|
ที่มาของการทุจริต ท่านผู้มีเกียตริที่เคารพค่ะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราโชวาทไว้ว่า คนไม่มีความสุจริต คนไม่มีความมั่นคง ชอบแต่มักง่าย ไม่มีวันจะสร้างสรรค์ประโยชน์ ส่วนรวมที่สำคัญอันใดได้ ผู้ที่มีความสุจริตและความมุ่งมันเท่านั้น จึงจะทำงานสำคัญยิ่งใหญ่ที่เป็นคุณประโยชน์แท้จริงได้สำเร็จ พระบรมราโชวาทนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญในการประกอบกิจการ งานอันใดจะประสบความสำเร็จได้นั้นพึงต้องอาศัยคนที่มีความสุจริต และความมั่นคงเป็นสำคัญ หากแต่ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปงานย่อมไม่ต้องตามประสงค์อย่างแน่นอน อาทิ คนที่มีความสุจริตมาแต่แรกตั้งใจจะประกอบอาชีพหาเลี้ยงตนด้วยความสุจริต แต่ใจนั้นหาได้เข้มแข็งพอ เจอสิ่งยั่วยุ คิดว่าหากทุจริตเอาของเขาแล้วตนจะรวยเร็ว ชีวิตก็ล้มล่ะคราวนี้ และคนอีกประเภทหนึ่ง คนไม่มีความสุจริต มีแต่ความมุ่งมั่นที่จะเอาของเขา คนพวกนี้บาปกรรมตามทันเมื่อใดเห็นทีชีวิตคงจบสิ้นเป็นแน่ ใครเขารู้ ก็ไม่อยากคบค้าด้วยเพราะเกรงจะเอาความซวยมาให้เขา ทุกท่านคะ และเหตุใดคนเราถึงทุจริต เป็นเพราะตัวของเขาเองหรือสิ่งยั่วยุรอบของกันแน่ และจุดเริ่มต้นที่คนเราจะทุจริตมันเริ่มต้นมาได้อย่างไร หากให้ดิฉันมอง ดิฉันมองว่า ความทุจริตถูกหล่อหลอมในตัวของคนเรามาแต่เยาว์ไว ทุกท่านคิดไหมค่ะว่า การที่พ่อแม่บอกเราเมื่อยังเยาว์ว่า วันนี้ไม่ต้องไปโรงเรียนก็ได้ ในขณะที่เรางอแงไม่อยากจะไปหรือ ช่วยทำการบ้านให้ เพราะเพียงคิดว่ายังเด็กวันนี้ทำไม่ได้ เดี๋ยววันหลังค่อยเรียนรู้เดี๋ยวก็ทำได้เอง ต่อมา พอเด็กโตขึ้นเขาเลยมองว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องเล็กน้อย เกิดความเคยชิน ที่เราๆก็เห็นตามข่าวมากหมาย อาทิ เด็กลอกข้อสอบ ที่มีข่าวล่าสุด เมื่อต้นปีนี้ว่า คณะกรรมการสถาบันทดสอบ ทางการศึกษา แห่งชาติ ได้สั่งลงโทษเด็กนักเรียน ม.6 จำนวน 6 คน ฐานทำการทุจริต ในการทดสอบ ทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต มีคนหนึ่งซึ่งทุจริตแบบไฮเทค โดยใช้ โทรศัพท์มือถือนาฬิกา ถูกปรับตกหมดทั้ง 6 วิชา ลงในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ.2551 พฤติกรรมที่เขามองว่าเป็นเรื่องเล็กๆที่ทำแล้วเขาเห็นว่าไม่มีใครรู้ ก็ไม่เป็นไร ใครๆๆก็ทำกัน ไม่ใช่อาชญากรสะหน่อย แต่นั้นกลับกลายเป็นวงจรอุบาทว์ ที่มักเกิดจากเรื่องเล็กๆที่เรามองข้ามและไม่ใส่ใจ ได้ฝังรากหยั่งลึกจนเกินเยียวยา เกิด มโนทุจริต อันหมายถึง ความประพฤติชั่วทางใจ อันได้แก่ ความโลภอยากได้ของผู้อื่น ความพยาบาท ความเห็นผิดจากทำนองคลองธรรม นั้นคือลอกเพราะอยากได้ที่เรียนดีๆ อันเป็นการเอาเปรียบหวังประโยชน์จากความรู้ของผู้อื่น เห็นผิดคิดว่าจะไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็นแล้วตนจะได้คะแนนสอบดีๆๆ การลอกกันถือว่าเป็นการเริ่มต้นทุจริตตั้งแต่เด็ก แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ยังจะโกงหรือทุจริต พออีกหน่อยโตขึ้นก็คงจะคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา มันกลายเป็นพฤติกรรมเคยชิน แล้วมันก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้นหรือสะสมขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว สุดท้ายก็จะคิดว่าการโกงชาติบ้านเมืองไม่ใช่เรื่องผิด บางทีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างนี้เราก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรู้เท่าทัน เพราะจะส่งผลในระดับชาติได้ในอนาคต ทุกท่านคะ นอกจากความเคยชินในเรื่องธรรมดาที่ผิดๆแล้ว ยังมีสิ่งยั่วยุรอบข้างอีกหลายสิ่งที่ช่วยให้คนเราเลือกที่จะทุจริตกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความร่ำรวยที่อาจจะเร็วกว่าคนที่การประกอบอาชีพอย่างสุจริตทั่วไป ฐานะและเงินตรามาเป็นตัวยั่วยุกิเลศ ความอยากได้ใคร่มีของคนเรา สิ่งเหล่านี้เราทุกคนจะต้องช่วยกันสกัดกั้นตั้งแต่ตน นั่นคือ ปลูกฝังความสุจริตแต่เยาว์วัย ไม่ให้ใครมีอำนาจมากเกินความจำเป็น พบเห็นการทุจริตต้องแจ้ง ปลูกฝังความสุจริตแต่เยาว์ไว ผู้ใหญ่จะต้องคอยดูแลให้เด็กมีความซื่อสัตย์ในตัวเอง ไม่ชักนำให้เด็กมีความเคยชินที่ผิดๆ อาทิ ไม่ให้ลอกการบ้านเขา อันเป็นการอยากได้ของเขา พยาบาทหวังประโยชน์จากความรู้ของผู้อื่น เพียงหลงผิดว่าครูจะไม่ตีหากมีการบ้านส่ง อบรมให้เขารู้ว่าการกระทำเช่นนั้นมีความผิดอย่างร้ายแรง หล่อหลอมให้เขามีความสุจริตในกิจวัตรประจำวันแต่ยังเด็ก ไม่ให้ใครมีอำนาจมากเกินความจำเป็น องค์กร หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน จะต้องคอยสอดส่องดูแลไม่ให้ใครมีอำนาจเด็ดขาด หรือ มีสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว อันก่อให้เกิดการใช้อำนาจในทางทุจริต ประพฤติมิชอบ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ในทางทุจริต พบเห็นการทุจริตต้องแจ้ง เป็นหูเป็นตาในการตรวจสอบ ไม่ชาชินและมองว่าการทุจริตเป็นเรื่องธรรมดาในสังคม ดิฉันมั่นใจค่ะว่า ด้วยการรวมพลังจากทุกฝ่าย มองและแก้ปัญหาได้ถูกจุดเช่นนี้ เราจะสามารถแก้ไขปัญหาการทุจริตได้ไม่ยากในสังคมไทย สวัสดีค่ะ
|