• kussons
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kutson007@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-09
  • จำนวนเรื่อง : 37
  • จำนวนผู้ชม : 11263
  • จำนวนผู้โหวต : 41
  • ส่ง msg :
more
KUSSONS / คัดสรร
ศึกษาด้วยการอ่าน แบ่งปันด้วยการเขียน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kussons
วันจันทร์ ที่ 28 มกราคม 2551
Chapter 14 ผจญวิบากกรรมเมื่อเป็นเจ้าของกิจการ ตอนที่ 1
Posted by kussons , ผู้อ่าน : 406 , 23:39:46 น.  
พิมพ์หน้านี้


ต่อจากเมื่อตอนที่แล้ว ความสำเร็จหลายๆ อย่าง ทำให้ผมหลงไปกับมันจริงๆ การตัดสินใจต่างๆ จึงอยู่บนพื้นฐานของความคิดในด้านบวกทั้งหมด คิดว่าอะไรๆ ก็คงง่าย และเป็นไปตามที่ผมคิดไปซะหมด

และเมื่อผมได้พบธุรกิจๆ หนึ่งที่น่าสนใจมากสำหรับผมในตอนนั้น และผมฝันทันทีว่าจะรวยได้แน่ๆ หากทำธุรกิจนี้

ความคิดที่จะทำธุรกิจนี้มาจากลูกพี่ลูกน้องของผมเอง เป็นพี่ชายที่เป็นญาติห่างๆ ที่ไม่ได้เจอกันมากว่า 8 ปีแล้ว

พี่ชายเป็นช่างผลิตงานฝีมือ เรียกได้ว่าเป็นงานละเอียด และใช้ความชำนาญ บวกกับความคิดที่เป็นระบบ สร้างงานที่สุดยอดออกมาเสมอๆ

พี่ชายผมคนนี้ทำงานอยู่กับเจ้านายชาวสิงคโปร์ เรียกได้ว่าเป็นมือหนึ่งของบริษัทนี้เลยก็ว่าได้

เจ้านายชาวสิงคโปร์ถึงกับออกปากชวนพี่ชายผมให้หาเงินมาร่วมทุนกันกับเจ้าของ เพื่อให้เป็นเจ้าของร่วมกัน ให้เพื่อนๆ เดาก็คงไม่ยากใช่ไหมครับ ว่าผมกับพี่ชายตอบโอเค หรือ เซโน????

พี่ชายปฏิเสธ และชวนผม และญาติๆ เปิดบริษัทกันเอง พี่ชายมั่นใจมากๆ ว่าจะสามารถรวยได้จริงๆ หากเปิดบริษัทเอง

ผมเองก็คิดเช่นนั้น จึงพยายามโน้มน้าวญาติพี่น้องให้นำเงินสดมาลงทุนกับผม และพี่ชาย ผู้บริหารบริษัท ก็ผม กับ พี่ชาย สองคนนี่ละครับ

เริ่มแรก เราใช้เงินไปกว่า 50% เพื่อซื้อเครื่องจักร (ภายหลังพบว่าตัดสินใจผิดพลาดอย่างมาก เพราะไปซื้อเครื่องจักรเก่าที่ต้องพึ่งฝีมือคนงาน แทนที่จะซื้อเครื่องจักรที่เป็นเครื่องจักรทันสมัย อาศัยคอมพิวเตอร์ในการควบคุมแทนคนงาน)

เงินอีก 40% หมดไปกับเครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์อ็อฟฟิศ และอะไรๆ มากมายที่ไม่น่าจะรีบซื้อ หรือรีบสร้างมากนัก

ที่ผมและพี่ชายลืมคิดไปหนึ่งเรื่อง คือ เรื่อง “เงินสดหมุนเวียน” หัวใจสำคัญของธุรกิจคือ “เงินสดหมุนเวียน” ครับ

ผมรู้ซึ้งแล้วถึงความจริง และความสำคัญของไอ้เจ้า “เงินสดหมุนเวียน” นี้

ยิ่งในธุรกิจที่การจ่ายเงินเป็นเครดิตด้วยแล้ว ยิ่งสำคัญมาก เพราะลูกค้าต้องการเครดิต เราก็ต้องยอมรับเงื่อนไข ทำไมนะหรือครับ ก็บริษัทอื่นเค้าให้กัน แล้วบริษัทผมไม่ให้ ก็เป็นอันไม่ได้ออร์เดอร์น่ะสิครับ

อีกอย่างบริษัทไม่มีออร์เดอร์ ก็ต้องขาดเงินสดหมุนเวียน หากไม่รับงาน ก็ต้องเจอกับสภาพเงินฝืดอีกเดือนแน่นอน

ผลกระทบมาจากการขาดเงินสดหมุนเวียน บีบให้ผมและพี่ชายต้องยอมรับงานที่เท่าทุนบ้าง งานขาดทุนบ้าง หรือแม้จะมีกำไร ก็แสนจะน้อยนิด เพราะเราเลือกงานไม่ได้ มีอะไรต้องคว้าไว้กันก่อน ยังไงๆ หาเงินเดือนมาจ่ายลูกน้องก่อนก็ยังดี

นับเป็นการกระทำที่ผิดพลาดมาก เพราะงานขาดทุน งานเท่าทุน ช่วยให้มีสภาพคล่องขึ้นมาบ้างก็จริง เพราะมีเงินสดเข้ามาบ้าง แต่คำว่าขาดทุน และเท่าทุนก็ทำให้บริษัทประสบปัญหาทางด้านการเงินในเวลาต่อมาอีกจนได้

พี่ชายผมเป็นช่างฝีมือที่เก่งมาก ทั้งชาวสิงคโปร์ ชาวไทย ชาวญี่ปุ่นต่างรุมล้อม เพื่อจะขอซื้อตัวไปทำงานด้วย บางคนเสนอเงินเดือนกว่า 60,000 บาท แต่สุดท้ายพี่ชายทิ้งบริษัทไปไม่ได้

ถึงพี่ชายผมจะเป็นช่างที่เก่ง แต่เรื่องการตลาดไม่ค่อยดีเท่าไรนัก นี่ละครับ ปัญหาใหญ่ที่สองที่ผมเจอ ปัญหาเรื่อง “การตลาด” 

เราสองคนหลงไปกับการเอ็นเตอร์เทนลูกค้า ให้ราคาต่ำกว่าเจ้าอื่นบ้าง เสนอเวลาผลิตที่สั้นกว่าบ้าง โดยคิดคำนวณกับแบบตึงๆ มีไอ้ที่เผื่อๆ น้อยมาก

เพราะผมคิดว่าลูกค้าที่ไหนก็ชอบ ราคาถูก รวดเร็ว และมีคุณภาพ

แต่การกระทำของผมกับพี่ก็เหมือนฆ่าตัวตาย ระยะเวลาทำงานที่สั้นเกินไป เราเองทำงานไม่ทัน ต้องขอเลื่อนลูกค้าอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เครดิตเรื่องเวลาของเราเสียไป

อย่างที่สอง เวลาที่เร่งมากๆ ทำให้พี่ชายไม่สามารถลงลายละเอียด ไม่สามารถให้เวลากับความคิดได้มากนัก ทำให้งานเรามีปัญหาบ่อย ต้องตามแก้ ตามซ่อมจนกว่าจะใช้งานได้ นั่นก็ทำให้เราเสียเครดิตด้านคุณภาพไป และที่สำคัญ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างการตามแก้ ตามซ่อม ลูกค้าไม่มีหน้าที่ต้องจ่าย นั่นก็หมายความว่าผมต้องไปหั่นงบตัวเอง ซึ่งก็คือ ขาดทุนบ้าง กำไรหดบ้าง หรือไม่ก็ เท่าทุนบ้าง

ส่วนเรื่องราคา ที่เราคิดว่าเป็นจุดเด่นของเรา ก็กลายเป็นว่า ลูกค้าไม่สนใจเรื่องราคา ทำไมนะหรือครับ ก็ถ้าเป็นผม ราคาถูกแสนถูก แต่ทำงานไม่ตรงเวลา ไม่มีคุณภาพ ผมก็ไม่ทำงานด้วยหรอกครับ จริงไม๊ครับ????

หลายๆ คน หากเคยผ่านการเริ่มต้นเป็นเจ้าของกิจการที่ต้องมาสร้างตลาดใหม่ ต้องมาสร้างระบบบริษัทใหม่ ต้องมาสร้างทีมงานใหม่ และต้องมาสร้างระบบการเงิน และบัญชีใหม่ ก็คงพอเข้าใจที่ผมเขียนเล่ามาข้างต้นทั้งหมดไม่มากก็น้อย

ผมขอย้ำว่าการก่อร่างสร้างกิจการขึ้นมาใหม่ มันคนละโลกกับการทำงานในโรงงาน หรือบริษัทใหญ่ๆ ที่มีระบบอยู่แล้ว ต่อให้ประสบความสำเร็จมากๆ ในบริษัทใหญ่ๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะประสบความสำเร็จเมื่อออกมาประกอบกิจการเอง

เพราะบริษัทเล็กๆ หรือบริษัทที่เงินทุนหมุนเวียนน้อยๆ ต้องตัดต้นทุนในการรันระบบออกไป แต่ต้องอาศัยเจ้าของที่กิจการต้องทำเป็นทุกอย่าง และต้องเข้าใจทุกอย่างในบริษัท ทุกเรื่อง ไม่เว้นแม่แต่เรื่อง “ค่าเก็บขยะ” หรือ “ค่าดูดส้วม”

ความผิดพลาดที่ผมและพี่ชายทำตอนเริ่มต้นนี้ ทำให้การบริหารบริษัทหลังๆ ยิ่งยากขึ้นไปอีก เพราะสภาพบริษัทแย่ซะยิ่งกว่าเริ่มใหม่เสียอีก ลมพัดผ่านเบาๆ ก็เหมือนมรสุมลูกมหึมา!!!!

จริงๆ แล้ว ถ้าให้เงินทุนผมเท่าเดิมเท่ากับตอนที่ผมเปิดบริษัทใหม่ๆ ผมพูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า “ผมรวยแน่ๆ” แต่อย่างว่าละครับ ยังไงๆ เราก็ย้อนเวลาไปไม่ได้อยู่แล้ว เงินก็หมดไปแล้วซะด้วย!!!!!

เอาละครับ ผมจะมาเล่าต่อตอนหน้านะครับ ว่าผมจะทำอย่างไรต่อไป และเกิดอะไรกับบริษัทผมอีก????


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9
chedtha วันที่ : 05/02/2008 เวลา : 06.52 น.
http://www.oknation.net/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)

ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่าจากประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา
เป็นบทเรียนทางอ้อมให้ผู้อ่านได้เป็นอย่างดี
ความคิดเห็นที่ 8
อ.หนุ่ย วันที่ : 03/02/2008 เวลา : 17.07 น.
http://www.oknation.net/blog/nuiblog

ธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่ายดายเนอะ
ความคิดเห็นที่ 7
คุณนายจำเป็น.. วันที่ : 03/02/2008 เวลา : 15.06 น.
http://www.oknation.net/blog/ClubOffit

ช้ำทุกวันนี้
ความคิดเห็นที่ 6
nawa วันที่ : 29/01/2008 เวลา : 20.56 น.
http://www.oknation.net/blog/nasa
อารีน่า

สวัสดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 5
kussons วันที่ : 29/01/2008 เวลา : 20.22 น.
http://www.oknation.net/blog/kussons

คุณบี ไว้จะไปตามนะครับ

คุณธวัช (ขออภัยหากเขียนชื่อผิด) ผมชอบจริงๆ ที่เพื่อนคุณบอก มันเป็นจริงอย่างว่าละครับ ไอ้ที่แน่นอนคือรายจ่าย ไอ้ที่ไม่แน่นอน ต้องรอลุ้นก็รายรับนั่นละครับ


ความคิดเห็นที่ 4
Giftyourlife วันที่ : 29/01/2008 เวลา : 15.22 น.
http://www.oknation.net/blog/giftyourlife

เข้ามาครั้งแรก
ตั้งใจจะเข้ามาทวงเรื่อง

แต่เข้ามาแล้วได้อ่านเลย
คุ้มค่ากับการรอคอย
น่าสนใจทั้ง "คำ" และ "ความ" ครับ

มีเพื่อนผมคนหนึ่งซึ่งเคยเป็นเจ้าของกิจการที่ต้องลงทุนเอง
เขาบอกว่า "เจ้าของกิจการ" มีอย่างหนึ่งที่แน่นอนคือ
"รายจ่าย" ส่วน "รายรับ" ต้องรอ "ลุ้น" ครับ
ความคิดเห็นที่ 3
TaTee วันที่ : 29/01/2008 เวลา : 12.14 น.
http://www.oknation.net/blog/poo

เป็นประสบการณ์ที่มีค่ายิ่ง
ของคุณที่นำมาเล่าให้ฟังครับ
ความคิดเห็นที่ 2
วิตามินบี วันที่ : 29/01/2008 เวลา : 03.31 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


ตอนต่อไป
อย่าลืมไปตามนะคะ
กลัวพลาดไม่ได้อ่าน
ความคิดเห็นที่ 1
วิตามินบี วันที่ : 29/01/2008 เวลา : 03.29 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


ลมพัดผ่านเบาๆ ก็เหมือนมรสุมลูกมหึมา!!!!

ชอบประโยคนี้ค่ะ ทำให้เห็นภาพเลยว่าวิกฤตขนาดไหน
อ่านประสบการณ์ชีวิตการทำงานของคุณแล้ว
ไม่เคยผิดหวังเลย
เหมือนได้ดูหนังชีวิตเรื่องยาวซักเรื่องนึง
นี่ถ้าเอาเมนเรื่องของคุณมาเขียนเป็นละครแล้วใส่สีตีไข่
เข้าไปให้เข้มข้นกว่านี้ คงสนุกแน่
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



วันนี้คุณคิดว่าคุณยืนอยู่ตรงไหนในสังคมเมืองไทย ????
ฝั่งเสื้อเหลือง
0 คน
ฝั่งเสื้อแดง
0 คน
ฝั่งเสื้อขาว
1 คน
ยังไม่ติดสินใจ
1 คน

  โหวต 2 คน