พิมพ์หน้านี้
|
ต่อจากเมื่อตอนที่แล้ว หลังจากที่ตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการโรงงานมีอันต้องยุบลงไป ผมก็ระเห็ดไปยังแผนกเล็กๆ ของโรงงาน แผนกบรรจุ
วันแรกที่ผมเดินเข้ามาแนะนำตัวในแผนกบรรจุ ซึ่งก็คุ้นเคยกันดีระดับหนึ่ง เพราะยังไงเสียผมก็เคยทำหน้าที่ผู้ช่วยผู้จัดการมาก่อน แต่ก็นั่นล่ะครับ รู้จักกันไม่ลึกซึ้งเท่าไรนัก ผมจะได้รู้จักลึกซึ้งก็ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
วันนี้เองผมได้เจอกับผู้จัดการฝ่ายผลิต อายุก็แก่กว่าผมเพียงปีเดียว!!! อีกแล้วครับ ปีเดียวอีกแล้ว แต่เอาก็เอา ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ผมคิดในใจ
ผมเห็นหน้าของผู้จัดการวันแรกก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ผู้จัดการมี ผมรู้สึกได้อย่างไรนะหรือครับ ก็หน้าของแกมันฟ้องออกมาซะขนาดนั้น
ผมขอเรียกแกว่าพี่สองก็แล้วกัน เพราะแกนับเป็นตัวละครเอกที่ยังต้องเจอกันอีกหลายครั้ง แกค่อนข้างเป็นพี่ชายที่แสนดี และสนิทกับผมมากเสียด้วย อีกทั้งพี่สองแกได้เลื่อนตำแหน่งมากกว่า 3 ครั้งในหนึ่งปีเชียว ดังนั้นจะให้เรียกแกว่าผู้จัดการฝ่ายบรรจุตลอดไปคงจะไม่ได้
หน้าของพี่สองในวันนั้นทำให้ผมเองรู้สึกถอดใจไปด้วย หน้าพี่สองซีดขาว ดวงตาแดงก่ำ มีน้ำเอ่อในตาเหมือนกำลังจะร้องให้ ริมฝีปากแห้ง แตก หน้าตาไร้อารมณ์ เหม่อลอย เหมือนกำลังขบคิดอะไรซักอย่าง ผมเดินเข้าไปหาพี่สอง แต่แกเหมือนไม่เห็นผม คงเพราะสมองของพี่แกยังคงมีเรื่องขบคิดมากมายไม่จบไม่สิ้น
ลองนึกภาพดูครับ ถ้าคุณเป็นผม วันแรกเจออย่างนี้จะทำยังไงต่อไปดี???
พอผมได้คุยกับผู้จัดการฝ่ายบรรจุผู้นี้ แกพูดคล้ายๆ ว่ากำลังจะลาออก สาเหตุก็เนื่องมาจากไม่สามารถควบคุมลูกน้องได้ แต่ก็นั่นละครับ อายุของผู้จัดการฝ่ายบรรจุนี้มากว่าผมปีแค่เดียว แต่ต้องรับผิดชอบควบคุมดูแล บริหารจัดการลูกน้องที่อายุคราวแม่
นี่กระมังครับเหตุผลที่หลายๆ บริษัทต้องระบุอายุของพนักงานในแต่ละตำแหน่ง เพื่อความเหมาะสมทางด้านวัยวุฒิ และดูมีบารมี มีคนเกรงใจบ้าง
เอาละผมจะขอเข้าเรื่องตำนานแผนกบรรจุนี้ก่อนเลย เพราะยังไงซะผมก็ทำงานที่นี่จนกระทั่งผ่านทดลองงาน ถึงแม้งานที่ผมรับผิดชอบนั้นจะดูค่อนข้างแปลกไปนิดก็เถอะ เหตุผลที่พี่สองแกทำหน้าตาเหมือนตกนรกทั้งเป็น ก็เพราะตำนานนี้ละครับ
แผนกนี้เดิมมีหัวหน้า ซึ่งทำหน้าที่เหมือนผู้จัดการฝ่ายบรรจุ เป็นผู้หญิง อายุรุ่นราวคราวเดียวกับแม่ผม น่าจะประมาณ 40 ขวบปี เห็นจะได้ หญิงคนนี้ชื่อพี่หนม เป็นคนที่เสียงดัง ปากร้าย ด่าเก่ง เวลาด่าก็จะไม่เกรงใจหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการฝ่ายบรรจุ หรือแม้กระทั่งผู้จัดการโรงงานก็เช่นกัน
ถ้าใครเรียนจบมาใหม่ๆ แล้วต้องมาทำงานกับหัวหน้าแบบนี้ก็พอทำเนา แต่ถ้าต้องไปทำงานกับลูกน้องแบบนี้ละครับ มันก็เป็นความซวย ขนพองสยองเกล้าอย่างหาที่สุดไม่ได้
ลองนึกภาพเพื่อนๆ เองยืนอยู่กลางโรงงานที่มีพนักงานกว่าสี่สิบคน ข้างหน้าของคุณห่างไปสองก้าว มีผู้หญิงรุ่นแม่ยืนเท้าเอว ปากก็เปล่งเสียงด่าคุณเป็นฉากๆ ด้วยเสียงอันดังสนั่นหวันไหว และเป็นคำพูดที่เสียดแทง กระทบกระแทกจิตใจคุณอย่างหนัก ผมว่าหลายๆ คนคงจะเตลิดเปิดเปิง ถ้าไม่ลาออกก็ขอถอยทัพกลับบ้านไปสงบสติอารมณ์ก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากันวันใหม่ อะไรทำนองนั้น
นี่ละครับเหตุผลที่ทำให้หน้าของพี่สองซีดเผือดเหมือนไก่ต้มแบบนั้น
พี่หนมจะออกอาการกลัว และเกรงใจคนอยู่เพียงสามคน คือ ประธานบริษัท รองประธานบริษัท และผู้จัดการทั่วไป ซึ่งในช่วงเวลานั้นบริษัทมีผู้จัดการทั่วไปเพียงคนเดียวเท่านั้น
ที่พี่หนมเป็นอย่างนี้ก็คงเนื่องมาจากบริษัทนี้ต้องใช้พนักงานที่มีเสียงดัง ดุ เพื่อเร่งเร้า หรือกระตุ้นพนักงานให้ทำงานได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ ไม่กล้าอู้ หรือทำงานไม่เต็มที่ ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้กันมานานกว่าสิบปี แล้วก็เป็นวิธีการที่ดูเหมือนจะได้ผลเสียด้วย
ที่สำคัญผมเองได้ทราบภายหลังว่าพี่หนมเคยเป็นผู้จัดการฝ่ายบรรจุมาก่อน เคยควบคุมแผนกหลายแผนก เรียกได้ว่าเคยเป็นเบอร์ 2-3 ของโรงงานมาก่อน แต่ภายหลังคงจะประสบกับมรสุมใหญ่ จึงทำให้ระเห็ดมาอยู่ในตำแหน่งเล็กๆ แบบนี้
"ในความคิดของผมแล้ว การควบคุมการทำงานในสายการผลิต ด้วยการดุ ด่า ให้ได้อาย หรือว่าจะเป็นการควบคุมด้วยน้ำเสียง เร่งเร้าอารมณ์ของพนักงาน เป็นการทำงานที่ล้าหลังมากแล้วสำหรับปัจจุบัน เพราะทางเลือกของแรงงานมีมากกว่าสมัยก่อนมากมายหลายเท่า ที่สำคัญยังไงเสียพนักงานก็เป็นคนครับ มีความคิดความอ่านเป็นของตนเองทุกคน ถึงจะแตกต่างกันไปตามประสบการณ์ของแต่ละคนก็ตาม"
ผมไม่ได้บอกว่าการดุด่าว่ากล่าวทำไม่ได้ แต่จะเป็นการดี หากผู้บริหาร หรือหัวหน้างานมีความเคารพในลูกน้องบ้าง ก็ควรดุด่าว่ากล่าวกันอย่างเป็นการส่วนตัว หรือในที่ลับ เพราะคนที่ทำความผิด ทำงานผิดพลาด ในใจของเค้าเองลึกๆ แล้วก็รู้สึกผิด และอายเป็นอย่างมากอยู่แล้วครับ อย่างว่าละครับ ไม่มีใครที่ไหนอยากทำงานผิดพลาด ไม่มีใครที่ไหนอยากทำงานห่วยแตก!!!
ผมจึงไม่แปลกใจเลยที่พี่สองของผมตั้งใจจะลาออก หลังจากที่ผมได้เห็นฤทธิเดชพี่หนมแบบเต็มๆ สองตาของตัวเอง
เวลาพี่หนมแกด่าหน้าตา แววตา ท่าทาง และน้ำเสียงของพี่หนมสุดจะบรรยายจริงๆ ครับ ถ้าเป็นผมโดนพี่หนมด่าแบบพี่สองละก็ ผมคงจะได้ลาออกวันนั้นเลยแน่ๆ
มีอยู่วันหนึ่งที่พี่หนมแกระเบิดอารมณ์อย่างรุนแรงใส่พี่สอง วันนั้นผมคิดได้อย่างเดียวเลยว่า ผมต้องได้ผู้จัดการฝ่ายบรรจุคนใหม่แน่นอน เพราะผมคิดว่าพี่สองของผมแกคงแพ้ศึกใจคราวนี้แน่นอน
แต่ผมคิดผิด!!! ผมเขียนตอนนี้มาค่อนข้างยาวมากแล้ว เอาไว้ผมจะมาลงตอนหน้าในสามสี่วันนี้นะครับ ขอบคุณครับ
|
| ภาพหนีเที่ยวตรังสมัยเรียนมหาวิทยาลัยขอนแก่นครับ | ||
ตอนนั้นหนีเที่ยวตรัง ไม่ค่อยมีเงินเท่าไรนัก เลยจัดทัวร์ประหยัด ไปกัน 5 คน ไปรถไฟชั้นประหยัดครับ สุดยอดทรมาน แต่ทนได้เพราะยังหนุ่มอยู่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า |
||
|
View All |
||
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |