พิมพ์หน้านี้
|
เมื่อเช้าดูรายการ สถานีสนามเป้า มีคุณแนน (ชลิตา เฟื่องอารมณ์) สัมภาษณ์ครูมอส ซึ่งเป็นนักศิลปะบำบัดจากโรงพยาบาลสมิติเวช เห็นว่าเรื่องราวของศิลปะบำบัดเป็นเรื่องน่าสนใจและยังเป็นเรื่องใหม่ในสังคมของเราอยู่ ครูมอสบอกว่าศิลปะบำบัดนี้ เมื่อเห็นความเจ็บไข้ โดยเฉพาะด้านจิตใจของเด็กๆ ก็สามารถใช้ศิลปะบำบัดในการเยียวยาได้ตั้งแต่อายุ 5 ขวบขึ้นไป จนถึงวัยชราเลยทีเดียว ที่เริ่มที่ 5 ขวบ เพราะถ้าเด็กกว่านั้นการวินิจฉัยว่าเด็กผิดปกติก็อาจจะคลาดเคลื่อน และวัน 3-4 ขวบ เป็นวัยของการเล่นมากกว่า และการบำบัดก็ต้องมีขั้นตอนของมัน เช่นต้องให้แพทย์วินิจฉัยก่อนว่าอาการเป็นแบบไหน และจะบำบัดอย่างไร ครูมอสยกตัวอย่างคนปวดหัว ถ้าให้วาดรูปโดยใช้สีแดงก็จะยิ่งไปกันใหญ่ ก็ต้องมีหลักวิชาในการใช้ศิลปะบำบัดด้วย ลองเชิร์ทเน็ตดูเรื่องของศิลปะบำบัด เห็นว่าเค้ามีอยู่ 4 กิจกรรม และมีรายละเอียดน่าสนใจ ก็เลยนำมาแบ่งปันกัน...
..."คุณอนุพันธุ์ พฤกษ์พันธ์ขจี หรือครูมอส นักศิลปะบำบัด โรงพยาบาลสมิติเวช บอกว่า ศิลปะที่นำมาใช้เยียวยาเยาวชนเรียกว่า "ศิลปะบำบัดแนววอลดอร์ฟ" ซึ่งสามารถช่วยให้เยาวชนที่ถูกละเมิดในมุมต่างๆ ได้แก้ปัญหาทางอารมณ์ จิตใจ เมื่อทุกคนได้สัมผัสศิลปะจะทำให้มีพลัง มีความสุข มีชีวิตชีวามากขึ้น พร้อมที่จะก้าวไปสู่โลกใหม่ๆ ได้
*ยารักษาใจ ครูมอส (อนุพันธุ์ พฤกษ์พันธ์ขจี) นักศิลปะบำบัดแห่งโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ ผู้เป็นแกนนำในการรวมกลุ่มเพื่อนๆ อาสาสมัครมาจัดกิจกรรมศิลปะบำบัดครั้งนี้ เปิดเผยว่า เด็กๆ ที่ถูกล่วงละเมิดจะมีปัญหาทางด้านอารมณ์ มีความวิตกกังวล ซึมเศร้า ก้าวร้าว และไม่มั่นคง เนื่องจากสถานการณ์ที่เด็กต้องเผชิญแตกต่างกัน เพราะฉะนั้น ผลกระทบต่างๆ ก็มีมิติที่แตกต่างกัน สิ่งที่เราทำเป็นการเพาะเมล็ดพันธุ์ที่ดี เราไม่ได้บอกว่า ต่อไปนี้เด็กๆ จะไม่ซึมเศร้า แต่ตรงนี้จะเป็นการเสริมให้เด็กมีสุนทรียภาพมากขึ้น เพราะศิลปะสามารถเข้าไปสัมผัสกับจิตใจของเด็กได้ลึกและแยบยลกว่าวิธีอื่น ถ้าศิลปะเป็นยา มันก็เป็นยาที่รักษาใจ มนุษย์ไม่ใช่มีแค่เพียงรูปกายอย่างเดียว แต่มีรูปของจิตใจด้วย กายเป็นอย่างไร จิตใจก็เป็นอย่างนั้น อนุพันธุ์ กล่าวถึงการใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือเยียวยาที่ได้ผล *ศิลปะแนววอลดอร์ฟ ศิลปะแนววอลดอร์ฟเป็นที่รู้จักในต่างประเทศมานานแล้ว แต่สำหรับประเทศไทยค่อนข้างเป็นเรื่องที่ใหม่และไม่ค่อยถูกเผยแพร่มากนัก โดยอนุพันธุ์เรียกศิลปะแนวนี้ว่า มนุษยปรัชญา (Anthroposophy) ซึ่งเน้นการพัฒนาแบบองค์รวมเพื่อให้สามารถพัฒนามนุษย์ให้ได้ถึงส่วนลึกที่สุดของจิตใจ ทั้งนี้ สามารถแบ่งศิลปะเป็น 7 แบบ ได้แก่ สถาปัตยกรรม งานปั้น การวาด การพูด ดนตรี การเคลื่อนไหว และละคร โดยศิลปะทั้ง 7 อย่างนี้มนุษย์ควรสัมผัสในทุกมิติ อย่างไรก็ดีเขาย้ำว่าความพิเศษของศิลปะแนววอลดอร์ฟ คือ นักศิลปะบำบัดต้องมีชีวิตชีวา ทั้งยังต้องศึกษาตัวเองและทำให้ตัวเองเบิกบานก่อนที่จะไปทำให้คนอื่น สำหรับศิลปะแนววอลดอร์ฟ ที่นำมาใช้ฟื้นฟูและพัฒนาจิตวิญญาณของเด็กๆ ครั้งนี้ ประกอบด้วยศิลปะด้านดนตรี การวาดภาพระบายสี งานปั้น และละคร ซึ่งจะเป็นสื่อกลางทำให้เด็กๆ เหล่านี้ได้เรียนรู้หลักการที่ใช้ในงานศิลปะแต่ละด้านผ่านประสบการณ์ตรง เพื่อผลักดันให้จิตวิญญาณถ่ายทอดพลังแห่งการสร้างสรรค์ภายในออกมาให้ปรากฏ โดยกิจกรรมศิลปะต่างๆ ได้รับความร่วมมือจากนักศิลปะบำบัดและศิลปิน ในแต่ละสาขามาดำเนินการสอนแบบองค์รวม กล่าวคือ เริ่มต้นการอบรมผู้ที่ทำงานในพื้นที่ และบุคลากรบ้านเกร็ดตระการที่ต้องคลุกคลีเด็กกลุ่มนี้ จากนั้นจึงจัดกิจกรรม ค่ายศิลปะบำบัดเติมใจ เพื่ออบรมให้กับเด็กผู้ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ และท้ายสุดคือการนำผลงานของเด็กๆ มาแสดงในรูปแบบของนิทรรศการในเดือน ส.ค. นี้ ที่บ้านเกร็ดตระการ เกาะเกร็ด จ.นนทบุรี ...(จากเว็บไซต์ ศูนย์คนหายฯ)
|
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||