พิมพ์หน้านี้
|
วันนี้ก็ตื่นมาใส่บาตรอีกครั้ง ตามด้วยเฝอเป็นอาหารเช้า วันนี้เราจะเที่ยวในเมืองกันต้องวางแผนการเดินดีๆ เพราะเราจะใช้การเดินแทนการขี่จักรยาน พวกเราเริ่มเดินไปที่วัดกลุ่มแรกก่อน ประกอบด้วยวัดวิชุน วัดอาฮาม พระธาตุหมากโม (ทั้ง 3 วัดอยู่ติดกัน ขอบอกว่าติดกันจริงๆ ใช้กำแพงเดียวกันเลย)
จากนั้นก็เดินเรียบแม่น้ำคานลงมา เดินสบายๆ ตอนนี้พึ่ง 7 โมงเช้าเอง ชมวิว ชมแม่น้ำคาน ชมบ้านเรือนแบบต่างๆ เมื่อวานตอนนั่งรถไปเที่ยวน้ำตกได้คุยกับคุณลุงขับรถเค้าบอกว่าที่หลวงพระบางได้เป็นเมืองมรดกโลก บ้านเรือนที่นี่ถ้าจะสร้างใหม่ต้องสร้างตามแบบที่ยูเนสโกกำหนดเท่านั้น เพราะฉะนั้นเราถึงเห็นแต่บ้านเรือนแบบโคโลเนียล-ลาว เรือนแบบเฟรนช์โคโลเนียล ฯลฯ ที่เค้าอนุรักษ์ไว้เท่านั้นค่ะ
เมืองมรดกโลก องค์การยูเนสโกเข้ามาสำรวจหลวงพระบางตามข้อเสนอให้เมืองนี้ได้เป็นมรดกโลกระหว่างปี พ.ศ.๒๕๓๖-๒๕๓๗ และมีรายงานกล่าวถึงหลวงพระบางว่าเป็นเมืองที่ รักษาความเก่าแก่ดั้งเดิมเอาไว้ได้ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (The best preserved city in การพิจารณาสถานที่ให้เป็นมรดกโลกนั้น มีเกณฑ์การพิจารณา ๖ ข้อ โดยสถานที่นั้นต้องผ่านเกณฑ์อย่างน้อยหนึ่งข้อ แต่เมืองหลวงพระบางผ่านเกณฑ์พิจารณาถึง ๓ ข้อ ได้แก่ เกณฑ์ที่ ๒ หลวงพระบางถือเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรล้านช้างมานับแต่อดีต จวบจนปัจจุบันเมืองนี้ยังนับเป็นศูนย์กลาวทางวัฒนธรรมของประเทศลาวอยู่ และเป็นแหล่งของศิลปะรวมทั้งสถาปัตยกรรมแบบล้านช้างที่โดดเด่นชัดเจน เกณฑ์ที่ ๔ หลวงพระบางมีความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรมยุคโคโลเนียบซึ่งยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์อยู่ ถือเป็นแบบอย่างของเมืองซึ่งประกอบด้วยสถาปัตยกรรมยุคนี้ที่ชัดเจน เกณฑ์ที่ ๕ ทำเลของเมืองหลวงพระบางแสดงถึงภูมิปัญญาในการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ และสะท้อนวัฒนธรรมในการจัดสรรทรัพยากร ซึ่งยังคงดำรงอยู่อย่างต่อเนื่องมากระทั้งปัจจุบัน ที่มา : คู่มือนำเที่ยวหลวงพระบาง นายรอบรู้ แล้วเราก็เดินมาถึงวัดเชียงทอง เป็นวัดที่มีบริเวณกว้าง และสวยงามจริงๆ วัดนี้สร้างในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช พ.ศ.๒๑๐๒-๒๑๐๓ ผนังทั้งภายในและภายนอกเป็นจิตรกรรมฝาผนังลายรดน้ำ โดยใช้เทคนิคลงรักปิดทองทั้งหมด ผนังภายในวัดเป็นภาพนิทานพื้นบ้าน ส่วนผนังภายนอกเป็นเรื่องเกี่ยวกับศาสนา เช่น ไตรภูมิ ทศชาติ
อันนี้เป็นภาพด้านหลังวัด เป็นภาพลายต้นทอง เยื้องไปด้านหน้าจะเป็นโรงเก็บราชรถ หรือชาวลาวเรียกว่า โรงเมี้ยนโกศ เป็นที่เก็บพระโกศของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ สร้างในปี พ.ศ.๒๕๐๔ สมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา ผนังด้านหน้าโรงตั้งแต่หน้าบันจดพื้นสามารถถอดออกเป็นส่วนๆ เพื่อนำราชรถเก็บเข้าและเคลื่อนออกได้ ทั้งหมดนี้ออกแบบโดยเจ้ามณีวงศ์
ด้านหน้าเป็นงานแกะสลักไม้เรื่องรามเกียรติ์ ตอนสีดาลุยไฟ หอพระม่าน ตัวหอตกแต่งด้วยกระจกสี พระม่าน ถือเป็นพระพุทธรูปสำคัญหนึ่งในสามองค์ของหลวงพระบาง อีกสององค์คือ พระบาง และพระเจ้าองค์แสน ชาวลาวเชื่อว่าหากใครมาบนบานขอลูกกับพระม่านก็จะได้ผลทุกรายไป จากนั้นก็เดินมาที่วันแสนสุขาราม
อันนี้เป็นคนละวัดแล้วนะ แต่จำชื่อวัดไม่ได้ เพราะว่าพวกเราเล่นเข้าทุกวัดที่อยู่บนเส้นทางที่เราเดินเลย สวยๆ ชอบมาก ขอทานข้าวเที่ยงบวกกับขอพักเหนื่อยหน่อย เมื่อยเหมือนกันนะ ร้อนด้วยเราว่าร้อนกว่ากรุงเทพอีก มันร้อนแบบแดดแรงมาก ไม่ค่อยมีลมเลย กินคั่วข้าวปุ้น แล้วตบท้ายด้วยขนมที่ร้านโจมา ร้านนี้ขึ้นชื่อนะ ขนมอร่อย ต้องชิม
ขอยกไปโพส์อีกตอนนะค่ะ
|
| << | มิถุนายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |