• เพียงสายสร้อย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : lawery_lookjeab@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-02-03
  • จำนวนเรื่อง : 7
  • จำนวนผู้ชม : 2989
  • จำนวนผู้โหวต : 21
  • ส่ง msg :
3 สิ่งที่คุณทำแล้วไม่สามารถแก้ไขได้ ทำได้เพียงบันทึกไว้ คือ เวลา พูดและโอกาส
อาจมีบางสิ่งที่ฉันเพียงคนเดียวก็เรียนรู้ได้แต่มีหลายอย่างที่ฉันต้องขอคำแนะนำจากทุกคน แนะนำด้วยนะคะ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/lawery
วันอังคาร ที่ 11 มีนาคม 2551
ยืม
Posted by เพียงสายสร้อย , ผู้อ่าน : 197 , 22:05:20 น.   | หมวดหมู่ : กฎหมาย  
พิมพ์หน้านี้


ยืม

ลักษณะของสัญญายืมมีสาระสำคัญดังนี้

  1. เป็นสัญญาสองฝ่าย  ฝ่ายหนึ่งเรียกว่า “ผู้ยืม”  อีกฝ่ายหนึ่งเรียกว่า  “ผู้ให้ยืม”

  2. ผู้ให้ยืมต้องส่งมอบทรัพย์สินให้ผู้ยืมได้ใช่  ดังนี้

-          ถ้าเป็นยืมใช้คงรูป  ผู้ให้ยืมต้องให้ผู้ยืมได้ใช้ทรัพย์สินที่ยืม  โดยไม่ต้องโอนกรรมสิทธ์ในทรัพย์ที่ยืม  (ม.640)

-          ถ้าเป็นยืมใช้สิ้นเปลือง  ผู้ยืมต้องโอนกรรมสิทธ์ทรัพย์สินที่ยืมให้ผู้ยืม (ม.650)

          

  1. เมื่อได้ใช้ทรัพย์สินที่ยืมแล้ว  ผู้ยืมจะต้องคืนทรัพย์สินที่ยืมให้แก่ผู้ให้ยืม

-          ถ้าเป็นยืมใช้คงรูป  ผู้ยืมต้องคืนทรัพย์สินนั้น  (ม.640)

-          ถ้าเป็นยืมใช้สิ้นเปลือง  ผู้ยืมต้องคืนทรัพย์สินที่มีประเภทและปริมาณเช่นเดียวกันให้แทนทรัพย์สินที่ยืมนั้น  (ม.650)

ยืมใช้คงรูป

ลักษณะของสัญญายืมใช้คงรูป

  1. เป็นสัญญาสองฝ่าย  คือระหว่างผู้ให้ยืมกับผู้ยืม

  2. เป็นสัญญาที่ตกลงให้ผู้ยืมใช้ทรัพย์สินได้เปล่า  จึงมีสาระสำคัญดังนี้

2.1 เป็นสัญญาที่ไม่มีค่าตอบแทน  ดังนี้

-          ถือตัวบุคคลที่ยืมเป็นสำคัญ  เพราะการที่ผู้ให้ยืมจะให้บุคคลใดยืม จะต้องพิจารณาถึงคุณสมบัติของผู้ยืมว่าน่าไว้วางใจเพียงพอที่จะได้ครอบครองและใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินของตนหรือไม่   และหากว่าผู้ยืมตาย  สัญญายืมก็เป็นอันระงับสิ้นไป  (ม.649)

-          ผู้ให้ยืมไม่ต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่อง  และการรอนสิทธิ์แห่งทรัพย์สินที่ให้ยืม

2.2 เป็นสัญญาไม่โอนกรรมสิทธิ์จึงเกิดผลดังนี้  (เจ้าของเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจึงมีสิทธิ์ตามมาตรา  1336 )

-          ผู้ให้ยืมมีสิทธิ์ได้ดอกผลอันเกิดจากแม่ทรัพย์ที่ให้ยืม

-          ผู้ให้ยืมมีสิทธิ์จำหน่ายทรัพย์สินนั้นให้แก่บุคคลภายนอก

-          ผู้ให้ยืมมีสิทธิ์ติดตาม และเอาคืนทรัพย์สินจากบุคคลทั่วไปได้

-          ผู้ให้ยืมมีสิทธิ์ขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวของกับทรัพย์สินที่ให้ยืมนั้นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

-          ผู้ให้ยืมจำต้องรับเอาผลในภัยพิบัติอันเกิดแต่ทรัพย์สินที่ยืมนั้น  ซึ่งมิใช่ความผิดของผู้ยืม

-          ผู้ที่ไม่ได้ถือกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินอาจทำสัญญายืมใช้คงรูป  ให้ผู้อื่นยืมทรัพย์สินนั้นได้

***  ดังนั้นผู้ให้ยืมจึงไม่จำต้องมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ให้ยืม  เพียงแต่มีสิทธิครอบครองก็สามารถให้ยืมทรัพย์นั้นได้

  1. เป็นสัญญาที่ตกลงให้ผู้ยืมต้องส่งคืนทรัพย์สินที่ให้ยืมนั้นกับผู้ให้ยืมเมื่อได้ใช้สอยเสร็จแล้ว (ม.640)

  2. ต้องมีการส่งมอบทรัพย์สินที่ให้ยืม  (ม. 641 ) การส่งมอบอาจเป็นกรณีใดกรณีหนึ่งดังนี้ คือ

-          ส่งมอบโดยตรง  เช่น  หยิบยื่นทรัพย์สินนั้นให้ผู้ยืมโดยตรง

-          ส่งมอบโดยปริยาย  เช่น เมื่อขอยืมก็พยักหน้าให้ยืม  หรือมอบกุญแจให้ไปเปิดเอา  หรือใช้  การส่งมอบโดยปริยายนี้  หากผู้ยืมยังไม่ได้ครอบครองทรัพย์สินที่ให้ยืมย่อมยังไม่บริบูรณ์

-          การส่งมอบทรัพย์  ทรัพย์นั้นต้องพร้อมที่จะอยู่ในครอบครอง  /  พร้อมที่ผู้ยืมสามารถใช้สอยทรัพย์ที่ยืมได้  หากมีการยืมรถยนต์  เพียงส่งมอบกุญแจ  หากรถอยู่ต่างจังหวัด  กรณีหาใช่ส่งมอบการครอบครองตัวทรัพย์นั้นให้แก่ผู้ยืมนั้นไม่

**  คำว่า  ยืมใช้บริบูรณ์  เมื่อมีการส่งมอบ   คำว่า  “ไม่บริบูรณ์”  นี้ไม่ถึงกับเป็น  “เป็นโมฆะ” เพราะสัญญายืมใช้คงรูปเป็นสัญญาที่ไม่มีแบบ  ตราบใดที่ยังไม่มีการส่งมอบทรัพย์สินที่ให้ยืม   สัญญาไม่เป็นโมฆะ    แต่ยังใช้ไม่ได้จึงไม่เกิดสิทธิ์และหน้าที่ตามสัญญา  แต่เมื่อใดก็ตามที่มีการส่งมอบทรัพย์สินที่ให้ยืม  สัญญาก็เกิดขึ้นมีผลบังคับอย่างบริบูรณ์  คู่สัญญาย่อมจะเกิดมีสิทธิ์และหน้าที่กันตามกฎหมายในลักษณะยืมใช้คงรูป

  1. สัญญายืมใช้คงรูปนี้  จะทำเป็นหนังสือหรือด้วยวาจาก็ได้  ขอเพียงแต่ส่งมอบทรัพย์สินที่ให้ยืมเท่านั้น  ดังนั้นถ้าคู่สัญญาตกลงยืมทรัพย์สินกัน  แม้จะทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อเป็นสำคัญไว้  แต่ยังไม่ได้ส่งมอบทรัพย์สินที่ยืมสัญญายืมก็ไม่สมบูรณ์

หน้าที่ของผู้ยืม

  1. เสียค่าธรรมเนียมและอื่นๆ  ได้แก่ (ม.642)

-          ค่าฤชาธรรมเนียมในการทำสัญญา (ในกรณีที่มีการทำสัญญากัน)

-          ค่าส่งมอบทรัพย์สินที่ให้ยืม (เช่น   ค่าขนส่ง  ค่าไปรษณียากร

-          ค่าส่งคืนทรัพย์สินที่ให้ยืม

(  หมายเหตุ : คู่สัญญาจะตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายเหล่านี้เป็นอย่างอื่นก็ได้)*  เหตุเพราะการยืมนั้นผู้ยืมเป็นผู้ได้ประโยชน์ฝ่ายเดียว*

  1. หน้าที่ในการใช้สอยทรัพย์สินที่ยืม (ม. 643 )

*****หลัก  ผู้ยืมจะต้องรับผิดชอบในเหตุที่ทรัพย์นั้นสูญหาย  หรือบุบสลาย  แม้จะเป็นเหตุสุดวิสัยก็ตาม  เมื่อผู้ยืมใช้ทรัพย์สินโดยไม่ชอบ  4 ประการ  ดังนี้

-          นำไปใช้อย่างอื่น นอกจาการอันปกติแก่ทรัพย์สินอันเป็นวัตถุแห่งสัญญา

-          นำไปใช้อย่างอื่นนอกจากการอันปรากฏในสัญญา

-          ให้บุคคลภายนอกใช้สอย

-          เอาวัตถุแห่งสัญญายืมนั้นไว้นาน

เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าถึงอย่างไรทรัพย์สินนั้นก็คงสูญหายหรือ  บุบสลายอยู่นั้นเอง

  1. ผู้ยืมจำต้องสงวนทรัพย์สินที่ยืมไปเหมือนเช่นวิญญูชน  จะพึงสงวนทรัพย์สินของตน (ม.644) ซึ่งมีสาระสำคัญ ดังนี้

-          วิญญูชน  หมายถึง  บุคคลที่ควรระมัดระวังอย่างบุคคลธรรมดา

-          การที่ผู้ยืมไม่สงวนทรัพย์สินดังกล่าวนี้  หากความหายและบุบสลายเกิดแก่ทรัพย์สินโดยเหตุสุดวิสัย  โดยไม่ใช่ความผิดของผู้ยืม  ผู้ยืมไม่ต้องรับผิด

-          ผู้ให้ยืมทีสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหาย  เพราะเหตุที่ผู้ยืมไม่สงวนรักษาทรัพย์ดังกล่าว

-          ผู้ให้ยืมมีสิทธิ์ร้องขอต่อศาลให้บังคับให้ผู้ยืม  จัดการสงวนรักษาทรัพย์สินและเรียกค่าเสียหาย  (ม.213)

-          ผู้ให้ยืมมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญายืมได้ เมื่อผู้ยืมไม่สงวนรักษาทรัพย์สินั้น (ม. 645)

  1. การคืนทรัพย์สินที่ยืม (ม. 646)

1)     การยืมมีกำหนดเวลาต้องส่งคืนเมื่อครบกำหนด

2)     การยืมไม่มีกำหนดเวลา  แยกพิจารณาได้ดังนี้ (ม. 646 ว.หนึ่ง)

-          เมื่อใช้สอยเสร็จแล้วต้องคืน

-          ผู้ให้ยืมเรียกคืนเมื่อเวลาได้ล่วงไปพอแก่การที่ผู้ยืมควรใช้ทรัพย์สินนั้นเสร็จแล้ว  ผู้ยืมต้องคืน

3)     กรณีที่ไม่ได้กำหนดเวลาและทั้งไม่ปรากฏว่ายืมไปเพื่อการใด  ผู้ให้ยืมเรียกคืนเมื่อใดก็ได้  และเมื่อเรียกคืนแล้วผู้ยืมต้องคืน

สิทธิ์และหน้าที่ของผู้ให้ยืม   มีดังนี้

  1. มีสิทธิ์เรียกค่าสินไหมทดแทน (ม.420,645)

  2. มีสิทธิ์เรียกทรัพย์สินที่ให้ยืมคืน ( ม. 645 )

  3. มีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาให้ยืม ( ม.643 – 645 )

  4. หน้าที่ของผู้ให้ยืม ( ม. 647)

ความระงับแห่งสัญญายืมใช้คงรูป

1.     กรณีปกติ (ม. 646)

1.1 เมื่อครบกำหนดในสัญญา

1.2 กรณีไม่ได้กำหนดเวลา 

2.     กรณีพิเศษ

1.1 ผู้ยืมตาย (ม. 648)

1.2  ผู้ยืมใช้ทรัพย์สินไม่ชอบ(ม.643,644+645)

3.     เมื่อทรัพย์สินที่ยืมเสียหายไปทั้งหมด (ม.394)

อายุความ  มีสาระสำคัญดังนี้

1.  อายุความฟ้องเรียกค่าทดแทนความเสียหายอันเกี่ยวกับยืมใช้คงรูป  มีอายุความ 6 เดือน  นับแต่วันสิ้นสัญญา (ม. 649) ใช้บังคับทั้งผู้ยืม   และผู้ให้ยืม

2.  อายุความฟ้องเรียกให้คืนทรัพย์สินที่ยืม   หรือใช้ราคาทรัพย์สินที่ยืม อายุความ 10   ปี นับแต่ผู้ให้ยืมมีสิทธิ์เรียกร้อง  ( ม. 193/30 )

ยืมใช้สิ้นเปลือง

ลักษณะสำคัญ  มาตรา 650

  1. เป็นสัญญาไม่ต่างตอบแทน...........ผู้ยืมเท่านั้นที่มีหนี้ที่จะต้องปฏิบัติต่อผู้ให้ยืม  (การที่ผู้ให้ยืมต้องส่งมอบทรัพย์สินให้แก่ผู้ยืมเป็นการกระทำตามแบบที่ทำให้สัญญายืมบริบูรณ์เท่านั้น)

  2. เป็นสัญญาที่โอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ยืม  ทำให้เกิดผลหลายประการคือ

-          ผู้ให้ยืมใช้สิ้นเปลืองต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ให้ยืม  เว้นแต่  เจ้าของกรรมสิทธิ์ได้ยินยอมให้ผู้ยืมนำทรัพย์นั้นไปให้ยืมได้

-          กรณีที่เกิดความเสียหายหรือสูญหายแก่ทรัพย์สินที่ยืม  เมื่อมีภัยพิบัติเกิดแก่ทรัพย์สินที่ยืม  ความเสียหายนั้นตกแก่ผู้ยืม

  1. วัตถุแห่งหนี้ตามสัญญายืมใช้สัญญายืมใช้สิ้นเปลืองต้องเป็นชนิดที่ใช้ไปสิ้นไป

-  คือเป็นทรัพย์ประเภทโภคยทรัพย์   คือ  ทรัพย์ที่หมดไปสิ้นไป  หรือเสื่อมสลายไปเนื่องจากการใช้ทรัพย์นั้น   แต่ในทรัพย์บางประการไม่จำเป็นต้องสูญสิ้นไปเพราะการใช้ทรัพย์นั้นก็ได้  เพียงแต่ทรัพย์สินอาจมีอยู่แต่ผู้ยืมจะคืนทรัพย์สินอันเดียวกันนั้นไม่ได้  เพราะมิใช่เรื่องของยืมใช้คงรูป  จึงต้องพิจารณาถึงเจตนาของผู้ยืมและผู้ให้ยืมเป็นสำคัญ  ถ้ายืมมาใช้แล้วเป็นที่เห็นได้ว่าจะคืนทรัพย์สินคนละชิ้นกับที่ยืมมา  ก็เป็นยืมใช้สิ้นเปลือง  เช่นยืมไม้  ยืมสังกะสี  ตามปกติตัวทรัพย์สามชนิดนี้ไม่ใช่ทรัพย์ชนิดใช้ไปสิ้นไป  แต่การยืมทรัพย์ดังกล่าวเป็นการยืมใช้สิ้นเปลืองได้  เมื่อเจตนาของคู่สัญญานั้นต้องการให้ผู้ยืมนั้นใช้ทรัพย์ไปตลอดและเวลาคืนจะต้องนำทรัพย์ชิ้นอื่นมาใช้แทน

                ฎ. 905/2505  จำเลยยืมไม้และสังกะสีจากผู้ร้องเพื่อปลูกบ้านย่อมหมายความว่า  เอาทรัพย์นั้นขาดไปทีเดียว  ไม่ใช่จะเอาทรัพย์นั้นไปคืนอีก  จึงถือว่าเป็นการยืมใช้สิ้นเปลือง  กรรมสิทธิ์ในบ้านที่ปลูกย่อมตกเป็นของจำเลย  ตามมาตรา 650

4.  เป็นสัญญาที่บริบูรณ์ เมื่อส่งมอบทรัพย์สินที่ยืม

***  ส่งมอบเมื่อใดสัญญาก็บริบูรณ์เมื่อนั้น

            ฎ.1394/2479  การกู้ยืมนั้นหาจำต้องส่งมอบเงินในขณะกู้ไม่  และส่งมอบกันเมื่อใดก็ได้

                ฎ.4686/2540  มาตรา 650 วรรคสอง  ระบุว่าสัญญายืมใช้สิ้นเปลืองย่อมบริบูรณ์ต่อเมื่อส่งมอบทรัพย์สินที่ยืม  การกู้ยืมเข้าลักษณะยืมใช้สิ้นเปลือง  การที่จำเลยนำสืบว่าไม่ได้รับเงินตามสัญญากู้ยืมเงินย่อมเป็นเหตุให้สัญญากู้ยืมเงิน ไม่บริบูรณ์   ทั้งไม่มีลูกหนี้เพราะจำเลยไม่ได้รับเงิน  จำเลยไม่ต้องรับผิดตามสัญญากู้ยืมเงินต่อโจทก์  จำเลยย่อมนำสืบได้ตาม  ป.วิ.พ.   มาตรา 94 วรรค สอง  หาต้องห้ามตามกฎหมายไม่

5.   การส่งคืนทรัพย์สินต้องส่งคืนเป็นประเภทชนิด  ประมาณเช่นเดียวกันแทนทรัพย์สินที่ได้ยืมมา

                ประเภท  - - -  ทรัพย์สินจำพวกเดียวกัน

                ชนิด        - - -  คุณภาพของทรัพย์สิน

                ปริมาณ   - - -  จำพวก

หน้าที่ของผู้ให้ยืมใช้สิ้นเปลือง

1.     หน้าที่เสียค่าใช้จ่าย (ม. 651)

2.     หน้าที่คืนทรัพย์สิน  (ม.  650  ตอนท้าย )

3.     กำหนดเวลาที่จะต้องคืนทรัพย์สิน  ( ม. 652)

-          กรณีสัญญามีกำหนดเมื่อครบกำหนดมีสิทธิ์เรียกคืน

-          กรณีสัญญาไม่มีกำหนด  จะบอกกล่าวให้คืนภายในเวลาอันควรหรือไม่ก็ได้

-          กรณีที่ผู้ยืมตายก่อนหนี้ถึงกำหนดชำระ    ทายาทของผู้ยืมมีสิทธิ์ยกอายุความ  1  ปี  ขึ้นต่อสู้เจ้าหนี้ได้ตามมาตรา  1754  วรรคสาม  ดังนั้น  ผู้ให้ยืมจึงต้องฟ้องทายาทหรือผู้ผู้จัดการมรดกภายใน  1  ปี  นับแต่วันที่รู้หรือควรจะได้รู้ว่าผู้ยืมตาย

อายุความ

1.  กรณียืมใช้สิ้นเปลืองทั่วไป  เนื่องจากสัญญายืมใช้สิ้นเปลืองไม่มีบทบัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะ  (ไม่เหมือนสัญญายืมใช้คงรูปที่บัญญัติเรื่องอายุความการเรียกค่าทดแทนไว้ในมาตรา  649 ) ดังนั้นจึงใช้อายุความ 10 ปี       ตามมาตรา 193/30  ผู้ให้ยืมมีสิทธิ์ฟ้องเรียกคืนภายในเวลา 10 ปีนับแต่วันที่หนี้ตามสัญญาถึงกำหนดชำระ

2.   กรณีผ่อนชำระเป็นงวด  การกู้ยืมมีการผ่อนทุนคืนเป็นงวดๆ มีอายุความ  5  ปี  ตามมาตรา 193/33(2)

 

 

ข้อแตกต่างระหว่างสัญญายืมใช้คงรูปกับสัญญายืมใช้สิ้นเปลือง

1.    การยืมใช้คงรูปเป็นการให้ยืมโดยเปล่า   ส่วนการยืมใช้สิ้นเปลืองจะคิดเงินหรือไม่ก็ได้

 

2.  การยืมใช้คงรูปกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินไม่ดอนไปยังผู้ยืม  ส่วนการยืมใช้สิ้นเปลืองกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินโอนไปยังผู้ยืม

3.การยืมใช้คงรูปเวลาคืนทรัพย์สินที่ยืมต้องคืนทรัพย์สินอันเดิมที่ได้ยืมไป  ส่วนการยืมใช้สิ้นเปลืองเวลาคืนทรัพย์สินที่ยืมจะต้องคืนทรัพย์สินอันใหม่

4.  การยืมใช้คงรูปส่วนใหญ่เป็นทรัพย์สินประเภทใช้แล้วคงสภาพ  ส่วนการยืมใช้สิ้นเปลืองส่วนใหญ่จะเป็นประเภทใช้ไปสิ้นไป

ความเหมือนกันของสัญญายืมใช้คงรูปกับสัญญายืมใช้สิ้นเปลือง

1.     มีบุคคล  2  ฝ่าย

2.     มีการส่งมอบทรัพย์สินที่ยืม

3.      มีการส่งคืนทรัพย์สิน

4.     วัตถุที่ใช้ในหารยืมเป็นทรัพย์สิน

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
madman วันที่ : 13/03/2008 เวลา : 10.56 น.
http://www.oknation.net/blog/madman

โย่ว.
...
เวียนมาเยือนครับ
ความคิดเห็นที่ 3
manop26 วันที่ : 12/03/2008 เวลา : 16.08 น.
http://www.oknation.net/blog/manop26
 

สวัสดีครับ.....ผ่านมาชมแล้ว....ดีเลยทีเดียว เลยเข้ามาทักทาย ว่างๆ แวะมาดูเว็บไซค์ผมบ้างน๊ะ....ครับ โหวตให้อีก 1 คะแนน
ความคิดเห็นที่ 2
เคิร์ก วันที่ : 11/03/2008 เวลา : 22.18 น.
http://www.oknation.net/blog/kherk

ชื่นชมครับ จากคนอ่อนไหว

คิดถึงครับ
ความคิดเห็นที่ 1
กิต วันที่ : 11/03/2008 เวลา : 22.11 น.
http://www.oknation.net/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

สวัสดีครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31