• kussons
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kutson007@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-09
  • จำนวนเรื่อง : 33
  • จำนวนผู้ชม : 7462
  • จำนวนผู้โหวต : 38
  • ส่ง msg :
KUSSONS / คัดสรร
ศึกษาด้วยการอ่าน แบ่งปันด้วยการเขียน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kussons
วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม 2551
Chapter 17 การตัดสินใจเพิ่มกำลังผลิตด้วยการเพิ่มจำนวนพนักงาน..... ผิด หรือ ถูก,,??? ภาค 2
Posted by kussons , ผู้อ่าน : 155 , 11:33:05 น.  
พิมพ์หน้านี้


สวัสดีครับ จากเรื่องราวใน Entry ล่าสุดของผม (Chapter16) ผมได้เกริ่นไว้ในตอนต้นแล้วว่า การตัดสินใจเพิ่มกำลังผลิต หรือเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตนั้น ก็ขึ้นอยู่กับลักษณะของธุรกิจ ช่วงเวลา และสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป

...

อย่างที่ผมบอกครับ เรื่องราวที่เล่ามาข้างต้นเป็นประสบการณ์โดยตรงของผม ซึ่งมีหลายๆ ปัจจัยที่ทำให้สามัญสำนึก หรือทฤษฎีต่างๆ มันนำมาประยุกต์ใช้งานไม่ได้ หรือแม้กระทั่งตัวผมเอง ที่กำลังหมกมุ่นอยู่แต่กับปัญหามากจนเกินไป จนทำให้ผมเองมองข้ามอะไรหลายๆ อย่างทีเดียว

...

หลายๆ ความเห็นที่เข้ามาแนะนำผมนั้น ก็เป็นความคิดที่ดีๆ มากมาย ซึ่งผม และผู้ที่ได้เข้ามาแวะชม คงจะได้เก็บไว้เป็นข้อคิดสำหรับการแก้ไขปัญหาในอนาคต ที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่เกิดขึ้น หรือ อาจจะเหมาะสม หรือไม่เหมาะสม ก็ตาม

...

วันนี้ผมขอพูดถึงกระบวนการคิดของผม ในการเลือก และจัดระบบ แรงงานคน และเครื่องจักรอัตโนมัติ หลังจากที่ผมผ่านพบ ประสบปัญหา และเสียหายมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง

...

โรงงานของผมนั้น เป็นโรงงานที่ทำงานเกี่ยวกับการแปรรูปเหล็ก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการ และ Design ของลูกค้าครับ

แต่งานหลักๆ ที่เรียกได้ว่าเป็นสินค้าขายดีของโรงงานผมคือ "แม่พิมพ์พลาสติก"

มีโรงงานประเภทนี้อยู่มากมายในประเทศไทย ทั้งโรงงานที่ทำงานในตลาดล่าง กลาง และโรงงานที่จับงานระดับบน

...

ตลาดแบ่งออกเป็นสามระดับนั้น แบ่งออกตามความยากง่ายของการผลิต แน่นอนว่าตลาดบนย่อมมีราคาที่ดีกว่า แต่งานยากกว่า ดังนั้นตลาดบนนี้เองมักเป็นโรงงานของคนต่างชาติ เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน มาเลเซีย สิงค์โปร์ และจีน

...

งานระดับล่างก็เป็นงานจำพวก หวี ตะกร้า ขัน แก้วพลาสติก ของเล่น เป็นต้น

...

งานระดับกลางๆ ก็เป็นงานจำพวก ฝาขวด ส่วนประกอบรถมอร์เตอร์ไซด์ จักรยาน และชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับกลางๆ

...

ส่วนงานระดับบนๆ นั้นก็เป็นงานประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนเนม สินค้าอิเล็คทรอนิคส์ ทีมีราคาแพงๆ ชื่อดังๆ จำพวกกล้องถ่ายรูป เครื่องปริ๊นเตอร์ เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

...

อย่างที่เคยบอกโรงงานของผมอยู่ในตลาดระดับกลางๆ ครับ

...

โรงงานที่อยู่ในระดับบนๆ นั้น ล้วนแล้วแต่มีเครื่องจักรที่ทันสมัย ราคาสูง ความละเอียดสูงมาก ระดับที่เรียกกันว่า "ไมครอน" ครับ

...

ถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพ ก็ให้ลองนึกถึงเส้นผมกันครับ เส้นผมของคนเรานั้น ปกติจะมีขนาดความหนาอยู่ประมาณไม่เกิน 50 ไมครอนครับ....

...

เครื่องจักรที่ว่าแพงแสนแพงของโรงงานระดับบนๆ นั้น ราคาเป็นหลัก 4-8 ล้านเชียวครับ ความละเอียด ก็สามารถควบคุมกันให้อยู่ในช่วง 5-10 ไมครอน ได้แบบสบายๆ.....!!!!!

...

ตอนแรกผมคิดว่าความละเอียดสำหรับการผลิตถึงขั้น 5 ไมครอนนั้น จะเป็นอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนเครื่องบิน หรือไม่ก็กระสวยอวกาศเสียอีก..????

...

ส่วนงานตลาดล่างนั้น การใช้เครื่องจักรจะเป็นเครื่องจักรที่ต้องใช้คนในการควบคุมตลอดเวลา จะผิดจะผลาด ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือแรงงานครับ

...

ส่วนโรงงานเย็บเสื้อผ้าส่งออก ที่ผมเคยทำงานมานั้น เครื่องจักร 1 เครื่อง ต้องใช้คน 1 คนครับ เพราะว่าเครื่องจักรเย็บผ้าที่เป็นชนิดอัตโนมัติมันยังไม่มีครับ (แต่ก็เห็นยังมีบริษัทบางบริษัทพยายามพัฒนาเครื่องจักรเย็บผ้าอยู่เหมือนกันครับ)

...

ดังนั้นธุรกิจประเภทนี้ไม่มีทางเลือกในการเพิ่มกำลังผลิตครับ เพราะเมื่อเพิ่มเครื่องจักร ก็ต้องเพิ่มคนด้วย ในอัตราส่วนทีเท่ากัน หรือใกล้เคียงกันเป็นอย่างน้อย

...

ดั้งนั้น การเลือกใช้แรงงานคน หรือ เครื่องจักรอัตโนมัตินั้น ก็ขึ้นอยู่กับลักษณะของงาน ของธุรกิจที่ทำด้วยครับ คงเป็นไปได้ยากที่จะสามารถหาซื้อเครื่องจักรเย็บผ้าที่สามารถเย็บผ้าได้เสร็จเป็นตัวๆ

...

และในทางกลับกัน คงเป็นไปไม่ได้ที่จะหาแรงานคนที่จะสามารถทำงานระดับ 5 ไมครอนได้

...

เห็นหรือไม่ครับว่า การเพิ่มกำลังผลิต หรือ จัดสัดส่วนระหว่างแรงงานคน และเครื่องจักรอัตโนมัติ ต้องคำนึงถึงลักษณะของธุรกิจเสียก่อน

...

ต่อมาก็คือเรื่องทุน และเงินสดหมุนเวียนครับ

...

หากทุน และเงินสดหมุนเวียนไม่ดีพอ หรืออย่างน้อย ไม่สามารถหล่อเลี้ยงค่าเช่าซื้อเครื่องจักรได้ ก็ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะคิดซื้อเครื่องจักรอัตโนมัติ หรือเครื่องจักรที่มีราคาสูงๆ เพราะโอกาสที่จะมีปัญหา จนถึงขั้นถูกยึดเครื่องจักรมีอยู่สูงทีเดียว

...

ภาพการถูกยึดเครื่องจักรที่ราคาหลักล้านกว่าๆ ขึ้นไปนั้น ผมเห็นซะจนเรียกได้ว่าชินตาเสียแล้วครับ เท่าที่จำได้ก็คงไม่ต่ำกว่า 8 ราย ได้กระมังครับ

...

อีกอย่างที่สำคัญ คือ การทดสอบคน ใช้เวลานานกว่า การทดสอบเครื่องจักร และหาเครื่องจักรที่ใช่ สำหรับโรงงาน

...

กว่านายจ้าง หรือ หัวหน้างาน จะพบว่าลูกน้องของตัวเองเป็นคนที่ใช่ หรือไม่นั้น ก็ต้องกินเวลากว่าสองถึงสามเดือน หรือบางครั้งนานซะจนเคยชินไปเอง จะเป็นพนักงานที่ ใช่ หรือไ ม่ใช่ ไม่รู้ละครับ รู้แต่ว่าอยู่กันมานานจนเคยชินไปซะแล้ว

...

ส่วนการตัดสินใจซื้อเครื่องจักรอัตโนมัตินั้น การทดลองเครื่องจักรเพียงสองถึงสามครั้ง ก็สามารถมองเห็นประสิทธิภาพ และประโยชน์ของเครื่องจักรได้อย่างชัดเจน

...

ดังนั้น หากการเพิ่มกำลังผลิตเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เป็นช่วงเวลาสำคัญของโรงงาน หรือบริษัท ก็คงต้องหันไปพึ่งบริการเครื่องจักรอัตโนมัติเป็นอันดับแรก

...

แต่หากเป็นการเพิ่มกำลังผลิตอย่างเป็นขั้นเป็นตอน มีการวางแผนเป็นอย่างดี มีระยะเวลาดำเนินงานที่ชัดเจน เหมาะสมแล้วละก็ เราก็สามารถเลือกใช้แรงงานคนเป็นทางออกได้ โดยอาศัยกระบวนการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง (Training) เพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานของลูกจ้างได้ครับ

...

วันนี้ผมโม้มายาวมากแล้ว เดี๋ยวเพื่อนๆ จะขี้เกียจอ่านเสียก่อน ไว้คราวหน้าเรามาคุยกันเรื่อง ข้อดี ข้อเสีย ของแรงงาน และทางรอดของแรงงานที่มีฝีมือของไทยกันครับ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 22
ยายเม้าท์เองค่ะ วันที่ : 21/03/2008 เวลา : 02.05 น.
http://www.oknation.net/blog/yaimout
"เม้าท์"  กันไหมคะ? คุณๆขา....


ความคิดเห็นที่ 21
m_m วันที่ : 19/03/2008 เวลา : 22.01 น.
http://www.oknation.net/blog/minimod

อืม..หนักจัง....บริหารสมองดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 20
วิตามินบี วันที่ : 18/03/2008 เวลา : 11.27 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


โรงงานที่อยู่ในระดับบนๆ นั้น ล้วนแล้วแต่มีเครื่องจักรที่ทันสมัย ราคาสูง ความละเอียดสูงมาก ระดับที่เรียกกันว่า "ไมครอน" ครับ


...





ถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพ ก็ให้ลองนึกถึงเส้นผมกันครับ เส้นผมของคนเรานั้น ปกติจะมีขนาดความหนาอยู่ประมาณไม่เกิน 50 ไมครอนครับ....



ไม่เคยรู้เรื่องพวกเครื่องจักร
วันนี้มาอ่าน ได้ความรู้เพิ่มขึ้นค่ะ
และทำให้นึกภาพออก
ความคิดเห็นที่ 19
kussons วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 23.02 น.
http://www.oknation.net/blog/kussons

คุณ Seksant ผมเองก็เจอปัญหาแบบนี้เหมือนกัน

แต่ว่าเจอกันใน กรุงเทพนี่เลยละครับ พอหน้านา ก็หายกันหมด

เพื่อนผมที่ทำงานอยู่โรงงานในภาคอิสาน ก็เจอปัญหาทำนองเดียวกันนี่ละครับ แรงงานเล่นลาออกไปลงแขกกันหมด ถึงกับต้อง ลดกำลังผลิตกระทันหันเชียวครับ

บางโรงงานถึงกับต้องระบุช่วงเวลาแบบนี้ไว้ในแผนการผลิตประจำปีด้วยครับ


ความคิดเห็นที่ 18
ค.โคกทราย วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 22.26 น.
http://www.oknation.net/blog/SeksantS

ปัญหาแรงงานเป็นปัญหาที่น่าปวดหัวมากครับ แรงงานโรงงานทางภาคใต้หายากเพราะยางราคาแพง เวลาหยุดยางก็มาสมัครงาน พอน้ำยางเริ่มออกก็ลาออกกันหมด บางวัน shutdown line ไปเลยครับ
ความคิดเห็นที่ 17
ตุ้มจิ๋ว วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 08.01 น.
http://www.oknation.net/blog/namtan

เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากค่ะ
มีเพื่อนทำงานโรงงานเหมือนกัน แต่ อยู่แผนกตรวจสอบ
เจอกันทีก็มีเรื่องเล่า ฮามั่ง ตื่นเต้นมั่ง ..

จะติดตามต่อว่าเป็นไง นะคะ
ความคิดเห็นที่ 16
เจเจค่ะ วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 06.08 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
หนีไปเท่ว อิอิ..... 

เจเจรู้จักแค่ในห้องเรียนอ่ะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 15
เจเจค่ะ วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 06.08 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
หนีไปเท่ว อิอิ..... 

ชอบอ่านค่ะ




ความคิดเห็นที่ 14
คุณนายหวี วันที่ : 16/03/2008 เวลา : 20.58 น.
http://www.oknation.net/blog/hello

โฮ้ยยยย..เหนื่อยแทนเลยจ้ะพ่อคุณ มีแต่งาน ๆ ๆ ๆ
พัก ๆ มั่งนะ คุณนายเป็นห่วงค่ะ
ความคิดเห็นที่ 13
iamnarch วันที่ : 16/03/2008 เวลา : 15.48 น.
http://www.oknation.net/blog/narch

บริหาร...ทางเลือก
ความคิดเห็นที่ 12
ต.เต้ย วันที่ : 16/03/2008 เวลา : 12.23 น.
http://www.oknation.net/blog/SurMonChemin
  เ ด็ ก ร้ า ย ๆ ที่ ไ ม่ มี ใ ค ร ป ล า บ ป ลื้ ม นั ก   

พักทานข้าวเที่ยงได้แล้วค่า
อย่ามัวแต่ทำงาน
ความคิดเห็นที่ 11
paedophile วันที่ : 16/03/2008 เวลา : 08.53 น.
http://www.oknation.net/blog/paedophiel
ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตรงร่องน้ำ หากประมาทอาจทำให้สำนึกถูกเฉี่ยวชนจนสติปัญญาเกยตื้น



ความคิดเห็นที่ 10
หนุ่มนางรอง วันที่ : 16/03/2008 เวลา : 06.57 น.
http://www.oknation.net/blog/chainan

สวัสดีครับ
มาเยี่ยมครับ ได้ข้อคิดมุมมองหลายๆ อย่าง
ความคิดเห็นที่ 9
เจ้าอารมณ์ วันที่ : 16/03/2008 เวลา : 02.20 น.
http://www.oknation.net/blog/pimeiei
....ถึงจะเจ้าอารมณ์....แต่ก็ไม่เคยคิดทำร้ายใคร ......

เก็บความรู้เพิ่มพลังสมองก่อนจะไปนอนค่ะ
ขอบคุณสำหรับความรู้นะคะ
ความคิดเห็นที่ 8
kussons วันที่ : 16/03/2008 เวลา : 01.47 น.
http://www.oknation.net/blog/kussons

ถูกต้องครับคุณ Dan

ตอนนี้ประเทศญี่ปุ่น พัฒนา Robot ไปไกลมากแล้ว บางโรงงานเรียกได้ว่าแทบไม่มีคน มีแต่พนักงานคอยควบคุมระบบแค่ไม่กี่คน

แต่ก็อย่างที่บอกครับ บางครั้ง บางสถานการณ์ บางช่วงเวลา มันก็แตกต่างกันไป โรงงานญี่ปุ่น หลายต่อหลายโรงงานก็ย้ายฐานมาไทยเหมือนกัน ทั้งนี้ก็เพราะปัญหาเรื่องค่าแรงขั้นต่ำของแรงงานในบ้านเค้านั่นละครับ

แต่ไอเดียหลักๆ แล้ว แรงงานคนนั้นค่อนข้างวุ่นวาย และจุกจิก หลายต่อหลายเรื่องที่ทำให้เจ้าของกิจการปวดหัว เจ้าของกิจการบางรายถึงกับเจ๊งเพราะพนักงาน!!!

ส่วนในมุมมองของผม ผู้ใช้แรงงานต้องปรับตัวครับ ถึงจะอยู่รอดได้ ต้องช่วยๆ กันครับ ทั้งนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล


ความคิดเห็นที่ 7
ปรัตยา วันที่ : 16/03/2008 เวลา : 01.31 น.
http://www.oknation.net/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

ผมว่านะ ในอนาคต ไม่ว่าตลาดล่างหรือตลาดบน ก็ต้องใช้เครื่องจักรอัตโนมัติเกือบทั้งหมดนั่นแหละ เพราะปัญหาแรงงานมันจุกจิกกวนใจมากว่าปัญหาเครื่องจักร

robomatic ไม่รู้ว่าเค้าเรียกว่าอย่างนี้หรือเปล่านะ กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และเป้าหมายของมันก็คือการใช้ทดแทนแรงงาน แค่จ้างทีมบำรุงรักษาดี ๆ สักทีม ทำได้ง่ายกว่าเยอะ และก็ควบคุมคุณภาพได้ด้วย

ผมเชื่อแบบนี้นะ


ความคิดเห็นที่ 6
เพชรชมพู วันที่ : 16/03/2008 เวลา : 00.50 น.
http://www.oknation.net/blog/pinkdiamond
ห า ก แ ม้ น มี ว า ส น า .. ไ ม่ ต้ อ ง ห า ก็ เ จ อ

โม้ยาว แต่ได้ความรู้ดีค่ะ

รออ่านทางรอดของแรงงานนะคะ

.
ความคิดเห็นที่ 5
ญาณิศา วันที่ : 16/03/2008 เวลา : 00.46 น.
http://www.oknation.net/blog/leksukanya

หวัดดีค่ะ...Blog นี้มีแต่สาระดี น่าสนใจค่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
แม่มด วันที่ : 16/03/2008 เวลา : 00.37 น.
http://www.oknation.net/blog/deardog

ขอบคุณสำหรับการแบ่งปันความรู้นะคะ
สิ่งที่ดีที่สุดคือได้ความรู้จากคนที่มีประสบการณ์โดยตรงเช่นนี้ล่ะค่ะ...
...
สวัสดีค่ะ...ขอบคุณนะคะที่แวะไปทักทาย...
ความคิดเห็นที่ 3
ค.โคกทราย วันที่ : 15/03/2008 เวลา : 23.56 น.
http://www.oknation.net/blog/SeksantS

แวะมาทักทายครับ
ความคิดเห็นที่ 2
kussons วันที่ : 15/03/2008 เวลา : 20.14 น.
http://www.oknation.net/blog/kussons



แฟนผีนี่.... กันเองกันเอง....


ความคิดเห็นที่ 1
คนใส่แว่น วันที่ : 15/03/2008 เวลา : 19.14 น.
http://www.oknation.net/blog/chattrg


มาอ่านเรื่องของหนุ่มน้อย
ที่คอยแนะนำเรื่องช่าง
อีกทั้งเรื่องบริหารงาน
มาอ่านเพราะว่าข้า...ผีแดง
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบ