พิมพ์หน้านี้
|
สวัสดีครับ หายหน้าหายตาไปนาน ผมขอต่อเรื่องราวประสบการณ์การทำงานจาก Chapter 9 กันเลยนะครับ ด้วยผลงานการบริหารสายการผลิตทั้งสี่สายการผลิตที่โดดเด่นนี้ ประธานบริษัทก็ต่อสายตรงถึงผม และเอ่ยปากชวนให้ผมไปดูแลสายการผลิตที่อำเภอเมืองแทน โรงงานที่อำเภอเมืองนี้เป็นโรงงานที่เป็นสาขา เราเรียกกันว่า ฝ่ายโรงงาน7 ท่านประธานเสนอเงินเดือนเพิ่มอีกครับ แหม... ล่อใจกันด้วยวิธีนี้ผมก็เสร็จสิครับ จริงๆ แล้วภายหลังผมเพิ่งมาทราบว่ามีพี่ๆ ในบริษัทฯ ทำตัวเป็นเจ๊ดันนะครับ ผมเลยได้มาทำงานที่สาขา ที่ผมเขียนชื่อตอนว่า เลื่อนตำแหน่ง!!! ความรับผิดชอบที่มากขึ้นมากมาย ทั้งนี้ก็เพราะว่า ไอ้ที่ผมเจอหลังการเลื่อนตำแหน่ง เป็นอะไรที่หนักจริงๆ ครับ ตอนนั้นเองผมบอกได้เลยว่า ผมลืมเรื่องเงินเดือนไปเลย ผมว่ามันไม่คุ้มน่ะครับ หลายคนคงสงสัยว่า ผมเลื่อนตำแหน่ง แล้วคนเดิมล่ะไปไหนเสีย??? ผู้จัดการโรงงานคนเดิม เป็นผู้หญิงครับ ทำงานเก่ง มีประสบการณ์ในการทำงานสายงานนี้มากว่า 10 ปี (ผมประสบการณ์ น้อยกว่าเป็น 10 เท่า ประสบการณ์ในสายงานของผมก็ 4 เดือนพอดิบพอดีเลยครับ) พี่ๆ ของผมที่เล่นบทเจ๊ดัน คงลืมนึกถึงเรื่องนี้ไป ผมเองก็ลืมเหมือนกันครับ ผู้จัดการโรงงานคนเดิมเด้งฟ้าผ่า เพราะว่าเดินเกมพลาด บริหารงานผิดพลาด ทำให้งานเสร็จไม่ทันส่งออก เสียหายไปหลายล้านบาท ประธานบริษัทผู้เป็นเจ้าของเงินก็เลยทนไม่ได้ เพราะเงินไม่ใช่น้อยๆ การเด้งจึงเป็นการช่วยลดดีกรีความโกรธ และระบายความเครียดให้กับท่านประธานลงไปได้บ้าง หมายความว่าอย่างไรหรือครับ ก็หมายความว่า ผมรนหาที่นะสิครับ ลองมานั่งคิดๆ ดูตอนนี้ โรงงานสาขานี่ มัน เผือกร้อน ชัดๆ!!!! มิน่าถึงได้มี เท้าล่องหน ถีบผมมาไกลได้ถึงสาขา เอาละครับ เข้าเรื่องราวความเข้มข้นของการทำงานที่นี่กันเลยดีกว่า ฝ่ายโรงงาน 7 มีสายการผลิตอยู่ทั้งหมด 8 สายการผลิต มีแผนกการเงิน การบัญชี แผนกทรัพยากรบุคคล ฝ่ายบรรจุ และคลังพักสินค้าในโรงงานทั้งหมด ดังนั้นขอบข่าย และงานในการบริหารของผมจึงเปลี่ยนจากการบริหารสายการผลิตอย่างเดียวไปเป็นการบริหารโรงงานทั้งโรงงานจริงๆ วันแรกที่ผมเข้าไปในโรงงาน 7 ผมคิดว่ามันไม่ใช่โรงงานธรรมดาเลย เพราะมันรก ไม่รู้งานออเดอร์ไหน เป็นออเดอร์ไหน ไม่รู้ว่าสายการผลิตเริ่มตรงไหน สิ้นสุดตรงไหน ที่สำคัญ ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร!!!! วันแรกที่ก้าวเข้าไปในโรงงาน ก็จะมีการแนะนำตัวทีมงานของโรงงานในห้องประชุมโรงงาน ซึ่งมีทั้งหัวหน้าสายการผลิต รองหัวหน้าสายการผลิต ซุปเปอร์ไวเซอร์ และผู้ช่วยผู้จัดการโรงงานของผมอีกสองคน หนึ่งในสองผู้ช่วยของผมเป็นคนที่ผมเคยมีปากเสียงด้วยมาก่อนในการประชุมที่โรงงานใหญ่ ใจผมจึงหวั่นๆ ว่าผมเองจะไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ ยิ่งหากผู้ช่วยผมคนนั้นเป็นคนจำพวก แค้นฝั่งหุ่น ผมคงจะล้มเหลวเร็วขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าแน่นอน แต่หลังจากการประชุมแล้วผมก็สัมผัสได้ถึงความเดือดเนื้อร้อนใจของผู้ช่วยของผมทั้งสองคน ภาพที่ผมเห็นก็คือความพยายามที่จะหาหนทางที่จะนำพาให้พวกเขาพ้นจากบรรยากาศการทำงานเครียดๆ นี้ไปซะที ถ้าจะให้บอกออกมาเป็นคำพูดก็คงจะประมาณว่า ผู้จัดการค่ะ ช่วยๆ เร่งแก้ปัญหาแล้วพาพวกชั้นออกไปจากนรกนี้ซะทีเถอะ!!! ผมเห็นสภาพแบบนั้นแล้วนอนไม่หลับอยู่หลายคืน ผมใส่ความพยายามในสองสามเดือนแรกค่อนข้างสูงมาก ป่วยก็ไม่เคยหยุดงาน อย่างมากก็หยุดครึ่งวันเช้า แต่มือถือไม่เคยปิด เปิดตลอด 24 ชั่วโมง เพราะว่าผมเองเป็นคนเดียวที่ต้องตัดสินใจ และแก้ปัญหาทุกอย่างในช่วงแรกๆ นี้ ที่เป็นอย่างนั้นก็คงเพราะว่าภาพการเด้งฟ้าผ่าของผู้จัดการคนเก่ายังคงติดตราตรึงใจของทุกคนอยู่ ทำให้จะขยับอะไร ก็ไม่กล้า ดังนั้นวิธีการลดความกดดันที่ง่ายที่สุด คือ ผลักภาระทุกอย่างมาไว้ที่ผมคนเดียว ผมเองก็เกือบตายเหมือนกัน เพราะเรื่องบางเรื่องสำหรับผมมันเป็นการตัดสินใจที่ใหญ่เกินตัวทีเดียว ก็ต้องทำใจดีสู้เสือ ตัดสินใจเองก็ต้องพร้อมที่จะรับผิดชอบเอง แค่คิดให้รอบคอบหน่อยก็ทำให้ผมสบายใจขึ้นระดับหนึ่ง กลายเป็นว่าผมเป็นคนที่คิดได้เป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น สถานการณ์นี่สร้างวีระบุรุษได้จริงๆ นะครับ ไอ้ที่ว่าต้องตัดสินใจเองบ้าง ก็แหง๋ละครับ จะให้ผมขออนุมัติประธานบริษัททั้งหมดก่อนจะทำอะไรก็คงเป็นไปไม่ได้ ทุกอย่างมันจะช้า และจะถูกจับตามองมากเกินไป ทำให้การทำงานไม่เป็นธรรมชาติ ไม่คล่องตัว ไม่ลื่นไหล กลายเป็นว่าจุดสนใจต่างๆ จะมามุ่งสนใจที่กระบวนการทำงาน แทนที่จะมุ่งสนใจที่ผลลัพธ์ของการทำงานมากกว่า (เจ้านายส่วนใหญ่เป็นซะอย่างงี้ละครับ ชอบสนใจรายละเอียดมากซะจนกระทบกับผลลัพธ์ที่ควรจะได้) ไอ้คำว่าปวดหัวเพราะความเครียด ผมก็เพิ่งเคยลิ้มรสที่นี่ละครับ รสชาติมันหอมหวนเกินห้ามใจจริงๆ ไม่นานผมก็ชิน และก็รู้สึกว่าความกดดัน กับความรับผิดชอบนั้นเป็นของคู่กัน ผมกินยาแก้ปวดหัวแบบวันเว้นวันเชียวครับ กลัวตับพังอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่มีทางเลือกครับ ได้แต่หวังว่า ความวุ่นวายในโรงงานคงจะหายไปซะที หลังจากที่เราทุ่มเทกำลังลงไปแล้วมากมาย ผมยึดแนวทางการทำงานเหมือนเดิม สูตรสำเร็จเดียวกับการพัฒนาองค์กรฝ่ายโรงงาน 8 ก็คงเหมือนกับที่ใครหลายๆ คนพูดไว้ มีความเป็นไปได้สูงที่ผู้บริหารคนเดิมจะนำเอาวิธีการที่ตนเองเคยทำ และประสบความสำเร็จมาใช้กับองค์กรอื่นๆ อีก ซ้ำๆ ไม่ว่าวัฒนธรรมองค์กร หรือสิ่งแวดล้อม และปัจจัยต่างๆ จะแตกต่างกันอย่างสุดขั้วก็ตาม ผมก็เป็นอย่างนั้นละครับ ทายซิครับ ว่าผมเจออะไรบ้าง และผมประสบความสำเร็จกับโรงงานสาขานี้หรือไม่????? ไว้คราวหน้าค่อยว่ากันครับ |
| ภาพหนีเที่ยวตรังสมัยเรียนมหาวิทยาลัยขอนแก่นครับ | ||
ตอนนั้นหนีเที่ยวตรัง ไม่ค่อยมีเงินเท่าไรนัก เลยจัดทัวร์ประหยัด ไปกัน 5 คน ไปรถไฟชั้นประหยัดครับ สุดยอดทรมาน แต่ทนได้เพราะยังหนุ่มอยู่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า |
||
|
View All |
||
| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||