พิมพ์หน้านี้
|
ความล้มเหลวของหลักสูตรการศึกษาของบ้านเรา คือ คาดหวังแต่ให้ผู้เรียนได้รับแต่ ความรู้ และความรู้ที่ได้รับเป็นลักษณะข้อเท็จจริง (fact) คือ สอน สาระความรู้ กับ ทักษะกระบวนการ แยกออกจากกัน โดยไม่ได้คาดหวังที่จะให้ผู้เรียนนำความรู้ไปใช้ได้จนกว่าเขาจะสำเร็จการศึกษา หลักสูตรในลักษณะ Thinking Curriculum จะเป็นแนวโน้มใหม่ที่น่าสนใจในยุค ICT เพราะเป็นหลักสูตรที่เน้นการคิดที่จะเชื่อมโยงความรู้กับทักษะกระบวนการต่าง ๆ ที่ใช้ได้บนโลกของความเป็นจริงและโลกแห่งการทำงาน โดยนักเรียนจะได้รับความรู้ที่เป็นแนวคิด (Concept) เพื่อที่จะนำไปต่อยอด สร้างองค์ความรู้ใหม่ของตนเอง ทำโครงงานต่าง ๆ ได้ ตัดสินใจเป็น รู้จักการแก้ปัญหา และประเมินสถานการณ์ ซึ่งจะนำไปสู่ holistic thinking ซึ่งจะสะท้อนให้ผู้เรียนทำงานนอกเหนือจากสิ่งที่เรียนในชั้นเรียนได้ ซึ่งเป็นเรื่องของการสั่งสมความรู้ การบูรณาการ หลอมรวมองค์ความรู้จากกลุ่มวิชาต่าง ๆ มาใช้ในการทำงาน จากบทความในตอนที่แล้ว เราได้เรียนรู้ หลักสูตรแบบบูรณาการ ในแบบที่ใช้ "วิชาการ" เป็นฐานของการบูรณาการ ไปแล้ว มาถึงตอนนี้ผมจะมาเล่าหลักสูตรแบบบูรณาการ ในแบบที่ใช้ "อาชีพ" เป็นฐานของการบูรณาการ ฟังดูเหมือนมันต้องเป็นหลักสูตรทางอาชีวศึกษาแน่ ๆ เลย แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ครับ !!! รูปแบบหลักสูตรที่ใช้ อาชีพ เป็นฐานของการบูรณาการ คือการจัดเตรียมผู้เรียนเข้าสู่ อาชีพ ในอนาคต เพราะคณะ หรือสาขาวิชาต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย ก็คืออาชีพในอนาคตของผู้เรียน ซึ่งถ้าพิจารณาในแง่รูปแบบการจัดทำหลักสูตร ก็ยังมีรูปแบบที่ใช้ วิชาการ เป็นฐานการออกแบบ ซึ่งนั้นหมายถึงเราสามารถออกแบบหลักสูตรให้กับนักเรียนในสายสามัญโดยใช้ อาชีพ เป็นฐานบูรณาการได้ด้วย อาทิ เช่น Advanced placement course อยากให้คุณครูเข้าไปดูตัวอย่างที่ ม.เกษตรศาสตร์ ออกแบบหลักสูตรร่วมกับ โรงเรียนมัธยม ได้ที่ Click !! ซึ่งจากตัวอย่างจะเห็นได้ว่า ถ้าเรารู้จักบูรณาการหลักสูตรร่วมกันแล้ว จะเป็นผลดีคือ (ในกรณี Advanced placement course) เด็กที่เรียนเก่ง จะไม่เบื่อหน่ายกับการเรียนในระดับมัธยมที่ไม่ท้าทาย (เพราะถ้าเด็กเรียนในชั้นเรียนปกติ มันง่ายเกินไปสำหรับเด็ก และไม่ท้าทายความสามารถของเขา) แต่เด็กสามารถไปเรียนในรายวิชาที่สอนในระดับอุดมศึกษาได้ก่อน เด็กได้เรียนรู้ชีวิตในมหาวิทยาลัย และแน่นอน เด็กก็สามารถเรียนจบได้เร็ว ตามความสามารถของเขา เพราะเมื่อเขาเข้าเรียนในระดับอุดม ก็นำเกรดที่สะสมไว้ไปเทียบโอนหน่วยกิจได้เลย หรือถ้าครูดูแล้วมันยุ่งยากที่จะต้องไปร่วมกับมหาวิทยาลัยเพื่อจัดรายวิชา คุณครูก็จัดหลักสูตรโปรแกรมในลักษณะนี้ขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักเรียนแต่ละคนที่จะมุ่งไปศึกษาต่อในสาขาและคณะที่เขาต้องการ โดยเตรียมรายวิชาที่เป็นพื้นฐานของสาขานั้น ๆ ให้เป็นเสมือนโรงเรียนของเราเป็นคลังตลาดนัดรายวิชา ที่พร้อมให้ผู้เรียนได้เลือกเรียนตามความต้องการของเขา และตรงเส้นทางที่จะไปศึกษาต่อในอนาคต เช่น ถ้าเด็กมุ่งไปเรียนทางนิเทศศาสตร์ วิชาภาษาไทยก็อาจจะเป็นในลักษณะ การใช้ภาษาของนักข่าว หรือมีวิชาถ่ายภาพ เข้ามาให้เด็กได้เลือกเรียน เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่า นักเรียน ได้รับประโยชน์จากการที่เราบูรณาการวิชาต่าง ๆ แบบเต็ม ๆ และนี่แหล่ะ คือ คุณค่า ของการบูรณาการ มาถึงตอนนี้ คุณครูคงเลือกได้แล้วว่า สถานศึกษาของท่านจะมีหลักสูตรในรูปแบบแยกรายวิชา หรือ บูรณาการ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ 1 ของการพัฒนาหลักสูตรในสถานศึกษาให้มีคุณภาพ จากทั้งหมด 3 ขั้นตอน ตอนต่อไปเรามาดู ขั้นตอนที่ 2 ของการพัฒนาหลักสูตรกันว่าทำอย่างไร หลังจากที่เราได้เลือกรูปแบบหลักสูตรที่เราต้องการเรียบร้อยแล้ว ซึ่งขั้นตอนที่ 2 ถือว่าเป็นหัวใจของการพัฒนาหลักสูตร ห้ามพลาดเด็ดขาด !!! |
| e-Learning | ||
ระบบสารสนเทศเข้ามามีบทบาทในการเรียนรู้เป็นอย่างมากในปัจจุบัน e-Learning นับว่าเป็นสื่อหนึ่งที่ตอบสนองให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ได้ทุกที่ และทุกเวลา |
||
|
View All |
||
| violence in school | ||
ท่านคิดว่า การลงโทษของครูท่านนี้ มีความเหมาะสมหรือไม่ ? |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||