พิมพ์หน้านี้
|
1. ไอคิว I.Q. : เชาว์ปัญญา (Intelligence Quotient) ความหมายและความสำคัญ หมายถึง ความสามารถของบุคคลในการเรียนรู้ การปรับตัวต่อปัญหาอย่างเหมาะสม และความสามารถในอันที่จะทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมีจุดมุ่งหมายและมีคุณค่าทางสังคม สามารถคิดอย่างมีเหตุผล สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาการของเชาว์ปัญญา เชาว์ปัญญาเป็นสิ่งที่บุคคลแต่ละคนมีติดตัวมาแต่กำเนิดและพัฒนาสมบูรณ์ยิ่งขึ้นตามระดับอายุและสิ่งแวดล้อม เชาว์ปัญญาของแต่ละคนจะมีลักษณะที่สูงต่ำไม่เท่ากัน ซึ่งขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น 1. พันธุกรรมที่ได้รับการถ่ายทอดสืบต่อมาจากพ่อแม่ คนเราจะมีเชาว์ปัญญาดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับพันธุกรรม 80% สิ่งแวดล้อม 20% 2. ความสมบูรณ์ของสมองและระบบประสาท 3. สิ่งแวดล้อมที่ช่วยกระตุ้น และส่งเสริมให้บุคคลได้มีโอกาสเรียนรู้ เช่น อายุระดับอายุที่พัฒนาการของเชาว์ปัญญาถึงขั้นสูงสุด คือ ระหว่างอายุ 15-25 ปี เชาว์ปัญญาเมื่อพัฒนาถึงขั้นสูงสุดจะค่อย ๆ เสื่อมลงตามวัย แต่มีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป แทบสังเกตไม่ได้ การเสื่อมของเชาว์ปัญญา ในแต่ละด้านอาจเสื่อมเร็วและช้าไม่เท่ากัน ระดับเชาว์ปัญญา การจัดระดับเชาว์ปัญญาเป็นเพียงการแสดงการเปรียบเทียบให้ทราบว่าบุคคลหนึ่งมีความสามารถอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยสูงกว่าหรือต่ำกว่าระดับอายุ เมื่อเทียบกับบุคคลที่อยู่ในระดับอายุเดียวกัน เชาว์ปัญญา เป็นสิ่งที่สามารถกระตุ้น ส่งเสริมให้พัฒนาได้ ถ้าพ่อแม่มีความเข้าใจเด็กและช่วยกระตุ้น ส่งเสริมพัฒนาการทางเชาว์ปัญญาของเด็กอย่างถูกต้องและเหมาะสม ก็จะช่วยให้เด็กได้พัฒนาเชาว์ปัญญาของเขาเท่าที่มีอยู่อย่างเต็มที่ ระดับเชาว์ปัญญากับความสามารถรับการศึกษา ประกอบอาชีพ และการปรับตัว
2. อีคิว E.Q. : ความฉลากทางอารมณ์ (Emotional Quotient) ความหมายและความสำคัญ (Mayer and Salovey) : คือ ความสามารถของบุคคลในการที่จะไหวเท่าทันในความคิด ความรู้สึกและภาวะอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้ นอกเหนือจากการติดตามกำกับควบคุมได้แล้ว บุคคลพึงรู้จักจำแนกแยกแยะ และใช้ข้อมูลเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อชี้นำความคิดและการกระทำของตนเองโดยเป็นความสามารถในการรับรู้ ประเมิน และแสดงอารมณ์ออกมาได้อย่างเหมาะสม (ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต) : คือ ความสามารถทางอารมณ์ที่จะช่วยให้การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และมีความสุข ซึ่งโดยสรุปแล้ว กระบวนการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ (E.Q.) นำไปสู่การพัฒนาทักษะ 3 ด้านต่อไปนี้ 1. ทักษะทางอารมณ์ คือ - การรับรู้ ยอมรับ และการจัดการกับอารมณ์ของตนเอง - การควบคุมการหุนหันพลันแล่นและการสร้างความรับผิดชอบ - ลดการตึงเครียด - การสร้างความตระหนักเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างความรู้สึกกับการกระทำ - ทักษะในการเข้าใจและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น รู้จักให้แบ่งปันคนอื่น - รับรู้ ประเมิน และแสดงอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งเข้าใจอารมณ์และกระบวนการอารมณ์ได้ดี ซึ่งเป็นสิ่งที่ส่งเสริมความเจริญงอกงามของสุขภาพจิตและเชาว์ปัญญา 2. ทักษะในการใช้สติปัญญาในการแก้ปัญหา - การพูดคุยปรึกษากับตนเองหรือคิดโต้ตอบกับตนเอง - อ่านท่าทีและแปลความหมายได้ในสถานการณ์ต่าง ๆ และท่าทีของบุคคลที่ติดต่อด้วย รวมทั้งท่าทางและการสื่อภาษา - ใช้ขั้นตอนของการแก้ปัญหาและตัดสินใจอย่างมีระบบ - เข้าใจทุกข์ของผู้อื่น พิจารณาหาทางออกสำหรับทุกคน - ทักษะการมองชีวิตในแง่ดี สามารถตั้งความคาดหวังที่เหมาะสมจริงสำหรับตนเองได้ 3. ทักษะในการแสดงพฤติกรรมและการสื่อความหมายได้อย่างเหมาะสม - การแสดงด้วยท่าทาง สามารถเรียนรู้การแสดงออกที่เหมาะสมกับบุคคล เหตุการณ์ และกาลเทศะ - พฤติกรรมการใช้ภาษา เช่น การเขียน การพูด สามารถทำให้สื่อภาษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะนำไปสู่ความเข้าใจและเพิ่มพูนความสัมพันธ์ที่ดี ความฉลาดทางอารมณ์ (E.Q.) เป็นความสามารถทางด้านอารมณ์ ประกอบด้วย 2 ด้าน และ 5 องค์ประกอบคือ 1. ด้านส่วนบุคคล ประกอบด้วย 1.1 การตระหนักรู้ความรู้สึก อารมณ์ของตน หมายถึง ความสามารถที่จะรับรู้ และเข้าใจ ความรู้สึก ความคิดและอารมณ์ของตนเอง สามารถสำรวจตนเองรู้เท่าทันอารมณ์ของตนเอง ประเมินตนเองได้ตามความเป็นจริง รู้จุดเด่น จุดด้อยของตนเอง 1.2 การบริหารอารมณ์ของตน หมายถึง ความสามารถที่จะจัดการกับอารมณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม สามารถในการควบคุมตนเอง เป็นคนที่น่าไว้วางใจมีคุณธรรม มีความสามารถในการปรับตัว และมีความสามารถในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตได้ 1.3 การสร้างแรงจูงใจให้แก่ตนเอง หมายถึง การมองสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับตนเองในแง่ดี มีแรงจูงใจ พยายามปรับปรุงให้ดี มีความยึดมั่นกับเป้าหมายของกลุ่ม มีความคิดริเริ่ม สามารถเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคได้อย่างไม่ย่อท้อ จนสำเร็จตามเป้าหมาย 2. ด้านทางสังคม ประกอบด้วย 2.1 การรับรู้อารมณ์ของผู้อื่น หมายถึง รู้เท่าทันความรู้สึกและความต้องการของผู้อื่น สามารถเอาใจเขามาใส่ใจเรา ห่วงใยผู้อื่น ช่วยสามารถพัฒนาให้เขามีความรู้ความสามารถให้ถูกทาง ให้โอกาสผู้อื่น มองเห็นความแตกต่างของคน และไม่ถือเขาถือเรา 2.2 ความสามารถในการจัดการ สร้างและรักษาสายสัมพันธ์กับผู้อื่น หมายถึง ความสามารถในการติดต่อกับผู้อื่น สามารถแสวงหาความร่วมมือจากผู้อื่นได้ มีความสามารถโน้มน้าว จูงใจผู้อื่นได้ มีความเป็นผู้นำกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี สามารถบริหารความขัดแย้ง หาข้อยุติขัดแย้งได้อย่างเหมาะสม มีการทำงานเป็นทีม ร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมายได้ ปัจจัยหลักที่มีผลต่อความฉลาดทางอารมณ์ (กรมสุขภาพจิต) 1. พันธุกรรมและพื้นฐานทางอารมณ์ พันธุกรรม คือ ตัวกำหนดให้มนุษย์ทุกคนมีลักษณะพื้นอารมณ์ที่แตกต่างกันไปและพื้นอารมณ์ที่ติดตัวมาแต่กำเนิด ก็จะเป็นส่วนสำคัญที่กำหนดพฤติกรรมอารมณ์ บุคลิก นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมขณะอยู่ในครรภ์ ก็มีส่วนไม่น้อยต่อการสร้างพื้นอารมณ์ของลูก เช่น แม่ที่มักมีความเครียด อาจจะทำให้ลูกเป็นเด็กอารมณ์ไม่ดี ขี้โมโห เลี้ยงยาก ส่วนแม่ที่อารมณ์ดี มีความสบายกายสบายใจในขณะตั้งครรภ์ ก็มักจะได้ลูกที่เป็นเด็กเลี้ยงง่าย ร่าเริง 2. สภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดู พื้นอารมณ์ที่ถูกกำหนดโดยพันธุกรรม เป็นปัจจัยที่ติดตัวมาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ก็จริง แต่การเลี้ยงดูในสภาพที่เหมาะสมกับอารมณ์ก็สามารถจะช่วยพัฒนากล่อมเกลาและควบคุมพื้นอารมณ์ด้านลบได้ ขณะเดียวกัน ก็สามารถจะส่งเสริมพื้นอารมณ์ด้านบวกได้ดีโดดเด่นยิ่ง ๆ ขึ้นไป เด็กที่มีพื้นอารมณ์ไม่ดี ถ้าไม่ได้รับการเลี้ยงดูที่เข้าใจ ก็อาจจะไปกระตุ้นให้อารมณ์ที่ไม่ดีเหล่านั้นเติบโตจนฝึกรากลึก ไร้การควบคุม กลายเป็นปัญหาทั้งต่อตนเองและสังคมที่เกี่ยวข้อง แต่ถ้าพ่อแม่เข้าใจในธรรมชาติของเด็กก็ยังสามารถจะชดเชยหรือควบคุมส่วนที่ด้วยไม่ให้มีอิทธิพลหรือเป็นปัญหาในการดำเนินชีวิต ขณะนี้ความฉลาดทางอารมณ์ (E.Q.) กำลังเป็นที่สนใจของบุคคลทั่วไป เพราะการศึกษาความฉลาดทางอารมณ์ ช่วยให้บุคคลมีความเข้าใจ และเริ่มตระหนักว่าการที่เราจะประสบความสำเร็จในด้านต่าง ๆ เช่น การเรียน การทำงาน และการดำเนินชีวิตทางสังคม จะต้องอาศัยองค์ประกอบทางด้านความฉลาดทางอารมณ์ (E.Q.) ด้วย และเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะความฉลาดทางอารมณ์ (E.Q.) จะช่วยทำให้บุคคลเรียนรู้โดยตรงเกี่ยวกับเรื่องอารมณ์ สามารถเข้าใจ และจัดการอารมณ์ตนเองได้ และการเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นมีผลต่อการดำรงชีวิตในสังคม สามารถสื่อสารกันด้วยความเห็นอกเห็นใจ ตลอดจนมีแรงจูงใจที่จะกระทำสิ่งต่าง ๆ อย่างสร้างสรรค์ และที่สำคัญคือ คนที่เรียนรู้เรื่องอารมณ์ จะทำให้รู้จักการรักษาความสมดุลย์ระหว่างความมีเหตุผลกับอารมณ์ (คมเพชร : 2543)
3. เอ็มคิว M.Q. : ความฉลาดทางจริยธรรมและศีลธรรม (Moral Quotient) ความหมายและความสำคัญ หมายถึง ระดับความฉลาดทางจริยธรรมและศีลธรรม เป็นความสามารถของบุคคลในการเรียนรู้และปฏิบัติตนในด้านจริยธรรม และศีลธรรม ตามกรอบประเพณีที่ดีงามของศาสนา วัฒนธรรมและค่านิยมของสังคมที่ตนอาศัยอยู่ ทั้งสามารถปฏิบัติต่อบุคคลอื่นภายใต้ข้อบัญญัติที่ดีงามเหล่านั้นด้วยจิตใจที่เต็มเปี่ยมด้วยความรักความเมตตา มีความประพฤติที่ชอบธรรม มีความปรารถนาดีต่อผู้อื่น อยากให้ผู้อื่นได้รับสิ่งที่ดี มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น มีจิตสงบวางเฉยไม่ยินดี ไม่ส่งเสริมต่อสิ่งที่จำทำลายคุณธรรมที่ดีงาม รู้จักนำหลักธรรมมาใช้ในการแก้ไขปัญหาสำหรับตนและบุคคลอื่นได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งให้ความสำคัญในเรื่องการพัฒนาจิตใจ ด้วยการปฏิบัติทางจิตให้สงบเป็นสมาธิสำหรับตนเองและชักชวนบุคคลอื่นให้ร่วมปฏิบัติอีกด้วย พัฒนาการของความฉลาดทางจริยธรรมและศีลธรรม ความฉลาดทางจริยธรรมและศีลธรรมของแต่ละคนซึ่งขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น 1. กรอบประเพณีของศาสนา วัฒนธรรมและค่านิยมของสังคม 2. ระดับของจริยธรรมและศีลธรรมของครอบครัวและสถานศึกษาที่ทำการกล่อมเกลา 3. การฝักใฝ่ในการฝึกฝนพัฒนาตนทางด้านจริยธรรมและศีลธรรม 4. ความสามารถทางด้านการพัฒนาจิตใจและสมาธิ
4. เอคิว A.Q. : ความสามารถในการแก้ปัญหาของบุคคล (Adversity Quotient) ความหมายและความสำคัญ AQ เป็นการวัดความสามารถในการจัดการกับปัญหาอุปสรรคและวิกฤติ ใครที่สามารถ จัดการได้ดีจะเป็นผู้นำ และเป็นผู้ชนะหรือเจ้าของกิจการในโลกของปัจจุบัน และอนาคต ใครที่มี AQ ดีจะสามารถ เปลี่ยน วิกฤติเป็นโอกาส (Dr. Paul G stolt ) เทคนิคการสร้าง AQ AQ ความสามารถในการแก้ปัญหา / อุปสรรค เป็นกลไกลของสมอง เกิดจากการได้ฝึกฝนการแก้ปัญหาต่างๆ การทำอะไรด้วยตนเอง การละเล่น ทั้งประสบการณ์ที่ได้ผ่านมาในชีวิต ตั้งแต่เมื่อเยาว์วัย การฝึกฝน - การมีปฏิสัมพันธ์กับสังคม - การฝึกทำกิจกรรมต่างๆ - สัมผัสกับชีวิตจริง ให้เด็กช่วยตัวเอง หัดทำงาน ตามวัย - ให้เด็กเผชิญกับอุปสรรคบ้าง หัดให้แก้ปัญหาเองบ้าง - เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น เริ่มให้รู้จักช่วยงานพ่อแม่ ธุรกิจของพ่อแม่ หรือหรือแม้นแต่การรับจ้างทำงานใน ช่วงวัยรุ่น ฝึกหาประสบการณ์ตามที่ต่างๆช่วงหยุดปิดเทอม ซึ่งเป็นการสร้างสมประสบการณ์ - เอากรณีปัญหามาถกเถียงกันในห้องเรียนบ่อยๆ หลักการสร้าง AQ - CONTROL มีสติ ควบคุมเหตุการณ์/สถานการณ์ได้ ไม่วู่วาม - OWNERSHIP เราเป็นเจ้าของ ปัญหา - REACH คิดว่าปัญหาทุก อย่าง มีทางแก้ไข ไม่ใช่จบสิ้นแล้วทุกอย่าง - ENDURANCE มีความทนทาน อดทน ต่อปัญหาต่างๆ มองโลกในแง่ดี ไม่วู่วาม มองว่าชีวิตมีขึ้นๆลงๆ และทุกปัญหาต้องมีทางแก้ไข หากเราคิดเองไม่ตก ก็ปรึกษาผู้อื่น - TRAINING คือการได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่เยาว์วัย ในการฝึกความอดทน อดกลั้น แข็งแกร่ง มีทักษะ ในการแก้ปัญหาและเผชิญอุปสรรค ตามวัยและศักยภาพ ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เอกสารอ้างอิงอริยะ สุวรรณเกษัช. พัฒนา I.Q E.Q M.Q. และสมาธิ ด้วยพลังคลื่นเสียง. กรุงเทพฯ : มหาจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย, 2545. จันทร์ชลี มาพุทธ. 2546.สร้าง IQ EQ AQ สำหรับเด็กปฐมวัย.วารสารศึกษาศาสตร์. 15 (มิถุนายน ตุลาคม) : 5 จันทร์เพ็ญ ชูประภาวรรณ. 2550[สิงหาคม,25]. Usability Interaction and Learning environment Theory for Everyone[Online] Available URL : http://gotoknow.org/useit/54194 |
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||