พิมพ์หน้านี้
|
เมื่อวานข้าพเจ้าได้มีโอกาศไปดูละครใบ้ เป็นละครที่จัดทุกปี ปีละหนึ่งครั้ง ข้าพเจ้าได้มีโอกาศเริ่มไปดูเมื่อประมาณห้าหรือหกปีที่แล้ว เมื่อแรกเกิดจากคนสนิทเคยไปดูตอนสมัยละครใบ้จัดปีแรกๆ เมื่อเขาแนะนำ ข้าพเจ้าก็ไม่ขัด ครั้้งนั้นจัดได้ว่าประทับใจมาก ไม่ได้ยินเสียงหัวเราะของตัวเองมานานหลายปี ไม่นึกว่าเพียงแค่การแสดงของคน คนเดียวไม่มีอุปกรณ์ใดๆ สามารถแปรเปลี่ยนธาตุอากาศรอบกายให้กลายเป็นสิ่งของต่างๆ ตามแต่ผุ้แสดงต้องการ ไม่ต้องการใช้คำพูดสักคำในการบอกเล่า สามารถทำให้เราจินตนาการและเกิดอารมณ์คล้อยตามไปได้ เมื่อตลกก็หัวร่องอหาย ประหนึ่ง ตัวการ์ตูนหลุดออกมาโลดแล่นบนเวที บางเรื่องจับใจจนข้าพเจ้าไม่สามารถหยุดน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาได้ ดังนั้นต้องขอขอบคุณอย่างแรงที่แนะนำ หลังจากนั้น ไม่ว่าปีไหนๆ ราคาตั๋วแพงขึ้นเท่าไรก็ไม่เคยได้ขาด
ปัจจุบันจัดเป็นปีที่สิบแล้ว ปีนี้พิเศษหน่อย ฉลองปีในหลวงครบรอบแปดสิบพรรษา เล่นมันสามversionเลย เดือนนี้เป็นversionแรก เป็นthemeสำหรับเด็กๆ เรื่องราวก็จะไม่ซับซ้อนมากนัก มีการอธิบายว่า ละครใบ้มันคืออะไร เป็นละครให้คนใบ้ดู เอ...หรือเป็นละครคนใบ้แสดง อ่า...ไม่ใช่มํนคือการแสดงที่ใช้ร่างกายและลักษณะท่าทาง บอกเล่าเรื่องโดยไม่มีคำพูด นอกจากนี้ยัง มีการดึงเด็กๆไปร่วมเล่นบนเวทีอีกด้วย ชั่วโมงครึ่งผ่านไปประหนึ่งแค่ครึ่งชั่วโมง
สิ่งที่แสนสนุกและจรรโลงโลกอย่างแรง คือเสียงหัวเราะของเด็กๆ จำอารมณ์ที่แค่เราเล่น ซ่อนหน้าแล้วโผล่มาจ้ะเอ๋ กับน้องๆหรือหลาน ตอนที่พวกเขาเป็นเด็กได้ไหม เพียงแค่นี้ก็เรียกเสียงก็หัวร่อลงลูกคอ เอิ้กอ้ากได้ อารมณ์นั้นเลยแต่บวกไปอีกสิบเท่า คือมันขำเสียจน เรานี่แหละขำมัน ฉนั้นข้าพเจ้าขอเรียกว่า ตลกสองเด้ง จินตนาการของเด็กบางคนแรงกล้า เมื่อเราดูละครใบ้ เราก็จะดูและคล้อยตาม ตามอารมณ์ที่ผุ้แสดงส่งมา แต่กับเด็กๆ เขาเห็นกระทั่งตัวละครคือใคร เช่น มีตัวละครตัวหนึ่งเล่นเป็นหมาป่าในเรื่องหนูน้อยหมวกแดง เมือตัวแสดงที่เป็นหมาป่าออกมา เด็กบางคนร้องไห้จ้า ร่ำร้องขอกลับบ้านด้วยความกลัว ทั้งๆที่ไอ้ตัวแสดงมันก็แค่ใส่หูและหาง หน้าตามันก็คนธรรมดาๆ เมื่อเขาหรี่ไฟให้ดูสลัวๆ ก็มีเสียงเด็กร้องไห้โฮ ขอให้เขาเปิดไฟให้หน่อยๆ จินตนาการของเด็กช่างกว้างใหญ่ เหลือเกิน ข้าพเจ้าหวลนึกถึงสมัยเด็กๆ เมื่อพักกลางวันก็จะรวมกลุ่มเล่นบัลลูน หรือเล่นจรเข้ แค่ไอ้เพื่อนเราคนเดียว หน้าก็ไอ้เพื่อนเรา เสียงก็ไอ้เพื่อนเรา พอมันต้องถูกเล่นเป็นจรเข้ เราก็กลัวมันเสียแทบเยี่ยวราดเยี่ยวเล็ด
มาวันนี้ จินตนาการของข้าพเจ้่า เลือนลางไปกับภาระและหน้าที่ ที่ปฏิบัติ ความเป็นจริงมันเด่นชัด ความแก่งแย่ง การเมือง เศรษฐกิจ คนเลว คนชั่ว สถานะการณ์โลก ข่าวตามหนังสือพิมพ์ มันทำให้ข้าพเจ้าแทบจะลืมคำว่าจินตนาการ เมื่อไฟเวทีสว่างหมาป่าตัวร้าย ออกมากลางเวที เด็กๆร้องกระจองอแงด้วยความกลัว ในขณะนั้น สมองข้าพเจ้าสับสนกับความรู้สึกที่ว่า จะหันไปอธิบายกับเด็กๆว่า มันไม่ใช่หมาป่าจริงหรอกจ้ะ เป็นแค่คนใส่เสื้อและแสดงตามบท เท่านั้้น แค่คนธรรมดา ไม่มีหมาป่าพูดได้ในโลกนี้...หนูไม่ต้องกลัว หรือข้าพเจ้าจะปล่อยให้จินตนาการของหนูๆ ล่องลอยไปตามเนื้อเรื่อง ดั่งที่ข้าพเจ้ารู้สึกมาก่อน... |
| << | มิถุนายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |