| ภูพิมาน | ||
วันสบายๆ กับสาวๆ สวยๆ |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
สวัสดีค่ะ หายหัวอีกแล้วแม่คนนี้ ลูกสาวหายป่วยแล้วค่ะ แต่ตัวแม่เองสิค่ะกำลังแย่ จู่ๆ ก้อรู้สึกเหนื่อย หัวใจเต้นแรงมาก ปวดหัวนิดๆ หมดแรงฃะงั้น . 2-3 วันนี้เลยไม่ได้ผ่านไปเสนอหน้าที่บล็อกเลย ขอบคุณเพื่อนๆทุกท่านสำหรับความห่วงใยให้น้องปูเป้ ตอนนี้อัมยังรู้สึกเหนื่อยๆอยู่ ไว้ดีขึ้นมากกว่านี้ แล้วจะตามไปเยี่ยมนะคะ -+-+-+-+-+-+-+-++-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+ เอา Fw ดีๆ มาแบ่งกันอ่านค่ะ ![]() ทัศนคติบอด ชนะโทรไปบริษัทนี้เป็นหนที่สองในรอบสัปดาห์นี้ บริษัทนี้เป็นลูกค้ารายใหม่ . ที่เขากำลังติดตามเรื่องอยู่ เสียงของโอเปอร์เรเตอร์ซึ่งรับสายด้วยเสียงที่ . เป็นมิตรและอ่อนโยนกล่าวว่า' สวัสดีคะบริษัทเอบีซีอิงค์ ยินดีต้อนรับคะ . ' คุณชนะกล่าวว่า . ' ผมขอเรียนสายกับคุณสมจิตผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์หน่อยครับ ' . โอเปอร์เรเตอร์กล่าวทักขึ้นมาว่า ' นั่นคุณชนะใช่ไหมคะ' . ชนะรู้สึกแปลกใจความสามารถในการจดจำเสียงของพนักงานคนนี้ได้ . เขากล่าวตอบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความประทับใจ . ' ใช่แล้วครับ ขอบคุณที่จำได้ครับ ' . เธอกล่าวว่า' ยินดีคะ ดิฉันจะโอนสายให้นะคะ ' . หลังจากที่ชนะ สนทนาเรื่องงานกับสมจิตจบชนะจึงถามสมจิตขึ้นมาว่า . ' คุณสมจิต ผมขอชม พนักงานรับโทรศัพท์ของคุณหน่อยครับ เธอเก่งจริงๆเลย . ที่จำเสียงผมได้ เป็นการให้บริการที่เกินความคาดหวังของผมจริงๆเลยครับ . ผมเองไม่ได้เป็นลูกค้าประจำ และก็ไม่ได้โทรมาบ่อยๆ ขนาดที่เธอจะจำเสียง . ผมได้ด้วย เธอม ีเคล็ดลับอะไรครับ ' สมจิตพูดว่า . ' เธอชื่อเรณูคะ เธอได้รับคำชมอย่างนี้บ่อยๆ หากคุณฟังเรื่องของเธอ . มากขึ้นกว่านี้คุณจะ ยิ่งประทับใจ สนใ จฟังไหมละคะ' . ชนะรีบกล่าวตอบด้วยความกระตือรือร้นว่า . ' สนใจสิครับ ช่วยกรุณาเล่าให้ฟังหน่อยครับ ' สมจิตเริ่มต้นเล่าอย่างอารมณ์ดี . ' คุณเรณูเธอตาบอดคะ เธอจึงต้องอาศัยการฟังเพียงอย่างเดียว ทำให้เธอสามารถ . จดจำชื่อคน ได้ดี เธออาศัยอยู่ที่สมุทรปราการและมาทำงานที่ออฟฟิศนี่ . ซึ่งอยู่แถวดอนเมือง ซึ่งถือว่าไกลมากโดยเฉพาะสำหรับเธอ ซึ่งต้องเดินทาง . โดยรถเมล์เหมือนคนปกติ ส่วนใหญ่ก็ จะมีคนตาดีอย่างพวกเราที่คอยช่วยดู . สายรถเมล์ และส่งเธอขึ้นรถให้ เธอไม่เคยมาสายเลย และก็ไม่เคยเรียกร้อง . ขอรถรับส่งแต่อย่างใดไม่เหมือนพนักงานปกติของพวกเราหลายคน . ตอนที่เราย้ายสำนักงานจากในเมือง ต้องขอรถรับส่งให้ด้วยแถมหลายๆคน . ที่มีรถส่วนตัวก็ยังมาทำงานสาย พร้อมกับเหตุผลสารพัด . คิดแล้วอายแทนคนตาดีเลยคะ ' เธอหยุดเว้นจังหวะสักครู่ก่อนจะเล่าต่อว่า . ' คุณเรณูมีทัศนคติที่ดีมากๆกับงานของเธอ เธอเคยเล่าให้ดิฉันฟังว่าสำหรับเธอ . แล้วการรับโทรศัพท์ไม่ใช่งานแต่มันคือชีวิต เงินเดือนที่บริษัทให้กับเธอทำให้เธอ . สามารถเลี้ยงตัวเอง และครอบครัวได้อย่างดี นอกจากนี้เธอยังมีเงินเหลือกว่าครึ่ง . สะสมไว้อีก ที่จริงแล้วเพื่อนคนตาดีหลายคนเคยหยิบยืมจากเธอในยามฉุกเฉิน" . คุณเรณูกล่าวว่าบริษัทเรา เพื่อนร่วมงาน ลูกค้า และสังคมมอบโอกาสให้เธอได้ . พิสูจน์ว่าเธอมีคุณค่าและสามารถมีส่วนร่วมสร้างสรรค์ประโยชน์ให้กับสังคมได้ . เธอบอกว่าเธอพยายามทำงานของเธออย่างสุดความสามารถ ซึ่งรวมทั้งพยายามจำ . ชื่อของผู้ที่โทรเข้ามาด้วย เธอบอกว่าทุกคืนก่อนเข้านอน เธออยากรีบนอนไวๆ . เพื่อจะได้รีบตื่นขึ้นมาทำงาน เธออดใจรอจะมาทำงานไม่ไหว แหมอย่าหาว่าดิฉัน . บ่นเลยคะ แต่พวกตาดีๆอย่างพวกเรากลับภาวนาให้ถึงวันหยุดเร็วๆเสียนี่กระไร' . สมจิตจบเรื่องด้วยเสียงหัวเราะเบาๆอย่างคนอารมณ์ดี เมื่อชนะมาเล่าเรื่องนี้ให้กับผมฟังในรถระหว่างที่เราเดินทางไปพบลูกค้า . ที่นวนคร ผมจึงเสริมความเห็นของผมไปว่า . ' เราน่าจะเล่าเรื่องนี้ให้คนที่มาเข้าอบรม กับเราฟังบ้างนะ บ่อยครั้งเรามักจะได้ยิน . คนบ่นว่างานหนัก หรือไม่ก็ปัญหาเรื่องงานมีมาก . สิ่งที่คุณเรณูมีแตกต่างกับเรา ไม่ใช่ว่าเธอตาบอดหรอกครับ . ความจริงพวกเราต่างหากที่บอด เราทัศนคติบอดไงละ . เราได้รับสิทธประโยชน์ต่างๆมากมาย จากนายจ้างจนเคยชิน . กระทั่งมองไม่เห็นคุณค่าของสิ่งเหล่านั้น ยิ่งนานวันเรายิ่งเรียกร้องมากขึ้นโดย . เฉพาะช่วงปลายปีแบบนี้ในขณะที่คุณเรณูกลับมองแตกต่างกับเราอย่างสิ้นเชิง . บางคนเบื่องานจนอยากลาออกไปอยู่กับบ้านเฉยๆ มัน . ทำให้ผมนึกถึงคำพูดของ Dr. Denis Waitley ผู้แต่งหนังสือขายดีชื่อ . 'The psychology of winning' . เขายกรายงานวิจัยในอเมริกาที่บอกว่าผู้เกษียณอายุออกจากงานไป โดยไม่มี . ภารกิจอะไรทำมีอายุเฉลี่ยเพียงแค่เจ็ดปีเท่านั้น พวกเขาตายเพราะความรู้สึก . ด้อยคุณค่า หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่าเฉาตายนั่นเองครับ . เราบางคนมีโอกาสได้ทำงานในสิ่งที่ตนเองรักในขณะที่ คนจำนวนมาก ไม่มีโอกาสอย่างนั้น อย่างไรก็ตามเรามีสิทธิ ที่จะเปลี่ยนมุมมองโดย หันมารักและหลงใหลในสิ่งที่เราทำได้ โดยไม่ต้องรอให้ตาบอดแบบคุณเรณูก็ได้ ' ขอบคุณ FW จาก คุณอ้วน |