พิมพ์หน้านี้
|
ถ้ารักจะเป็นดาวในหาวห้อง จงเรืองแสงฉายส่องในห้องหาว ใครทุกหนอาจมิเห็นเราเป็นดาว ใช่เรื่องร้อนปวดร้าวถ้าเราเป็น
คิดถึงวาณิช จรุงกิจอนันต์ ตั้งแต่มีเรื่องระหว่างมติชนกับแกรมมี่ ก็ไม่ได้อ่านบทความของวาณิชอีกเลย กลอนบทนี้ ก็เป็นกลอนของวาณิชที่อ่านครั้งแรก ก็ติดอยู่ในใจ วันก่อนก็เชิร์ทชื่อของวาณิชในกูเกิ้ล ปรากฏว่าไปเจอบล็อกที่หมอวิจารณ์ พาณิช (ปรมาจารย์เรื่องการจัดการความรู้ - KM) คุณหมอบอกว่า ถ้าใครเขียนบล็อกไม่เป็น ก็ให้อ่านบทความของวาณิช เพราะในบทความเขาจะเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยต่างๆ เปรียบเหมือนการดึง tacit จากประสบการณ์ออกมา และเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่มีคุณค่า อ่านแล้วได้ความรู้ เกิดความคิด เกิดมุมมอง ก็ได้แต่เสียดาย...
ความสุขอื่นใดยิ่งกว่าความสงบในใจไม่มี นั่นนะสิ แล้วความสงบในใจนี่มันจะเสถียร (stable) ได้อย่างไร
วันก่อน (อีกแล้ว) ดูทีวี เขาเล่าถึงชีวิตของเจ้าของงร้านเพชร ซึ่งเป็นคนสวย ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และร่ำรวยจากการทำงาน แต่ถึงวันหนึ่งเขาก็มีปัญหากับสามี และไม่เห็นความสำคัญของแม่ของตัวเอง มักพูดจาทำร้ายจิตใจทำให้แม่ต้องร้องไห้อยู่เสมอ วันหนึ่ง เขาก็คิอว่า ชีวิตก็เหมือนจะประสบความสำเร็จ แต่ทำไมถึงไม่มี ความสุข
เขาก็ทดลองไปปฏิบัติธรรม มองย้อนไปเห็นพฤติกรรมของตัวเองที่ทำกับแม่ ในตัวอย่างเป็นตอนที่เขากลับมาจากปาร์ตี้ แล้วแม่มาเล่าเรื่องช่างมาซ่อมแอร์ คือแม่แค่อยากคุยกับเขา เจออะไร เพื่อนบ้านแอร์เสียเหมือนกัน แล้ว... แต่แค่ได้ยินเรื่องแอร์เสีย เขาก็เปิดกระเป๋าสตางค์ ถามว่าเท่าไร เอาเงินไปเลย เหนื่อย ไม่อยากฟัง แม่ก็บอกว่า แม่จ่ายไปแล้ว ไม่ได้ต้องการเงิน แค่อยากเล่าให้ฟัง เขาก็ไม่ฟัง บอกว่าแม่ทำให้เขาเหนื่อยมากขึ้น เขาเพลีย เหนื่อยมาก ทนไม่ไหว ไม่อยากฟัง เดินหนีขึ้นบันได... แม่ก็ร้องไห้
พอเขามองย้อนกลับไป แล้วรู้ตัว เสียใจในสิ่งที่ตัวเองทำ เขาก็กราบเท้าขอโทษแม่ และจากนั้นก็ให้ความสำคัญกับแม่เป็นอันดับหนึ่ง ดูแล ใส่ใจ พาไปเที่ยว ฯลฯ ไปยุโรปกันสองคนแม่ลูก ก็ไปมาแล้ว... แม่ก็ดูมีความสุข
พอดูจบ... โอ้ย คิดถึงแม่จัง เป็นคนชอบตามใจพ่อแม่อยู่แล้ว ไม่ได้กลับบ้านนานๆ ก็คิดถึง จนไม่รู้ว่าพ่อกับแม่ติดเรา หรือเราติดพ่อกับแม่กันแน่
... พอเห็นภาพสะท้อนของชีวิตของคนอื่น ก็คงเหมือนกับนางเอกเรื่อง My Blueberry Nights ที่บอกว่า ภาพชีวิตของคนอื่น สะท้อนให้เราเห็นตัวเองชัดขึ้น และชอบตัวเองมากขึ้น
บางที เราคิดว่าเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตมันก็ธรรมดาๆ มีพ่อแม่น้องอยู่เคียงข้างตลอดเวลา มีเพื่อนดีๆ คอยให้กำลังใจ และมีที่ว่างในใจไว้สำหรับเราเสมอ มีเวลาให้เราเสมอ เมื่อเราต้องการ เป็น A friend in need (is a friend indeed) ก็คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา ไม่เห็นจะพิเศษตรงไหน ได้ยินว่า you are so special among 6,000 millions people in the world ก็ยังเฉยๆ แต่พอได้พบ ได้เห็น ได้รับรู้ชีวิตของใครต่อใคร ถึงได้รับรู้ว่า เออหนอ บางทีคนเราก็ไม่รู้ซึ้งถึงคุณค่าของสิ่งที่ดีที่สุด ใกล้ๆ ตัว สักเท่าไร ถึงต้องมี forward mail มาคอยเตือนใจกันอยู่ทุกวันไง รับรู้แล้วผ่านไป บางทีมันไม่เสถียร ถึงวันหนึ่ง ความรู้สึกนึกคิดต่างๆ ก็จะ เสถียร
แต่บางครั้ง พอรู้สึก เศร้า ไม่ว่าจะยังไง ความเศร้าก็ไม่หายไป และที่สำคัญ ใครก็ทำให้เราหายเศร้าไม่ได้ ยกเว้นแต่เราจะเลิกคิดถึงมันและเลิกเศร้าไปเอง อ้อ ใช่แล้ว ลองนึกดูสิว่า เราเศร้าเรื่องอะไร (ถ้ายังไม่ได้ตั้งชื่อเรื่องก็แล้วไป) แต่เขาบอกว่า ถ้าเรารู้ สาเหตุ เราก็ต้องแก้ที่ สาเหตุ เพราถ้าแก้ที่ อาการ มันก็จะไม่หายขาด มันก็จะวนเวียน แล้วเราก็งง หาทางออกจากเขาวงกตไม่เจอ
โอเค... หายเศร้าแล้ว อ้อ ยังมีอีกนิดหน่อย แต่กำลังจะหายเศร้าจริงๆ ซักที (ดีกว่า) แปลกดีนะ ที่คิดไปเรื่อยๆ คุยกับเพื่อนบ้าง เขียนบ้าง ทั้งๆ ที่ไม่ได้ปุจฉา-วิสัชนา แต่บางทีเราก็ค้นพบอะไรบางอย่าง ที่ทำให้เหมือนกับตาสว่างขึ้น มองเห็นอะไรมากขึ้น มีมุมมองเพิ่มขึ้น และชัดขึ้น ไม่รู้สิ ชีวิตก็เป็นยังงี้แหละมั้ง เรียนรู้อยู่ทุกวัน ฉลาดขึ้นทุกวัน แต่ไม่ฉลาดที่สุดซักที คงเป็นเรื่องธรรมดา อีกเรื่องของชีวิตแหละ หรือจะเป็นสิ่งพิเศษ ที่ชีวิตเป็นก็เป็นแบบนี้ ก็ไม่รู้สินะ...
|
| << | สิงหาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | ||||||