พิมพ์หน้านี้
|
พอพูดถึงไม้เรียง และลุงประยงค์ รณรงค์ หลายท่านก็คงคิดถึงเรื่องของชุมชนเข้มแข็งโดยใช้แผนแม่บทชุมชนเป็นเครื่องมือ และรางวัลแมกไซไซที่คุณลุงได้รับ รวมถึงตอนนี้คุณลุงก็เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ด้วย ไม้เรียง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช คือ จุดหมายปลายทางของเรา ที่คิดกันไว้คือ เราจะไปดูกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน การบริหารจัดการชุมชน ฯลฯ ซึ่งในภาพรวมเกิดเป็นความสำเร็จของชุมชน ที่เรียกกันว่า ชุมชนเข้มแข็งพึ่งตนเองได้ เราสามคน อาจารย์หนึ่ง ศิษย์พี่หนึ่ง และศิษย์น้องหนึ่ง รวมสามคนอายุยังไม่ครบตามสุภาษิตจีนที่ว่า "รวมกันทำการใด ให้รวมอายุได้ 100 ปี งานนั้นจะสำเร็จสมใจหมาย" เพราะอาจารย์ 43 ศิษย์พี่ 33 และศิษย์น้อง 23 เฮ้อ... รวมกันได้ 99 แต่ไงก็ใกล้เคียงที่สุดแล้ว เรากำลังจะเดินทางไปจังหวัดนครศรีธรรมราช ไปรถไฟเที่ยวบ่ายสามโมงสิบนาที ไปถึงทุ่งสงตั้งตีสี่ของวันรุ่งขึ้นแน่ะ แล้วก็ต่อรถตู้ไปนครศรัธรรมราช เพราะตั้งไปพบกับทีมงานของจังหวัด (เมื่อมาถึงจังหวัดก็ต้องสวัสดีเจ้าของสถานที่ก่อน) จริงๆ แล้วเราสามารถจะเดินทางโดยรถไฟต่อเดียวถึงนครศรธรรมราชก็ได้ มีทั้งรถเร็วและรถด่วน เดินทางตอนค่ำถึงนครฯ ตอนเช้า เราคิดกันว่าเราจะเดินทางค่ำวันอาทิตย์ไปถึงนครฯ เช้าวันจันทร์ รถไฟก็คงไม่แน่นหรอก ชะล่าใจก็เลยไปจองตั๋วเช้าวันเสาร์ ปรากฏว่าตั๋วเต็ม ก็เลยต้องไปทุ่งสงอย่างที่ว่าไว้ การเตรียมตัวในเรื่องการเดินทางและที่พักก็ไม่มีอะไรน่าหนักใจ แม้ว่าว่าตอนโทรคุยกับคุณลุงขจร คุณลุงจะบอกว่าไม่มีบ้านให้พักหรอกนะ มีแต่เต้นท์สนาม แต่เราก็ขาลุยอยู่แล้ว...ไม่มีหวั่น แต่เรื่องของแนวทางในการไปศึกษาข้อมูลนี่สิ ที่เป็นเรื่องที่หนักใจอยู่ ก่อนไปก็เลยพากันไปปรึกษาอาจารย์ใหญ่ ว่าเมื่อไปถึงแล้วจะพูดคุยกับคุณลุงประยงค์ คุณลุงขจร และแกนนำของไม้เรียงในประเด็นอะไรบ้าง พูดถึงว่าการที่ลุงประยงค์สร้างผู้นำใหม่ๆ ขึ้นมา อาจรับผิดชอบกลุ่มองค์กรต่างๆ ทำอย่างไรผู้นำใหม่ๆ เหล่านั้นถึงบริหารจัดการกลุ่ม จัดการปัญหาได้เอง โดยที่ไม่ต้องพึ่งพิงลุงประยงค์อยู่ตลอดเวลา ที่เรียกว่า self-organize อาจารย์ใหญ่เล่าให้ฟังถึง self-organize ว่าจะเกิดขึ้นได้ ด้วยองค์ประกอบ 6 ประการ 1. จัดองค์กรได้ด้วยตัวเอง ด้วยการสร้างกฎ แทนการสร้างพฤติกรรมโดยรวม เช่น เวลาที่เราบอกว่าให้พนักงานทุกคนส่งข้อมูลกันทาง email เมื่อเป็นแบบนี้ ก็จะลดการใช้กระดาษ ลดอัตราการเสียค่าโทรศัพท์เพื่อส่งแฟกซ์ เป็นการบังคับให้พนักงานทุกคนเรียนรู้การใช้อินเทอร์เน็ต แต่การสร้างกฎหรือการเปลี่ยนแปลงกฎเพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีขึ้น ผู้เปลี่ยนแปลงก็คือผู้บริหาร ซึ่งต้องเป็นผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ด้วย 2. recombine การแตกตัว และกลับมารวมตัวกันในรูปแบบใหม่ (ที่น่าจะแข็งแรงขึ้น) 3. การรับรู้และตอบสนอง เรียกว่า สามารถวิเคราะห์ที่เกิดขึ้น และจัดการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อป้องกันปัญหา หรือเตรียมตัวรับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ถ้าเป็นคนก็คงจะ "ไวต่อความรู้สึก และ do it now จัดการทันที) 4. เรียนรู้และปรับตัว สิ่งรอบตัวเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จึงต้องเรียนรู้ตลอด ถ้าที่ไม้เรียงก็จะบอกว่าต้องรู้จักตัวเอง รู้จักชุมชน และรู้จักโลกภายนอก เพื่อปรับตัวให้ได้ คงอยู่ได้อย่างแข็งแรงและยั่งยืน 5. หว่านเมล็ด ขยายผล หาแนวร่วม เพื่อให้มีพลังในการขับเคลื่อนนโยบาย กิจกรรมต่างๆ 6. ลดความมีเสถียรภาพ ถ้ามีเสถียรภาพมาก ก็จะเฉื่อย ไม่สร้างสรรค์ พัฒนา ทำสิ่งใหม่ๆ อาจารย์ใหญ่ให้ไปดูมาว่าผู้นำรุ่นแรกเกิดขึ้นอย่างไรและขยายผลออกไปสู่ผู้นำแถวสองแถวสามอย่างไร และการที่ผู้นำรุ่นใหม่ๆ จัดการกับกลุ่ม/องค์กร กิจกรรมต่างๆ เขาสามารถ self-organize เองได้ไหม หรือต้องมาพึ่งพิงผู้นำต้นแบบอยู่ตลอด ถ้าเขาไม่ต้องพึ่งพิงนั่นหมายความว่าผู้นำต้นแบบมีวิธีการฝึกผู้นำรุ่นใหม่อย่างไร ให้แข็งแรงจัดการกับปัญหาต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง นี่แค่เตรียมตัวนะ... แต่แม้จะเตรียมตัวดีอย่างไร เหตุการณ์ที่เราคาดไม่ถึงก็เกิดขึ้นได้เสมอ "Life always go out of according plan" |
| << | สิงหาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |