• Dr.Kaew
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pakorn_ku@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-10
  • จำนวนเรื่อง : 45
  • จำนวนผู้ชม : 11657
  • จำนวนผู้โหวต : 37
  • ส่ง msg :
ชุมชนคนเป็นครู
ชุมชนแห่งการเรียนรู้ในเรื่องของหลักสูตรและการสอน เพื่อเสริมสร้างและเติมเต็มให้กับคุณครู เป็นเวทีแลกเปลี่ยนในเรื่องการศึกษา เป็นชุมชน Online ของครูไทยในโลกของการสื่อสารที่ไร้พรมแดน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/learning
วันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคม 2551
รูปแบบหลักสูตรแบบแยกรายวิชา
Posted by Dr.Kaew , ผู้อ่าน : 328 , 08:01:17 น.   | หมวดหมู่ : หลักสูตรและการสอน  
พิมพ์หน้านี้


ก่อนที่จะมาต่อกันเรื่องของ “การเลือกรูปแบบหลักสูตร” ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ 1 ในการสร้างหลักสูตรสถานศึกษาให้มีคุณภาพ ผมขอแนะนำคัมภีร์ 3 เล่ม ที่ใช้อ้างอิง คือ

1. จากหลักสูตรสู่หน่วยการเรียน โดย รศ.ดร.นาตยา ปิลันธนานนท์

2.  จากมาตรฐานสู่ชั้นเรียน โดย รศ.ดร.นาตยา ปิลันธนานนท์

3. การศึกษาตามมาตรฐาน แนวคิดสู่การปฏิบัติ โดย รศ.ดร.นาตยา ปิลันธนานนท์ , รศ.ดร.มธุรส จงชัยกิจ , ผศ.ดร.ศิริรัตน์ นีละคุปต์

 แนะนำให้คุณครูทุกท่าน ต้องอ่าน 3 เล่มนี้เลยนะครับ รับรองว่าการพัฒนาหลักสูตรที่ว่าดูยาก มันจะกลายเป็นเรื่องง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ ผมก็สกัดความรู้ในเรื่องการพัฒนาหลักสูตรมาจากหนังสือทั้ง 3 เล่มนี้ บวกกับการเก็บเกี่ยวใน Class ปริญญาเอกที่ได้เรียนมาเล่าสู่กันฟัง …

 จากที่เล่าให้ท่านทราบก่อนหน้านี้แล้วว่า การที่จะสร้างหลักสูตรเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสาธารณะชน (Accountability) ต้องสร้างหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องกับ standard based education เราต้องเลือกรูปแบบหลักสูตรของสถานศึกษาก่อนว่า จะเลือกรูปแบบในลักษณะใด  คือ

1. หลักสูตรแบบแยกรายวิชา (Subject matter curriculum)
2. หลักสูตรแบบบูรณาการ (Integrated curriculum)

 ท่านที่เลือกรูปแบบที่ 1 คือ หลักสูตรแบบแยกรายวิชา ก็จะมีลักษณะเป็นรายวิชาที่แยกออกมาของใครของมัน หรือแยกกลุ่มสาระออกเป็น 8 หลักสูตร (แต่ไม่ใช่ว่าทุกสถานศึกษาจะต้องมีจำนวนหลักสูตร 8 หลักสูตรเสมอไป) เพียงแต่ผู้เรียนต้องเรียนตามสาระ มาตรฐาน และมาตรฐานช่วงชั้นได้ครบถ้วยทุกกลุ่มสาระในแต่ละช่วงชั้น ซึ่งสถานศึกษาอาจออกแบบหลักสูตรให้มีจุดเน้นของสถานศึกษาที่ต้องการเน้นบางด้านที่ต้องการ (ภาษาธุรกิจเรียกว่า “หาจุดขาย” ของโรงเรียน)  เช่น อาจทำหลักสูตรพลศึกษา แยกออกจากหลักสูตรสุขศึกษา ในกรณีที่จะให้เด็กเอาดีทางด้านกีฬา หรือแยกหลักสูตรทัศนศิลป์ กับ ดนตรี แยกจากกัน เพราะจะเอาดีทางดนตรีเป็นพิเศษ เป็นต้น

 สำหรับรูปแบบที่ 2 คือ หลักสูตรแบบบูรณาการ  ซึ่งน่าสนใจมาก ๆ หน้าตาหลักสูตรจะเป็นอย่างไร  ติดตามได้ในตอนต่อไป….

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8
เคียงดิน วันที่ : 16/08/2008 เวลา : 21.21 น.
http://www.oknation.net/blog/keangdin
แม้สูงเสียดฟ้า หากปรารถนาจะเคียงดิน

อันนี้ว่าด้วยการเขียนหลักสูตร เป็นผลจากการทำงานในกระบวนการเรียนรู้ของครูเสร็จแล้วถึงจะมาจัดทำหลักสูตร

เอาไว้ก่อน ตอนต้องช่วยครูทำว่ากันอีกทีนะคะ
ความคิดเห็นที่ 7
Dr.Kaew วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 10.22 น.
http://www.oknation.net/blog/learning

ขอบพระคุณอาจารย์และผู้สนใจ ที่เข้ามาเยี่ยมเยียน

หวังว่าข้อมูลจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่าน
ความคิดเห็นที่ 6
TrainingGuru วันที่ : 12/07/2008 เวลา : 21.14 น.
http://www.oknation.net/blog/ThaiTrainingNetwork

ขอบคุณอาจารย์ที่มาเยี่ยม Blog ของผมครับ หวังว่าคงได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดกับอาจารย์บ่อยขึ้นในอนาคตครับ
ความคิดเห็นที่ 5
ครูแหม่ม วันที่ : 11/07/2008 เวลา : 23.47 น.
http://www.oknation.net/blog/krumam

ขอบคุณมากเลยที่คุณเข้ามาแสดงความคิดเห็นในบล็อกของครูแหม่ม เป็นการสร้างกำลังใจอย่างดีเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
เคียงดิน วันที่ : 11/07/2008 เวลา : 12.48 น.
http://www.oknation.net/blog/keangdin
แม้สูงเสียดฟ้า หากปรารถนาจะเคียงดิน

อ่านอย่างต่อเนื่อง
ความคิดเห็นที่ 3
ToeflThailand วันที่ : 11/07/2008 เวลา : 12.08 น.
http://www.oknation.net/blog/ToeflThailand
แวะมาทักทายกันหน่อยซิครับ :) 

แวะมาทักทายเพื่อนชาว Blog
ความคิดเห็นที่ 2
Dr.Kaew วันที่ : 11/07/2008 เวลา : 10.42 น.
http://www.oknation.net/blog/learning

กับคำถามแรก "ทำไมหลักสูตรมิได้พัฒนาศักยภาพเด็กได้เลย" ผมเชื่อว่าคุณครูคุ้นเคยกับคำว่า "เน้นเด็กเป็นสำคัญ" ซึ่งเป็นคำที่ใช้กันเยอะมาก เอะอะก็บอกว่า ฉันจะสอนแบบเน้นเด็กเป็นสำคัญ เอ๊า ! ให้เด็กไปห้องสมุด ครูจะนั่งทำงานในห้อง (อะไรประมาณนี้)
ซึ่ง "เน้นเด็กเป็นสำคัญ" ทุกยุทธวิธีในการสอนของครู มันก็ต้อง "เน้นเด็กเป็นสำคัญ" แต่การสอนของครูส่วนใหญ่จะเน้น "ครูเป็นสำคัญ" ไงครับ ศักยภาพเด็กจึงไม่ได้พัฒนา การที่จะออกแบบหลักสูตรให้เหมาะกับลูกศิษฐ์ของตนเองนั้น เราต้องคำนึงถึงทฤษฏีการเรียนรู้ตัวหนึ่งคือ Multiple intelligent เพราะจะต้องมีการดูรายละเอียดของความแตกต่างในตัวเด็กเป็นรายบุคคล
และจัดสรรกิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะกับเด็กแต่ละคน ซึ่งผมจะนำมาเขียนใน Blog ในประเด็นนี้อย่างแน่นอนครับ

คำถามที่สอง "ครูตังค์น้อย ไม่มีโอกาสเรียนสูง" ถ้าผมตอบในฐานะเป็นครูน้อยด้วยเหมือนกัน (ไม่ใช่ระดับนโยบาย) คงต้องดิ้นรนหาทางฝึกอบรม หรือเข้ามาเรียนรู้จากสื่อต่าง ๆ ให้มาก เพื่อให้ทันกับข้อมูลที่มากมาย จนเราแทบสำลักและวิ่งตามมันจนเหนื่อย ครูเองจึงต้องสกัดและรู้จักที่จะเลือกความรู้ใส่ตัวในเรื่องที่เราสนใจ

ในระดับ ป.โท หรือ ป.เอก ในปัจจุบัน มีเปิดภาคพิเศษกันมากมาย เพิ่มโอกาสให้กับครูที่ลาเรียนไม่ได้ แต่ก็นั่นแหล่ะครับ ค่าหน่วยกิจมันก็พิเศษด้วย คงต้องปรับนโยบายในระดับบริหารกันหล่ะว่า จะเปิดโอกาสให้ครูได้เรียนต่อกันสูง ๆ ได้อย่างไรดี
ความคิดเห็นที่ 1
วานิชนิวส์ วันที่ : 11/07/2008 เวลา : 10.25 น.
http://www.oknation.net/blog/3anchors22

หลักสูตร เป็นเสาเข็มในการสอน แต่ทำไมบ้างครั้งสอนตามหลักสูตรกับมิได้พัฒนาศักยภาพเด็กได้เลยครับ

เรื่องยากทางด้านวิชการจะทำยังไงให้ครูที่ไม่มีโอกาสเรียนสูงเพราะตังค์น้อย แต่สามารถใช้ได้จริงครับ

ช่วยแนะนำหน่อยครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

violence in school

ท่านคิดว่า การลงโทษของครูท่านนี้ มีความเหมาะสมหรือไม่ ?

View All
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



ท่านมีความเชื่อมั่นในระบบ "การศึกษาของประเทศไทย" ว่าจะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพได้หรือไม่ ?
เชื่อมั่น
2 คน
ไม่เชื่อมั่น
23 คน

  โหวต 25 คน