พิมพ์หน้านี้
ต้นไม้ในนาข้าวและสิ่งไร้ประโยชน์อื่นอื่น ทวีศักดิ์ แก้วเข้ม ช่วงฤดูฝนนี้ ถ้าใครมีโอกาสเดินทางไปในแถบถิ่นชนบท สิ่งที่จะพบเห็นตามสองข้างทางถนนก็คงหนีไม่พ้นความเขียวขจีของแมกไม้และต้นข้าวในท้องนา ยิ่งเป็นท้องทุ่งนาแถบอีสานด้วยแล้ว ภาพต้นไม้ใหญ่น้อยยืนต้นโดดเด่นอยู่กลางพรมข้าวเขียวขจีย่อมชวนเพ่งพินิจนัก มันเป็นความงามแปลกตาต่างจากทุ่งนาในชนบทภาคกลาง ที่มักจะปล่อยโล่งกว้างปราศจากต้นไม้ใหญ่ให้ระเกะกะสายตา ฉันเคยนึกสงสัยอยู่นาน ว่าทำไมชาวนาในภาคอีสานจึงนิยมปล่อยให้ต้นไม้ใหญ่ยืนต้นเติบใบในนาข้าว ทำไมเขาไม่ขุดถอนเอาพวกมันออกไปเสีย เพื่อจะได้ไถนาปักดำได้สะดวก ต้นไม้บางต้นแม้ยืนตายเหลือแต่กิ่งก้านเปลือยเปล่าอยู่ในนา ก็ยังถูกปล่อยไว้เช่นนั้น ฉันมาได้ความรู้เอาภายหลังเมื่อได้ไต่ตามข้อสงสัยนี้กับผู้เฒ่าผู้แก่ ต้นไม้ใหญ่ในนาข้าวที่คนทั่วไปอาจมองดูอย่างผิวเผินว่าระเกะกะไร้ประโยชน์นั้น แท้จริงแล้วมีคุณประโยชน์อยู่หลายประการ เช่นรากไม้ใหญ่ดูดซับความชุ่มชื้นไว้ได้มาก แม้ฤดูแล้งก็ไม่ทำให้ผืนดินแห้งผากจนเกินไป ใบไม้หล่นร่วงจากต้นทับถมกันเปื่อยป่นเป็นปุ๋ยโดยธรรมชาติ และยามเมื่อยล้าจากงานในนาก็สามารถหลบพักร้อนนอนนั่งอาศัยร่มเงาได้ บางคนลงทุนปลูกไม้ผลจำพวกมะม่วง ฝรั่ง มะละกอ ฯลฯ ได้อาศัยเป็นอาหาร ผลไม้ ในยามอยากได้อีกต่างหาก ฉันลองนึกคิดถึงเหตุผลอื่นอีก ว่ามีความจำเป็นใดๆ อีกไหมที่ปล่อยให้ต้นไม้ใหญ่ยังคงหยัดยืนสง่าทระนงอยู่ในผืนนาได้หลายฤดูกาล ต้นไม้ใหญ่รากหยั่งลึกยากต่อการขุดถอน บางทีแม้จะตัดจนเหลือแต่ตอก็ยังผลิใบใหม่ขึ้นมาได้อีก ต้องขุดรากลงลึกหลายชั้นดินและสุมไฟเผาตอนั่นแหละจึงจะกำจัดมันได้สำเร็จ กระนั้นก็ต้องลงทุนลงแรงหาอะไรต่อมิอะไรมาลากดึงซากตอออกไปจากนาอีก เช่นนั้นมิสู้ปล่อยให้มันดำรงอายุขัยต่อไปไม่ดีกว่าหรือ และถ้ามันจะยืนต้นแห้งตายปล่อยกิ่งก้านเปลือยเปล่าตัดกับท้องฟ้าสีคราม ก็สวยดีออก เหนื่อยเปล่าที่จะเอาชนะคะคาน สู้เอาแรงไปไถนาปลูกข้าวดีกว่า อีกเหตุผลหนึ่งที่ฉันคิดได้คือ วิถีในการทำนาของชาวนาในภาคอีสานนั้นอาจจะแตกต่างจากภาคกลางอยู่พอสมควร การทำนาในภาคกลางส่วนใหญ่เน้นหนักไปทางการค้า มุ่งปริมาณ จึงจำเป็นต้องปรับแต่งพื้นที่นาให้ราบเรียบ เพื่อรองรับกับการปลูกข้าวจำนวนมาก สะดวกต่อการไถและเก็บเกี่ยวด้วยเครื่องจักรทันสมัย ต้นไม้ที่ขึ้นในนาถูกมองว่าเป็นอุปสรรคต้องกำจัดออกไป แต่วิถีการทำนาในภาคอีสานเน้นปลูกข้าวเพื่อกินอยู่เป็นสำคัญ (แม้ว่าวันนี้กำลังจะเปลี่ยนไปแล้ว...) หลายพื้นที่ในปัจจุบันก็ยังคงทำนาแบบดั้งเดิมอยู่ คือใช้แรงงานจากควายและคน ถ้าเป็นเครื่องจักรก็เป็นเพียงควายเหล็กที่มีศักยภาพมากกว่าควายจริงไม่กี่มากน้อย ต่างแต่อันหนึ่งกินหญ้าอีกหนึ่งกินน้ำมัน (ซึ่งแพงขึ้นทุกวัน) เหตุนี้ต้นไม้ใหญ่ในนาข้าวจึงไม่ใช่อุปสรรคใหญ่โตต่อการไถ ปักดำ และเก็บเกี่ยวแต่อย่างใด สิ่งที่เหมือนว่าไร้ประโยชน์ในสายตามนุษย์บางประเภทจึงดำรงอยู่ได้ เพราะการพึ่งพาโยงใยอาศัยกันและกัน และมองเห็นว่าพื้นพิภพ จักรวาล เป็นสมบัติร่วมของสรรพสิ่งสรรพสัตว์ ไม่ได้มองเพียงว่าไร้ประโยชน์ต่อมนุษย์แล้วจะต้องกำจัดออกไปท่าเดียว เมื่อนึกถึงต้นไม้น้อยใหญ่มากมายที่ยืนต้นโดดเด่นอยู่กลางพรมข้าวเขียวขจีในแถบถิ่นชนบทของภาคอีสานแล้ว ทำให้ฉันนึกถึงชะตากรรมของสิ่งไร้ประโยชน์ในสายตาของมนุษย์บางประเภท ที่เห็นว่าจำต้องกำจัดออกไป เหตุเพราะไประเกะกะหนทางแห่งการพัฒนาและการควบคุมของพวกเขา ดาวพลูโตที่มีมติให้เปลี่ยนชื่อเป็นดาวเคราะห์แคระและถูกตัดออกไปจากระบบสุริยะ ต้นไม้บนเกาะกลางถนนบริเวณบางจากที่กำลังถูกขนย้ายออกไป เพราะมีโครงการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีกช่วง พวกมันคงอยากสะอื้นไห้และร้องทุกข์บางประการต่อพวกเรา...
ตีพิมพ์ใน สานแสงอรุณ ปีที่ ๑๐ ฉบับที่ ๕ กันยายน-ตุลาคม ๒๕๔๙ |
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||