• kwandao
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-09
  • จำนวนเรื่อง : 65
  • จำนวนผู้ชม : 15124
  • จำนวนผู้โหวต : 43
  • ส่ง msg :
การเดินทางของกาลเวลา...จากขอบฟ้าสู่ดวงดาว
"ความสุขอื่นใดยิ่งกว่าความสงบในใจไม่มี"
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kwandao
วันศุกร์ ที่ 12 ตุลาคม 2550
เกาะเล็กๆ ที่มีเสน่ห์... สิง-กา-โป-โล
Posted by kwandao , ผู้อ่าน : 334 , 17:11:22 น.  
พิมพ์หน้านี้


            ภาพแรกที่เห็นของสิงคโปร์คือ สนามบิน ชางฮี เค้าจัดอันดับกันว่าเป็นสนามบินอันดับสองของเอเชีย รองจากฮ่องกง (ไม่รู้ว่าใครจัดอันดับไว้) และอีกอย่างคือ เค้ากำลังจะเปิดอาคารที่สามที่จะจอดเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งสิงคโปร์สั่งซื้อไว้หลายลำ... ก็ไม่รู้สิว่ามันโดดเด่นยังไง เพราะไปสนามบินไหนๆ มันก็เหมือนๆ กันหมด (ถ้าเป็นสนามบินนานาชาตินะ... ถ้าเป็นสนามบินท้องถิ่นก็ว่าไปอย่าง คราวที่แล้วไปอุดรธานี เค้าให้ลงบันไดกลางสนามเลย ไม่ต้องมีงวงอะไรเลย... แถมวันนั้นฝนตกอีกต่างหาก)

ความประทับใจแรกก็คือ ความเป็นระเบียบ เรียบร้อยของบ้านเมือง ความกลมกลืนของสถาปัตยกรรมทั้งเก่าและใหม่ มีการวางผังเมืองที่ดี โครงการก่อสร้างของเค้าวางแผนระยะยาว 5 – 10 ปี แต่ส่วนใหญ่จะสร้างเสร็จก่อนกำหนด เพราะวัตถุดิบในการก่อสร้างต้องนำเข้า ยิ่งสร้างเสร็จเร็ว ความเสี่ยงก็ลดลง เมื่อไม่นานมานี้การนำเข้าทรายราคาสูงมาก บริษัทก่อสร้างต้องขาดทุน แต่รัฐก็จะช่วยโดยจ้างให้บริษัทเดิมทำอีกในโปรเจ็คใหม่ และเนื่องมากจากราคาของวัสดุก่อสร้าง ตึกที่สร้างใหม่จึงมักใช้กระจกเพราะต้นทุนต่ำกว่าคอนกรีต

นั่งมองตึกรามบ้านช่องข้างทาง ขณะที่รถแล่นไปบนถนนที่บางช่วงก็เป็นเนินสูงต่ำ ดูสวยงามสบายตา บางครั้งก็แว่บนึกถึงกรุงเทพที่เราอยู่ทุกวันนี้ ไม่รู้ว่ากรมการผังเมืองบ้านเราจะต้องทำงานหนักสักแค่ไหน ถ้าจะลุกขึ้นมาให้ความสำคัญกับการผังเมืองอย่างเอาจริงเอาจัง เพราะโครงสร้างสาธารณะหลายอย่างทั้งรถไฟฟ้า ทางด่วน อาคารสูง ย่านการธุรกิจการค้า ย่านที่อยู่อาศัย เหล่านี้ล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคน โดยเฉพาะปัญหารถติดนั้น ย่อมมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างใดอย่างนี้กับการวางผังเมือง

            ตอนค่ำของวันแรกไปไนท์ซาฟารีกัน กลับมาก็พากันไปเดินดูของที่ บูกิส สตรีท ซึ่งขายของหลากหลายในราคาย่อมเยา (คุณภาพก็บางเบาไปด้วย) คล้ายๆ กับสวนจตุจักรบ้านเรา แต่เล็กกว่ากันมาก เจอของถูกใจ ได้นาฬิกามาเรือนนึง ราคา 5 เหรียญสวยมากๆๆๆๆๆ ยังบอกใครๆ ว่าใช้ได้ 100 วันก็คุ้มแล้ว ถือเสียว่าจ่ายตังค์วันละบาทกว่าๆ แต่เหตุการณ์หลังจากนั้นก็คือ พอกลับถึงเมืองไทย ปรับเวลาให้เป็นเวลาของประเทศไทย ตัวล็อคการตั้งเวลามันก็เจ๊ง ต้องทุบกันอยู่พักใหญ่ ตอนนี้ก็กลับมาเดินได้เป็นปกติแล้ว (รอดพ้นจากความพิการมาด้วยหวุดหวิด) แต่ก็ต้องลุ้นกันตลอดเวลาว่ามันจะเดินตรงหรือเปล่า หรือจะหยุดเดินเมื่อไร

ที่ขาดไม่ได้สำหรับคนที่ไปเที่ยวสิงคโปร์คือ ต้องไปถ่ายรูปที่เมอร์ไลออนส์ อันเป็นสัญลักษณ์ของเกาะแห่งนี้ และเดี๋ยวนี้ก็มีเอสพลาเนด (ไกด์บอกว่าคนสิงคโปร์เรียกว่า เอสพลาเนด แต่คนไทยที่ไปเที่ยวมักจะเรียกว่าเอสพลานาด ไกด์คุยกับคนไทยก็ต้องเปลี่ยนมาเรียกเอสพลานาดตามคนไทย... เราก็ว่า อ้าวไหงงั้น แต่กลับมาเปิดเน็ตดู ฝรั่งก็อ่านว่าเอสพลานาดนะ แต่ยังไงเราก็น่าจะออกเสียงตามเจ้าถิ่น เจ้าของที่สร้างขึ้นมาแหละมั้ง) เอสพลาเนดตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของเมอร์ไลออนส์ เวลาดูจากรูปถ่ายเหมือนเป็นสิงโตตัวใหญ่มาก แต่พอไปถึงจริงๆ ก็ไม่ใหญ่เท่าไร (กระนั้นก็หนักถึง 70 ตัน) เพราะอย่างนี้ละมั้ง เค้าเลยไปสร้างเมอร์ไลออนส์สูงเท่าตึกกี่ชั้นก็ไมรู้ ที่เกาะเซนโตซ่า เมอร์ไลออนส์ยักษ์นี้ ที่บนหัวและปากซึ่งกำลังอ้าเห็นไรฟันอยู่นั้นก็ใช้เป็นจุดชมวิวได้ด้วย 

ค่ำวันที่สองหลังกลับมาจากเกาะเซนโตซ่า เราก็พากันเดินกางแผนที่กันไป ความตั้งใจคือจะไปที่โบ้ตคีย์ ซึ่งอ่านหนังสือไว้ก่อนว่า เป็นที่ๆ ชาวสิงคโปร์และนักท่องเที่ยวไปนั่งดื่มกิน พักผ่อนหย่อนใจกันยามค่ำคืน อีกจุดที่มีลักษณะคล้ายกันก็คือ คลาร์กคีย์ แต่เนื่องจากตอนเช้าเราไปสวัสดี และถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์ เซอร์สแตมฟอร์ด ราฟเฟิล ที่อยู่ตรงข้ามกับโบ้ตคีย์ เราก็เลยตั้งใจกันมากว่าเลือกไปโบ้ตคีย์ดีกว่า เดินไปเรื่อยๆ ตามถนนวิคตอเรีย สตรีท ผ่านไฮ สตรีท แล้วก็กะว่าจะเลี้ยวซ้าย แต่กลายเป็นว่าตรงหน้าเยื้องไปทางขวา ก็เจอคลาร์กคีย์ซะก่อน ก็เลย... เอาละ... จะโบ้ตจะคลาร์ก ก็โอเค เพราะไงๆ ก็เป็นที่ๆ เราเห็นเป็นครั้งแรกเหมือนกัน (มีตังค์บินมาคราวหน้า... ค่อยไปเดินโบ้ตคีย์ละกันเนอะ)

โดยทั่วไปก็คล้ายๆ กับผับ บาร์ ที่เราเห็นทั่วไป จะมีพิเศษก็คือเครื่องเล่นที่คล้ายกับหนังสติ๊ก ที่ยิงคนขึ้นไปบนฟ้า ดูน่าหวาดเสียวมากๆ ขึ้นได้คราวละ 3 คนๆ ละ 40 เหรียญ แต่ดูท่าว่าจะเสื่อมความนิยมไปบ้างแล้ว เพราะนานๆ ถึงจะยิงขึ้นไปซักที เราอยู่แถวนั้นกันประมาณหนึ่งชั่วโมง มีคนถูกยิงขึ้นไปแค่ 2 ครั้งเอง

ความประทับใจที่สองก็คือ การผสมกลมกลืนในการอยู่ด้วยกันของคนหลากหลายเชื้อชาติในสิงคโปร์ ทั้งคนจีน (70%) มาเลย์ อินเดีย ฝรั่ง วันก่อนตอนดูโชว์ที่ไนท์ซาฟารี สาวแขกเป็นเอนเตอร์เทรนเนอร์ตัวหลัก ซึ่งเค้าก็ทำได้ดีมากๆ เค้าเชิญคนดูร่วมกิจกรรมบนเวที เด็กชายฝรั่งคนหนึ่งก็ขึ้นไป สาวแขกก็ถามว่า “คุณมาจากไหน” เด็กชายตอบว่า “สิงคโปร์” 

ไม่ว่าคุณจะมีเชื้อชาติ ศาสนาอะไร คุณก็สามารถอยู่ได้อย่างกลมกลืนในประเทศสิงคโปร์ โดยเฉพาะเรื่องศาสนา ที่สิงคโปร์จะไม่มีการถามว่านับถือศาสนาอะไร เพราะเขาไม่อยากให้เกิดความแตกแยกอันเนื่องมาจากความเชื่อทางศาสนา ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน

ที่ญี่ปุ่นก็เป็นเช่นนั้น เพื่อนเป็นคนญี่ปุ่นของเราคนหนึ่งก็ไม่ได้นับถือศาสนาอะไร และบอกว่าที่ญี่ปุ่นก็ไม่ค่อยถามกันว่านับถือศาสนาอะไร และเพื่อนอีกคนเป็นชาวอังกฤษก็ไม่ได้นับถือศาสนาอะไรเช่นกัน แต่เค้าก็ศึกษาเรียนรู้เรื่องราวปรัชญาของเกือบทุกศาสนานะ จะว่าไปถึงเค้าบอกว่าไม่นับถือศาสนา แต่เค้าสามารถเล่าเรื่องราวของคริสต์ศาสนาให้เราฟังได้อย่างละเอียดเชียวแหละ

คนไทยเรา อยู่กันมาแต่โบราณมีหลากหลายเชื้อชาติ แต่ต้องยอมรับว่าบางครั้ง บางคนก็ไม่ยอมรับกับความแตกต่างหลากหลายในสังคม ยังมีการแบ่งแยกมากมายที่เรามองเห็น ตามยศฐาบรรดาศักดิ์บ้าง ตำแหน่งบ้าง ความร่ำรวย-ยากจนบ้าง จิปาถะถ้าคนเราจะแบ่งแยกกัน คงต้องพยายามสร้างความเป็นไทยภายใต้ความหลากหลายบ้าง (แต่อย่าให้ถึงกับชาตินิยมเลยนะ เดี๋ยวจะพลอยไปต่อว่าชาติอื่นเข้าอีก)

การเปรียบเทียบ ก่อให้เกิดความรู้สึกเป็นหมู่เป็นพวก คล้ายๆ ชาตินิยมเหมือนกัน มีตัวอย่างจากบรรยากาศของรถคันที่ 2 ที่เรานั่ง ด้วยความที่คุณปีเตอร์กับคุณหน่อยคนนำเที่ยว ได้ชื่นชมกับความมีวินัยของสิงคโปร์มาก พร้อมกับเปรียบเทียบกับความไร้ระเบียบของประเทศไทยและคนไทย ซึ่งการพูดแบบนี้บางทีก็เป็นดาบสองคม เพราะปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นก็คือ.. พวกเราบางคน ก็ชอกช้ำกับการที่คนไทยถูกต่อว่า.. ก็เราก็คนไทยนี่... บางคนก็ว่าสิงคโปร์ดีก็ดีไปทำไมต้องเอามาเปรียบเทียบกันด้วย เลยกลายเป็นว่าพวกเราบางส่วนก็นั่งจับผิดสิงคโปร์กัน... "เฮ้ย... ไฟคนข้ามยังแดงอยู่เลยนั่นไง ข้ามถนนไปแล้ว ไหนว่ามีวินัยไง" ... "นั่น นั่น ใครบีบแตร แป๊นๆ ไหนว่าคนสิงคโปร์ไม่บบีบแตร หยั่งจีนกับเวียดนามไง"... "อูย ไหนว่าไม่มีขยะ นั่นอะไรน่ะ กระป๋องน้ำอัดลมข้างทาง นั่นน่ะ"

     เชื่อเหอะว่าให้ดีขนาดไหน ถ้ามีคนจับผิดละก้อ เสร็จทุกราย เพราะ Nothing perfect ไง...


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7
กรวดแก้ว วันที่ : 16/10/2007 เวลา : 14.37 น.
http://www.oknation.net/blog/tfriend
เพราะชีวิตคือสิ่งไม่แน่นอน แต่ฉันจะเป็นผู้สร้างความแน่นอนให้กับชีวิต

ขอบคุณที่แวะไปทักทายนะคะ...
อยากไปเที่ยวมั่งจัง
ความคิดเห็นที่ 6
ku_khuan วันที่ : 15/10/2007 เวลา : 09.57 น.
http://www.oknation.net/blog/khuan
<<"แล้ววันนึง ฉันก็โผล่ออกมาจากกะลาแคบๆ ที่ครอบหัว">>


เอาขนม มาฝากเจ้าของบ้าน
ความคิดเห็นที่ 5
vincentoldbook วันที่ : 14/10/2007 เวลา : 20.48 น.
http://www.oknation.net/blog/vincentoldbook
ชีวิตที่ปราศจากอิสรภาพ เสมือนหนึ่งร่างกายที่ปราศจากวิญญาณ ...กลิ่นหอมของบ้าน ..หอมกลิ่นวรรณกรรม และ ..เพื่อนร่วมชาติของข้า!!  คือ อิสรภาพเล็กๆ  คือความงดงามเล็กๆ ที่ฉันมี  

สิงคโปร์มีบางสิ่งบางอย่างที่คนไทยควรมองและเอาเยี่ยงอย่าง ... ระเบียนวินัยในการบริหารประเทศ ..

อาจเป็นเพราะว่าพวกเขาลำบากมามากก็เป็นได้ กว่าจะได้ประเทศมาต้องต่อสู้กันมาอย่างโชกโชน ..

วันนี้สิงคโปร์ดูเป็นหนึ่ง ...ขณะที่ไทยเราดูเป็นที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ ... ( เพราะเราเรียนรู้สิ่งไม่ดีของคนสิงคโปร์มาน่ะดิ )

เรื่องนับถือศาสนา ..ผมก็มีเพื่อนที่ไม่นับถือศาสนาอะไรเป็นหลัก ..อ่านศึกษาและเรียนรู้ได้ทุกศาสนา ..และเป็นคนดีมากคนหนึ่ง..

ขอให้เที่ยวให้สนุกครับ


ความคิดเห็นที่ 4
ริมโขง วันที่ : 13/10/2007 เวลา : 12.22 น.
http://www.oknation.net/blog/mitsunjon

อยากไปเที่ยวด้วยคนค่ะ
คงสนุกดีชอบจัง
ความคิดเห็นที่ 3
สุรศักดิ์ วันที่ : 12/10/2007 เวลา : 20.07 น.
http://www.oknation.net/blog/surasakc
<< ชวนไปชม ภาพตั้งโต๊ะ ปฏิทินตั้งโต๊ะ และทำการ์ดอวยพร สวย ๆ   / 30  พ.ย. 51 >>

ผมไปสิงคโปร์เมื่อ 2 ปีที่แล้ว มีสิ่งหนึ่งที่ขอชมก็คือ
เขามีผู้นำที่เข้มแข็ง เห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่า
ส่วนตน ไม่ทะเลาะกันเป็นรายวันเหมือนของไทย
ประชาชนก็ให้ความร่วมมือดี ทั้ง ๆ ที่แอบบ่น
ว่าโดนเก็บภาษีสูงมาก สิงคโปร์เป็นเกาะเล็ก ๆ
ใกล้เคียงกับเกาะภูเก็ตของเราเท่านั้น ทรัพยากรก็
ไม่มีอะไรมาก แต่เขาพัฒนาได้รวดเร็วดีมาก จน
ประเทศต่าง ๆ ต้องฟังเขา
ขอบคุณมากครับ ที่พาชมสิงคโปร์
ความคิดเห็นที่ 2
Supawan วันที่ : 12/10/2007 เวลา : 19.29 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ตามมาเที่ยวค่ะ....
ความคิดเห็นที่ 1
ku_khuan วันที่ : 12/10/2007 เวลา : 17.13 น.
http://www.oknation.net/blog/khuan
<<"แล้ววันนึง ฉันก็โผล่ออกมาจากกะลาแคบๆ ที่ครอบหัว">>


อิจฉาคนไปเที่ยว นิ
เล่าได้ มิรู้เบื่อ...
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31