พิมพ์หน้านี้
|
เมื่อวันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม 2550 ได้มีโอกาสไปร่วมประชุมวิชาการระดับชาติของนักเศรษฐศาสตร์ ครั้งที่ 3 ที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นเจ้าภาพในปีนี้ จัดประชุมในหัวข้อ "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน" เป็นการจัดงานร่วมกันของ 6 มหาวิทยาลัย คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และสถาบันพัฒนบริหารศาสตร์ ซึ่งครั้งต่อไปในปีหน้า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็จะเป็นเจ้าภาพ (ถ้าครั้งหน้าได้ไปก็ดีสินะ จะได้ไปเยี่ยม มช.ด้วย... ) งานครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวโรกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในปี 2550 ทรงเป็นผู้นำการพัฒนาประเทศ และพระราชทาน "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทย ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ เมื่อปี 2549 UNDP ได้ประกาศเกียรติคุณพระมหากษัตริย์นักพัฒนาของโลก และทูลเกล้าถวายรางวัล Human Development Lifetime Achievement Award แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ...หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีหัวใจสำคัญคือ ทางสายกลาง หรือความพอเพียง ซึ่งสอดคล้องกับวิธีการพัฒนาของยูเอ็นที่ให้ความสำคัญกับคน โดยถือว่าเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา และส่งเสริมกระบวนการพัฒนาที่ยั่งยืนอันจะนำไปสู่การพัฒนาคนในที่สุด ข้อเสนอแนะ 6 ประการ ในการพัฒนาคนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของ UNDP (จากรายงานการพัฒนาคนของประเทศไทย ปี 2550 เศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาคน โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย) มีดังนี้ 1. เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่มีความสำคัญยิ่งสำหรับการขจัดความยากจนและการลดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของคนจน 2. ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นพื้นฐานของการสร้างพลังอำนาจของชุมชนและการพัฒนาศักยภาพชุมชนให้เข้มแข็งเพื่อเป็นฐานรากของการพัฒนาประเทศ 3. เศรษฐกิจพอเพียงช่วยยกระดับความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัท ด้วยการสร้างข้อปฏิบัติในการทำธุรกิจที่เน้นผลกำไรระยะยาวในบริบทที่มีการแข่งขัน 4. หลักเศรษฐกิจพอเพียงมีความสำคัญยิ่งต่อการปรับปรุงมาตรฐานของธรรมาภิบาลในการบริหารงานภาครัฐ 5. ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสามารถใช้เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายของชาติเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อสถานการณ์ที่เข้ามากระทบโดยกระทันหัน เพื่อปรับปรุงนโยบายต่างๆ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น และเพื่อวางแผนยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมการเติบโตที่เสมอภาคและยั่งยืน 6. ในการปลูกฝังจิตสำนึกพอเพียง จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนค่านิยม และความคิดของคนเพื่อให้เอื้อต่อการพัฒนาคน จะเห็นได้ว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีความเป็นสากล และสามารถนำไปปรับใช้ได้กับเรื่องต่างๆ ได้ เมื่อพูดถึงเรื่องความเสี่ยง จะพบว่ามีปลาย 2 ด้าน คือ พวกชอบเสี่ยง (Risk Taking) และพวกหลบความเสี่ยง (Risk Avoiding) แต่เศรษฐกิจพอเพียงอยู่ตรงกลาง เราเรียกว่า การจัดการความเสี่ยง (Risk Management) ซึ่งต้องมีข้อมูลและความรู้ที่เพียงพอ สามารถคาดการณ์และทำนายได้อย่างแม่นยำ จึงจะสามารถจัดการกับความเสี่ยงได้ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข ก็คือ พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน และเงื่อนไขความรู้ และคุณธรรม ขณะนี้เมื่อถามว่าสิ่งไหนที่ยังขาดกันมาก คำตอบที่ได้ส่วนใหญ่ที่ยังขาดก็คือเรื่องของ "ความรู้" ยกตัวอย่างเช่น การแต่งตั้งบุคคลเข้าเป็นผู้บริหารขององค์การ/หน่วยงานต่างๆ การแต่งตั้งบุคคลเข้าเป็นบอร์ดต่างๆ ปรากฏว่าคนเหล่านั้นยังไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญ รู้ เข้าใจ ในเรื่องนั้นๆ อย่างแท้จริง ซึ่งยังผลความเสียหายให้เกิดกับส่วนรวม... ปัจจุบันนี้อาจเรียกได้ว่าคนไทยทุกคน รู้จักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ขั้นต่อไปคือนำไปปรับใช้กับชีวิตของตัวเอง เพื่อนำไปสู่ "ชีวิตพอเพียง" |
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||