พิมพ์หน้านี้
|
ว่ากันว่า การที่ได้ตื่นเช้าในต่างถิ่น ทำให้เราได้เห็นวิถีชีวิตของคนแต่ละพื้นที่ค่ะ ยาวเช้าที่ลังเซิน ชายแดนจีน-เวียดนาม ก็เช่นกัน สะพานข้ามแม่น้ำที่อยู่เบื้องหน้า ถูกปกคลุมด้วยหมอกจางๆ ให้ความรู้สึกสดชื่น อากาศยามเช้าที่นี่เย็นเล็กน้อยค่ะ บรรดาแม่ค้าพากันหาบของมาขาย ส่วนใหญ่เป็นผัก ผลไม้ และน้ำผึ้งค่ะ ผลไม้อย่างลูกพลับที่บ้านเราแพงมากๆ ที่นี่กลับถูกเหลือเชื่อ ตามชายแดนมีชาวเขาอยู่มาก แต่ชุดของชาวเขาที่นี่แตกต่างจากบ้านเรา ไม่รู้ว่าเผ่าอะไร อาหารมื้อเช้า ก็ยังคงเป็น "เฝอ" วันนี้เป็นเฝอไก่ข้างทาง ยองๆเหลา ของแท้ อร่อยไม่แพ้กัน เราตบท้ายด้วยกาแฟใส่นม เพราะอยากสัมผัสรสชาดกาแฟท้องถิ่น ..สมใจอยากค่ะ น้ำไม่ร้อน แม่ค้าทำปากขมุบขมิบ อีตาไกด์ แปลว่า "เขาก็กินกันอย่างนี้แหละ" การเดินทางออกนอกเมืองฮานอย จะสะดวกและประหยัดกว่า ถ้าซื้อทัวร์ท้องถิ่น แม้จะคาดหวังอะไรกับไกด์ไม่ได้มากนัก อย่างน้อยเราก็มีรถในการเดินทาง และไม่ต้องเสียเวลาหาที่พักในแต่ละจุด ไกด์ กับคนขับรถ เถียงกันลั่นรถ ทำเอาคณะของเรามองตากันปริบๆ คนขับต้องการนอนทันที ที่เรามาถึงโรงแรม ทั้งที่ตามโปรแกรม เราจะต้องเดินทางกันต่อ แต่พวกเรา ก็รู้สึกว่า แค่เรื่องขำๆ และเป็นปัญหาเฉพาะหน้า ที่มันก็สนุกดี เราตั้งใจจะข้ามไปชายแดนจีนค่ะ แต่ติดปัญหาว่า เราไม่ได้ขอวีซ่า ล่วงหน้า ที่นี่ไม่มีแบบผ่านแดนค่ะ ทำให้เราได้เที่ยวตะเข็บชายแดนแทน ชายแดน จีน-เวียดนาม เป็นพื้นที่ติดเขา มีทั้งตลาดสด และตลาดสินค้าพื้นเมือง คนขายส่วนใหญ่เป็นคนจีน นำสินค้า ข้ามฝั่งมาขาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อกันหนาว ผ้าห่ม ผ้านวม เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มีให้เลือกซื้อมากมายค่ะ ราคาก็ถูกแสนถูก สุดแต่ใครจะต่อได้เท่าไร ที่นี่เราสื่อสารผ่านเครื่องคิดเลขค่ะ นอกจากคณะของเราแล้ว ไม่เห็นนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นเลย เหมือนกับหลงเข้ามาซะอย่างนั้น แต่เรากลับได้ความแช่มชื่นกลับไปเต็มอิ่ม รวมทั้งได้ของฝากเต็มมือ
จริงๆ แล้ว ระหว่างแดนเป็นเขตพิเศษ แต่ก็มักมีคาสิโน ตั้งอยู่ด้วย ไม่รู้ทำไม ...ลองเข้าไปดูดิวตี้ฟรีที่นี่ บรรยากาศเกือบร้างค่ะ มีน้ำหอม อยู่3-4 ขวด เหล้าจีน วอดก้าเวียดนาม บุหรี่ แล้วก็นาฬิกาโนเนม ยี่ห้อ "ชิงไหมหว่า" (อันนี้มั่วค่ะ) อย่างละนิดละหน่อย อาหารขึ้นชื่อของลังเซิน คือเป็ดค่ะ ทันทีที่รถของเราวิ่งผ่าน พ่อค้ารีบวิ่งออกมาโบก ในมือมีอีโต้ และหมาดำ หน้าตาน่ารักน่าชังอยู่ข้างกาย พวกเรารีบตะโกน "โน ด๊อก" ไกด์ละล่ำละลักตอบกลับมา "โน ด๊อก อิท ด๊อก" เวรกรรม พร้อมสะกด d-u-c-k เรียกเสียงฮา ปนโล่งใจ สำเนียงดั๊นคล้ายกัน (บางพื้นที่ของเวียดนาม นิยมกินหมาค่ะ) กินเป็ด ต้องกินแกล้มกับวอดก้าเวียดนาม ก็เหล้าขาวนั่นแหละ รู้สึกร้อนคอวูบวาบ.. แต่ก็เบิ้ลก็ต่อไป บางคนบอกว่า ช่วยย่อย นอกจากเหล้าขาวแล้ว คนท้องถิ่นที่นี่ ยังกินยาโด๊บสารพัดโด๊บ แกล้มกับผักดองอีกด้วย
ที่พักในลังเซิน เป็นโรงแรมเล็กๆ สำหรับพ่อค้าที่มาแวะพักระหว่างทางค่ะ บรรยากาศเก่าๆ ดูวังเวง แต่เรากลับชอบแหะ มันดูธรรมดาดี แต่ก็มีทุกอย่าง ทั้งน้ำอุ่น ตู้เย็น ทีวี แอร์ มีมุ้งด้วย แม้จะใช้การไม่ได้เต็มร้อย แต่พอหัวถึงหมอนก็นอนไม่ต่างกัน ดูเหมือนว่า กระแสโคเรียนเวฟ ตามมาถึงเวียดนามค่ะ ตอนนี้เวียดนามกำลังฉายเรื่อง "หมอโฮจุน" ไม่มีพากษ์บทละคร ซิงค์กับปาก มีแต่เสียงผู้หญิง บรรยายเรื่องราว เหมือนเรากำลังอ่านหนังสือที่มีภาพประกอบ ฟังออกแต่เสียง "โฮจุ๊น ๆๆๆ "ทั้งเรื่อง ส่วนข่าวของเวียดนาม ไม่เหมือนบ้านเราค่ะ นักข่าวสาวเปิดหน้าเสร็จสรรพ ตัดเข้าเนื้อข่าว กลายเป็นเสียงผู้ชายบรรยายไปซะอย่างนั้น แต่เท่าที่ดูข่าวตั้งแต่ฮานอย เหมือนว่าเขาจะให้ความสำคัญกับข่าวเศรษฐกิจ และเรื่องปากท้องของคนค่ะ ไม่เหมือนบ้านเรา มีแต่ข่าวการเมือง ยามเย็นเราพากันเดินเล่น ไปตามถนนระแวกที่พัก อาจเป็นเพราะลังเซิน เป็นเมืองเล้กๆ ชายแดน ทำให้บรรยากาศยามค่ำคืนที่นี่ เงียบสงบ ไม่มีสถานบันเทิง ภายใต้แสงไฟ มีแต่โต๊ะเก้าอี้เตี้ยๆ ตั้งขายน้ำอัดลม กับบุหรี่ บรรดาวัยรุ่น ออกมานั่งกินน้ำอัดลม หยอกเอินสาว หัวเรากันครึกครื้น เขาว่า คนเวียดนามคลั่งกีฬากันสุดๆ เห็นจะจริงค่ะ นี่ขนาดเมืองเล็กๆ ชายแดน ยังมีร้านขายเสื้อผ้าอุปกรณ์กีฬา อย่างพูม่า อาดีดาส ฯลฯ ของจริงซะด้วย ราคาถูกกว่าบ้านเราแค่นิดหน่อยค่ะ ดึกแล้วตามถนนหนทาง ยังเต็มไปด้วยดอกไม้ คนเวียดนามชอบดอกไม้ค่ะ ช่อโตๆ คิดเป็นเงินไทย ราว 50 - 60 บาท ทีแรกเรางง เพราะเป็นดอกไม้ที่จัดช่อไว้สวยงาม จะมีงานรับปริญญา หรือเปล่า ...แต่มาถึงบางอ้อ ..เมื่อหญิงสาวท้ายรถมอเตอร์ไซด์ รับดอกไม้จากแฟนหนุ่มไปด้วยท่าทีเขินอาย ยังไม่สองทุ่ม ออกจะเร็วไปซักหน่อย ถ้าจะเข้านอน เดินดูอะไรอีกซักหน่อย ..เจอตลาดอีกแล้ว เป็นไนท์มาเก็ตค่ะ เห็น mp 4 หน้าตาเป็น ipod nano แต่บอกยี่ห้อของปลอม ...อยากรู้ว่าราคาเท่าไร .. โห มีตั้ง 8 กิ๊ก ( ipod น่าจะมีแค่ 4 กิ๊กนะ) แหม.แต่มันปลอมชัดๆ อ๊ะ แต่มีหลายภาษา แถมมีวิทยุอีกด้วย คุณสมบัติพร้อมอย่างที่แอปเปิ้ล ยังทำไม่ได้ แต่พี่จีน ทำแล้ว ....ราคาล่ะ ก็ถูกแสนถูก หัวสมองสั่งการปั่นป่วน เอาวะ ..ลองเสี่ยงซื้อไป ซื้อ mp3 โนเนมเมหือนกัน ที่บ้านเรา ยังแพงกว่านี้ อย่างน้อยมันต้องฟัง mp3 ได้ล่ะน่า จ่ายดอลล่าร์ แล้วจากมา ..แม้ค้ายิ้มกริ่ม กลับมาถึงที่พัก ชาร์จแบต ลองจูนคลื่นวิทยุ ฟังเพลงท้องถิ่น อืด....ดดดด มีแต่เสียงลม ..วิทยุใช้ไม่ได้แน่แล้ว ..ไม่เป็นไรเดี๋ยวลองไปลง mp3 หรือต้องลง i-tune ด้วย หุหุ..คิดไปได้ สุดท้าย ถูกต้ม นะคร๊าบบ.บบ ตอนนี้กลายเป็น ipod na no use ค่ะ สนุกดีได้ลองผิด ลองถูก ใครจะไปเวียดนาม อย่าได้ไปสัมผัสแตะต้องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากจีน..เป็นอันขาด แต่ถ้าอยากเสี่ยงซื้อมาลองดู ก็ไม่ว่ากันค่ะ นอกจากเรา ยังมีผู้ร่วมเดินทางอีกหลายคน ที่โดนไม่ต่างกันค่ะ หุหุ
ตอน 2 นี้ ก็ซินจ่าว สวัสดีค่ะ
|
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||