พิมพ์หน้านี้
|
วันดีคืนดีก็มีผู้ปกครองของนักศึกษารายนึง เข้ามาปรึกษาเรื่องสร้างบ้าน คำถาม-คำตอบที่จะโพสต์ต่อไปนี้อาจเป็นเรื่องที่บางคนอาจคิดว่า ถามโง่ๆ ตอบงี่เง่า แต่สำหรับครูออกแบบบ้านนอกอย่างผมแล้ว มันฉายภาพให้เห็น ถึงความไม่รู้ ของคนในสังคม ความไม่รู้ไม่ใช่ความผิด แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรปล่อยปละละเลย ใช่ไหมครับ ผู้ปกครอง: พี่มีที่ดินอยู่แปลงนึง ต้องการแบบบ้านมาสร้างลงในที่ดินผืนนี้สักหลัง ถามครูเอว่าจะจ้างใครดีคะ? ครูเอ : ผมก็ต้องถามก่อนว่าที่ดินอยู่ไหนลักษณะอย่างไร งบประมาณขนาดไหน ผู้ปกครอง: จะรู้ไปทำไมคะ ครูเอ : ถ้าพื้นที่ปกติๆ อยู่ต่างจังหวัด หรืออยู่นอกเขตเทศบาล งบไม่สูงนัก เป็นบ้านพักอาศัยทั่วๆไป ต้องการแบบไปยื่นกู้ธนาคาร ก็จ้างช่างโยธาประจำเทศบาล อบต. ทำแบบก็ได้ ให้เขาทำรายการประมาณราคาให้ด้วยเลย เวลายื่นขออนุญาตต่อเขต หรือ อบต. ก็ง่าย ราคาไม่แพงเพราะเขามักจะมีแบบสำเร็จอยู่แล้ว ดัดแปลงนิดหน่อยก็ใช้ได้แล้ว ส่วนจะให้มันดีทุกอย่างก็คงจะไม่ใช่หรอก เปรียบเสมือน สูทวัดตัวตัด กับสูทสำเร็จรูป นั่นแหละ ถ้าหุ่นคุณพี่มาตรฐานก็ไม่มีปัญหา ผู้ปกครอง: แล้วไอ้ที่เรียกว่าสถาปนิกน่ะ เอาไว้ทำไมคะ ครูเอ : ถ้าคุณพี่มีงบมากสักหน่อยหรือที่ดินรูปร่างไม่ปกตินักหรือ ต้องการความลงตัว ทั้งด้านประโยชน์ใช้สอย และความงาม ที่แสดงถึงตัวตน รสนิยมของคุณพี่ คุณพี่ก็จ้างสถาปนิกดีกว่าครับ เพราะเขามีกระบวนการทำงานที่ละเอียดกว่า เขาจะศึกษา รสนิยม ความต้องการ พฤติกรรมประจำวันของครอบครัวคุณพี่ รวมทั้งลักษณะทิศทางของที่ดิน สภาพแวดล้อม รอบที่ดิน เอกลักษณ์ทาง วัฒนธรรมประเพณีประจำถิ่น เพื่อเอามาใช้ออกแบบให้เหมาะสมครับ ผู้ปกครอง: พี่มีญาติเป็นวิศวกรโยธาเขาบอกว่าเขาก็ออกแบบได้นะคะ ครูเอ : ปกติแล้ว สถาปนิกจะออกแบบว่า อาคารจะมีหน้าตาอย่างไร ตั้งอยู่ส่วนใดของที่ดิน หลังคาแบบไหนวัสดุอะไร ประตูหน้าต่างเป็นอย่างไร ตำแหน่งอยู่ที่ไหน สีอะไร พูดง่ายๆก็คือช่วยคุณพี่ปั้นฝันให้เป็นรูปเป็นร่าง เพื่อความสะดวกสบาย สวยงาม ตรงรสนิยมของคุณพี่ เพราะเขาเรียนมาทางด้าน สุนทรียศาสตร์ และพฤติกรรมศาสตร์ในการใช้พื้นที่ นอกเหนือไปจาก เทคโนโลยีการก่อสร้างทั่วๆไป ส่วนวิศวกรโยธามีหน้าในงานก่อสร้าง ในส่วนคำนวณโครงสร้างว่า ฐานราก เสา คาน พื้น จะต้องใช้วัสดุโครงสร้างอย่างไร ถ้าเป็นค.ส.ล. จะใช้เหล็กเสริมขนาดไหน กี่เส้น วางอย่างไรรวมไปถึง การใช้ระบบสุขาภิบาลด้วย พูดง่ายๆก็คือออกแบบว่าทำอย่างไรบ้านหน้าตาอย่างที่สถาปนิกออกแบบมาจึงจะอยู่ได้ปลอดภัย ไม่ถล่ม ลงมา เพราะเขาเรียนมาทางพลศาสตร์ และ เทคโนโลยีการก่อสร้าง แต่ไม่แปลกถ้าในอาคารเล็กๆระดับบ้านพักอาศัยที่วิศวกรที่สนใจพัฒนาตนเองเรื่องสุนทรียภาพ และพฤติกรรมการใช้พื้นที่ จะออกแบบแทนสถาปนิก หรือสถาปนิกจะอาจหาญคำนวณโครงสร้างเอง นี่รวมถึงช่างโยธาเทศบาล หรือ อบต.ด้วยนะครับ ผู้ปกครอง: แล้วมัณฑนากรล่ะคะ ครูเอ : มัณฑนากรก็คือสถาปนิกอีกสาขานึง ครับถ้าคุณพี่ต้องการตกแต่งภายในบ้าน นะครับว่า ห้องไหนจะใช้ วัสดุตกแต่งพื้น อย่างไร ปูหินแกรนิต หรือปู พรม ผนังอย่างไรทาสีหรือติดวอลล์เปเปอร์ดี ติดม่านหรือมูลี่ เพดานอย่างไร มีหลุมไหม สีอะไร ติดไฟตรงไหน ชนิด ใด วางเครื่องเรือนอย่างไร เครื่องเรือนหน้าตาแบบไหน บุวัสดุอะไร มือจับเป็นอย่างไรติดแอร์ติดเครื่องทำน้ำอุ่นน้ำร้อนหรือไม่ หรือคุณพี่จะดัดแปลงการใช้สอยภายในอาคารอย่างนึงให้ใช้ประโยชน์อีกอย่างนึง เช่นทำโกดังให้เป็นสำนักงาน หรือที่พักอาศัย ก็ใช้บริการเขาได้ ตัวอาคารระดับบ้านพักอาศัยมัณฑนากรบางคนเขาก็ออกแบบได้ เพราะเรียนมาเหมือนกัน ผู้ปกครอง: โห! ทำไมนักออกแบบเยอะจัง จะสร้างบ้านสักหลัง ยังมีอีกไหมคะนักออกแบบในรั้วบ้านเนี่ย ครูเอ : มีอีกครับ เรียกว่าภูมิสถาปนิก ออกแบบจัดสวนให้คุณพี่ทั้งในรั้วนอกรั้วเลยละครับ ผู้ปกครอง: ก็จ้างคนสวนไม่ได้หรือคะ พี่มีญาติ(อีกละ) จบพืชสวนมาจากเกษตร ครูเอ : ก็กรณีเช่นเดียวกับวิศวกรและสถาปนิกแหละครับ สำหรับสเกลเล็กๆอย่าบ้านพักอาศัย เนี่ย คุณพี่จะให้ใครทำก็ได้กฎหมายไม่บังคับ คนจบเกษตรมาถ้าขวนขวายเพิ่มเติมก็ออกแบบได้เก่งไม่แพ้นักออกแบบ ดุแต่ น.ท. ผู้ปกครอง: ถ้าขี้เกียจ หานักออกแบบหลายคน อยากOne Stop เลยจะจ้างใครดี ครูเอ : จ้างบริษัทออกแบบซิครับ บริษัทออกแบบเดี่ยวนี้หลายบริษัทรับออกแบบและปรึกษาทั้งสถาปัตยกรรมหลัก สถาปัตยกรรมภายใน(มัณฑนศิลป์) ภูมิสถาปัตยกรรม จะเอาเฉพาะแบบ หรือTurnkey(ออกแบบรับเหมาเบ็ดเสร็จ)ก็ได้ ผู้ปกครอง: พี่ไปมาแล้ว แพงจังเลยค่ะ ไปหาผู้รับเหมาเลยไม่ได้หรือคะ เขาบอกไม่คิดค่าแบบสักอย่าง ครูเอ : ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆหรอกครับผู้รับเหมาเขาก็ต้องจ้างนักออกแบบและรวมค่าบริการออกแบบไว้เรียบร้อยแล้วละครับ เราจบการสนทนา เมื่อผู้ปกครองคิดจะจ้างผมออกแบบทุกๆอย่างให้ ทั้งอาคาร ภายในภายนอก จัดสวนด้วย ผมถามว่าทำไมคิดว่าผมเก่งขนาดนั้นล่ะครับ แกตอบว่าไม่ได้คิดว่าครูเอเก่ง แต่คิดว่าครูเอน่าจะคิดค่าแบบถูก หรืออาจจะไม่คิดค่าแบบเลย เพราะเป็นครูมีเงินเดือนกินอยู่แล้ว ผมรู้สึกวิงเวียน หน้ามืด คล้ายจะเป็นลม จึงต้องขอกล่าวคำอำลา ไว้ณ ที่นี้เลยละกัน |
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||