พิมพ์หน้านี้
|
เมื่อเริ่มเป็นเจ้าของกิจการ ผมพยายามเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับบัญชี ภาษี ประกันสังคม ใบกำกับภาษี การขายของติด VAT 7% และการเครดิต VAT การหักภาษี ณ ที่จ่าย การเสียภาษีประจำปี กฎหมายแรงงาน กฎหมายจ้างงาน กฎหมายบริษัท กฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อะไรหักค่าใช้จ่ายได้ อะไรหักไม่ได้???? อะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย จากที่เคยคิดว่าคู่แข่งของผมมีไม่กี่บริษัท เปล่าเลย ผมพบว่ามีบริษัทที่เปิดทำธุรกิจแบบเดียวกับผมอีกกว่า 100 บริษัท ทั้งสัญชาติไทย ญี่ปุ่น และตะวันตก ส่วนตลาดที่เค้าแบ่งๆ กันไว้ 3 ระดับ ตั้งแต่ตลาดระดับบน ตลาดระดับกลาง และตลาดแดงเดือดระดับล่าง ไอ้ที่ว่าร้อยกว่าบริษัทข้างต้น ต่างก็กระจายกันอยู่ในตลาดทั้งสามระดับครบถ้วน (บริษัทผมเป็นบริษัทที่จัดอยู่ในระดับกลางค่อนมาทางล่าง เพราะราคาไม่สูงนัก) เมื่อทำกิจการได้ประมาณ 9 เดือนเศษ ผมและพี่ชายตัดสินใจมองหาเครื่อง CNC เพื่อเพิ่มความสามารถในการผลิต เราสองคนตั้งงบประมาณไว้ที่ 800,000 บาท หลังจากนั้นก็เริ่มตระเวนหาเครื่อง CNC ตามเต๊นเครื่องจักรมือสอง เราสองคนไปดูเครื่องได้ประมาณ 4-5 เครื่อง สุดท้ายมาลงเอยกับนายหน้าขายเครื่อง CNC มือสอง ราคา 1,300,000 บาท สูงกว่างบประมาณที่ตั้งไว้กว่า 500,000 บาท เงื่อนไขการซื้อเครื่องจักรก็ไม่เลว เพราะจ่ายเงินดาวน์เพียง 300,000 บาท และผ่อนชำระอีกเป็นรายเดือน เดือนละ 80,000 บาท เมื่อกดตัวเลขยอดขายดูแล้ว พอไปรอดครับ เพราะก่อนหน้าการซื้อเครื่อง CNC ทางบริษัทผม ต้องจ่ายเงินจ้าง Sub (จ่ายงานบางส่วนให้กับบริษัทอื่นๆ) ต่อเดือนกว่าแสนบาท บางเดือนต้องจ่ายกว่าสองแสนบาท แถมยังมองเห็นกำไรอีกต่างหาก การตัดสินใจครั้งนี้ดูเหมือนจะทำให้บริษัทสร้างยอดขาย และทำกำไรได้มากขึ้น แต่ยอดผ่อนชำระ 80,000 บาท ต่อเดือนแบบสม่ำเสมอ ทำให้เงินสดหมุนเวียนบริษัทลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ที่สำคัญ เครื่อง CNC เจ้ากรรม ทำงานได้แต่ 2D (งาน 2 มิติ X+Y) ส่วนงาน 3D (งาน 3 มิติ X+Y+Z) ทำไม่ได้เลย เพราะเครื่องเป็นเครื่องที่ค่อนข้างเก่า ทำให้ยอดจ่าย Sub แทบไม่ลดลงไปเลย ยังคงต้องจ่ายเกือบแสน หรือกว่าแสนก็มี!!!!! นั่นทำให้ผมและพี่ชายกลับมานั่งคิดทบทวนกันหนักทีเดียว เพราะราคาที่จ่ายไปนั้น หากตัดสินใจซื้อเครื่องจักรมือหนึ่งของไต้หวัน จะได้เครื่องที่ทันสมัยกว่า และทำงานได้ทุกอย่างที่ต้องการ เราจึงเริ่มสืบราคาเครื่อง CNC มือหนึ่ง ซึ่งราคาที่ได้มาเป็นราคาที่ไม่ต่างจากมือสองเท่าไรนัก แต่ประสิทธิภาพเหนือกว่าหลายสิบเท่า!!!! ราคาที่ได้มาคือ 1,800,000 บาท เราตัดสินใจขายขาดทุนเครื่องมือสอง เพื่อจะได้ซื้อเครื่อง CNC มือหนึ่งเข้าบริษัท เราขายเครื่องจักร CNC ไปในราคา 1,000,000 บาท ซึ่งเท่ากับขาดทุน 300,000 บาทเหนาะๆ การซื้อเครื่องจักรใหม่หลังจากผ่อนชำระเครื่องเก่าไปได้แค่ 6 เดือน แถมขายขาดทุนตามที่กล่าวมานั้น ทำให้เงินสดที่ได้มาจากการขายเครื่องเก่าไม่พอต่อการดาวน์เครื่องใหม่ ผมจึงขายเครื่องจักรธรรมดาอีกหนึ่งเครื่อง เพื่อรวบรวมเงินไปดาวน์เครื่องจักรใหม่ สุดท้ายผมก็ได้เครื่องจักรใหม่สมใจ และเพิ่มยอดขายจากเดือนละ 3-4 แสน เป็น 7-9 แสนต่อเดือนได้สำเร็จ!!!! ต้นทุนก็ลดลงไปมาก ยอดขายที่สูงขึ้นมาถึงสองเท่านี้เอง ทำให้ผมและพี่ชายหลงคิดไปจริงๆ ว่าบริษัทไปได้สวย และต้องการการขยายกำลังผลิตอีกแล้ว การตัดสินใจเพิ่มกำลังผลิตรอบนี้เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด เพราะเราเพิ่มกำลังผลิตโดยเพิ่มคน ไม่ใช่เครื่องจักรครับ แล้วมันพลาดยังไง???? ผมจะมาเล่าต่อวันหลังนะครับ |
| ภาพหนีเที่ยวตรังสมัยเรียนมหาวิทยาลัยขอนแก่นครับ | ||
ตอนนั้นหนีเที่ยวตรัง ไม่ค่อยมีเงินเท่าไรนัก เลยจัดทัวร์ประหยัด ไปกัน 5 คน ไปรถไฟชั้นประหยัดครับ สุดยอดทรมาน แต่ทนได้เพราะยังหนุ่มอยู่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า |
||
|
View All |
||
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |