วันอังคาร ที่ 11 มีนาคม 2551
ยืม
Posted by
เพียงสายสร้อย
,
ผู้อ่าน : 197
, 22:05:20 น.
| หมวดหมู่ :
กฎหมาย
พิมพ์หน้านี้
ยืมลักษณะของสัญญายืมมีสาระสำคัญดังนี้เป็นสัญญาสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเรียกว่า ผู้ยืม อีกฝ่ายหนึ่งเรียกว่า ผู้ให้ยืมผู้ให้ยืมต้องส่งมอบทรัพย์สินให้ผู้ยืมได้ใช่ ดังนี้
- ถ้าเป็นยืมใช้คงรูป ผู้ให้ยืมต้องให้ผู้ยืมได้ใช้ทรัพย์สินที่ยืม โดยไม่ต้องโอนกรรมสิทธ์ในทรัพย์ที่ยืม (ม.640)- ถ้าเป็นยืมใช้สิ้นเปลือง ผู้ยืมต้องโอนกรรมสิทธ์ทรัพย์สินที่ยืมให้ผู้ยืม (ม.650) เมื่อได้ใช้ทรัพย์สินที่ยืมแล้ว ผู้ยืมจะต้องคืนทรัพย์สินที่ยืมให้แก่ผู้ให้ยืม
- ถ้าเป็นยืมใช้คงรูป ผู้ยืมต้องคืนทรัพย์สินนั้น (ม.640)- ถ้าเป็นยืมใช้สิ้นเปลือง ผู้ยืมต้องคืนทรัพย์สินที่มีประเภทและปริมาณเช่นเดียวกันให้แทนทรัพย์สินที่ยืมนั้น (ม.650)ยืมใช้คงรูปลักษณะของสัญญายืมใช้คงรูปเป็นสัญญาสองฝ่าย คือระหว่างผู้ให้ยืมกับผู้ยืมเป็นสัญญาที่ตกลงให้ผู้ยืมใช้ทรัพย์สินได้เปล่า จึงมีสาระสำคัญดังนี้
2.1 เป็นสัญญาที่ไม่มีค่าตอบแทน ดังนี้- ถือตัวบุคคลที่ยืมเป็นสำคัญ เพราะการที่ผู้ให้ยืมจะให้บุคคลใดยืม จะต้องพิจารณาถึงคุณสมบัติของผู้ยืมว่าน่าไว้วางใจเพียงพอที่จะได้ครอบครองและใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินของตนหรือไม่ และหากว่าผู้ยืมตาย สัญญายืมก็เป็นอันระงับสิ้นไป (ม.649)- ผู้ให้ยืมไม่ต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่อง และการรอนสิทธิ์แห่งทรัพย์สินที่ให้ยืม2.2 เป็นสัญญาไม่โอนกรรมสิทธิ์จึงเกิดผลดังนี้ (เจ้าของเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจึงมีสิทธิ์ตามมาตรา 1336 )- ผู้ให้ยืมมีสิทธิ์ได้ดอกผลอันเกิดจากแม่ทรัพย์ที่ให้ยืม- ผู้ให้ยืมมีสิทธิ์จำหน่ายทรัพย์สินนั้นให้แก่บุคคลภายนอก- ผู้ให้ยืมมีสิทธิ์ติดตาม และเอาคืนทรัพย์สินจากบุคคลทั่วไปได้- ผู้ให้ยืมมีสิทธิ์ขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวของกับทรัพย์สินที่ให้ยืมนั้นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย- ผู้ให้ยืมจำต้องรับเอาผลในภัยพิบัติอันเกิดแต่ทรัพย์สินที่ยืมนั้น ซึ่งมิใช่ความผิดของผู้ยืม- ผู้ที่ไม่ได้ถือกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินอาจทำสัญญายืมใช้คงรูป ให้ผู้อื่นยืมทรัพย์สินนั้นได้*** ดังนั้นผู้ให้ยืมจึงไม่จำต้องมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ให้ยืม เพียงแต่มีสิทธิครอบครองก็สามารถให้ยืมทรัพย์นั้นได้เป็นสัญญาที่ตกลงให้ผู้ยืมต้องส่งคืนทรัพย์สินที่ให้ยืมนั้นกับผู้ให้ยืมเมื่อได้ใช้สอยเสร็จแล้ว (ม.640)ต้องมีการส่งมอบทรัพย์สินที่ให้ยืม (ม. 641 ) การส่งมอบอาจเป็นกรณีใดกรณีหนึ่งดังนี้ คือ
- ส่งมอบโดยตรง เช่น หยิบยื่นทรัพย์สินนั้นให้ผู้ยืมโดยตรง- ส่งมอบโดยปริยาย เช่น เมื่อขอยืมก็พยักหน้าให้ยืม หรือมอบกุญแจให้ไปเปิดเอา หรือใช้ การส่งมอบโดยปริยายนี้ หากผู้ยืมยังไม่ได้ครอบครองทรัพย์สินที่ให้ยืมย่อมยังไม่บริบูรณ์- การส่งมอบทรัพย์ ทรัพย์นั้นต้องพร้อมที่จะอยู่ในครอบครอง / พร้อมที่ผู้ยืมสามารถใช้สอยทรัพย์ที่ยืมได้ หากมีการยืมรถยนต์ เพียงส่งมอบกุญแจ หากรถอยู่ต่างจังหวัด กรณีหาใช่ส่งมอบการครอบครองตัวทรัพย์นั้นให้แก่ผู้ยืมนั้นไม่** คำว่า ยืมใช้บริบูรณ์ เมื่อมีการส่งมอบ คำว่า ไม่บริบูรณ์ นี้ไม่ถึงกับเป็น เป็นโมฆะ เพราะสัญญายืมใช้คงรูปเป็นสัญญาที่ไม่มีแบบ ตราบใดที่ยังไม่มีการส่งมอบทรัพย์สินที่ให้ยืม สัญญาไม่เป็นโมฆะ แต่ยังใช้ไม่ได้จึงไม่เกิดสิทธิ์และหน้าที่ตามสัญญา แต่เมื่อใดก็ตามที่มีการส่งมอบทรัพย์สินที่ให้ยืม สัญญาก็เกิดขึ้นมีผลบังคับอย่างบริบูรณ์ คู่สัญญาย่อมจะเกิดมีสิทธิ์และหน้าที่กันตามกฎหมายในลักษณะยืมใช้คงรูปสัญญายืมใช้คงรูปนี้ จะทำเป็นหนังสือหรือด้วยวาจาก็ได้ ขอเพียงแต่ส่งมอบทรัพย์สินที่ให้ยืมเท่านั้น ดังนั้นถ้าคู่สัญญาตกลงยืมทรัพย์สินกัน แม้จะทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อเป็นสำคัญไว้ แต่ยังไม่ได้ส่งมอบทรัพย์สินที่ยืมสัญญายืมก็ไม่สมบูรณ์
หน้าที่ของผู้ยืมเสียค่าธรรมเนียมและอื่นๆ ได้แก่ (ม.642)
- ค่าฤชาธรรมเนียมในการทำสัญญา (ในกรณีที่มีการทำสัญญากัน)- ค่าส่งมอบทรัพย์สินที่ให้ยืม (เช่น ค่าขนส่ง ค่าไปรษณียากร- ค่าส่งคืนทรัพย์สินที่ให้ยืม( หมายเหตุ : คู่สัญญาจะตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายเหล่านี้เป็นอย่างอื่นก็ได้)* เหตุเพราะการยืมนั้นผู้ยืมเป็นผู้ได้ประโยชน์ฝ่ายเดียว*หน้าที่ในการใช้สอยทรัพย์สินที่ยืม (ม. 643 )
*****หลัก ผู้ยืมจะต้องรับผิดชอบในเหตุที่ทรัพย์นั้นสูญหาย หรือบุบสลาย แม้จะเป็นเหตุสุดวิสัยก็ตาม เมื่อผู้ยืมใช้ทรัพย์สินโดยไม่ชอบ 4 ประการ ดังนี้- นำไปใช้อย่างอื่น นอกจาการอันปกติแก่ทรัพย์สินอันเป็นวัตถุแห่งสัญญา- นำไปใช้อย่างอื่นนอกจากการอันปรากฏในสัญญา- ให้บุคคลภายนอกใช้สอย- เอาวัตถุแห่งสัญญายืมนั้นไว้นานเว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าถึงอย่างไรทรัพย์สินนั้นก็คงสูญหายหรือ บุบสลายอยู่นั้นเองผู้ยืมจำต้องสงวนทรัพย์สินที่ยืมไปเหมือนเช่นวิญญูชน จะพึงสงวนทรัพย์สินของตน (ม.644) ซึ่งมีสาระสำคัญ ดังนี้
- วิญญูชน หมายถึง บุคคลที่ควรระมัดระวังอย่างบุคคลธรรมดา- การที่ผู้ยืมไม่สงวนทรัพย์สินดังกล่าวนี้ หากความหายและบุบสลายเกิดแก่ทรัพย์สินโดยเหตุสุดวิสัย โดยไม่ใช่ความผิดของผู้ยืม ผู้ยืมไม่ต้องรับผิด- ผู้ให้ยืมทีสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหาย เพราะเหตุที่ผู้ยืมไม่สงวนรักษาทรัพย์ดังกล่าว- ผู้ให้ยืมมีสิทธิ์ร้องขอต่อศาลให้บังคับให้ผู้ยืม จัดการสงวนรักษาทรัพย์สินและเรียกค่าเสียหาย (ม.213)- ผู้ให้ยืมมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญายืมได้ เมื่อผู้ยืมไม่สงวนรักษาทรัพย์สินั้น (ม. 645)การคืนทรัพย์สินที่ยืม (ม. 646)
1) การยืมมีกำหนดเวลาต้องส่งคืนเมื่อครบกำหนด2) การยืมไม่มีกำหนดเวลา แยกพิจารณาได้ดังนี้ (ม. 646 ว.หนึ่ง)- เมื่อใช้สอยเสร็จแล้วต้องคืน- ผู้ให้ยืมเรียกคืนเมื่อเวลาได้ล่วงไปพอแก่การที่ผู้ยืมควรใช้ทรัพย์สินนั้นเสร็จแล้ว ผู้ยืมต้องคืน3) กรณีที่ไม่ได้กำหนดเวลาและทั้งไม่ปรากฏว่ายืมไปเพื่อการใด ผู้ให้ยืมเรียกคืนเมื่อใดก็ได้ และเมื่อเรียกคืนแล้วผู้ยืมต้องคืนสิทธิ์และหน้าที่ของผู้ให้ยืม มีดังนี้มีสิทธิ์เรียกค่าสินไหมทดแทน (ม.420,645)มีสิทธิ์เรียกทรัพย์สินที่ให้ยืมคืน ( ม. 645 )มีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาให้ยืม ( ม.643 645 )หน้าที่ของผู้ให้ยืม ( ม. 647)
ความระงับแห่งสัญญายืมใช้คงรูป1. กรณีปกติ (ม. 646)1.1 เมื่อครบกำหนดในสัญญา1.2 กรณีไม่ได้กำหนดเวลา 2. กรณีพิเศษ1.1 ผู้ยืมตาย (ม. 648)1.2 ผู้ยืมใช้ทรัพย์สินไม่ชอบ(ม.643,644+645)3. เมื่อทรัพย์สินที่ยืมเสียหายไปทั้งหมด (ม.394)อายุความ มีสาระสำคัญดังนี้1. อายุความฟ้องเรียกค่าทดแทนความเสียหายอันเกี่ยวกับยืมใช้คงรูป มีอายุความ 6 เดือน นับแต่วันสิ้นสัญญา (ม. 649) ใช้บังคับทั้งผู้ยืม และผู้ให้ยืม 2. อายุความฟ้องเรียกให้คืนทรัพย์สินที่ยืม หรือใช้ราคาทรัพย์สินที่ยืม อายุความ 10 ปี นับแต่ผู้ให้ยืมมีสิทธิ์เรียกร้อง ( ม. 193/30 )ยืมใช้สิ้นเปลืองลักษณะสำคัญ มาตรา 650เป็นสัญญาไม่ต่างตอบแทน...........ผู้ยืมเท่านั้นที่มีหนี้ที่จะต้องปฏิบัติต่อผู้ให้ยืม (การที่ผู้ให้ยืมต้องส่งมอบทรัพย์สินให้แก่ผู้ยืมเป็นการกระทำตามแบบที่ทำให้สัญญายืมบริบูรณ์เท่านั้น)เป็นสัญญาที่โอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ยืม ทำให้เกิดผลหลายประการคือ
- ผู้ให้ยืมใช้สิ้นเปลืองต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ให้ยืม เว้นแต่ เจ้าของกรรมสิทธิ์ได้ยินยอมให้ผู้ยืมนำทรัพย์นั้นไปให้ยืมได้- กรณีที่เกิดความเสียหายหรือสูญหายแก่ทรัพย์สินที่ยืม เมื่อมีภัยพิบัติเกิดแก่ทรัพย์สินที่ยืม ความเสียหายนั้นตกแก่ผู้ยืมวัตถุแห่งหนี้ตามสัญญายืมใช้สัญญายืมใช้สิ้นเปลืองต้องเป็นชนิดที่ใช้ไปสิ้นไป
- คือเป็นทรัพย์ประเภทโภคยทรัพย์ คือ ทรัพย์ที่หมดไปสิ้นไป หรือเสื่อมสลายไปเนื่องจากการใช้ทรัพย์นั้น แต่ในทรัพย์บางประการไม่จำเป็นต้องสูญสิ้นไปเพราะการใช้ทรัพย์นั้นก็ได้ เพียงแต่ทรัพย์สินอาจมีอยู่แต่ผู้ยืมจะคืนทรัพย์สินอันเดียวกันนั้นไม่ได้ เพราะมิใช่เรื่องของยืมใช้คงรูป จึงต้องพิจารณาถึงเจตนาของผู้ยืมและผู้ให้ยืมเป็นสำคัญ ถ้ายืมมาใช้แล้วเป็นที่เห็นได้ว่าจะคืนทรัพย์สินคนละชิ้นกับที่ยืมมา ก็เป็นยืมใช้สิ้นเปลือง เช่นยืมไม้ ยืมสังกะสี ตามปกติตัวทรัพย์สามชนิดนี้ไม่ใช่ทรัพย์ชนิดใช้ไปสิ้นไป แต่การยืมทรัพย์ดังกล่าวเป็นการยืมใช้สิ้นเปลืองได้ เมื่อเจตนาของคู่สัญญานั้นต้องการให้ผู้ยืมนั้นใช้ทรัพย์ไปตลอดและเวลาคืนจะต้องนำทรัพย์ชิ้นอื่นมาใช้แทน ฎ. 905/2505 จำเลยยืมไม้และสังกะสีจากผู้ร้องเพื่อปลูกบ้านย่อมหมายความว่า เอาทรัพย์นั้นขาดไปทีเดียว ไม่ใช่จะเอาทรัพย์นั้นไปคืนอีก จึงถือว่าเป็นการยืมใช้สิ้นเปลือง กรรมสิทธิ์ในบ้านที่ปลูกย่อมตกเป็นของจำเลย ตามมาตรา 6504. เป็นสัญญาที่บริบูรณ์ เมื่อส่งมอบทรัพย์สินที่ยืม*** ส่งมอบเมื่อใดสัญญาก็บริบูรณ์เมื่อนั้น ฎ.1394/2479 การกู้ยืมนั้นหาจำต้องส่งมอบเงินในขณะกู้ไม่ และส่งมอบกันเมื่อใดก็ได้ ฎ.4686/2540 มาตรา 650 วรรคสอง ระบุว่าสัญญายืมใช้สิ้นเปลืองย่อมบริบูรณ์ต่อเมื่อส่งมอบทรัพย์สินที่ยืม การกู้ยืมเข้าลักษณะยืมใช้สิ้นเปลือง การที่จำเลยนำสืบว่าไม่ได้รับเงินตามสัญญากู้ยืมเงินย่อมเป็นเหตุให้สัญญากู้ยืมเงิน ไม่บริบูรณ์ ทั้งไม่มีลูกหนี้เพราะจำเลยไม่ได้รับเงิน จำเลยไม่ต้องรับผิดตามสัญญากู้ยืมเงินต่อโจทก์ จำเลยย่อมนำสืบได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94 วรรค สอง หาต้องห้ามตามกฎหมายไม่5. การส่งคืนทรัพย์สินต้องส่งคืนเป็นประเภทชนิด ประมาณเช่นเดียวกันแทนทรัพย์สินที่ได้ยืมมา ประเภท - - - ทรัพย์สินจำพวกเดียวกัน ชนิด - - - คุณภาพของทรัพย์สิน ปริมาณ - - - จำพวกหน้าที่ของผู้ให้ยืมใช้สิ้นเปลือง1. หน้าที่เสียค่าใช้จ่าย (ม. 651)2. หน้าที่คืนทรัพย์สิน (ม. 650 ตอนท้าย )3. กำหนดเวลาที่จะต้องคืนทรัพย์สิน ( ม. 652)- กรณีสัญญามีกำหนดเมื่อครบกำหนดมีสิทธิ์เรียกคืน- กรณีสัญญาไม่มีกำหนด จะบอกกล่าวให้คืนภายในเวลาอันควรหรือไม่ก็ได้- กรณีที่ผู้ยืมตายก่อนหนี้ถึงกำหนดชำระ ทายาทของผู้ยืมมีสิทธิ์ยกอายุความ 1 ปี ขึ้นต่อสู้เจ้าหนี้ได้ตามมาตรา 1754 วรรคสาม ดังนั้น ผู้ให้ยืมจึงต้องฟ้องทายาทหรือผู้ผู้จัดการมรดกภายใน 1 ปี นับแต่วันที่รู้หรือควรจะได้รู้ว่าผู้ยืมตายอายุความ1. กรณียืมใช้สิ้นเปลืองทั่วไป เนื่องจากสัญญายืมใช้สิ้นเปลืองไม่มีบทบัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะ (ไม่เหมือนสัญญายืมใช้คงรูปที่บัญญัติเรื่องอายุความการเรียกค่าทดแทนไว้ในมาตรา 649 ) ดังนั้นจึงใช้อายุความ 10 ปี ตามมาตรา 193/30 ผู้ให้ยืมมีสิทธิ์ฟ้องเรียกคืนภายในเวลา 10 ปีนับแต่วันที่หนี้ตามสัญญาถึงกำหนดชำระ2. กรณีผ่อนชำระเป็นงวด การกู้ยืมมีการผ่อนทุนคืนเป็นงวดๆ มีอายุความ 5 ปี ตามมาตรา 193/33(2) ข้อแตกต่างระหว่างสัญญายืมใช้คงรูปกับสัญญายืมใช้สิ้นเปลือง1. การยืมใช้คงรูปเป็นการให้ยืมโดยเปล่า ส่วนการยืมใช้สิ้นเปลืองจะคิดเงินหรือไม่ก็ได้
2. การยืมใช้คงรูปกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินไม่ดอนไปยังผู้ยืม ส่วนการยืมใช้สิ้นเปลืองกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินโอนไปยังผู้ยืม3.การยืมใช้คงรูปเวลาคืนทรัพย์สินที่ยืมต้องคืนทรัพย์สินอันเดิมที่ได้ยืมไป ส่วนการยืมใช้สิ้นเปลืองเวลาคืนทรัพย์สินที่ยืมจะต้องคืนทรัพย์สินอันใหม่4. การยืมใช้คงรูปส่วนใหญ่เป็นทรัพย์สินประเภทใช้แล้วคงสภาพ ส่วนการยืมใช้สิ้นเปลืองส่วนใหญ่จะเป็นประเภทใช้ไปสิ้นไปความเหมือนกันของสัญญายืมใช้คงรูปกับสัญญายืมใช้สิ้นเปลือง1. มีบุคคล 2 ฝ่าย2. มีการส่งมอบทรัพย์สินที่ยืม3. มีการส่งคืนทรัพย์สิน4. วัตถุที่ใช้ในหารยืมเป็นทรัพย์สิน
|