พิมพ์หน้านี้
|
ด้วยความที่ชอบ การเดินทางของนอร่าห์ โจนส์ ในเรื่อง My Blueberry Nights ในหนังเป็นการนับเวลาที่เริ่มต้นในวันที่ตัดขาดจากใครบางคน นับไป 300 วัน อืมห์... น่าสนใจนะ บล็อกของเราก็ขึ้นหัวเรื่องว่า "การเดินทางของกาลเวลา จากขอบฟ้าสู่ดวงดาว" อยู่แล้ว เพราะงั้นต้องเริ่มนับเวลา 300 วันบ้าง (พันธมิตรเค้าก็นับทุกวันเหมือนกัน เช่น วันนี้เป็นวันที่ 1xx ของการชุมนุม และเป็นวันที่ 1x ของการยึดทำเนียบ (เลข x หมายถึงเลขอะไรที่เราก็ไม่รู้สิ จำนวนที่คุณไม่รู้ก็ต้องแทนค่าด้วย x) จะเริ่มต้นนับจากวันที่ตัดใจจากใครบางคนแบบนอร่าห์ โจนส์ มันก็นานมาแล้ว ต้องย้อนกันนานเลย และที่สำคัญมันไม่ใช่การนับไปข้างหน้าสิ เพราะอย่างนั้น จึงตั้งชื่อบล็อกนี้ว่า "วันที่ 56 ของความรัก" ซึ่งจะนับไปจนถึง วันที่ 300 ของความรัก แล้วมาดูซิว่า ถึงวันนั้นจะต่างจากวันนี้ไปขนาดไหน แต่ต้องสารภาพว่าหลังจากนับมาได้ ประมาณ 50 วันก็เริ่มถอดใจ... ไม่เห็นจะคืบหน้าไปไหนเลย แต่เพื่อนรักก็บอกว่าให้อดทนหน่อย ยังเหลือเวลาอีกตั้งสองร้อยกว่าวัน ก็ อืมห์... ไม่เป็นไร ระหว่างนี้ ก็วุ่นวายเรื่องอื่นไปพรางๆ ก่อนละกัน เพราะฉะนั้น ช่วงนี้ของชีวิต ภารกิจจึงแน่นเอี๊ยด คิวติดๆ กันไปหมดเลย อย่างเช่น เมื่อวานวันเสาร์ ถึงแม้ว่าจะตัดใจเลิกตื่นบ่ายสองโมง มานานหลายเดือนแล้ว แต่การตื่นแปดโมงครึ่งตอนเช้าวันเสาร์ก็ทรมานกันน่าดู... ต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวมาแพ็คของที่ทำงาน เพราะเรากำลังจะย้ายออฟฟิศกันตอนสิ้นเดือน แต่ก่อนอาบน้ำ ก็ต้องดูแลสวนป่าริมระเบียงกัน เพราะช่วงนี้ฝนตกเกือบทุกวัน กล้วยไม้ริมระเบียงอาการไม่ค่อยดี เกรงว่าจะราจะขึ้น รากจะเน่า ก็ต้องตัดแต่ง แขวนให้ลมพัดผ่าน รับแสงแดดยามเช้ากันหน่อย จากนั้นก็จิบกาแฟ ละเลียด หอม อร่อย... อ้าว ครึ่งชั่วโมงผ่านไป กาแฟเพิ่งหมดแก้ว... นั่งดูหนังไปด้วย The Six Sense แม้ว่าเคยดูแล้ว แต่มันไม่ปะติดปะต่อ... ขอดูชัดๆ ทวนอีกรอบเถอะนะ ... อุ้ยตาย เวลาไม่มีแล้ว อาบน้ำแต่งตัวไปด้วยดีกว่า... โอ้ มายก็อด จะสิบเอ็ดโมงแล้วเหรอเนี่ย หิวจัง ปากซอยมีอาหารปักษ์ใต้ คั่วกลิ้งอร่อยที่ซู๊ด ไม่เผ็ดเกินไปอีกต่างหาก สั่งอาหารใส่ถุง โบกแท๊กซี่ วิ่งข้ามถนนไปขึ้นแท๊กซี่ แล้วก็สยายผมเพราะสระผมมายังเป่าผมไม่แห้งเลย แต่ตอนแรกผูกผมมาเพราะกะว่าจะโดดขึ้นมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ซึ่งตอนนี้คุ้นเคยกันมาก เพราะมักจะสายจนต้องพึ่งมอเตอร์ไซด์อยู่บ่อยๆ ทำให้ทักษะเรื่องการซ้อนมอเตอร์ไซด์พัฒนาไปไกลโข ขนาดฝึกทักษะนี้ทีหลังการเรียนภาษาอังกฤษวันอาทิตย์ทุกสัปดาห์อีก แต่ทักษะภาษาอังกฤษยังไม่คืบหน้าไปไหนเลย ถึงไหนแล้วล่ะ... อ๋อ นั่งแท๊กซี่ ก็คุ้ย MP4 ในกระเป๋ามาฟัง และเงยหน้าขึ้นมองวิวข้างรถ ตายละวา เวียนหัวหน้ามืด มือสั่น ที่แท้เกือบเที่ยงยังไม่มีอาหารตกถึงท้องสงสัยใกล้จะเป็นลม พอมาถึงที่ทำงานก็กินๆๆๆๆๆๆ แล้วนั่งพัก ... แล้วค่อยเก็บเอกสารลงกล่อง บ่ายสาม เก็บของไปได้จิ๊ดเดียว เพราะพักกินข้าวอีก 1 มื้อ บอกไม่ได้ว่ามื้อไหน เพราะมีของกินอยู่บนโต๊ะก็กินได้ทั้งวันแหละ อ้อ พอบ่ายสามน้องสาวก็มาหา ต้องขออนุญาตหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานออกไปก่อน (ตามเคย... มีความรับผิดชอบ จี จี เลยเรา) ภารกิจต่อไปคือไปกิน MK กับน้องสาว และอาจชอปปิ้งอีกเล็กน้อย..ถ้าจำเป็น.. ระหว่างนั้นเพื่อนก็โทรมาจากอังกฤษ หูจะแตก ฟังเพื่อนไม่รู้เรื่องเลย บอกว่าว่าทักษะภาษาอังกฤษมันไม่ค่อยพัฒนา หลังจาก yes yes no no ไปแล้วก็บอกว่ากำลังช็อปปิ้งกับน้องสาว เพื่อนเลยบอกว่างั้นเดี๋ยวเค้าค่อยโทรมาใหม่ เราก็ต้องรีบห้าม เพราะมืนครั้งเดียวดีกว่า ถ้าโทรมาอีกเดี๋ยวก็มืนอีก... ขอบอกว่า เมนูเห็ดนานาชาติอร่อยมากเลย (นี่ไม่ได้รับค่าโฆษณาหรอกนะ) อิ่มอร่อยเรียบร้อย ก็มีโทรศัพท์มารายงานว่าชั้นถึงท่าพระจันทร์แล้วนะ เราก็ดูเวลาอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงจะถึงเวลานัดห้าโมงเย็นที่ท่าพระจันทร์ ที่กะว่าจะไปเดินเล่น และดูคอนเสิร์ต 30 ปี โฟล์คซองคำเมือง ร้อยใจร้องเพลงจรัล เวลา 18.00 น. ที่หอประชุมใหญ่ธรรมศาสตร์ ช่ายแล้ว เราไปถึงหอประชุมตอน 17.55 น. และโดนจิกตีกัดทึ้ง บอกว่านัดห้าโมงใช่มั๊ยยะ แหมพี่ก้อ... จิกกัดกันขนาดไหนก็เร็วสุดได้แค่เนี้ยแหละ เอาละ Better Late than Never (จริงๆ ไม่เลทเวลาคอนเสิร์ตน่ะ แหะ แหะ แต่ก็เลทเวลานัดไปเยอะเลย) ศิลปินเยอะมาก ที่ประทับใจที่สุดน่าจะเป็นเสียงของสุนทรี เวชานนท์ ที่เป็นเอกลักษณ์สุดๆ ยังแอบคิด (ป่าวแช่ง) ว่าถ้าสุนทรีไม่อยู่ แล้วจัดคอนเสิร์ตให้สุนทรี คงจะไม่เต็มอิ่มแน่ เพราะยังไงก็จะคิดถึงแต่เสียงของสุนทรีอยู่ร่ำไป... นึกถึงคอนเสิร์ตรำลึกถึงโจ้ วงพอส ที่ไปดูมาคราวก่อน เสียงใครก็เทียบกับโจ้ไม่ได้เลย ก็เพราะว่ามันเป็นเพลงของโจ้ไง เพลงและดนตรีที่มันมีเอกลักษณ์เฉพาะน่ะ ดูคอนเสิร์ตคราวนี้ก็เหมือนกัน เพลงของจรัลก็คงมีแต่จรัลเท่านั้นที่ติดตรึงอยู่ในใจเรา ศิลปินบางคนขึ้นมาร้องแล้วพี่ที่นั่งข้างๆ เรา แอบพึมพำว่า คุณคือ จุดอ่อน the weakest link บอกให้ก็ได้ ศิลปินคนนั้นคือ ฟอร์ด สบชัย ไกรยูรเสน ซึ่งเราก็ยอมรับว่าเค้าก็เก่ง แต่เค้าร้องเพลงของจรัลแล้ว ไม่เข้าถึงอารมณ์เลย แถมเค้าร้องเพลงที่คนรู้จักกันแพร่หลายอย่าง พี่สาวครับและอุ้ยคำ ก็เลยยิ่งคิดถึงจรัลเข้าไปใหญ่... สงสัยเราต้องเลิกดูคอนเสิร์ตรำลึกถึงคนที่จากไปแล้วหละ หรือไม่เราก็ต้องยอมรับให้ได้ ว่ามันไม่มีใครเหมือนใครได้ ทุกคนเกิดมาก็เป็นคนเดียวบนโลกใบนี้ จะเอาไปเปรียบเทียบกันได้ยังไง ยิ่งเอาคนเป็นไปเทียบกันคนตาย... คนเป็นก็เสียเปรียบแย่สิ จริงๆ แล้วเมื่อวานเป็นวันที่ 55 ของความรัก แต่... ไม่มีสัญญาณอะไรเลย แม้จะอยากเล่าเรื่องความรักก็ไม่มีอะไรให้เล่า และรวมถึงวันนี้ วันที่ 56 ของความรักก็เช่นกัน... เหตุการณ์ในวันนี้น่ะเหรอ.. เรียนภาษาอังกฤษทั้งวัน เหนื่อยโครตๆ ถูกดูดพลังไปหมดเลย และเพื่อนรักอีกคนนัดดูหนัง... เฮ้อ สำหรับเรื่องความรักก็ยังคงเหมือนเดิม... แนวรบด้านตะวันตกเหตุการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง... |
| << | กันยายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | ||||