ่งหมายและมีคุณค่าทางสังคม สามารถคิดอย่างมีเหตุผล สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ

          พัฒนาการของเชาว์ปัญญา

          เชาว์ปัญญาเป็นสิ่งที่บุคคลแต่ละคนมีติดตัวมาแต่กำเนิดและพัฒนาสมบูรณ์ยิ่งขึ้นตามระดับอายุและสิ่งแวดล้อม

            เชาว์ปัญญาของแต่ละคนจะมีลักษณะที่สูงต่ำไม่เท่ากัน ซึ่งขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น

1.      พันธุกรรมที่ได้รับการถ่ายทอดสืบต่อมาจากพ่อแม่ คนเราจะมีเชาว์ปัญญาดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับพันธุกรรม 80% สิ่งแวดล้อม 20%

2.      ความสมบูรณ์ของสมองและระบบประสาท

3.      สิ่งแวดล้อมที่ช่วยกระตุ้น และส่งเสริมให้บุคคลได้มีโอกาสเรียนรู้ เช่น อายุระดับอายุที่พัฒนาการของเชาว์ปัญญาถึงขั้นสูงสุด คือ ระหว่างอายุ 15-25 ปี เชาว์ปัญญาเมื่อพัฒนาถึงขั้นสูงสุดจะค่อย ๆ เสื่อมลงตามวัย แต่มีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป แทบสังเกตไม่ได้ การเสื่อมของเชาว์ปัญญา ในแต่ละด้านอาจเสื่อมเร็วและช้าไม่เท่ากัน

ระดับเชาว์ปัญ

การจัดระดับเชาว์ปัญญาเป็นเพียงการแสดงการเปรียบเทียบให้ทราบว่าบุคคลหนึ่งมีความสามารถอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยสูงกว่าหรือต่ำกว่าระดับอายุ เมื่อเทียบกับบุคคลที่อยู่ในระดับอายุเดียวกัน

เชาว์ปัญญา เป็นสิ่งที่สามารถกระตุ้น ส่งเสริมให้พัฒนาได้ ถ้าพ่อแม่มีความเข้าใจเด็กและช่วยกระตุ้น ส่งเสริมพัฒนาการทางเชาว์ปัญญาของเด็กอย่างถูกต้องและเหมาะสม ก็จะช่วยให้เด็กได้พัฒนาเชาว์ปัญญาของเขาเท่าที่มีอยู่อย่างเต็มที่

ระดับเชาว์ปัญญากับความสามารถรับการศึกษา ประกอบอาชีพ และการปรับตัว

ระดับเชาว์ปัญญา

ความหมาย

ความสามารถ

130 ขึ้นไป

ฉลาดมาก

 

เป็นไอคิวเฉลี่ยของผู้สามารถเรียนในระดับปริญญาเอก

120 - 129

ฉลาด

 

เป็นไอคิวเฉลี่ยของผู้สามารถเรียนในระดับปริญญาโท

110 – 119

สูงกว่าปกติหรือค่อนข้างฉลาด

เป็นไอคิวเฉลี่ยของผู้สามารถเรียนในระดับปริญญาตรี หรือมีโอกาสจบมหาวิทยาลัยได้

90 – 109

ปกติหรือปานกลาง

เป็นไอคิวเฉลี่ยของประชากรปกติ ส่วนใหญ่มีความสามารถปานกลาง เรียนจบมัธยมศึกษาตอนปลายได้

80 – 89

ต่ำกว่าปกติหรือปัญญาทึบ

เชาว์ปัญญาต่ำที่สามารถรับการศึกษาพิเศษสำหรับเด็กเรียนช้า

ระดับเชาว์ปัญญา

ความหมาย

ความสามารถ

70 – 79

ระดับเชาว์ปัญญาก้ำกึ่งระหว่างปัญญาทึบกับปัญาอ่อน

เชาว์ปัญญาต่ำมาก สามารถประกอบอาชีพประเภทช่างฝีมือได้

50 – 69

ปัญญาอ่อนเล็กน้อย

มีความสามารถเทียบเท่ากับเด็กอายุ 7 – 10 ปี อาจพอรับรู้การศึกษาได้ ในระดับประถมต้น ป.1 – .4 โดยเรียนอยู่ในชั้นเรียนพิเศษเฉพาะ ประกอบอาชีพที่ไม่ต้องความรับผิดชอบสูง หรืองานประเภทช่างฝีมือง่าย ๆ

35 – 49

ปัญญาอ่อนปานกลาง

มีความสามารถเทียบเท่ากับเด็กอายุ 4 – 7 อาจอ่านเขียนได้เล็กน้อย แต่เรียนรู้ได้ช้า ไม่สามารถเรียนในโรงเรียนปกติได้ ควรเรียนในโรงเรียนการศึกษาพิเศษเฉพาะ ถ้าได้รับการฝึกสอนที่เหมาะสม อาจพอดูแลตนเองในชีวิตประจำวันได้ และทำงานง่าย ๆ ภายใต้การควบคุมดูแล

20 – 34

ปัญญาอ่อนมาก

มีความสามารถเทียบเท่ากับเด็กอายุ 3 ปี เรียนหนังสือไม่ได้ มีความบกพร่องเห็นได้ชัดในพฤติกรรม การปรับตัวและอาจมีพัฒนาการบกพร่องในด้านภาษา การรับรู้ การดำรงชีวิต ต้องอยู่ภายใต้การดูแล เช่นเดียวกับเด็กเล็ก

ต่ำกว่า 20

ปัญญาอ่อนมากที่สุด

มีความสามารถเทียบเท่ากับเด็กอายุ 1 – 2 ปี ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ ต้องมีผู้ให้การดูแลช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด

 

2.  อีคิว E.Q.    : ความฉลากทางอารมณ์ (Emotional Quotient)

          ความหมายและความสำคัญ

          (Mayer and Salovey) : คือ ความสามารถของบุคคลในการที่จะไหวเท่าทันในความคิด ความรู้สึกและภาวะอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้ นอกเหนือจากการติดตามกำกับควบคุมได้แล้ว บุคคลพึงรู้จักจำแนกแยกแยะ และใช้ข้อมูลเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อชี้นำความคิดและการกระทำของตนเองโดยเป็นความสามารถในการรับรู้ ประเมิน และแสดงอารมณ์ออกมาได้อย่างเหมาะสม

            (ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต) : คือ ความสามารถทางอารมณ์ที่จะช่วยให้การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และมีความสุข

            ซึ่งโดยสรุปแล้ว กระบวนการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ (E.Q.) นำไปสู่การพัฒนาทักษะ 3 ด้านต่อไปนี้

1.      ทักษะทางอารมณ์ คือ

-          การรับรู้ ยอมรับ และการจัดการกับอารมณ์ของตนเอง

-          การควบคุมการหุนหันพลันแล่นและการสร้างความรับผิดชอบ

-          ลดการตึงเครียด

-          การสร้างความตระหนักเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างความรู้สึกกับการกระทำ

-          ทักษะในการเข้าใจและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น รู้จักให้แบ่งปันคนอื่น

-          รับรู้ ประเมิน และแสดงอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งเข้าใจอารมณ์และกระบวนการอารมณ์ได้ดี ซึ่งเป็นสิ่งที่ส่งเสริมความเจริญงอกงามของสุขภาพจิตและเชาว์ปัญญา

2.      ทักษะในการใช้สติปัญญาในการแก้ปัญหา

-          การพูดคุยปรึกษากับตนเองหรือคิดโต้ตอบกับตนเอง

-          อ่านท่าทีและแปลความหมายได้ในสถานการณ์ต่าง ๆ และท่าทีของบุคคลที่ติดต่อด้วย รวมทั้งท่าทางและการสื่อภาษา

-          ใช้ขั้นตอนของการแก้ปัญหาและตัดสินใจอย่างมีระบบ

-          เข้าใจทุกข์ของผู้อื่น พิจารณาหาทางออกสำหรับทุกคน

-          ทักษะการมองชีวิตในแง่ดี สามารถตั้งความคาดหวังที่เหมาะสมจริงสำหรับตนเองได้

3.      ทักษะในการแสดงพฤติกรรมและการสื่อความหมายได้อย่างเหมาะสม

-          การแสดงด้วยท่าทาง สามารถเรียนรู้การแสดงออกที่เหมาะสมกับบุคคล เหตุการณ์ และกาลเทศะ

-          พฤติกรรมการใช้ภาษา เช่น การเขียน การพูด สามารถทำให้สื่อภาษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะนำไปสู่ความเข้าใจและเพิ่มพูนความสัมพันธ์ที่ดี

ความฉลาดทางอารมณ์ (E.Q.) เป็นความสามารถทางด้านอารมณ์ ประกอบด้วย 2 ด้าน และ 5 องค์ประกอบคือ

1.      ด้านส่วนบุคคล ประกอบด้วย

1.1  การตระหนักรู้ความรู้สึก – อารมณ์ของตน

หมายถึง ความสามารถที่จะรับรู้ และเข้าใจ ความรู้สึก ความคิดและอารมณ์ของตนเอง สามารถสำรวจตนเองรู้เท่าทันอารมณ์ของตนเอง ประเมินตนเองได้ตามความเป็นจริง รู้จุดเด่น จุดด้อยของตนเอง

1.2  การบริหารอารมณ์ของตน

หมายถึง ความสามารถที่จะจัดการกับอารมณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม สามารถในการควบคุมตนเอง เป็นคนที่น่าไว้วางใจมีคุณธรรม มีความสามารถในการปรับตัว และมีความสามารถในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตได้

1.3  การสร้างแรงจูงใจให้แก่ตนเอง

หมายถึง การมองสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับตนเองในแง่ดี มีแรงจูงใจ พยายามปรับปรุงให้ดี มีความยึดมั่นกับเป้าหมายของกลุ่ม มีความคิดริเริ่ม สามารถเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคได้อย่างไม่ย่อท้อ จนสำเร็จตามเป้าหมาย

2.      ด้านทางสังคม ประกอบด้วย

2.1  การรับรู้อารมณ์ของผู้อื่น

หมายถึง รู้เท่าทันความรู้สึกและความต้องการของผู้อื่น สามารถเอาใจเขามาใส่ใจเรา  ห่วงใยผู้อื่น ช่วยสามารถพัฒนาให้เขามีความรู้ความสามารถให้ถูกทาง ให้โอกาสผู้อื่น มองเห็นความแตกต่างของคน และไม่ถือเขาถือเรา

2.2  ความสามารถในการจัดการ สร้างและรักษาสายสัมพันธ์กับผู้อื่น

หมายถึง ความสามารถในการติดต่อกับผู้อื่น สามารถแสวงหาความร่วมมือจากผู้อื่นได้ มีความสามารถโน้มน้าว จูงใจผู้อื่นได้ มีความเป็นผู้นำกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี สามารถบริหารความขัดแย้ง หาข้อยุติขัดแย้งได้อย่างเหมาะสม มีการทำงานเป็นทีม ร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมายได้

            ปัจจัยหลักที่มีผลต่อความฉลาดทางอารมณ์ (กรมสุขภาพจิต)

1.      พันธุกรรมและพื้นฐานทางอารมณ์

พันธุกรรม คือ ตัวกำหนดให้มนุษย์ทุกคนมีลักษณะพื้นอารมณ์ที่แตกต่างกันไปและพื้นอารมณ์ที่ติดตัวมาแต่กำเนิด ก็จะเป็นส่วนสำคัญที่กำหนดพฤติกรรมอารมณ์ บุคลิก

นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมขณะอยู่ในครรภ์ ก็มีส่วนไม่น้อยต่อการสร้างพื้นอารมณ์ของลูก เช่น แม่ที่มักมีความเครียด อาจจะทำให้ลูกเป็นเด็กอารมณ์ไม่ดี ขี้โมโห เลี้ยงยาก ส่วนแม่ที่อารมณ์ดี มีความสบายกายสบายใจในขณะตั้งครรภ์ ก็มักจะได้ลูกที่เป็นเด็กเลี้ยงง่าย ร่าเริง

2.      สภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดู

พื้นอารมณ์ที่ถูกกำหนดโดยพันธุกรรม เป็นปัจจัยที่ติดตัวมาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ก็จริง แต่การเลี้ยงดูในสภาพที่เหมาะสมกับอารมณ์ก็สามารถจะช่วยพัฒนากล่อมเกลาและควบคุมพื้นอารมณ์ด้านลบได้ ขณะเดียวกัน ก็สามารถจะส่งเสริมพื้นอารมณ์ด้านบวกได้ดีโดดเด่นยิ่ง ๆ ขึ้นไป เด็กที่มีพื้นอารมณ์ไม่ดี ถ้าไม่ได้รับการเลี้ยงดูที่เข้าใจ ก็อาจจะไปกระตุ้นให้อารมณ์ที่ไม่ดีเหล่านั้นเติบโตจนฝึกรากลึก ไร้การควบคุม กลายเป็นปัญหาทั้งต่อตนเองและสังคมที่เกี่ยวข้อง แต่ถ้าพ่อแม่เข้าใจในธรรมชาติของเด็กก็ยังสามารถจะชดเชยหรือควบคุมส่วนที่ด้วยไม่ให้มีอิทธิพลหรือเป็นปัญหาในการดำเนินชีวิต

ขณะนี้ความฉลาดทางอารมณ์ (E.Q.) กำลังเป็นที่สนใจของบุคคลทั่วไป เพราะการศึกษาความฉลาดทางอารมณ์ ช่วยให้บุคคลมีความเข้าใจ และเริ่มตระหนักว่าการที่เราจะประสบความสำเร็จในด้านต่าง ๆ  เช่น การเรียน การทำงาน และการดำเนินชีวิตทางสังคม จะต้องอาศัยองค์ประกอบทางด้านความฉลาดทางอารมณ์ (E.Q.) ด้วย และเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะความฉลาดทางอารมณ์ (E.Q.) จะช่วยทำให้บุคคลเรียนรู้โดยตรงเกี่ยวกับเรื่องอารมณ์ สามารถเข้าใจ และจัดการอารมณ์ตนเองได้ และการเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นมีผลต่อการดำรงชีวิตในสังคม สามารถสื่อสารกันด้วยความเห็นอกเห็นใจ ตลอดจนมีแรงจูงใจที่จะกระทำสิ่งต่าง ๆ อย่างสร้างสรรค์ และที่สำคัญคือ คนที่เรียนรู้เรื่องอารมณ์ จะทำให้รู้จักการรักษาความสมดุลย์ระหว่างความมีเหตุผลกับอารมณ์ (คมเพชร : 2543)

 

3. เอ็มคิว M.Q.  : ความฉลาดทางจริยธรรมและศีลธรรม (Moral Quotient)

            ความหมายและความสำคัญ

            หมายถึง ระดับความฉลาดทางจริยธรรมและศีลธรรม เป็นความสามารถของบุคคลในการเรียนรู้และปฏิบัติตนในด้านจริยธรรม และศีลธรรม ตามกรอบประเพณีที่ดีงามของศาสนา วัฒนธรรมและค่านิยมของสังคมที่ตนอาศัยอยู่ ทั้งสามารถปฏิบัติต่อบุคคลอื่นภายใต้ข้อบัญญัติที่ดีงามเหล่านั้นด้วยจิตใจที่เต็มเปี่ยมด้วยความรักความเมตตา มีความประพฤติที่ชอบธรรม มีความปรารถนาดีต่อผู้อื่น อยากให้ผู้อื่นได้รับสิ่งที่ดี มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น มีจิตสงบวางเฉยไม่ยินดี ไม่ส่งเสริมต่อสิ่งที่จำทำลายคุณธรรมที่ดีงาม รู้จักนำหลักธรรมมาใช้ในการแก้ไขปัญหาสำหรับตนและบุคคลอื่นได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งให้ความสำคัญในเรื่องการพัฒนาจิตใจ ด้วยการปฏิบัติทางจิตให้สงบเป็นสมาธิสำหรับตนเองและชักชวนบุคคลอื่นให้ร่วมปฏิบัติอีกด้วย

            พัฒนาการของความฉลาดทางจริยธรรมและศีลธรรม

            ความฉลาดทางจริยธรรมและศีลธรรมของแต่ละคนซึ่งขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น

1.      กรอบประเพณีของศาสนา วัฒนธรรมและค่านิยมของสังคม

2.      ระดับของจริยธรรมและศีลธรรมของครอบครัวและสถานศึกษาที่ทำการกล่อมเกลา

3.      การฝักใฝ่ในการฝึกฝนพัฒนาตนทางด้านจริยธรรมและศีลธรรม

4.      ความสามารถทางด้านการพัฒนาจิตใจและสมาธิ

         

4. เอคิว A.Q.       : ความสามารถในการแก้ปัญหาของบุคคล (Adversity Quotient)

            ความหมายและความสำคัญ

AQ เป็นการวัดความสามารถในการจัดการกับปัญหาอุปสรรคและวิกฤติ ใครที่สามารถ จัดการได้ดีจะเป็นผู้นำ    และเป็นผู้ชนะหรือเจ้าของกิจการในโลกของปัจจุบัน  และอนาคต ใครที่มี AQ ดีจะสามารถ เปลี่ยน วิกฤติเป็นโอกาส (Dr. Paul G stolt )

เทคนิคการสร้าง AQ

AQ ความสามารถในการแก้ปัญหา / อุปสรรค เป็นกลไกลของสมอง เกิดจากการได้ฝึกฝนการแก้ปัญหาต่างๆ การทำอะไรด้วยตนเอง การละเล่น ทั้งประสบการณ์ที่ได้ผ่านมาในชีวิต ตั้งแต่เมื่อเยาว์วัย

การฝึกฝน

-    การมีปฏิสัมพันธ์กับสังคม

-    การฝึกทำกิจกรรมต่างๆ

-    สัมผัสกับชีวิตจริง ให้เด็กช่วยตัวเอง หัดทำงาน ตามวัย

-    ให้เด็กเผชิญกับอุปสรรคบ้าง  หัดให้แก้ปัญหาเองบ้าง

-    เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น เริ่มให้รู้จักช่วยงานพ่อแม่ ธุรกิจของพ่อแม่ หรือหรือแม้นแต่การรับจ้างทำงานใน ช่วงวัยรุ่น ฝึกหาประสบการณ์ตามที่ต่างๆช่วงหยุดปิดเทอม  ซึ่งเป็นการสร้างสมประสบการณ์

-    เอากรณีปัญหามาถกเถียงกันในห้องเรียนบ่อยๆ

 

หลักการสร้าง AQ

-          CONTROL มีสติ   ควบคุมเหตุการณ์/สถานการณ์ได้ ไม่วู่วาม

-          OWNERSHIP เราเป็นเจ้าของ ปัญหา

-          REACH คิดว่าปัญหาทุก อย่าง มีทางแก้ไข ไม่ใช่จบสิ้นแล้วทุกอย่าง

-          ENDURANCE มีความทนทาน อดทน ต่อปัญหาต่างๆ มองโลกในแง่ดี ไม่วู่วาม มองว่าชีวิตมีขึ้นๆลงๆ  และทุกปัญหาต้องมีทางแก้ไข  หากเราคิดเองไม่ตก ก็ปรึกษาผู้อื่น

-          TRAINING คือการได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่เยาว์วัย  ในการฝึกความอดทน อดกลั้น แข็งแกร่ง มีทักษะ  ในการแก้ปัญหาและเผชิญอุปสรรค ตามวัยและศักยภาพ

 

 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

เอกสารอ้างอิง

อริยะ  สุวรรณเกษัช. พัฒนา I.Q E.Q M.Q. และสมาธิ ด้วยพลังคลื่นเสียง. กรุงเทพฯ : มหาจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย,

                      2545.

จันทร์ชลี มาพุทธ. 2546.สร้าง IQ EQ AQ สำหรับเด็กปฐมวัย.วารสารศึกษาศาสตร์. 15 (มิถุนายน –ตุลาคม) : 5

จันทร์เพ็ญ  ชูประภาวรรณ. 2550[สิงหาคม,25]. Usability Interaction and Learning environment Theory for             

                    Everyone[Online] Available URL : http://gotoknow.org/useit/54194


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31