พิมพ์หน้านี้
|
ก็คงต้องตามใจเพื่อนรัก เพื่อนบอกว่าอยากรับรู้เรื่องราวสบายๆ ของการท่องเที่ยวในจีน ภาพสวยๆ บรรยากาศดีๆ ใครเล่าจะขัดใจเพื่อนได้ เริ่มต้นกันที่ป่าหินงาม (
ก็สวย ก็ยิ่งใหญ่ เป็นเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ในโปรแกรมทัวร์ทุกโปรแกรม เส้นทางที่เดินไปก็จะมีจุดสนใจเป็นระยะๆ และเดินกันไป ปีนกันไปให้ถึงจุดไคลแมกซ์คือ บนยอดเขาหินลูกหนึ่ง ซึ่งมีศาลาทรงจีน (ก็แน่ละ จะเป็นทรงไทย หรือทรงยุโรปได้ยังไงล่ะ) เพื่อที่จะถ่ายรูปวิวกันตระการตาของ ป่าหินงาม
เอาเป็นว่าไล่ไปทีละซีนละกันนะ จุดแรกที่คนรุมกันถ่ายรูปก็คือหน้าผาซึ่งมีตัวอักษรจีนตัวใหญ่เขียนไว้ (ซึ่งที่สังเกตเห็น ก็จะมีตัวอักษรจีนสีแดง ตัวเล็กบ้างใหญ่บ้าง ทั่วไปในจุดที่มีลักษณะเป็นหน้าผา หรือเป็นผนังหินเรียบๆ)
จากนั้นก็เดินลัดเลาะไป แล้วก็ถึงจุดที่มีก้อนหินใหญ่หักตรงปลาย แล้วค้างอยู่ด้านบน เป็นจุดสนใจที่ทุกคนต้องเงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็เดินไปอีก ผ่านทางกว้างบ้าง แคบบ้าง ปีนบ้าง มุดไปในช่องแคบๆ ต่ำๆ บ้าง พอมีลานกว้าง ก็ปรากฏตัวอักษรจีนให้คนได้ถ่ายรูปกันอีก
แต่หากไม่มีอะไรโดดเด่น ก็จะมีเรื่องราวขึ้นมา ให้เราได้มีกิจกรรมทำกัน อย่างเช่นตรงที่มีก้อนหินยื่นต่ำลงมาเป็นแท่ง แต่ดูระยะที่สูงจากพื้น ฏ็เหมือนกับไม่น่าจะกระโดดถึงได้ ไกด์ก็จะเล่าให้ฟังว่า มีความเชื่อว่าถ้าใครสามารถกระโดดแตะปลายแท่งหินได้ คนๆ นั้นจะประสบโชคดี คิดสิ่งใดสมปรารถนา ซึ่งทำให้ใครๆ ก็พากันกระโดดเพื่อจะแตะให้ได้ น่าตื่นเต้นดี และยิ่งตื่นเต้นเข้าไปใหญ่เมื่อมีคนกระโดดขึ้นไปแตะได้จริงๆ กรุ๊ปของเราเห็นอย่างนั้น ก็รีบบอกให้พี่ที่ตัวสูงที่สุด กระโดดขึ้นไปแตะ แต่ก็กระโดดไม่ถึงหรอก ยังงงอยู่เลยว่าคนก่อนนั้นที่แตะได้ให้เราเห็นกับตานั้นทำได้อย่างไรกันนะ
เดินกันไปอีกหน่อยก็เจอกับที่นั่งเป็นคล้ายๆ แคร่หิน เข้าไปอยู่ในผนังที่เว้าเข้าไปหน่อย ไกด์ก็บอกว่า ถ้าสาวๆ โสดๆ เข้าไปนั่ง 3 วินาที แล้วจะโชคดีในความรัก ได้พบกับเนื้อคู่ และสุขสมหวัง สาวๆ (โสดบ้างไม่โสดบ้าง) ก็พากันเข้าไปนั่ง นับหนึ่ง สอง สาม แล้วก็ถ่ายรูป แต่ช่างภาพก็มักจะช้างเกินไปสองวินาทีเสมอ ไกด์ก็จะบอกว่าเกินสามวินาทีแล้ว อย่างนี้ไม่รู้ว่าจะสมหวังหรือเปล่านะ เพราะเขาให้นั่งแค่สามวินาทีเท่านั้น ก็เรียกเสียงฮาครืนได้เชียวละ
จากนั้นก็ปีนบ้าง เดินบ้าง ไปจนถึงจุดที่มีแอ่งน้ำ เหมือนเป็นลำธารน้ำระหว่างหุบเขา ก็ได้เวลาโฟโต้เฟสติวัลกันอีกครั้ง เราเองก็ถ่ายรูปเยอะน่าดู ก็มันไม่รู้จะทำอะไร คือพอเดินๆ ไปซักพักความตื่นเต้นมันก็จะค่อยๆ หายไป แล้วก็ไม่รู้จะทำอะไร เดินๆ รอๆ กันไป ไหนๆ ก็ต้องรอก็ถ่ายรูปไปพรางๆ ละกัน แต่กลับมาก็ไม่ผิดหวังนะ ได้รูปสวยๆ มาเพียบเลย
ลำดับต่อไปก็ต้องเดินกันยาวหน่อย เพราะเรากำลังจะมุ่งสู่ศาลาบนยอดเขาโน่น ในช่วงที่ปีนลัดเลากันไปช่วงแรกๆ ก็ยังไม่ค่อยชันเท่าไร แต่ก็ต้องเลี้ยวซ้ายขวาไปเรื่อยๆ มีบางช่วงที่ต้องเดินเรียงคนกันเข้าไปเพราะที่แคบมาก แต่ก็เป็นจุดสนใจอีกจุดหนึ่งเพราะมีหน้าผาซึ่งมีหินที่คนจินตนาการกันว่าเป็นรูปช้าง ไกด์ก็เล่าเรื่องและชี้ชวนกันดู คนก็ติดแหง็กกันทั้งไทย-จีน แต่ก็ต้องรอกันเพื่อจะผ่านตรงจุดนั้น แต่ทุกคนที่เร่งเพื่อนให้ผ่านไปเร็วๆ พอถึงตัวเองเดินผ่านบ้างก็ต้องพากันถ่ายรูปของเพื่อนที่ออกันอยู่ คนละรูปสองรูปเหมือนกันไปหมด ไม่ต้องมีใครเร่งใครหรอกเพราะมันไม่เป็นผลอะไร อิ อิ
เราเดินตามครอบครัวชาวจีน ก็จะเห็นเขาลูบหินตามขอบ ตามมุมที่ยื่นออกมา ไปตลอดทาง ลูบกันจนลื่นไปเลย เพื่อนๆ บอกว่าทางมันโค้งและต้องปีนด้วย เค้าก็เกาะหินที่ยื่นๆ มาเพื่อพยุงตัว แต่เราสังเกตลักษณะอาการแล้วมันคือการลูบจริงๆ ลูบไล้อย่างเบามือ เหมือนอธิษฐานขออะไรไปด้วยอย่างนั้นแหละ ก็ไม่ได้ถามไกด์ซะด้วยว่าเขาลูบกันทำไม ไว้ไปเที่ยวครั้งหน้าจะลองถามดูนะ
เมื่อขึ้นไปถึงข้างบนก็จะเห็นความยิ่งใหญ่ของป่าหินงาม และชวนให้นึกไปว่าเมื่อถึงหน้าหนาวตอนเช้าๆ ที่มีหมอกปกคลุมจะสวยงามสักเพียงไหนหนอ ถ่ายรูปวิวกันจนหนำใจ ซ้าย ขวา หน้า หลัง รวมไปถึงภาพเดี่ยวภาพกลุ่มโดยมีวิวแสนสวยของป่าหินงามเป็นฉากหลังเสร็จแล้ว ก็ต้องรีบเดินลงเพราะที่มันแคบ คนเยอะก็ต้องแบ่งปันกันไป
ลงจากยอดแท่งหินก็นั่งพักตรงลานกว้าง แล้วก็เดินมาที่ทางออก ซึ่งจะผ่านร้านขายของ และวิวสวยๆ ในที่โล่งๆ มีฉากหลังเป็นหน้าผาอีกครั้ง ตรงนี้เองที่มีชุดประจำชนชาติของชนกลุ่มน้อย จำชื่อชนชาติไม่ได้ จำได้แต่เขาเรียก ผู้หญิงว่า อัสมา แปลว่าสาวสวย มีชุดสีขาว สีแดงให้เช่า ไกด์บอกว่าชุดของอัสมา จะมีสัญลักษณ์ที่เขา 2 ข้างที่ติดอยู่กับหมวก ถ้าเป็นสาวโสด จะเขาตั้งทั้ง 2 ข้าง ถ้ามีแฟนหรือมีคนจองแล้ว จะพับเขาข้างหนึ่ง และถ้าแต่งงานแล้วจะพับเขาลงทั้ง 2 ข้าง แต่ไกด์ก็พูดติดตลกว่า ที่ป่าหินงามนั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพราะฉะนั้นสาวๆ ที่นี่ แต่งงานแล้วหรือยังไม่แต่งก็ขอทำเขาตั้งทั้งสองข้างไว้ก่อน เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการท่องเที่ยว แหะ แหะ
พวกเราคนแรกเช่าราคาชุดละ 10 หยวน ซึ่งเช่าแล้วแต่งชุดอัสมาอยู่คนเดียว เพื่อนๆ ที่เหลือก็หมุนเวียนกันไปถ่ายรูปคู่ สัก 10 นาทีผ่านไป คนให้เช่าชุดก็ประกาศราคาใหม่ ให้เช่าชุดละ 5 หยวน ทีนี้เองพวกสาวๆ กลุ่มใหญ่ที่มาด้วยกันก็พากันเช่าชุดอัสมา กลายเป็นก๊วนอัสมาไปเลย สักพักก็มีโปรโมชั่นใหม่มาอีกให้เช่าชุดชายหญิงคู่กัน คู่ละ 5 หยวน แต่ปรากฏว่าอัสมารอบหลังๆ หาชายหนุ่มแต่งตัวคู่กันไม่ได้ และพวกเราก็เหนื่อยกันแล้ว และก็หิวด้วย ก็เลยชวนกันกลับดีกว่า
หลายๆ คนก็พูดว่า สถานที่ท่องเที่ยวของเขาสะอาดจัง สะอาดกว่าในเมืองเยอะเลย หลายคนก็ชมว่าการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวเขาทำได้ดีเชียวละ หลายคนก็ชอบกลยุทธ์ในการขายของเขา สำหรับเราเองก็ชอบทั้งนั้นแหละ อะไรก็ดีทั้งนั้น ได้พบ ได้เห็น ได้เปิดหูเปิดตา ก็นับเป็นส่วนหนึ่งที่ผ่านจากดวงตาเข้าไปหาหัวใจ และส่งผลกระทบต่อสมอง... มันคุ้มค่าที่จะเดินทางจริงๆ
|
| << | ตุลาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |