พิมพ์หน้านี้
|
หลังจากเที่ยวปราสาทมามากมายหลายต่อหลายแห่ง วันนี้คือวันที่พิเศษสุดในความรู้สึก เพราะเป็นวันที่เดินทางออกนอกเมือง โดยมุ่งหน้าสู่เทือกเขาพนมกุเลน ชมภูเขาแห่งสายน้ำศักดิ์สิทธิ์ สายน้ำแห่งศรัทธา กบาลสเปียน
เริ่มแต่เช้าก็ต้องกุรีกุจอรีบตื่นเพราะต้องออกไปค่อนข้างไกลห่างจากเสียบเรียบประมาณ 45 กม.บนถนนแคบๆ 2 ช่องทาง มีหลุมบ้างแต่ไม่มากนัก ประมาณชั่วโมงก็มาถึง ที่ใช้เวลามากสักหน่อยก็เพราะนั่งรถชมทิวทัศน์ 2 ฝั่งถนน ดูวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านบริเวณชานเมือง ซึ่งก็ไม่ต่างจากชนบทบ้านเรา
ถึงเชิงเขาก็ต้องออกแรงเดินระยะประมาณ 2 กม.แต่เป็น 2 กม.ที่เดินสบายสบายไม่ได้ลำบากถึงแม้นจะเป็นทางเดินขึ้นเขาตลอดทางก็ตาม ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็มาถึงที่หมาย ตอนแรกก็งง เพราะหาอะไรไม่เจอ ไม่รู้จะดูอะไร เห็นแต่เส้นเชือกที่กั้นไม่ให้คนเข้าเท่านั้น ป้ายบอกภาพสลักหรือภาพแกะก็ไม่มีให้เห็น จะเห็นแต่ป้ายบอกห้ามเดินออกนอกเส้นทางเท่านั้น ดูนั้นดูนี่สักพักก็เจอไกด์ที่นำนักท่องเที่ยวมา เห็นเค้าชี้ไม้ชี้มือเราก็โฉบเข้าไปดู ถึงได้เห็นเจ้าสิ่งที่เราดั้นด้นมาเพื่อจะดูมัน
เสียเวลาไปกับกบาลสเปียนเกือบ 3 ชั่วโมง ก็ย้อนกลับมากินอาหารกลางวันที่ปราสาทบันทายสตรี ก่อนเดินชมปราสาทสีชมพู ปราสาทที่สวยงามมากที่สุดในความรู้สึกในการเดินทางครั้งนี้ ความสวยงามและอ่อนช้อยทั้งหน้าบัน ทับหลัง กรอบประตู หรือภาพสลักนูนต่ำที่สวยงาม ละเอียดละออ ชมดูแล้วต้องหลงพร้อมทั้งชื่นชมไปกับความสามารถของคนในอดีต ถึงแม้ปราสาทนี้ไม่ใหญ่โตจนเดินเมื่อยแล้วเมื่อยอีก แต่ด้วยขนาดกะทัดรัดการเดินชมดูแต่ละจุดจึงทำได้ง่ายไม่เสียเวลา ส่วนอุปสรรคก็คืออากาศที่ร้อน เพราะทั่วทั้งปราสาทแทบหาที่หลบแดดหลบฝนไม่ได้เลย
ช่วงบ่ายแก่ๆ ก็พาตัวเองมาปรากฏกายหน้าปราสาทบันทายสำเหร่ ปราสาทที่น่าสนใจอีกแห่ง แต่ช่วงเวลาที่มาอาจจะไม่เหมาะมากนัก เพราะได้เดินทางไปชมปราสาทที่สวยที่สุดมาแล้ว ใช้จินตนาการและพลังไปจนหมดแล้ว ความน่าสนใจของบันทายสำเหร่จึงไม่สามารถกระตุ้นความยากได้เท่าไรนัก การถ่ายภาพและความกระหายที่จะเดินชมแทบไม่มีเหลือ กลับถึงกรุงเทพในสมองไม่ได้บันทึกถึงเหตุการณ์ต่างๆ ของปราสาทนี้ไว้เลย มันว่างเปล่าจนเกือบกลวง และเป็นที่เดียวที่นึกอย่างไงก็นึกไม่ออกว่าทำอะไรไปบ้าง เหตุเพราะทุ่มเททุกอย่างไปกับบันทายสตรีจนหมดสิ้น อนาคตในเดือนตุลานี้จะกลับไปบันทึกทุกเรื่องราวของปราสาทบันทายสำเหร่ให้กลับมาสู่ความทรงจำในสมองอีกครั้งนึ่ง
|